ครืนนนน!
เสียงกระแสลมปราณปะทะกันดังกึกก้อง แสงสีเงินจากกระบี่วายุของจ้าวหงสว่างวาบสะท้อนเข้าไปในดวงตาของผู้ชมรอบสนาม ทว่าทันทีที่ใบดาบทั้งสองเล่มสัมผัสกันอย่างแนบแน่น รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าของจ้าวหงพลันแข็งค้างชั่วขณะ เมื่อมันรู้สึกได้ถึง ‘แรงดูดกลืนลึกลับ’ สายหนึ่งที่ส่งผ่านมาตามตัวกระบี่เหล็กผุพังของหลินซาน!
มันไม่ใช่แรงดึงดูดธรรมดา แต่เป็นพลังงานสีดำทมิฬที่แทรกซึมผ่านรอยต่อโลหะ ดึงเอาแก่นแท้โลหะและลมปราณวายุจากดาบสีเงินของมันไปอย่างรวดเร็วปานน้ำหลากกระแสรวดเร็ว!
“น... นี่มันเกิดอะไรขึ้น!?” จ้าวหงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก มันพยายามจะกระชากดาบถอยหลังเพื่อรักษาระยะห่าง ทว่ากลับพบว่าใบดาบสีเงินของมันราวกับถูกเชื่อมติดไว้กับกระบี่สนิมเขรอะของหลินซานด้วยยางเหนียวที่มองไม่เห็น!
ในพริบตานั้นเอง เศษสนิมเหล็กสีแดงคราบหนาบนกระบี่ของหลินซานค่อยๆ กะเทาะหลุดออกร่วงลงสู่พื้นทีละชิ้น เผยให้เห็นเนื้อเหล็กสีดำมะเกลือที่ซ่อนอยู่ภายใน ซึ่งบัดนี้เริ่มเปล่งประกายสีรุ้งอ่อนๆ ของแร่โลหะไหลสวรรค์อย่างหรูหรา!
[ เปิดใช้งาน: เตาหลอมมารเก้าตะวัน — กลืนกลั่นกลางเวหา! ]
[ ดูดกลืนแก่นแท้โลหะสวรรค์จากกระบี่ศัตรูสำเร็จ: กระบี่ขึ้นสนิมได้รับการยกระดับเป็น ‘กระบี่เหล็กดาราทมิฬขัดเกลา’ (ระดับมนุษย์ขั้นสูง) ชั่วคราว! ]
“เจ้าส่งเสียงดังหนวกหูเกินไปแล้ว”
หลินซานเอ่ยเสียงเรียบเย็น นัยน์ตาใต้หมวกฟางไร้ความคลอนแคลน เขาหมุนข้อมือขวาเพียงเล็กน้อย ปราณมารสีดำทมิฬที่สะสมแรงปะทะทั้งหมดพลันระเบิดออกดีดกระชากร่างของจ้าวหงจนเสียหลักก้าวถอยหลังไปสามก้าว!
จ้าวหงหน้าเสียอย่างหนัก มันก้มลงมองดาบยาวสีเงินในมือของตนเอง... และพบว่าบัดนี้ ใบดาบที่เคยแวววาวกลับกลายเป็นสีเทาหม่นหมอง ไร้ประกายพลังงาน แถมตัวโลหะยังแห้งกรอบและเต็มไปด้วยรอยแตกร้าวละเอียดราวดินเหนียวที่ขาดน้ำ!
“แกทำวิชามารอะไรกับดาบของข้า! ตายซะ!!”
จ้าวหงบ้าคลั่งด้วยความอับอาย มันฝืนเค้นพลังปราณรวบรวมขั้นที่แปดทั้งหมดลงสู่เท้า ทะยานร่างฟันดาบที่แห้งกรอบเข้าใส่หัวของหลินซานด้วยกระบวนท่าที่เปิดช่องโหว่ขนาดมหึมา
หลินซานไม่ก้าวถอยหลังแม้แต่คืบเดียว เขาเพียงใช้มือขวาที่กุมกระบี่ดาราทมิฬเล่มใหม่ตวัดสวนขึ้นไปในแนวเฉียงอย่างเรียบง่าย ทรงพลัง และเยือกเย็น
เปรี้ยงงงง!!!
เสียงโลหะแตกหักดังกึกก้องทั่วทั้งลานศิลาขาว! ทว่าในครั้งนี้ ดาบระดับมนุษย์ขั้นสูงของจ้าวหงแตกสลายกลายเป็นเศษผงสีเทาละเอียดร่วงหล่นสู่พื้นดินราวกระดาษที่โดนฉีกทึ้ง!
ไม่เพียงเท่านั้น ปราณกระบี่ดาราทมิฬที่หลินซานสะบัดออกไป ยังพุ่งทะลวงเข้ากระแทกหน้าอกของจ้าวหงอย่างไร้ความปรานี ส่งร่างของมันลอยคว้างกลางอากาศราวกับว่าวสายป่านขาด ก่อนจะกระแทกพื้นสนามประลองอย่างรุนแรงและสลบแน่นิ่งไปในทันที โดยที่กระบี่ในมือของหลินซานยังคงตั้งตรง ไร้รอยบิ่นแม้แต่เพียงมิลลิเมตรเดียว!
ทั่วทั้งลานประลอง... เงียบสนิทจนได้ยินเสียงสายลมพัดผ่านปีกหมวกฟางของหลินซาน
ผู้คุมสอบและเหล่าศิษย์รอบสนามตาค้างอ้าปากกว้างอย่างโง่งม ไม่มีใครเชื่อสายตาตัวเองเลยว่า กระบี่ผุพังที่เกือบหักเล่มนั้น จะสามารถหักศาสตราเงินระดับมนุษย์ขั้นสูงได้อย่างง่ายดายเช่นนี้!
หลินซานสะบัดเศษฝุ่นทองแดงที่ติดปลายกระบี่ทิ้งช้าๆ แสร้งทำเป็นถอนหายใจยาวดั่งคนโชคดี ก่อนจะหันไปประสานมือคารวะผู้คุมสอบด้วยท่าทางนอบน้อมจอมปลอม “ขอบคุณศิษย์พี่จ้าวหงที่ออมมือ... กระบี่ของนิกายที่ท่านผู้ดูแลจัดเตรียมไว้ให้นี้ ช่างแข็งแกร่งและมีดวงดียิ่งนักขอรับ”
คำพูดกึ่งถ่อมตัวกึ่งประชดประชันนี้ทำเอา ‘ผู้ดูแลสุน’ ที่อยู่บนแท่นสูงถึงกับกระอักเลือดแค้นคำโต ใบหน้าซีดสลับเขียวจนน่ากลัว!