“น้องรอง เ้าไปเอาเงินนี้มาจากไหน?”
ถังฉีมองตำลึงเงินเล็ก ๆ ในมือของถังซานด้วยความประหลาดใจ นางไม่เคยให้เงินแก่พวกเขา
“อาสะใภ้สามแอบมอบให้เราขอรับ…”
จากนั้น ถังสุ่ยก็เล่าเื่ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ถังฉีออกจากบ้าน
“ฮึ่ม นางป้าเสี่ยวฉินวอนหาเื่เสียแล้ว!”
ถังฉีแค่นเสียงอย่างเ็า แม้จะตัดความสัมพันธ์กับบ้านเก่าแล้ว แต่คนเ่าั้ก็ยังทนเห็นพวกนางได้ดิบได้ดีไม่ได้
ถังฉีลุกขึ้นและปิดประตูบ้านอย่างแ่า
เมื่อเห็นท่าทางจริงจังของพี่ใหญ่ พวกน้องชายก็เดาได้ว่าพวกเขามีเื่สำคัญต้องหารือกัน ถังเจียงเดินออกไปนั่งบนเก้าอี้ตัวเล็ก ๆ ตรงประตู เพื่อป้องกันผู้ดักฟัง
ถังฉีมองเขาด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่าเด็กชายตัวเล็ก ๆ จะรู้จักระมัดระวังถึงเพียงนี้ นางรู้สึกอุ่นใจเกินกว่าจะบรรยาย
“น้องรอง น้องสาม น้องสี่…”
ถังฉีสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อควบคุมอารมณ์
น้องชายทั้งสามจ้องมองพี่สาวคนโตอย่างจริงจัง รวมทั้งถังเหอในผ้าห่อทารก
"ข้ารู้ว่าพวกเ้ารู้ความมากกว่าเด็กทั่วไปในวัยเดียวกัน ทุกสิ่งที่ข้าจะพูดในวันนี้... พวกเ้าต้องใจเย็น ๆ"
ถังฉีปรับน้ำเสียงของตนเองเล็กน้อย
“พี่ใหญ่ ท่านว่ามาเถอะขอรับ รับรองพวกเราจะไม่โวยวาย”
ถังสุ่ยกล่าวอย่างจริงจัง
ในบรรดาน้องชายอีกสามคน เขามีความเป็ผู้ใหญ่และมีไหวพริบมากที่สุด
“จริง ๆ แล้ว แม่ของพวกเราไม่ได้ผูกคอตาย แต่นางถูกฆ่า…”
เมื่อกล่าวจบ ถังฉีก็หยิบเข็มพิษเล่มนั้นออกมา
สีหน้าของพวกน้อง ๆ เปลี่ยนไปทันที ความเดือดดาลปะทุขึ้น!
“สิ่งนี้ถูกพบที่ศีรษะของท่านแม่ในวันที่จัดงานศพของนาง”
ถังฉีวางเข็มพิษลงบนโต๊ะ เืแห้งกรังแล้ว และเป็สีดำสนิท
“พี่ใหญ่ ท่านรู้แล้วหรือขอรับว่าใครเป็คนฆ่าท่านแม่?”
ถังสุ่ยคว้ามือของถังฉีทันที สีหน้าของเขาดูสงบนิ่ง แต่มือกลับสั่นอย่างควบคุมไม่ได้
ถังซานและถังเฟิงไม่คาดคิดเลยว่าถังฉีจะเปิดเผยข่าวที่น่าใเช่นนี้
แม้แต่ถังเหอที่นอนอยู่ข้าง ๆ ก็จ้องมองถังฉีด้วยดวงตากลมโตดำสนิท ราวกับเข้าใจการสนทนาของพวกเขา
“พี่ใหญ่ ถ้าท่านแม่ถูกฆ่า เหตุใดจึงไม่รีบบอกผู้นำตระกูลเพื่อทวงความเป็ธรรมล่ะขอรับ?”
