เกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 44 มีเหยี่ยคูหลางอยู่ในครอบครัวของข้า

            “ข้าเองก็รู้เช่นกัน”ติงเหว่ยนึกถึงท่านพ่อของนางที่สูบยาสูบอยู่เงียบๆ เมื่อครู่ และยังมีแม่ของนางที่แอบปาดน้ำตาติงเหว่ยถอนหายใจออกมายาวๆ พูดอย่างเศร้าสร้อยว่า “บางครั้งข้าก็ไม่เข้าใจจริงๆ ยามลำบากครอบครัวต่างพึ่งพาอาศัยกันเพื่อความอยู่รอดแล้วเหตุใดพอมีกินมีใช้ขึ้นมาถึงได้ห่างเหินและบาดหมางกันล่ะจริงหรือที่ว่าทุกคนบนโลกใบนี้ต่างก็สามารถร่วมทุกข์กันได้ แต่ไม่อาจร่วมสุขกันได้?หากไม่เป็นเช่นนั้นก็คงไม่มีภรรยาที่ร่วมทุกข์กันมาถูกทิ้งและคงไม่มีเพื่อนที่รู้จักกันยามลำบากถูกรังเกียจเยอะมากขนาดนั้น”

            ขณะที่นางพูดอยู่ก็พยุงกงจื้อหมิงให้นอนคว่ำลงไปและทุบหลังของเขาเพื่อคลายกระดูกที่แผ่นหลังมือเล็กๆ ของนางกำอยู่กึ่งหนึ่งเหมือนกับหมัด ทุกครั้งที่ทุบลงไปก็ถอนหายใจไปด้วย การถอนหายใจของนางมีทั้งหนักหน่วงและแผ่วเบาทำให้คิ้วของกงจื้อหมิงขมวดขึ้นมาเล็กน้อยแล้วเขาก็พูดออกมาประโยคหนึ่งด้วยเสียงหนักแน่นว่า “เจ้าวางใจเถอะ ข้าจะไม่...”

            “เอ๋นายน้อยท่านพูดว่าอะไรหรือ?” ติงเหว่ยจมอยู่กับความคิดจึงได้ยินไม่ชัดเจนเมื่อนางหันไปด้านข้างเพื่อฟังอีกครั้งกงจื้อหมิงก็หลับตาไปแล้วนางจึงทำได้แค่ทำปากขมุบขมิบแล้วก็ตั้งใจทำงานของนางต่อไปทว่าเฟิงจิ่วที่ยืนอยู่ตรงมุมห้องราวกับเงากำลังแอบมีความสุขและอยากจะตะโกนใส่หูของนางนายน้อยเป็นคนที่รักษาสัจจะมาโดยตลอด หากวันนี้เขาพูดเช่นนี้แล้ววันหน้าเขาจะไม่มีทางรังเกียจเพื่อนที่รู้จักกันตอนยากลำบาก และในยามร่ำรวยมีเกียรติยศก็จะไม่ลืมคนที่อยู่ข้างกายไป

            สำหรับสตรีผู้หนึ่งยังจะมีอะไรที่ชอบมากไปกว่าการมีคนให้พึ่งพาไปตลอดชีวิตความร่ำรวยมั่งคั่งและอำนาจเกียรติยศ?

            ติงเหว่ยไม่รู้ว่าในใจของเฟิงจิ่วกำลังดีใจเรื่องอะไรวันนี้นางรู้สึกเหนื่อยล้ามากทั้งกายและใจหลังจากที่ทุบอยู่สักพักก็ได้ยินเสียงเหมือนกงจื้อหมิงจะหลับไปแล้ว ดังนั้นนางจึงสะบัดแขนที่เป็นเหน็บชาแล้ววิ่งผ่านเฟิงจิ่วกลับไปที่เรือนเล็กนางกอดลูกชายตัวขาวอ้วนแล้วก็นอนหลับไป

            ในขณะที่นางกำลังจะหลับนางก็ได้กลิ่นหอมจางๆ ออกมาจากตัวลูกชายของนางซึ่งเหมือนกับกลิ่นของเทียนหอมที่ถูกจุดบ่อยๆในห้องของกงจื้อหมิงซึ่งช่วยทำให้จิตใจสงบหรือว่าวันนี้อวิ๋นอิ่งจะอุ้มลูกชายไปที่เรือนหลักอย่างนั้นหรือ?แต่หลังจากที่คิดไปคิดมานางก็เลิกสงสัยอย่างไรนางก็เข้าออกเรือนหลักเป็นประจำอยู่แล้วดังนั้นบางทีนางอาจจะนำกลิ่นติดกลับมาโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้

