หัวหน้าคนร้ายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักจ้องหยางลี่เจินด้วยสายตาเย้ยหยันและเจ้าเล่ห์ เขาลุกขึ้นจากที่นั่ง เดินวนรอบตัวเธอที่ถูกมัดและบังคับให้นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น
“เหวินเจาเหยียน… ชายที่เย่อหยิ่งและเย็นชา ถ้าเขารู้ว่าคนที่เขารักมากที่สุดตกอยู่ในมือข้า…” เขาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงช้าๆ และเต็มไปด้วยความสะใจ “เจ้าคิดว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร?”
หยางลี่เจินมองเขาด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว แม้จะกลัว แต่เธอพยายามรวบรวมความกล้าพูดออกมา “คุณไม่มีทางทำอะไรเขาได้! เขาจะมาช่วยฉัน และคุณจะเสียใจที่ยุ่งกับเขา!”
คำพูดนั้นทำให้ชายคนนั้นหัวเราะเสียงดัง “เสียใจ? เจ้าอาจไม่รู้… แต่สิ่งที่ข้าต้องการ ไม่ใช่แค่การทำลายเหวินเจาเหยียน แต่เป็นการบดขยี้หัวใจของเขา”
เขาก้มตัวลงมาใกล้เธอ ใบหน้าเต็มไปด้วยความอำมหิต “ถ้าคนที่เขารักกลายมาเป็นของข้า… เจ้าคิดว่าเขาจะรับมันได้หรือไม่?”
ดวงตาของหยางลี่เจินเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเขาพูดจบ เธอพยายามถอยหลัง แต่เชือกที่มัดไว้ทำให้เธอไม่สามารถหนีไปไหนได้ หัวหน้าคนร้ายยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะยื่นมือมาจับที่ไหล่ของเธอ หยางลี่เจินพยายามดิ้นรนสุดกำลัง “อย่ามาแตะต้องฉัน!”
“ดิ้นไปเถอะ… ไม่มีใครช่วยเจ้าได้หรอก” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย ก่อนจะเริ่มดึงผ้าคลุมของเธอออก
หยางลี่เจินตะโกนร้อง แม้เสียงของเธอจะแหบแห้งและเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง แต่เธอก็ยังคงสู้สุดกำลังเพื่อปกป้องตัวเอง
“อย่ามายุ่งกับฉัน! เหวินเจาเหยียนจะไม่มีวันปล่อยพวกคุณไว้แน่!” แต่คำขู่นั้นดูเหมือนจะไม่มีผลใดๆ ชายคนนั้นหัวเราะอย่างสะใจ ขณะที่เริ่มถอดเสื้อของเธอออกทีละชิ้น น้ำตาของหยางลี่เจินไหลอาบแก้ม เธอพยายามทุกวิถีทางเพื่อปกป้องตัวเอง แต่แรงของเธอไม่อาจต้านทานได้
“ร้องไปเถอะ… เสียงของเจ้าไม่มีใครได้ยินในที่แบบนี้หรอก” เขากล่าวอย่างเหี้ยมโหด
ทันใดนั้น เขาเอื้อมมือกระชากเสื้อผ้าของเธอจนขาด เผยให้เห็นไหล่ขาวๆ ของเธอ หยางลี่เจินร้องกรีดด้วยความหวาดกลัว น้ำตาไหลอาบแก้ม
“หยุดนะ! ช่วยด้วย! ใครก็ได้!”
หัวหน้าคนร้ายไม่สนใจเสียงร้องของเธอ เขาจับตัวเธอไว้แน่น พร้อมจะก้มลงจูบ แต่ในขณะนั้น เสียงประตูถูกถีบเปิดดังสนั่น
เสียงฝีเท้าหนักๆ และสายลมที่พัดเข้ามาจากด้านนอกทำให้ทุกคนในห้องหยุดชะงัก หัวหน้าคนร้ายหันขวับไป ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นเหวินเจาเหยียนยืนอยู่ตรงนั้น
ดวงตาของเขาเยือกเย็นและเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว “ปล่อยนางเดี๋ยวนี้…” น้ำเสียงของเขาต่ำลึก แต่ทรงพลังจนทุกคนในห้องรับรู้ถึงแรงกดดัน
หัวหน้าคนร้ายกัดฟันแน่น “เหวินเจาเหยียน… เจ้ากล้ามาถึงนี่ แต่เจ้ามาช้าไป!”
