ทะลุไปในโลกนิยายพร้อมระบบเกมทำสวน

    ตอนที่ 36 งานวัด 1

    ตอนที่ 36 งานวัด 1

            ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง งานวัดที่ทุกคนในจังหวัดสิงขรเฝ้ารอ ตามข้างทางมีป้ายประกาศเชื้อเชิญให้คนมาเที่ยวงานวัด เหล่าพ่อค้าที่เป็นต่างชาติก็สนใจงานนี้เช่นกัน พ่อค้าแม่ค้าท้องถิ่นจะนำอาหารและของใช้มาขาย เสื้อผ้ากระเป๋าแบบทำมือ รวมถึงของจำพวกตกแต่งบ้านด้วย เจ้าเมืองสิงขรได้บอกเหล่าพ่อค้าแม่ค้าชาวจังหวัดสิงขรว่า ปีนี้ทางจังหวัดได้โฆษณาสินค้าของชาวจังหวัดสิงขรไว้เยอะ เขาทำถึงขนาดให้คนของเขาบุกไปถึงเมืองหลวงสยามเพื่อเรียกพ่อค้าแม่ค้าต่างชาติมางานนี้ให้ได้มากที่สุดเลยนะ

            ใครที่อยากมีรายได้เยอะๆ จงเอาสินค้าของตัวเองที่ดีที่สุดมาโชว์ซะ!

            ม่านฟ้ายอมใจให้กับท่านเจ้าเมืองสิงขรจริงๆ

            วันนี้ม่านฟ้าให้ลุงผินเอารถกระบะมารับที่สวนเหมือนเดิม ม่านฟ้าพาแก้วไปด้วย ทั้งสามจึงนั่งรถไปด้วยกัน ลุงผินขับรถกลับไปที่บ้านอีกครั้งเพื่อไปเอาพวกไส้แยมต่างๆและไส้อื่นๆที่ป้าขวัญทำมาเพิ่ม รวมถึงไข่ไก่ แป้ง กระทะที่สั่งทำเสร็จแล้ว เตาแก๊ส อุปกรณ์ทำเครป พวกถังน้ำและถังผสมแป้งเครปได้ขนขึ้นกระบะไปด้วย หลังจากนั้นทุกคนก็ขึ้นรถไปที่วัดต่อเลย

            ม่านฟ้าเดินหิ้วของพร้อมกับทุกคน ลุงผินกับแก้วกำลังทยอยขนของพวกหนักๆ ส่วนเด็กๆทั้งสามช่วยกันหอบพวกของไม่หนัก ตาพวงปิดร้านในตลาดวันนี้ เขาพาน้าดินกับน้าไผ่เขียวมาช่วยด้วย ต้องเข้าใจว่าตู้เย็นรุ่นโบราณมันหนักมาก โจรที่หมายตาอยากได้ยังต้องยกธงขาวเลย 

            เธอเห็นร้านเครปของเธอยังอยู่ดีและแข็งแรง แถมสวยน่ารักเด่นสะดุดตามาก พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่มากันก่อนเก้าโมงเช้า งานเริ่มสิบโมงจนถึงสี่ทุ่ม บางคนก็มาขายเฉพาะช่วงเย็น ส่วนใหญ่จะเป็นพวกร้านเครื่องเล่น เล่นกลางวันแดดเปรี้ยงๆก็ไม่ไหว ร้านบิงโกยังพอได้เพราะมีหลังคาและพัดลมให้

            ทุกคนทำงานกันอย่างตื่นเต้นและวุ่นวายทีเดียว ลุงผินติดตั้งเตาแก๊สและกระทะ มะไฟเรียงไส้แยมผลไม้ต่างๆ น้ำพริกเผา หมูทรงเครื่อง หมูฝอย ทั้งหมดถูกใส่ในโถแก้วใสเพื่อโชว์สีสันที่ดูน่ากินออกมาเต็มที่ ตามด้วยซอสมะเขือเทศ ซอสพริก ซอสมายองเนส แต่ละขวดที่บรรจุซอสใช้คนละสีซึ่งมีสีแดง ส้มและขาว ม่านฟ้าจัดวางไส้กรอกแฮมในตู้เย็นจนเต็ม ม่านฟ้าทำป้ายเพิ่มด้วยว่าร้านนี้ขายไส้กรอกและหมูแฮม เธอตั้งใจขายให้พวกฝรั่งโดยเฉพาะเลยล่ะ โฮะๆ