            อีกอย่างต่อให้ลูกชายจะถูกอุ้มไปเดินเล่นในเรือนหลักก็ไม่เห็นสำคัญรู้จักกันมาตั้งนานขนาดนี้แล้วนางเองก็ลดความระมัดระวังไปได้ถึงสามส่วนก็เหมือนกับเมื่อครู่ที่นางคุยเรื่องในครอบครัวอย่างปกติทั้งที่เมื่อก่อนไม่แม้แต่จะเคยคิดด้วยซ้ำ

            เมื่อคิดเช่นนี้ติงเหว่ยก็กอดร่างเล็กๆที่นุ่มนิ่มและอบอุ่นของลูกชายแล้วผล็อยหลับไป แม่ลูกกำลังนอนหลับหันหน้าชนกันช่างเป็นภาพที่น่าอบอุ่นจริงๆ

            ……

            ขณะที่หิมะในฤดูหนาวกำลังตกลงมาผืนดินและป่าไม้ต่างก็ถูกปกคลุมไปด้วยสีขาวราวกับผ้าฝ้ายหนาๆบริเวณที่ราบลุ่มในภูเขาแห่งนี้ก็สงบขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะเด็กซุกซนที่แอบออกมาเล่นด้านนอกก็ถูกพ่อไล่เตะกลับบ้านไปแล้วปีนี้ภาษีของผลผลิตทางการเกษตรต้องจ่ายเยอะหน่อย ครอบครัวพอมีกินอิ่มท้องก็ถือว่าไม่เลวแล้วและหากว่าพวกเด็กๆ จอมซุกซนเป็นหวัดขึ้นมาคนในครอบครัวก็คงต้องทุบหม้อและขายเหล็กเพื่อนำมาเป็นค่ายารักษาดังนั้นให้เล่นซุกซนหลบอยู่ในบ้านเสียดีกว่าบนภูเขาซ้ายขวาต่างก็ไม่ขาดฟืนทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องความอบอุ่นเลย

            ร้านอาหารของครอบครัวสกุลติงขายดีเป็นพิเศษผู้คนพากันเดินฝ่าลมฝ่าหิมะมาถึงหน้าประตูและเกินกว่าครึ่งก็อยากกินกับข้าวร้อนๆสักคำ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มพ่อค้าที่เดินทางไปๆ มาๆ ระหว่างทิศเหนือและทิศใต้ทำให้งานในร้านยุ่งไปขณะหนึ่งจนต้องให้ผู้อาวุโสติงและแม่นางหลี่ว์ออกไปช่วยถึงจะดูแลลูกค้าได้ทัน

            ติงเหว่ยไหว้วานให้เสี่ยวฝูจื่อกลับบ้านมาดูสองครั้งเมื่อเห็นเช่นนั้นนางก็โล่งใจ ดังนั้นในเวลาที่นางว่างเว้นจากการดูแลกงจื้อหมิงนางก็เริ่มจัดการขนไก่และขนเป็ดที่ผู้แลหลินเตรียมเอาไว้ให้

            นางเอามันไปล้างให้สะอาดและผึ่งแดดเอาไว้ก็ถือว่าเสร็จสิ้นกระบวนการทำให้ท่านป้าหลี่และคนอื่นๆ ต่างก็รู้สึกประหลาดใจ จากนั้นก็ดึงติงเหว่ยมาถามว่าขนพวกนี้เอาไปใช้ทำอะไรได้

            ติงเหว่ยนานๆทีจะเปิดเผยเคล็ดลับ นางยิ้มและบอกว่า “รอข้าทำเสร็จก่อนแล้วเจ้าจะรู้ว่ามันดียังไง”

            ……

            แต่น่าเสียดายที่อันเกอเอ๋อร์เจ้าเด็กอ้วนกลับไม่ให้ความร่วมมือไม่รู้เพราะเหตุใดไม่กี่วันนี้เขามักจะร้องไห้อย่างตกใจกลางดึกไม่ว่าติงเหว่ยจะเกลี้ยกล่อม ให้ดื่นนมหรืออุ้มพาเดินไปรอบๆห้องก็ไม่สามารถทำให้ลูกชายเงียบสงบลงได้

