เหตุผลหลักที่ทำให้แคว้นจิ้งเข้มแข็งและเรืองอำนาจกว่าแคว้นอื่นใดในอาณาจักรปกครองตนเองหลักด้วยฮ่องเต้มากความสามารถกรอปกับแม่ทัพกล้าหาญและเชี่ยวชาญการรบ เช่น เซวียนจางหย่งผู้พิทักษ์แผ่นดินข้างกายพระปิตุลา
เขาคือบุตรชายของเซวียนกั๋วกงแม่ทัพใหญ่และองค์หญิงรองเยวี่ยหลีพระธิดาในอุทรของไทเฮาผู้เป็พระขนิษฐาร่วมสายโลหิตของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน(เยวี่ยจั้น)พ่อ แม่ ลูกพร้อมหน้าได้เพียงไม่ถึงหนึ่งหนาวพระมารดาก็ต้องมาจากไปทั้งที่เซวียนจางหย่งยังไม่อาจได้จดจำใบหน้ามารดาได้ด้วยซ้ำเยวี่ยหลีผู้อาภัพจากลาบุตรและสามีของนางอย่างไม่มีวันกลับ รวดเร็วเกินกว่าที่เซวียนกั๋วกงจะรับโชคชะตาอันเป็ไปนี้ได้
“ขอพระองค์ทรงลงพระราชโองการด้วยเถิด”น้ำเสียงห้าวหาญของแม่ทัพใหญ่เซวียนกั๋วกงก้องกร้าวไปทั่วท้องพระโรงสองเข่าคุกลงก้มหน้าต่อราชบัลลังก์ที่ว่างเปล่าเช่นนั้นอยู่สามชั่วยาม เื่ถึงพระกรรณฮ่องเต้พระองค์จึงได้เสด็จออกท้องพระโรงในเวลาต่อมา
“ฮ่องเต้เสด็จ”เสียงเบิกทางขานก้องระหว่างทางพระราชดำเนิน ก่อนที่เงาแห่งอำนาจจะทอดยาวผ่านประตูท้องพระโรงที่ไม่ได้ลงดานตลอดสามวัน
“เหตุใดท่านจึงอยากจะออกทัพเล่าทหารที่หัวเมืองเหนือของเราก็ยังเข้มแข็ง ทั้งจางหย่งก็เพิ่งจะได้เพียงสามหนาว”ซุ่มเสียงทรงอำนาจเอ่ยเนิบนาบเต็มไปด้วยความปรานี
“หัวเมืองเหนือกำเริบด้วยคนเถื่อนแตกออกเป็ก๊กเป็เหล่าอาจสั่นคลอนแคว้นจิ้งพ่ะย่ะค่ะ”เซวียนกั๋วกงเอ่ยตอบสิ่งที่มีความจริงเจืออยู่เพียงเสี้ยวด้วยมิอาจเพ็ดทูลความเป็จริงที่อยู่ภายในใจของเขาเขาจะกราบทูลมูลเหตุว่านับวันที่จางหย่งน้อยเติบโตใบหน้าเล็กของเขาก็ยิ่งละม้ายหญิงอันเป็ที่รักผู้จากไปอย่างไม่มีวันกลับได้อย่างไรกันถ้าเขาเพ็ดทูล[1]ออกไปเช่นนั้นนอกจากพระองค์จะไม่ทรงลงราชโองการแล้วเขาอาจจะต้องอาญาในฐานะบิดาที่ทอดทิ้งบุตรได้
“อืม หากท่านเห็นดีเช่นนั้นข้าก็คงห้ามอะไรไม่ได้สินะ”เซวียนกั๋วกงได้ยินพระบรมาานุญาตก็เผลอลืมตัวเงยหน้าขึ้นสบพระพักตร์ฮ่องเต้สายพระเนตรที่ทอดมองเขาเต็มไปด้วยความเมตตาเขาได้แต่นึกคิดอยู่ในใจด้วยไม่รู้จะเอ่ยปากเื่จางหย่งน้อยบุตรชายของเขากับองค์ฮ่องเต้อย่างไร
“เป็พระมหากรุณาธิคุณพ่ะย่ะค่ะ”เขาจรดหน้าผากลงเสมอพื้นแสดงความเคารพบุคคลตรงหน้า ในขณะที่ซุนเหย้าถิงขันทีหน้าหอก้าวเข้าไปยืนต่อหน้าพระพักตร์พานให้เซวียนกั๋วกงเผลอเงยหน้าขึ้นมองแต่ก็ไม่ทันที่จะรู้ได้ว่าฮ่องเต้มีคำสั่งใดต่อซุนเหย้าถิง[2]
“บุตรชายของท่านฮ่องเต้จะทรงรับอุปการะในฐานะพระราชนัดดาของพระองค์” ทันทีที่ซุนเหย้าถิงเอ่ยจบ ความรู้สึกยินดีสายหนึ่งก็แล่นเข้าสู่กลางใจเซวียนกั๋วกงทว่าเขาก็ไม่อาจแสดงความดีใจที่มีล้นอกต่อพระพักตร์ฮ่องเต้ได้ทำได้แต่จรดหน้าผากลงกับพื้นแสดงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ตนและบุตรได้รับ