ถังซานเอ่ยถามเสียงสั่น แม้แต่ไหล่ของเขาก็สั่นเทิ้มไม่หยุด
ดวงตาของถังเฟิงฉายแววโกรธแค้น เขาหันหน้าไปทางห้องครัว ตั้งใจจะไปหยิบมีดปังตอเพื่อฟันคนที่วางยาพิษมารดาของเขาให้ตายคามือ!
ถังฉีคาดเดาความตั้งใจของเขาได้ จึงคว้ามือไว้ทันที
“น้องสี่ ทำอะไรบุ่มบ่ามในสถานการณ์เช่นนี้ รังแต่จะทำให้คนร้ายรู้ตัว”
ถังฉีรีบปรามเขาไว้
นางรู้ว่าการบอกน้อง ๆ ในเื่นี้จะทำให้พวกเขาโกรธแค้นอย่างแน่นอน
นี่คือยุคโบราณที่อนุรักษนิยมและยึดถือศักดินา
การถือกำเนิดของถังเหอทำให้ชื่อเสียงของนางหวังเสื่อมเสีย ดังนั้น การตายของนางในสายตาทุกคนในหมู่บ้านตระกูลถังจึงไม่ใช่เื่อื่นใดนอกจากการฆ่าตัวตายเพราะความรู้สึกผิด!
แม้แต่ในตอนแรก ถังฉีเองยังคิดว่านางหวังไม่อาจทนกับการตกเป็ที่ครหาของคนในหมู่บ้านได้จนคิดสั้นในที่สุด
แม้ว่าเด็ก ๆ จะไม่เคยเอ่ยถึงเื่นี้ แต่ถังฉีก็ััได้ถึงบรรยากาศอันหนักอึ้งในบ้านหลังเล็ก ๆ ของพวกเขา
“พี่ใหญ่ ใครกันแน่ที่ฆ่าท่านแม่ ข้าจะล้างแค้นให้นาง! และต้องแน่ใจว่าคนร้ายจะติดคุกตลอดชีวิตเพื่อล้างมลทินให้ท่านแม่ของเรา!”
ดวงตาของถังสุ่ยเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น
"นั่งลงเถอะ! ข้าต้องหารือเื่นี้กับพวกเ้าก่อน"
ถังฉีต้องใช้เวลาสักพักเพื่อทำให้น้องชายของนางสงบลง แม้แต่ถังเจียงยังต้องแคะหู แม้จะนั่งอยู่ข้างนอก แต่เขาก็สามารถได้ยินทุกสิ่งที่เกิดขึ้นข้างใน ดวงตาอันเฉียบคมกวาดมองไปรอบ ๆ พร้อมจะแจ้งเตือนหากมีใครเข้ามาใกล้
"ก่อนหน้านี้ ข้าไม่รู้ว่าใครฆ่าท่านแม่ แต่ตอนนี้ข้ามีเบาะแสบางอย่าง"
ถังฉีเล่าถึงสิ่งที่นางเห็น การลอบนัดพบกันของหลี่ต้ากวงและนางเสี่ยวฉินเมื่อวานนี้
“ข้าคิดว่าตอนที่ท่านแม่อยู่ที่บ้านเก่า นางคงรู้เื่ชู้สาวของพวกเขา พวกเขาก็เลยตัดสินใจฆ่านางเพื่อปิดปาก”
สีหน้าของถังฉีเ็าดุจน้ำแข็ง คนบางคนเพื่อปกปิดความผิดของตนเอง ถึงกับทำร้ายคนบริสุทธิ์อย่างเืเย็น!
นางไม่อยากเชื่อเลยว่ามีคนเช่นนี้อยู่ในหมู่บ้านตระกูลถัง ซึ่งเป็ที่รู้จักกันดีว่าคนที่นี่นั้นเรียบง่ายและซื่อสัตย์
“ป้าสะใภ้ใหญ่?”
ดวงตาของถังซานฉายแววจงเกลียดจงชัง เมื่อครั้นอยู่บ้านหลังเก่า ป้าสะใภ้ใหญ่ฉินมักจะรังแกเขาและพวกน้อง ๆ อยู่เสมอ!