            ติงเหว่ยเป็นคนที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในสองยุคสมัยแต่ก็เพิ่งเคยเป็นแม่คนครั้งแรกนางตื่นตระหนกจนไม่รู้จะทำอย่างไรแทบจะทุกครั้งที่เด็กร้องไห้เสียงดัง นางเองก็จะสะอึกสะอื้นเบาๆ ตามไปด้วย

            เฉิงเหนียงจื่อเมื่อได้ยินเสียงโกลาหลนางก็ทิ้งเอ้อร์หวาไว้ให้ต้าหวาดูแล้วรีบวิ่งเข้ามาช่วย อวิ๋นอิ่งเองก็ตามมาด้วยแต่น่าเสียดายที่เจ้าเด็กอ้วนไม่สามารถหยุดร้องไห้ได้

            หลังจากเป็นเช่นนี้มาหลายวันหลายคืนติงเหว่ยก็มีรอยคล้ำอยู่รอบดวงตาของนางอย่างเห็นได้ชัดเวลาเดินก็เหมือนจะชนเข้ากับกำแพงและทุกครั้งตอนที่นวดให้กับกงจื้อหมิงนางก็แทบจะหลับลงไปบนแผ่นหลังของเขา

            เมื่อท่านลุงอวิ๋นได้ยินเข้าก็เรียกซานอีมาวินิจฉัยให้อันเกอเอ๋อร์ด้วยแต่ไม่ว่าจะตรวจอย่างไรก็ไม่พบโรคใดๆซึ่งก็ถือว่าทำให้ติงเหว่ยรู้สึกโล่งใจไปได้กึ่งหนึ่ง

            ในวันนี้ท่านป้าหลี่ทำงานที่เรือนหน้าเสร็จแล้วจึงมานั่งเล่นอยู่ที่นี่เมื่อเห็นว่าติงเหว่ยผอมลงไปมากก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า "สองสามคืนที่ผ่านมานี้ข้าได้ยินว่าอันเกอเอ๋อร์ไม่ยอมนอนเลย เกรงว่าเจ้าคงจะอ่อนเพลียไม่น้อย?”

            ติงเหว่ยยิ้มออกมาอย่างขมขื่นนางยื่นมือออกไปแตะหน้าลูกชายที่อิ่มหมีพีมันที่กำลังเบิกตากว้างอยู่ แล้วก็ถอนหายใจ“เด็กน้อยรบกวนการพักผ่อนของท่านป้าด้วยหรือเปล่า? ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมช่วงนี้เวลาที่ฟ้ามืดเขาก็จะเริ่มงอแงจนกระทั่งไก่ขันตอนรุ่งสางถึงจะดีขึ้นมาสักหน่อย”

            ท่านป้าหลี่ก้มลงไปอุ้มอันเกอเอ๋อร์ขึ้นมานางแกล้งเขาไปยิ้มไปแล้วก็พูดว่า “พวกเราล้วนเป็นครอบครัวเดียวกันเด็กน้อยก็ร้องเพียงไม่กี่ครั้งจะพูดว่าเสียงดังไม่เสียงดังทำไมกันแต่หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเจ้าเองก็จะเหนื่อยเกินไปต้องคิดวิธีอะไรสักอย่างถึงจะดี"

            เฉิงเหนียงจื่อที่ยืนอุ้มลูกเอ้อร์หวาไว้ในอ้อมแขนอยู่ด้านข้างนางเองก็มีสีหน้าเหม่อลอย เมื่อได้ฟังเช่นนั้นจึงพูดอย่างคล่องแคล่วว่า"ทำไมไม่ใส่กระดาษสีเหลืองลงไปล่ะ ที่บ้านเกิดของเรามีขนบธรรมเนียมแบบนี้และทุกคนต่างก็บอกว่าวิธีนี้ใช้ได้ผล"

            “กระดาษสีเหลืองอะไรหรือ?”ติงเหว่ยที่ถูกลูกชายก่อกวนจนหาหมอมั่วไปหมดก็รีบถามขึ้นมา

