เมื่อวานนี้
ให้หนูไปเถอะค่ะ หนูทำได้"อันดาเด็กสาวอายุสิบหกปีที่ตัวสูงผิวขาวแม้มีเงาแดดแต่เห็นได้ชัดว่าเธอผิวขาวมาก ดวงตาสีมรกตผมสั้นสีน้ำตาลของเธอทำให้น่ามอง รับกับจมูกที่โด่งได้รูป กำลังแสดงเจตจำนงของเธอในการเข้าปฏิบัติภารกิจโดยที่จะไม่มี ฟาเบรียน พ่อบุญธรรมของเธอไปด้วย
"ไม่ได้ ลูกยังเด็กเกิน แล้วตรงนั้นก็เป็ที่ที่เราไม่ควรเสี่ยง" ฟาเบรียนนักพฤกษศาสตร์ที่เขี่ยวชาญพืชพันธุ์สมุนไพร โดยเฉพาะสมุนไพรที่เป็พิษและแก้พิษ
"ก็เพราะว่าเป็ที่นั่นหนูถึงอยากจะไป ให้หนูไปเถอะนะคะพ่อ"อันดาออดอ้อนพ่อบุญธรรมของเธอ
"ให้เ้าพอสไปเถอะ" อลันที่เป็แพทย์ใหญ่ชาวอังกฤษของทีมบอก เพราะครั้งนี้เขาเองก็ไปด้วยไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
"ที่ๆ อันตรายกว่านี้เราก็เคยไปมาแล้ว นี่แค่ช่วยผู้ลี้ภัยในป่าเอง ไม่ได้อยู่ในาเสียหน่อย"เอ็ดเวิร์ดชาง ชาวจีน หรือลุงชาง เขาเป็ทหารรับจ้างที่มีหน้าที่เป็หัวหน้าหน่วยองครักษ์ที่ทำงานกับทีมแพทย์นานาชาติทีมนี้
"แต่ครั้งนี้ผมไม่ได้ไปด้วย"ฟาเบรียนเป็ชาวฝรั่งเศสและเป็หัวหน้าทีมแพทย์กู้ภัยนี้
"ก็คุุณจะไปด้วยได้ยังไง แขนหักต้องเข้าเฝือกจะโดดร่มได้ยังไง ข้างในมีชาวบ้านที่รอความช่วยเหลือนะ"แดเนียล่าพยาบาลชาวอิตาเลี่ยนดุเอา เธอกับฟาเบรียนกำลังจะแต่งงานกัน
เพราะเมื่อวานออกไปหากล้วยไม้หายากที่อยู่บนต้นไม้สูงแล้วพลัดตกลงมาแขนหักทำงานไม่ได้แล้วยังดึงไม่ให้คนอื่นทำงานอีก
"ให้พอสไปเถอะ เธอเก่งพอๆ กับนายแล้ว เผลอๆ เก่งกว่านายอีกนะ"เปาโลเป็ฝ่ายสื่อสารชาวบราซิลเลี่ยน ช่วยอีกแรง
"ที่จริงสมุนไพรเตรียมไว้หมดแล้ว พวกนายไม่จำสนเป็ต้องมีฉันไปก็ได้ มีนีลกับดิมิธี่ทำได้ได้แล้ว ทำไมต้องเอาอันดาไปด้วย"ฟาเบรียนรู้สึกหงุดหงิดที่ทีมทำเหมือนขาดเ้าเด็กไฮเปอร์ไม่ได้
"งั้นก็ไม่ต้องพาไป ถ้าเราไม่เข้าใจภาษาค่อยโทรมาถามก็แล้วกัน"นีลชาวนักวิจัยชาวเยอรมันหันไปส่ายหน้าระอาคนหางลูกกับดิมิธี่ ชาวรัสเซียที่เป็แพทย์ทางเลือก ให้รับหน้าที่ถึงเขาจะพอมีความรู้ด้านสมุนไพรบ้างก็เป็แค่ตัวพื้นฐาน
"ฟาเบรียน ให้หนูไปเถอะ"อันดาขอร้องอีกแรง
ฟาเบรียนมองดูเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าแล้วทำให้นึกถึงตอนที่ครั้งเขาได้เจอกับเธอ
เด็กหน้าตาสวยเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบหรือ porcelain doll พวกลุงๆ ป้าๆในทีมจึงเรียกเธอว่าพอส
เด็กที่หน้าตาน่ารักแต่ตัวกลับเต็มไปด้วยเื เธอไม่พูดไม่จา พวกเขาไม่รู้ว่าจะสื่อสารกับเธอยังไง เธอพูดแค่คำว่า อัน อัน
พวกเขาจึงตั้งชื่อให้เธออันดา ซึ่งมีความหมายแตกต่างกันในหลายภาษา เช่นภาษากรีกแปลวว่าผู้พิทักษ์ ภายาเยอรมันแปลว่า ผจญภัย ในบราซิลเป็ชื่อของต้นไม้ แต่ทุกคนตัดสินใจว่าควรจะมาจากภาษาสันสกฤตที่แปลว่าความสุข เพราะพวกเขาอยากให้เธอเป็เด็กที่เต็มไปด้วยความสุขนั่นเอง และฟาเบรียนชอบชื่อนี้มาก
เด็กน้อยที่ไม่มีที่มาที่ไป ทำให้ตอนแรกพวกเขาตัดสินใจส่งเธอไปที่สถานสงเคราะห์เพราะการเลี้ยงเด็กในสิ่งแวดล้อมของพวกเขาไม่น่าจะเป็ไปได้
ด้วยความที่ทุกคน มาจากต่างที่ ต่างชาติต่างภาษา บางครั้งมักจะสื่อสารในภาษาต่างๆ
เด็กอันดาได้แต่นั่งฟัง จนในวันที่เ้าหน้ามารับตัว เธอกลับพูดขึ้นมาในภาษาฝรั่งเศสว่า หนูไม่อยากไป และหันไปพูดความหมายเดียวกันในอีกหกภาษา ซึ่งทำให้ทุกคนตกตะลึง
เด็กคนนี้มีพร์ทางภาษามาก ด้วยความน่ารักของเธอและความใจอ่อน ฟาเบรียนจึงรับเธอเป็ลูกบุญธรรมและทำเอกสารให้อันดามีสัญชาติฝรั่งเศสตามเขา
โดยให้เธอเข้าโปรแกรมการศึกษาแบบพิเศษ
นอกจากภาษาที่คนในทีมพูดกันแล้ว อันดามีความสามารถในการช่วยสื่อสารกับชนเผ่าพื้นเมืองได้อีกด้วย จึงทำให้ทีมสามารถสื่อสารกับผู้ประสบภัยได้ง่ายขึ้น
ทีมของฟาเบรียนเป็ทีมที่มีความคล่องตัวสูง โดยที่มีตัวท็อปของวงการมาเป็เ้าหน้าที่หลักและจะมีอาสาสมัครเวียนเข้ามาทำงานด้วยเสมอ ไม่ว่าจะชาติใดภาษาไหน การร่วมมือสื่อสารก็ทำได้ง่ายขึ้น
ถึงแม้ว่าทุกคนจะใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารก็จริง แต่การที่มีคนในทีมสามารถพูดภาษาแม่ของพวกเขาได้จึงทำให้พวกเขารู้สึกสนิทใจในการทำงานและแบ่งปันข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น เพราะแม่หนูน้อยหน้าตาน่ารักทำงานในการเชื่อมความสัมพันธ์ของทีมได้เป็อย่างดี ดังนั้นอันดาจึงกลายเป็ความสะดวกสบายของทีมเสียจนเคยตัว