มารดาของพวกเขากลัวเกินกว่าจะโต้เถียงกับนางมาโดยตลอด ทำได้เพียงเลี้ยงดูบุตรและรอให้ถังอู่กลับมาเพื่อล้างมลทินให้นาง
“หากข้าไม่บังเอิญล่วงรู้ความสัมพันธ์ฉันชู้สาวของพวกเขา ข้าคงไม่มีทางเดาว่านางเป็ฆาตกร”
ใบหน้าของถังฉีแสดงความเฉยเมยขณะเล่าถึงบทสนทนาที่ผู้ต้องสงสัยทั้งสองกล่าวถึงมารดาผู้ล่วงลับ
“พี่ใหญ่ เราควรเอาเื่นี้ไปบอกผู้นำตระกูลและทวงความเป็ธรรมให้ท่านแม่นะขอรับ!”
ถังเฟิงจับมือถังฉี ใบหน้าเต็มไปด้วยความเกลียดชัง การตายของมารดาไม่เพียงทำลายเสาหลักของครอบครัว แต่ยังทำให้พวกเขาพี่น้องไม่อาจเดินเชิดหน้าชูตาในหมู่บ้านได้อีกด้วย
ในอดีต สามพี่น้องมักจะไปเล่นกับลูกของบ้านอื่น ๆ ในหมู่บ้านเสมอ
เวลานี้ เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาไปที่หมู่บ้าน พวกเขาจะได้ยินผู้คนรอบข้างกระซิบกระซาบและห้ามไม่ให้ลูกหลานของตนเองเล่นกับพวกเขาอย่างเด็ดขาด
สามพี่น้องจึงไม่ค่อยได้เข้าไปในหมู่บ้านอีกนับแต่นั้น
“เปล่าประโยชน์ ข้าบอกเ้าได้เพียงว่าให้เตรียมใจไว้ รอให้ข้ารวบรวมหลักฐานได้มากพอ เราจะเอาเื่ของพวกเขาไปฟ้องศาล!
เพราะฉะนั้น อย่าสนใจพวกคนของบ้านเก่า และระวังป้าเสี่ยวฉินมากเป็พิเศษ"
น้อง ๆ พยักหน้าอย่างจริงจัง และเข้าใจคำพูดของถังฉี พวกเขาไม่เพียงแต่ต้องค้นหาหลักฐาน แต่ยังต้องปกป้องตนเองด้วย หากคนเ่าั้ทำร้ายมารดาของพวกเขาได้ แล้วนับประสาอะไรกับเด็ก ๆ อย่างพวกเขา?
ขณะที่พี่น้องเริ่มสงบสติอารมณ์ลงได้ ถังฉีกำลังจะหารือต่อเื่การสร้างบ้าน แต่แล้วจู่ ๆ นางก็ได้ยินเสียงของถังเจียงจากด้านนอก
“ท่านปู่ผู้นำตระกูล ท่านกินข้าวหรือยังขอรับ?”
เมื่อเห็นผู้นำตระกูลเดินมาอย่างเร่งรีบ ถังเจียงจึงผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ ร้องถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
“เ้าเด็กน้อย เหตุใดมานั่งอยู่คนเดียวข้างนอกล่ะ อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว เดี๋ยวก็เป็หวัดหรอก!”
ผู้นำตระกูลทักทายถังเจียงด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
เมื่อได้ยินเสียงข้างนอก ถังฉีก็ยืนขึ้นและเปิดประตู
“ฉีเอ๋อร์ ข้าได้ยินมาจากโส่วเหรินว่าเ้าวางแผนจะสร้างบ้านใหม่หรือ?”
ถังฟู่กุ้ยเมื่อเห็นถังฉีออกมาจากบ้านก็เอ่ยถาม เขารู้ว่าถังฉีมีเงินมากพอสมควร เขาจึงกังวลว่านางจะใช้สอยอย่างไม่ระมัดระวัง
******************