            เฉิงเหลียงจื่อตั้งสติขึ้นมาคิดอย่างรอบคอบแล้วพูดว่า"แค่หากระดาษสีเหลืองแผ่นหนึ่งแล้วเขียนว่า 'ท้องฟ้าเป็นสีเหลืองพื้นดินเป็นสีเหลือง มีเหยี่ยคูหลาง [1] อยู่ในบ้านของข้า' จากนั้นก็หาต้นไม้ใหญ่ๆตรงทางแยกแล้วแปะกระดาษลงไป ตอนกลางคืนเด็กก็จะหลับอย่างสงบสุข” 

            ก็แค่กระดาษสีเหลืองแผ่นหนึ่งและตัวอักษรไม่กี่ตัวติงเหว่ยเองก็รู้สึกว่าไม่ยาก ทันใดนั้นจึงลุกขึ้นมาจัดการทันทีท่านป้าหลี่เองก็ประหลาดใจและตามหลังมาช่วยด้วย จากนั้นนางก็ขอตัวออกไปหาต้นไม้ใหญ่บริเวณทางแยกเพื่อติดกระดาษ

            ติงเหว่ยรู้สึกขอบคุณนางและรอคอยให้ลูกชายได้นอนหลับสบายในตอนกลางคืนสักที

            อย่างไรก็ตามบ้านเกิดของเฉิงเหนียงจื่ออาจอยู่ห่างจากที่นี่มากเกินไปดังนั้นเครื่องรางนี้จึงไม่ได้ผล เมื่อถึงกลางดึกอันเกอเอ๋อร์ก็ยังคงร้องไห้ไม่หยุดจนเจ็บคอไปหมด

            ไม่ว่าติงเหว่ยจะเย่อหยิ่งและแข็งแกร่งสักเพียงใดตอนนี้เมื่อเห็นใบหน้าของลูกชายเปลี่ยนเป็นสีแดง ร้องไห้จนแทบจะชักกระตุกติงเหว่ยทนไม่ไหวอีกต่อไปน้ำตานางไหลออกมาไม่หยุด นางอยากจะคุกเข่าหมอบลงกับพื้นและอ้อนวอนอยากจะสลับร่างของนางกับลูกแทน

            อวิ๋นอิ่งที่ยกกาน้ำร้อนเข้ามาจากด้านนอกก็หยิบผ้าเช็ดหน้าให้ติงเหว่ยสองแม่ลูกเพื่อเช็ดหน้าจากนั้นก็พูดว่า “แม่นางติง ที่อันเกอเอ๋อร์มีท่าทีแบบนี้ดูเหมือนว่าเขาจะได้รับความตกใจ นายน้อยของพวกเราทำสงครามมาหลายปีรอบตัวของเขามีกลิ่นอายของความร้ายกาจและโหดเหี้ยม เอาชนะเหล่าคนชั่วได้มากมิสู้…มิสู้พวกเราลองอุ้มคุณชายน้อยไปที่นั่นดูดีหรือไม่?”

            “ทำเช่นนั้นได้อย่างนั้นหรือ?”ติงเหว่ยรู้สึกลังเลนิดหน่อยถึงแม้ช่วงที่ผ่านมานี้จะพูดได้ว่านางกับกงจื้อหมิงสนิทกันแล้วแต่อย่างไรก็มีความต่างระหว่างนายกับบ่าวอยู่ หากบุ่มบ่ามอุ้มลูกเข้าไปรบกวนเวลานอนของเขาเกรงว่าจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไร

            ทว่าอวิ๋นอิ่งกลับเกลี้ยกล่อมว่า“แม่นางโปรดวางใจ นายน้อยของพวกเราถึงแม้จะดูเย็นชา แต่แท้จริงแล้วเขาก็เป็นวีรบุรุษที่มีจิตใจอบอุ่นและมีคุณธรรมขอแค่ท่านอุ้มอันเกอเอ๋อร์ไป เขาจะไม่ตำหนิท่านอย่างแน่นอน”

            ติงเหว่ยเหมือนอยากจะพูดอะไรต่ออวิ๋นอิ่งกลับเข้าไปหยิบผ้าห่มที่อยู่บนเตียงเตาเอามาห่ออันเกอเอ๋อร์อย่างแน่นหนาจากนั้นนางก็อุ้มเขาไป