“เป็พระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้พ่ะย่ะค่ะ”เขาคำนับอยู่เช่นนั้นสามครั้งจนกระทั่งฮ่องเต้เสร็จออกจากท้องพระโรงเขารีบแต่งทัพทันทีที่พระบรมราชโองการมาถึงเพื่อเดินทางสู่หัวเมืองเหนือในสามวันถัดไป
…
หลังจากที่กั๋วกงผู้เป็บิดาแต่งทัพสู่หัวเมืองเหนือในเช้าวันนั้นจางหย่งน้อยก็ได้เดินทางเข้าสู่พระราชวังภายใต้การจัดแจงของซุนเหย้าถิงความซุกซนน่ารักของจางหย่งน้อยทำให้นางในต่างก็ปั่นป่วนไปด้วยรอยยิ้มพานให้ความสุขขององค์ไทเฮา[3]ก็ทวีคูณตามไปด้วย
“องค์ชายน้อยทางนี้เพคะ”เสียงหัวเราะคิกคักสลับเสียงหัวเราะร่าของเด็กน้อยวัยเตาะแตะก้องไปทั่วสวนดอกไม้งดงามพาให้ข้ารับใช้ต่างก็กระซิบกระซาบในสิ่งที่พวกนางได้เห็น
“ดูรอยยิ้มของไทเฮาสิข้าไม่เคยเห็นเช่นนั้นมาก่อนเลย”
“นั่นสิ นั่นสิ”
หลังจากที่องค์ฮ่องเต้รับเซวียนจางหย่งไว้ในพระราชอุปการะเด็กน้อยวัยสามหนาวก็ได้เข้าพำนักในวังหลวงสายป่านชีวิตของเขาถูกเปลี่ยนจากมือคุณชายจวนกั๋วกงมาเป็องค์ชายชั้นรองฐานะพระราชนัดดาของฮ่องเต้และองค์ไทเฮาเขาถูกชุบเลี้ยงเฉกเช่นกับเหล่าองค์ชายองค์อื่น ๆ ท่ามกลางความรักของพระปิตุลา[4]และพระอัยยิกา[5]บนวิถีชีวิตที่เรียบง่ายจนเติบใหญ่เขาเข้านอกออกวังเล็กวังน้อยที่อยู่ภายในวังหลังได้อย่างทะลุปรุโปร่งและมักแวะเวียนไปหาองค์ไทเฮาที่วังโซ่วคังกงทั้งยังร่วมเสวยพระกระยาหารมื้อเช้ากับฮ่องเต้ที่ตำหนักกลางเสมอก่อนที่จะไปร่วมชั้นเรียนกับเหล่าองค์ชายที่วังนอก
ถึงแม้จางหย่งจะเป็องค์ชายแต่เขาก็เป็เพียงได้แค่องค์ชายรองไม่อาจมีพระศักดิ์เทียบเท่ากับองค์รัชทายาทผู้เป็ราชบุตรสายตรงจากองค์ฮ่องเต้
ถึงกระนั้นก็ยังมีคำล่ำลือกันเป็วงกว้างว่าจางหย่งน้อยอาจได้รับการแต่งตั้งให้เป็องค์รัชทายาทเมื่อเติบใหญ่ด้วยนับวันความปรีชาชาญทั้งบู๊และบุ๋นของเขาก็ทวีขึ้นรอบด้านคำล่ำลือนั้นจึงใกล้ที่จะเป็จริงขึ้นในทุกวัน
…
“ขอฝ่าา ได้โปรดพิจารณาด้วยเถิด!”
“ได้โปรดทรงพิจารณาด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!!”เสียงอื้ออึงของเหล่าเสนาบดีกึกก้องท้องพระโรงอยู่ซ้ำๆ ต่อหน้าบัลลังก์เพื่อให้พิจารณาการวินิจฉัยแต่งตั้งองค์รัชทายาทนอกสายเืนั้นเป็เื่นอกรีต[6]
[1] พูดกับเ้านาย
[2]ขันทีคนสุดท้ายของจีน
[3] ตำแหน่งไท่โฮ่ว(ไทเฮา) - เป็พระอัครมเหสีของฮ่องเต้องค์เก่า อาจเป็แม่ของฮ่องเต้รัชกาลปัจจุบันหรือไม่เป็ก็ได้
[4]าาศัพท์แปลว่า ลุง
[5]าาศัพท์แปลว่า ย่า,ยาย
[6] จารีตประเพณี การปฏิบัติกันสืบเนื่องมายาวนาน