            ตอนนี้ป้าขวัญกับมะเฟืองกำลังช่วยกันผสมแป้งเครปในถังไม้ 

            ม่านฟ้าจัดพวกไส้กรอกหมูแฮมเสร็จ ก็เอากล้วยมัดกับเชือกแล้วแขวนห้อยหน้าร้านให้ลูกค้าเห็นชัดๆ เธอพึ่งนึกได้ว่าใส่กล้วยกับแยมก็อร่อยเข้ากัน เธอจึงเตรียมกล้วยมาด้วยภายหลัง กว่าจะจัดร้านเสร็จก็ปาไปชั่วโมงกว่า 

            ขณะที่เธอกำลังบิดเอวแล้วหันหน้าไปทางตรงข้ามของร้าน เธอเห็นสองตายายที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในหมู่บ้านเดียวกัน ทั้งสองยิ้มกว้างให้เธอ ม่านฟ้าอ้าปากค้างอย่างตกใจ

            “ยายแตน ตาจิต ทำไมมาอยู่นี่ได้ล่ะเนี่ย!”

            “ยายกับตาก็มาขายยกระเป๋าสานไง ไม่เห็นรึนังหนูม่าน” ยายแตนเคี้ยวข้าวเกรียบดังกรุบๆและนั่งดูเธอแสดงสีหน้าตลกๆ

            ม่านฟ้ามองเหล่ากระเป๋าสานของยายแตนกับตาจิต “แล้วตากับยายมาตั้งร้านตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย?”

            “ก็พวกเด็กๆ ลูกชาย ลูกสาวยายมาตั้งร้านให้น่ะสิ น่าจะพร้อมกับหนูนั่นแหละ แค่หนูไม่ทันสังเกตเห็นเอง พวกเขามาตั้งร้านจัดของให้เสร็จแล้วก็กลับไปทำงานกันต่อเลย”

            “แล้วนี่ยายแตนซื้อมาขายอีกทีเหรอคะ?”  เธอได้ยินตาจิตดูดชาเขียวดังจ๊วบๆด้วยล่ะ

            ยายแตนพูด “ไปซื้อมาขายต่อที่ไหนกัน ยายกับตาทำเองทั้งนั้น!”

            “ฮะ! ฮะ! ฮะ! นี่ตากับยายไม่คิดจะอยู่เฉยๆใช้เงินที่ลูกหลานให้มาเล่นๆบ้างเรอะ ลูกหลานตากับยายรวยจมกองเงินกองทองแต่ก็ยังทำงานอย่างขยันขันแข็งทั้งบ้าน ไม่มีอะไรให้กังวลเลยด้วยซ้ำ บั้นปลายชีวิตตากับยายควรออกไปเดินเล่น จิบชา ดูละครและไปเที่ยวก็พอแล้วนี่นา” 

            กระเป๋าตั้งสามร้อยกว่าใบ! พวกสานไปได้ยังไงเนี่ย!

            ตาจิตหัวเราะก๊าก “ความคิดหนูม่านตลกจริงๆ แก่ขนาดนี้แล้วตากับยายจะใช้อะไรเยอะแยะล่ะหนูม่าน”

            ยายแตนพูดเสริม “ก็พวกเด็กๆของยายพาไปเที่ยวบ่อยแล้ว ยายเบื่อ อยู่บ้านหาอะไรทำดูก็สนุกดี ดูสิ เพราะความว่างของยายแท้ๆ ยายถึงมีเวลามาสานกระเป๋าฆ่าเวลาได้เยอะเลย ตั้งแต่ต้นเดือนยายได้ยินว่าท่านเจ้าเมืองจะจัดงานวัดยิ่งใหญ่และมีพวกฝรั่งมาเยอะ ยายกับตาก็สานมันเรื่อยๆ นี่เรานั่งทำโดยไม่รีบเลยนะ พวกเรานั่งสานไป จิบชาไป ดูละครไป กระเป๋ามันก็เยอะขึ้นมาเอง”

            เสียงหัวเราะดังระงมจากข้างหลังเธอ กลุ่มลุงผินหัวเราะกันยกใหญ่

            ลุงผินพูด “แค่ยายแตนกับตาจิตแข็งแรงก็ดีแล้วครับ อยากจะทำอะไรก็ทำเถอะ”