            เมื่อลูกชายถูกพาตัวไปแล้วแม่จะไม่ตามไปได้อย่างไร? ติงเหว่ยสวมเสื้อคลุมตัวใหญ่โบกมือเพื่อส่งสัญญาณให้เฉิงเหลียงจื่อกลับไปนอนที่ห้องจากนั้นนางก็รีบวิ่งตามอวิ๋นอิ่งไป

            ……

            ทั้งสองนางมาถึงหน้าทางเข้าเรือนหลักทีละคนเป็นอย่างที่คิดเอาไว้ไฟในห้องทางทิศตะวันออกของเรือนหลักยังคงสว่างอยู่เมื่อมองดูเงาที่สะท้อนกับขอบหน้าต่าง ดูเหมือนว่าท่านลุงอวิ๋นจะอยู่ที่นี่ด้วย

            ติงเหว่ยจึงรู้สึกวางใจและพาอวิ๋นอิ่งเข้าไปด้วย

            เมื่อเห็นว่าติงเหว่ยมาดึกขนาดนี้ท่านลุงอวิ๋นกับกงจื้อหมิงต่างก็รู้สึกสงสัยอยู่บ้าง แต่ยังไม่ทันจะถามอะไรอวิ๋นอิ่งก็แกะผ้าห่มออกเผยให้เห็นอันเกอเอ๋อร์ที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างหนัก

            ท่านลุงอวิ๋นก้าวไปข้างหน้าทันทีและถามด้วยความสงสารว่า“อันเกอเอ๋อร์เป็นยังไงบ้าง? เหตุใดจึงได้ร้องไห้หนักขนาดนี้กันล่ะ?”

            ติงเหว่ยคำนับอย่างลวกๆนางยิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า “ข้าไม่รู้ว่าเหตุใดเด็กคนนี้ถึงตกใจจนร้องไห้ทุกคืนข้าไม่มีทางเลือกจริงๆนอกจากบังอาจอุ้มเขามาที่นี่เพื่อให้ได้กลิ่นอายของชนชั้นสูง บางทีสิ่งสกปรกพวกนั้นอาจกลัวและวิ่งหนีไป”

            อวิ๋นอิ่งรีบเงยหน้าขึ้นมองติงเหว่ยและอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจมีเจ้านายเช่นนี้จะไม่ภักดีต่อเขาอย่างสุดหัวใจได้อย่างไรนี่เป็นความคิดของนางชัดๆ ทว่านายหญิงก็พูดโยนความผิดให้กับตัวเองแค่เรื่องความกล้าหาญและใส่ใจสองอย่างนี้ก็เพียงพอที่จะให้อวิ๋นอิ่งอยู่ข้างกายคอยปกป้องพวกนางสองแม่ลูกไปตลอดชีวิตแล้ว

            กงจื้อหมิงที่กำลังเขียนจดหมายอยู่เมื่อได้ยินคำพูดของติงเหว่ยเขาก็ส่งสัญญาณให้เฟิงจิ่วยกเตียงเล็กๆที่วางพาดขาของเขาออกไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ค่อยๆยกผ้านวมบนตัวของเขาขึ้นอย่างแผ่วเบา

            ติงเหว่ยแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกนางก้าวไปข้างหน้าและกอดลูกชายของนางที่สวมแค่ชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีเท่านั้นแล้ววางเขาไว้ข้างๆ กงจื้อหมิง

            บางทีอันเกอเอ๋อร์อาจรู้ตัวว่าเขาได้ถูกเปลี่ยนสถานที่นอนแล้วเขาจึงลืมตาโตขึ้นมาและมองไปรอบๆ ทั้งสี่ด้านอย่างสะลึมสะลือ จากนั้นก็กำหมัดเล็กๆของเขาแล้วร้องไห้ออกมาอีกครั้ง

            ดูเหมือนว่าวิธีสุดท้ายก็ไม่มีประโยชน์เช่นกันติงเหว่ยหลับตาลงด้วยความโมโห ในใจนางก็คิดว่าตนเองทำอะไรไม่ได้สักอย่างเลยและในช่วงนาทีนั้นนางก็ขอพรว่าเพื่อให้ลูกชายของนางได้นอนหลับอย่างสงบต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตของนาง นางก็เต็มใจที่จะทำเช่นนั้น

