ตอนที่ 9 โมโห (2)
เหลียงซื่อยิ้มเหมือนไม่ยิ้ม “อายุไม่เท่าไหร่แต่กลับรอบคอบนัก หากอิงเอ๋อร์มีความสามารถได้สักครึ่งหนึ่งของนาง ข้าคงไม่ต้องเหนื่อยใจถึงขั้นนี้ และวันนี้ก็ไม่ต้องเอ็ดตะโรถึงเพียงนี้ด้วย”
ไต้เม่ารู้ว่านางโมโห ั้แ่ต้นคุณหนูห้าปฏิเสธไม่มาที่บ้านสาม นายหญิงจึงเกรี้ยวกราดยิ่งนัก
เื่เป็เช่นนี้แล้ว นางที่เป็สาวใช้ก็ได้แต่ต้องพยายามเกลี้ยกล่อม “ข้าว่าเรือนจ้านลู่ไม่ได้คิดจะทำให้เป็เื่นะเ้าคะ ไม่เช่นนั้นคุณหนูห้าคงไม่เชิญเสี่ยวหลิ่วเหนียงจื่อเข้าจวนมาเงียบๆ เช่นนี้แน่ นี่ไม่ใช่การกระทำที่แสดงออกมาเพื่อจะให้นายหญิงเห็นหรอกหรือ ภาพรวมอย่างไรก็ยังต้องใส่ใจอยู่ เช่นนี้นายหญิงทำใจให้สบายดีกว่า แปดส่วนคิดว่าคุณหนูห้าเองก็ไม่ได้คิดจะลากให้คุณหนูของพวกเราโดนไปด้วยหรอกเ้าค่ะ”
สวี่เฉิงอวี๋ไม่ทำ แต่ใครจะรู้ว่าคนของบ้านใหญ่พวกเขาจะพานโกรธหรือไม่
เหลียงซื่อไม่วางใจ แต่ไหนแต่ไรมาก็มีแต่เื่เล็กๆ เท่านั้น
บ้านใหญ่รักใคร่บุตรสาวสายตรงคนนี้อย่างมาก พูดไปแล้วก็ถูก บุตรสามคนแรกต่างเป็บุตรชาย แต่ที่เลี้ยงจนโตมีเพียงคนเดียว กระทั่งโจวซื่ออายุเกือบสามสิบปีก็ตั้งครรภ์ตอนอายุมาก ทว่า้าคลอดเด็กคนนี้ออกมาให้ได้ นี่ไม่ใช่เพราะตอนนั้นต้าหลิ่วเหนียงจื่อพูดออกมาคำหนึ่งว่าดูแล้วน่าจะตั้งครรภ์บุตรสาวหรือ
ตอนที่คลอดสวี่เฉิงอวี๋ก็ทั้งคลอดยากและเืออกมากจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด
ลำบากยากเย็นและอันตรายแสนสาหัสถึงได้บุตรสาวคนนี้มา ดังนั้นจึงรักใคร่เหลือประมาณ พร้อมทั้งอบรมสั่งสอนอย่างดี หากว่าเป็นางคงอยากจะพาบุตรสาวออกไปทุกวันและจุดพลุหลากสี ให้คนทั้งเมืองหยางโจวรู้กันให้หมดว่านี่คือบุตรสาวของนางที่โดดเด่นไปเสียทุกด้าน ใครก็เทียบเทียมไม่ได้ คิดดูว่าเช่นนั้นจะมีหน้ามีตาขนาดไหน
แต่คนเขากลับไม่ทำเช่นนั้น
สวี่เฉิงอวี๋เติบโตมาถึงขนาดนี้ แต่นางกลับไม่ค่อยไปร่วมงานของพวกคุณหนูสักเท่าไร
มีก็แต่ปีนี้ที่ไม่รู้เพราะเหตุใดสวี่เฉิงอวี๋ถึงได้คิดอยากจะออกไปไหนบ้าง หลังจากนั้นท่านพ่อของนางก็เกลี้ยกล่อมไม่สำเร็จ ไหนจะพี่ชายใหญ่ของนางและเ้าสี่ของบ้านสองซึ่งเห็นดีเห็นงามกับคำพูดของนางตลอด ยอมตามใจนางและคอยช่วยอยู่ข้างๆ ถึงได้มีเื่หอป๋ายอวิ๋นในวันนี้เกิดขึ้น