            ตาจิตกับยายพวงพยักหน้า ยังคงเป็นผู้ใหญ่ผินที่รู้ใจลูกบ้านในหมู่บ้าน

            ม่านฟ้าได้แค่หัวเราะแห้งๆ “เดี๋ยวหนูเขียนป้ายราคาให้นะคะ จะได้ขายได้สะดวก ฝรั่งถามได้ไม่ต้องให้มากความแค่ชูป้ายก็พอ”

            ตาจิตพูด “ขอบใจมากหนูม่าน ตากับยายเองก็กำลังนึกอยู่ว่าจะขายยังไงดี พูดกันไม่รู้เรื่องมันลำบาก หูก็ไม่ค่อยดีเดี๋ยวจะฟังผิดๆถูกๆไปกันใหญ่”

            “ค่ะๆ หนูจะทำให้เลยค่ะ” 

            พอเริ่มสิบโมง ผู้คนก็ยังมาแบบบางตา ส่วนใหญ่จะเป็นคนสยามที่ขับรถผ่านแล้วกำลังจะไปจังหวัดอื่น พวกเขาเห็นป้ายโฆษณางานวัดจึงขับมาเพื่อแวะซื้อของกินหรือของฝาก แม้จะมีคนบางตา แต่ร้านม้านฟ้าสายรุ้งขายดีมากเพราะลูกค้ามาซื้อกันเป็นครอบครัว พ่อแม่เองก็สนใจขนมของร้านม่านฟ้าสายรุ้ง พอได้เห็นวิธีการทำและปริมาณใส่ไส้แล้ว พวกเขาก็รู้สึกว่าคุ้มมาก เครปมันใหญ่ดี ลายการ์ตูนซองเครปก็น่ารักมากจริงๆ

             เด็กๆตัวเล็กๆยื่นคอชะเง้ออย่างสนใจ พวกเขาพยายามดูป้าขวัญและม่านฟ้าทำเครปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

            คุณพ่อทั้งหลายต้องอุ้มลูกๆเพื่อให้ได้เห็นการทำขนมเครป เด็กๆตาเป็นประกายและมีน้ำลายไหลจากปากตลอด สีไส้มันน่ากินมากๆ ในส่วนของคุณแม่ต้องคอยเช็ดน้ำลายตลอดเวลา 

            มะไฟถือกระดาษกับดินสอจดตามออเดอร์ลูกค้า มะเฟืองหั่นไส้กรอกและหมูแฮม เธอคอยเติมของตลอด บางครั้งมะเฟืองก็เดินไปพูดคุยกับลูกค้าเรื่องไส้ต่างๆ เธอบอกกับลูกค้าด้วยว่าร้านนี้ขายไส้กรอกกับหมูแฮมเช่นกัน น่าแปลกใจที่คนสยามซื้อไส้กรอกกับหมูแฮมเยอะ เพื่อเอาไปเป็นของฝากที่บ้าน 

            “ในเมืองหลวงสยามขายพวกนี้แพงมาก ที่นี่ขายถูกมากจริงๆเลยต้องซื้อกลับไปสักห่อ ที่นู้นขายสามสิบห้าบาท มันแพงกว่าแถมให้น้อยกว่าอีก” ลูกค้าท่านหนึ่งพูด

            ไส้กรอกกับหมูแฮมของม่านฟ้าขายห่อละยี่สิบห้าบาท เนื้อแน่นๆไม่จกตา!

            ลุงผินต้องกลับไปทำงานต่อ

            ตาพวง น้าดิน น้าไผ่เขียวและแก้วไปเดินดูงานตรงส่วนอื่น เห็นพวกเขาพูดๆกันว่าจะไปเล่นบิงโก ตอนนี้ที่ร้านจึงมีแค่ม่านฟ้า ป้าขวัญ มะไฟและมะเฟือง 

            ลูกค้ามาเรื่อยๆจนแถวยาวมาก เที่ยงแล้วพวกเธอก็ยังไม่ได้กินข้าว มะเฟืองมาสลับทำเครปกับป้าขวัญ เธอให้ป้าขวัญกินข้าวก่อน เธอกลัวเดี๋ยวป้าขวัญจะเป็นลมเป็นแล้งไป ส่วนเด็กๆทั้งสามยิ่งอยู่ยิ่งไฟแรงเมื่อเห็นลูกค้ารอคอยกันเยอะมาก กว่าจะได้พักก็ปาไปบ่ายสามแล้วเพราะคนเริ่มจางลง ตอนนี้แดดแรงมากทีเดียว เด็กๆทั้งสามกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อยมากเพราะหิวกันมาก