            เมื่อท่านลุงอวิ๋นเห็นท่าทีเช่นนั้นของนางในใจของเขาก็รู้สึกผิดเล็กน้อยเขารีบประคองนางให้นั่งลงบนเตียงเตาและพูดปลอบโยนว่า “แม่นางติง เจ้าอย่าเพิ่งโมโหไปเลยมีเด็กคนไหนไม่ร้องไห้บ้างล่ะ ไม่แน่บางทีอีกครู่หนึ่งอาจหายดีก็เป็นได้”

            กงจื้อหมิงยื่นมือออกมาและแตะที่หน้าอกเล็กๆของอันเกอเอ๋อร์เบาๆ สีหน้าของเขานุ่มนวลอย่างไม่คาดคิดและกำชับด้วยเสียงราบเรียบว่า “พรุ่งนี้ให้คนไปอำเภอและเชิญหมอที่เก่งที่สุดมาที่นี่”

            ท่านลุงอวิ๋นกำลังกลั้นยิ้มอยู่แต่ก็ไม่กล้าที่จะไม่ตอบ “ขอรับ นายน้อย”

            ติงเหว่ยรู้สึกขอบคุณและอยากจะยืนขึ้นทำความเคารพอีกครั้งทว่าอวิ๋นอิ่งกลับพูดว่า “อันเกอเอ๋อร์...ดูเหมือนว่าเขาจะผล็อยหลับไปแล้ว”

            ทุกคนมองไปรอบๆหลังจากได้ยินเสียง และแน่นอนว่าเด็กอ้วนที่เมื่อสักครู่ยังสะอึกสะอื้นอยู่ตอนนี้กลับหายใจอย่างสงบและนอนหลับสนิท

            ติงเหว่ยรีบขยับตัวไปอย่างรวดเร็วนางก้มลงมองลูกชายของนางอย่างใกล้ชิด และในที่สุดก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “โอ้เขาหลับไปแล้วจริงๆ เขาหยุดร้องไห้ได้แล้ว เด็กคนนี้ไม่ร้องไห้แล้ว”

            ท่านลุงอวิ๋นเองก็แอบเคาะเบาๆที่หน้าอกของอันเกอเอ๋อร์ แล้วเขาก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า “อย่าร้องไห้ไปเลยไม่เป็นไรแล้ว”

            ติงเหว่ยรีบปาดน้ำตาออกจากหางตาของนางด้วยความเขินอายแล้วพูดออกมาอย่างขัดเขินว่า “พอเด็กร้องไห้ข้าเองก็สูญเสียการควบคุมไปด้วยทำให้นายน้อยและท่านลุงอวิ๋นเห็นเรื่องน่าอายแล้วเดี๋ยวข้าจะพาเด็กกลับไปในทันที!”

            ในขณะที่นางพูดนางก็จะอุ้มอันเกอเอ๋อร์ออกมา ทว่าอันเกอเอ๋อร์เป็นของเล่นไฟฟ้าที่ถูกกดปุ่มเปิดกะทันหันตัวเล็กๆ ของเขายังไม่ทันพ้นออกจากผ้าห่มก็เริ่มร้องไห้ออกมาอีกครั้ง

            ติงเหว่ยตื่นตระหนกและรีบปล่อยมือเด็กอ้วนยังคงโบกมือไปมาด้วยความโกรธและร้องไห้งอแง จนกระทั่งกงจื้อหมิงเคาะๆที่หน้าอกอีกครั้งเขาก็ค่อยๆ สงบลงในที่สุด จากนั้นเขาก็หันศีรษะกลับมาใบหน้าเล็กๆ ของอันเกอเอ๋อร์ค่อยๆ หลับไปในฝ่ามือของกงจื้อหมิงอีกครั้ง

            ติงเหว่ยมองแล้วอยากจะหยิกก้นลูกชายของนางแรงๆสักสองที ไหนใครบอกว่ามีน้ำนมก็คือแม่ไม่ใช่หรือ? ทำไมแม่แท้ๆอย่างนางถึงเทียบไม่ได้กับผู้ชายตัวโตกันล่ะ?

            แต่ความจริงก็เป็นเช่นนั้นลูกชายของนางช่างไม่เอาไหนเสียจริง นางจึงทำได้แค่ให้ความร่วมมือเท่านั้น

            -----------------------------------------

            [1] เหยี่ยคูหลาง 夜哭郎หมายถึงเด็กที่ชอบร้องไห้ตอนกลางคืน การได้ยินเสียงร้องแปลกๆ ข้างนอกในเวลากลางคืน

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ) ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663