เขาพยายามยื้อหยางลี่เจินไว้ แต่เหวินเจาเหยียนไม่รอให้พูดจบ เขาพุ่งเข้าไปหาชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว ผลักเขากระเด็นออกจากตัวนางเอก
“อย่าแตะต้องนาง!” เขาตะโกนเสียงดัง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด
หยางลี่เจินตัวสั่นและร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว เสื้อผ้าของเธอยังคงขาดวิ่น เธอรีบใช้มือกอดตัวเองไว้ ขณะที่เหวินเจาเหยียนถอดเสื้อคลุมของเขาคลุมร่างเธออย่างรวดเร็ว
“ไม่ต้องกลัว” เขาพูดเบาๆ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน “ข้ามาแล้ว ไม่มีใครทำอะไรเจ้าได้อีก”
เธอสะอื้น ร้องไห้อย่างหนัก พลางซบหน้าเข้าที่อกของเขา “ฉันกลัว… ฉันคิดว่าฉันจะไม่รอด”
“ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว” เขากล่าวพร้อมลูบหลังเธอเบาๆ “ข้าอยู่ตรงนี้ ข้าจะไม่ปล่อยให้ใครแตะต้องเจ้าอีก”
ขณะเดียวกัน ลูกน้องของเหวินเจาเหยียนบุกเข้ามาในห้อง พวกเขารีบจัดการกับหัวหน้าคนร้ายและลูกสมุนที่เหลือ เหวินเจาเหยียนไม่ละสายตาจากหยางลี่เจิน เขาประคองเธอไว้แน่น ราวกับจะปกป้องเธอจากทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้
“เจ้าปลอดภัยแล้ว” เขาพูดซ้ำ ขณะที่อุ้มเธอขึ้นจากพื้นด้วยความทะนุถนอม “ข้าจะพาเจ้ากลับบ้าน”
หยางลี่เจินไม่พูดอะไร เธอเพียงแต่ซบอยู่ในอ้อมกอดของเขา น้ำตายังคงไหลอาบแก้ม แต่ในใจของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นที่สุดในชีวิต
“ไม่ต้องกลัวอีกต่อไป” เหวินเจาเหยียนตอบเสียงหนักแน่น “ข้าอยู่ตรงนี้แล้ว” เขาก้าวออกจากห้องอย่างรวดเร็ว ลูกน้องของเขาที่รออยู่ด้านนอกรีบเปิดทางให้พร้อมรายงานสถานการณ์
“นายท่าน พวกคนร้ายที่เหลือถูกจัดการหมดแล้ว แต่เรายังต้องรีบออกจากที่นี่ เผื่อพวกมันมีพวกเพิ่ม” เหวินเจาเหยียนพยักหน้า “เตรียมรถม้า ข้าจะพานางกลับ” แต่ก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นรถม้า หยางลี่เจินที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาเริ่มตัวอ่อนลง ดวงตาของเธอปิดลงช้าๆ
“เจ้าเป็นอะไร?” เขาถามด้วยน้ำเสียงกังวล
เธอไม่ตอบ เพียงแต่สลบไปด้วยความหวาดกลัวและความเหนื่อยล้าจากเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้น
“ลี่เจิน!” เขาเรียกเธอเบาๆ แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความร้อนรน
“รีบเตรียมรถม้าให้พร้อม!” เขาสั่งลูกน้องเสียงดัง
เขาอุ้มเธอขึ้นรถม้าอย่างระมัดระวัง วางเธอลงบนเบาะนุ่มและดึงเสื้อคลุมมาคลุมให้แน่นกว่าเดิม
“เจ้าต้องไม่เป็นอะไร” เขาพึมพำเบาๆ ขณะที่มองเธอด้วยสายตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง
รถม้าเคลื่อนตัวออกจากสถานที่นั้นอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้ากลับไปยังที่พักในเมืองหยางโจว ท่ามกลางความเงียบงันในรถม้า เหวินเจาเหยียนนั่งเฝ้าดูหยางลี่เจินไม่ละสายตา แม้เขาจะไม่พูดอะไร แต่สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความกังวลและความโกรธที่ยังคุกรุ่นอยู่ในใจ
“เจ้าจะต้องปลอดภัย” เขาพูดเบาๆ ราวกับให้คำสัญญากับตัวเอง ขณะที่รถม้าพุ่งทะยานไปในยามค่ำคืน