            “ไม่นึกว่าจะมาซื้อกันเยอะขนาดนี้เลยนะ” มะเฟืองพูด

            “ร้านเราเรียกลูกค้าที่มากันเป็นครอบครัวได้เยอะมาก” ม่านฟ้าพูด

            มะไฟกระดกน้ำดื่มจนหมดขวด “โคตรร้อนเลย! ขนาดมีตั้งสี่เตายังแทบไม่ทันเลย”

            ม่านฟ้าพูดยิ้ม “ตอนเย็นจนถึงสี่ทุ่มนี่แหละยุ่งกันของแท้” เธอนึกไม่ถึงจริงๆว่าสีสันของร้านจะดึงดูดลูกค้าได้เยอะขนาดนี้ เด็กเล็กๆมาซื้อกันเยอะมาก น่ารักจริงๆ แถมแก้มก็ยุ้ยกันทุกคน ดูก็รู้ว่าเป็นเด็กช่างกินกันทุกคนโฮะๆ

            แก้วไปซื้อพัดลมมาเพิ่มอีกตัว เขาสงสารเด็กๆทั้งสามคนที่นั่งร้อนๆกัน แดดไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็มีพลังทำลายล้างสูงจริงๆ เฮ้อ… อยากกินน้ำแข็งใสจัง เดินไปซื้อดีกว่า

            ช่วงสี่โมงครึ่งทั้งสี่คนก็วุ่นอีกครั้ง คราวนี้แก้วมาคอยยืนจดออเดอร์ลูกค้า ส่วนมะไฟไปขายไส้กรอก ป้าขวัญไปซื้อโต๊ะพับได้มา เพื่อเอาวางไส้กรอกให้ขายได้ง่ายๆ มะไฟเอาไส้กรอกและแฮมมาเรียง พอลูกค้าสั่งก็หยิบใส่ถุงเลย  พวกฝรั่งต่อแถวซื้อกันจนไม่เห็นปลายแถวแล้ว เพราะไส้กรอกที่แสนถูกและให้เยอะเรียกลูกค้าได้เยอะมาก ม่านฟ้าต้องแอบสั่งระบบในใจให้เสกไส้กรอกกับหมูแฮมในตู้เย็นจนเต็มและมีมะเฟืองคอยเอาไส้กรอกกับหมูแฮมออกมาเรื่อยๆให้มะไฟขาย

            ม่านฟ้ากำลังตีไข่ เธอเทไข่ลงในแป้งเครป จากนั้นก็ใส่ซีอิ๊วพริกไทย ตามด้วยไส้กรอก หมูแฮม และสามซอสยอดฮิตรวมกัน เสร็จแล้วเธอก็พับเป็นสามเหลี่ยมอย่างชำนาญพร้อมใส่ซองเครปที่สวยงาม

            “เอ้า! พี่จ้อน ลองชิมดู”

            จอห์นรับเครปแล้วจ่ายตังค์ จากนั้นก็ไปยืนอีกฝั่งหนึ่งที่แพรวากำลังยืนรอเครป

            จอห์นพูด “อร่อยมาก ไม่คิดว่าซอสสามรสนี้จะเข้ากันได้ขนาดนี้ ดูมั่วๆแต่อร่อยมาก”

            จอห์นยื่นให้แพรวากัด แพรวากัดคำใหญ่ “โห! อร่อยมาก ได้ทั้งของคาวและของหวาน”

            ป้าขวัญทำเสร็จก็ยื่นเครปให้แพรวา แพรวาจ่ายตังค์ ไส้ของแพรว่าเป็นไข่ แยมทุเรียน หมูฝอย แพรวากัดไปสองคำแล้วเคี้ยว ดวงตาโตของเธอเบิกกว้างอย่างแปลกใจ

            “เข้ากันได้ยังไงเนี่ย แต่อร่อยมากเลยโดยเฉพาะแยมทุเรียน”

            แพรวายื่นให้จอห์นกินบ้าง ตอนแรกจอห์นไม่ค่อยอยากกินเท่าไหร่เพราะแฟนสาวเขาสั่งไส้ที่ดูโคตรจะไม่เข้ากันเลย แต่ก็ต้องยอมล่ะนะ เมื่อจอห์นได้กัดและเคี้ยวจนได้รับรสชาติ เขาถึงกับอุทาน

            “โอ้! ชิท! ไส้แยมที่โคตรมั่วกันขนาดนี้ก็ยังเข้ากันได้อีกรึเนี่ย ให้ตายเถอะพระเจ้า!”