เพราะเหมือนครอบครัว ทุกคนจึงไม่ได้คิดว่ากำลังใช้แรงงานเด็ก แต่พ่ออย่างฟาเบรียนไม่พอใจ
เขาพยายามแยกเธอออกจากทีมเช่นตอนพักงานเขาพาเธอกลับบ้านแล้วสอนหนังสือให้ ไม่วายสมาชิกของทีมมักจะเวียนกันมาเยี่ยมจนเขาแทบไม่มีเวลาเป็ส่วนตัวกับลูกเลย
ก่อนหน้านี้ทีมทำงานเป็มืออาชีพไม่สุงสิงกัน งานจบคือจบ แต่ั้แ่มีแม่หนูอันดาเข้ามาทุกคนก็กลายเป็ครอบครัวเดียวกันไปโดยปริยาย
เพราะชื่ออันดาที่แปลว่าความสุข เธอจึงนำความสุขมาให้ทุกคน ทุกคนจึงอยากอยู่ใกล้ๆ เธอเด็กอันดาจึงไม่ขาดความอบอุ่นแต่น้อย ตอนนี้ทุกคนก็ถือหางเธอ ไม่ใช่เพราะตามใจเด็ก แต่เด็กคนนี้สามารถทำงานได้ดีจริงๆ
และผลงานของเธอก็เป็ที่ประจักษ์ไม่ว่าเื่การเลือกใช้สมุนไพร การทำเซรุ่มต่างๆ การเย็บาแ การวินิจฉัยโรค แม้แต่การแฮ็กข้อมูล เธอเหมือนมีครูที่เก่งมากมาสอนด้วยการลงมือปฏิบัติ
โดยเฉพาะเื่การต่อสู้ทุกรูปแบบและการใช้อาวุธ เพราะเธอฝึกั้แ่เด็กๆ ตอนที่พวกเขาพบเธอครั้ง พวกเขาคิดว่าเธอถูกทำร้าย ถามอะไรก็ไม่ตอบ ลุงชางเป็คนแรกที่สื่อสารกับเธอ แต่เธอพูดแค่คำว่าอันอันเท่านั้น
ฟาเบรียนเป็คนคอยดูแลเธอมากที่สุด และคุยกับเธอบ่อยที่สุด ดังนั้นภาษาแรกที่เธอพูดจึงเป็ภาษาฝรั่งเศส
ด้วยเหตุที่ว่าเธอหน้าตาน่ารัก มันอันตรายมากในการทำงานภาคสนาม ลุงชางจึงจับเธอฝึกเตะต่อยั้แ่ยังเล็กๆ สอนทริคการเอาตัวรอดเมื่อถูกจับ
สอนวิธีสะเดาะกุญแจ และการใช้ขาแว่นเพื่อไขกุญแจ สอนวิธีเอาตัวรอดในป่า และการใช้อาวุธ
ดังนั้น อันดาที่ดูบอบบางคือคนที่อันตรายที่สุดสำหรับศัตรูเธอใช้มีดทำครัวเก่งพอๆ กับการใช้มีดผ่าตัดหรือมีดสั้นที่ใช้สังหาร
เื่นี้ทำให้ฟาเบรียนหงุดหงิดมากเพราะลูกสาวของเขารู้วิธีเอาตัวรอดแต่กลับไม่รู้วิธีการเข้าสังคมปกติ เธอไม่มีเพื่อนรุ่นเดียวกันเลยสักคน
ตอนที่ไปโรงเรียนตอนกลับบ้านก็ไปหักแขนเพื่อนร่วมชั้นที่เข้ามาแกล้งเธอเพราะเธอเป็เด็กใหม่จนเกือบถูกทำให้แม่ของเด็กคนนั้นฟ้อง ดีที่มีกล้องวงจรปิดเห็นว่าฝ่ายนั้นเริ่มก่อน แต่เธอก็ยังโดนหาว่าทำเกินกว่าเหตุอยู่ดี