ทีนี้เป็อย่างไรเล่า ออกจากบ้านครั้งเดียวก็ก่อเื่ยุ่งยากเช่นนี้ ข้างกายยังมีเฉิงอิงของนางอีก
เหลียงซื่อกลัวว่าคนของบ้านใหญ่จะลำเอียงมากเกินไปแล้วโยนความผิดทุกอย่างมาที่บุตรสาวของตน ถึงได้คิดว่าขอเพียงสวี่เฉิงอวี๋เป็คนยอมเอ่ยปากเอง ภายหลังคนของบ้านใหญ่ก็จะพูดอะไรมากไม่ได้
เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าเด็กนั่นเองก็เป็กระดูกแข็งที่แทะได้ยาก จนนางกลายเป็ฝ่ายที่กระดิกตัวไม่ได้แทน
เหลียงซื่อนวดขมับ เส้นเืเต้นตุบๆ จนปวดศีรษะมาก “อิงเอ๋อร์เล่า”
“เมื่อครู่คุณหนูร้องไห้ไปยกหนึ่ง ทะเลาะกับท่านรอบหนึ่ง คิดว่ายามนี้คงเหนื่อยเ้าค่ะ ได้ยินคนในห้องนางพูดว่านอนหลับไปแล้ว”
นิสัยไม่เอาอะไรเลย ต่อให้ฟ้าถล่มลงมานางก็เอาแต่มุดหัวหลับนี่นะ!
เหลียงซื่อแค้นจนขบฟัน “นางยังจะหลับลงอีก ข้ากังวลแทนนาง แต่ตัวนางกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเนี่ยนะ! เ้าไปเรียกหรงฉู่มา ข้ามีเื่จะสั่งเขา”
ไต้เม่ากลับมีสีหน้าประหลาดและแสดงท่าทีลำบากใจ
เดิมทีเหลียงซื่อไม่ทันเห็น แต่เมื่อสั่งเสร็จอีกฝ่ายกลับอยู่ที่เดิมไม่ขยับ เหลียงซื่อจึงชะงักไปแล้วเงยหน้าขึ้นมองพลางขมวดคิ้ว “มีอะไร”
“คุณชายรองเขา...เขาไม่อยู่บ้านเ้าค่ะ”
เหลียงซื่อสูดลมหายใจเข้า หน้ามืดจนแทบจะหมดสติลงไป “เขาไปที่ไหน เื่นี้ไม่ใช่ว่าเขารู้หมดแล้วหรือ เหตุใดยังไปด้านนอกอีก”
“คุณชายรองพูดว่า เื่นี้เดิมทีก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร คุณหนูห้าเองก็มีความคิดของตนเอง อีกอย่าง เดิมทีก็ควรรอให้นายท่านกับคุณชายใหญ่กลับจวนมาแล้วพาคุณหนูห้าไปที่จวนของคุณชายน้อยเพื่อขอบคุณ เช่นนั้นถึงจะเป็มารยาทที่ควรทำ ในเื่นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคุณหนูของพวกเรา เป็นายหญิง...ที่กังวลไปเกินเหตุ...” ไต้เม่าตอบอย่างยากลำบาก กระทั่งยังไม่กล้ามองสีหน้าของเหลียงซื่อ “ดังนั้นคุณหนูถึงได้โมโหคุณชายรอง คุณชายเองก็ออกไปดื่มสุราข้างนอกแล้วเ้าค่ะ”