            ฝรั่งคนอื่นๆเห็นทาท่างของจอห์นแล้ว ก็อยากลองบ้าง พวกเขาซื้อไส้กรอกเสร็จก็มาต่อคิวซื้อเครปต่อ พวกเขาอยากลองสั่งไส้ดูไม่เข้ากันบ้าง มันดูน่าสนุกดี พวกเขาชอบความคาดไม่ถึง

            ม่านฟ้าบอกมะเฟือง “มะเฟืองแยมทุเรียนหมดแล้ว”

            “ได้ๆ”

            หกโมงเย็น ลุงผินเสร็จจากงานก็มาช่วยมะไฟขายไส้กรอก ป้าขวัญสลับทำกับมะไฟ มะไฟให้แม่ตัวเองไปนั่งพักก่อน เขาห่วงแม่จะเหนื่อยเกินไป

            มะไฟโชว์สกิลทำเครปอย่างคล่องแคล่ว เขารู้ทันทีว่าแป้งสุกพอตอนไหน ไส้แยมต่างๆควรใส่ช่วงไหน การพับสามเหลี่ยมก็รวดเร็วแถมสวยมาก ม่านฟ้ายืนมองข้างอย่างอึ้งๆ “มะไฟ ฉันว่าเธอเหมาะกับการเป็นพ่อค้าขายเครปมากกว่านะ”

            “ฉันซ้อมมาเยอะนะจะบอกให้”

            “พี่สาวเธอล่ะ?”

            มะไฟเบ้ปาก “เอาแต่กินแป้งที่ฉันทำน่ะสิ! ยังจะถาม!”

            ม่านฟ้าหัวเราะ สมเป็นมะเฟือง

             สามทุ่มแป้งสาลีหมดแล้ว เธอไม่คิดจะเสกเพิ่มเพราะทุกคนเหนื่อยมาก ทุกคนช่วยกันเก็บร้านและเช็ดทำความสะอาดเตา ส่วนตู้เย็นก็ถอดปลั๊กแล้วเอาโซ่คล้องไว้ แก้วกับลุงผินยกมาไว้ในร้านแล้วเอาผ้าใบคลุมอีกที

            “ตู้เย็นจะไม่หายเหรอครับ?” แก้วไม่สบายใจ

            “ไม่ต้องห่วงหรอก” ม่านฟ้าซื้อระบบกันขโมยมาห้าทองคำแท่ง เพียงแค่ให้ระบบติดตั้งกันขโมยไว้ ของจะไม่หายแน่นอน เธอเองก็คิดเหมือนกัน ถึงมันจะหนักจนโจรยอมยกธงขาว แต่ก็ไม่ควรดูถูกโจรพวกนี้! ถ้าโจรมายกไปล่ะก็มีโดนไฟฟ้าช็อตจนต้องส่งเข้าโรงพยาบาลแน่นอน

            เมื่อมีเวลาแล้ว พวกเขาก็ไปเล่นเครื่องเล่นต่างๆ มะไฟชอบเล่นยิงตุ๊กตาที่สุด เขาตั้งใจจะยิงตุ๊กตาให้โดนเพื่อเอาไปให้ป้าขวัญ ป้าขวัญยืนให้กำลังใจลูกชายไม่ห่าง

            ลุงผินไปเล่นบิงโกโดยมีแก้วพาไป

            มะเฟืองเดินกินขนมแทบทุกร้าน ม่านฟ้าถูกมะเฟืองลากเข้าทุกร้านอย่างบังคับขืนใจ

            ตอนนี้เธอใกล้จะตายเพราะขนมจุกคอมากเกินไป!


    คล้ายกับเรื่องทะลุไปในโลกนิยายพร้อมระบบเกมทำสวน ที่คุณอ่าน