เหตุที่เด็กคนนั้นแกล้งเธอเพราะเธอหน้าตาน่ารักมาก เขาคงจะชอบอันดาแต่ไม่รู้วิธีเข้าหา ดังนั้นหลังจากเกรดสี่ อันดาจึงสมัครใจเรียนแบบโฮมสกูลเอง เพราะรำคาญใครๆ ก็ที่ชอบมาจับแก้มเธอ
"พวกนายสัญญานะว่าจะดูแลลูกฉันเป็อย่างดี"ในที่สุดฟาเบรียนก็ใจอ่อน
ลูกสาวเขาสามารถทำได้จริงๆ เพียงแต่เขารู้สึกสังหรณ์ไม่ดี กลัวว่าจะไม่ได้พบเธออีก
"มันก็เหมือนวันแรกที่นายไปส่งอันดาไปโรงเรียนนั่นแหละ"อลันปลอบใจเพื่อน เขาคือคนที่ผ่านการมีลูกมาแล้วย่อมเข้าใจ
"นายน่ะโชคดีกว่าพวกฉันที่เอาลูกมาอยู่ใกล้ๆ อย่างนี้ไม่ได้ อย่ากังวลนักเลย เ้าพอสมันก็เป็ลูกหลานของเราเหมือนกัน"เปาโลเ้าพ่อแห่งการสื่อสารผู้มีฉายาในโลกออนไลน์ว่าเมอร์ลิน
เพราะความสามารถพิเศษของเขาคือการเตาะข้อมูลหาทางข่าวแล้วใช้ข้อมูลที่ได้มาในการต่อรองการทำงานของทีม
"พ่อคะ ขอหนูกอดพ่อหน่อย"อันดาเดินไปหาพ่อก่อนที่จะขึ้นเครื่องบินไป
ในเมื่อไม่สามารถคัดค้านได้ ฟาเบรียนจึงยอมปล่อยให้ลูกออกปฏิบัติหน้าที่โดยที่เขาไม่ได้ไปด้วย ส่วนอันดานั้นไม่รู้ว่าทำไมจึงรู้สึกอาลัยอาวรณ์เหลือเกิน อาจเป็เพราะครั้งนี้ไม่มีพ่อไปด้วย
เธอไม่รู้ว่าเพราะการทำงานที่ได้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของกลุ่ม ถึงแม้เธอจะอายุน้อยมาแต่ฟาเบรียนกำลังยื่นเอกสารให้เธอเป็สมาชิกของทีมอย่างเป็ทางการ
โดยที่เขาเอาผลงานการวิจัยของเขาที่ได้รับการตีพิมพ์การค้นพบพันธุ์ไม้ ใหม่ๆ และสามารถสกัดพืชเ่าั้มาทำเป็ยาแก้พิษอย่างครอบจักรวาลได้ โดยมีเธอเป็ผู้ร่วมวิจัยแค่หนึ่งเดียวเท่านั้น
การตั้งสมมติฐานและการหาค่าความสมดุลโดยวัดอุณหภูมิได้จากการหาค่ากรดด่างในร่างกาย ทำให้ผลงานวิจัยครั้งนี้เป็ที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวาง
งานส่วนใหญ่เป็อันดาที่ทำแต่ไม่สามารถใช้ชื่อเธอได้ เพราะอายุและวุฒิการศึกษาของเธอไม่สามารถยื่นวิจัยได้ เขาจึงจำเป็ต้องเข้าร่วมและใช้ชื่อของตัวเองส่งวิจัยนี้
ตอนนี้เขากำลังจะส่งลูกสาวออกไปสู่สังคมให้เธอได้เรียนในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั่วไปและกลับมาอยู่ในทีมอย่างเป็ทางการ
โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า การกอดลูกครั้งนี้จะเป็การครั้งสุดท้ายเพื่อการร่ำลา