บนกำแพงถ้ำธรรมชาติแห่งหนึ่งรกครึ้มไปด้วยพืชพันธุ์นานาชนิดที่ให้ร่มเงา บุปผาสีครามกำลังผลิดอกเบ่งบาน ไข่มุกราตรีขนาดเท่ากำปั้นถูกฝังเรียงรายดูคล้ายกลุ่มดาวหมีใหญ่ในจุดที่สูงขึ้นไปเกือบจรดเพดานถ้ำ กลิ่นหอมจาง ๆ ตลบอบอวลเคล้าคลออยู่กลางอากาศสร้างความสดชื่นทว่าผ่อนคลาย ครั้นได้สูดดมความงดงามแช่มชื่นพลันบังเกิดขึ้นในจิตใจ
ม่านสีฟ้าอ่อนเบาบางดุจปีกจักจั่น แต่กลับพลิ้วไหวราวกลีบโบตั๋นที่กำลังเบ่งบาน ห้อยซ้อนทับสลับชั้นล้อมรอบเตียงหยกขาวใหญ่ บนเตียงปรากฏเงาของร่างสองร่างกำลังเคลื่อนย้ายไปมา ภาพเงานั้นเลือนรางเห็นร่างไม่ชัดเจน ทว่าสิ่งที่เด่นชัดคือเสียงร้องครวญครางดังเป็ระยะ
ฮัวชิงหร่านนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงหยก อาภรณ์ที่สวมใส่ถูกปลดเปลื้องเผยให้เห็นรอยฟกช้ำเป็จ้ำบนร่างเปลือยเปล่าขาวเนียน ผมยาวดำขลับเป็เงาดั่งเส้นไหมแผ่สยายตัดกับเตียงหยกขาวดูยุ่งเหยิงไม่เป็ทรง ร่างกายแกร่งกำลังสั่นกระตุกไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวน้อย ๆ อย่างไม่รู้ตัว หัวคิ้วทั้งสองขมวดมุ่น ปลายจมูกโด่งมีหยดเหงื่อเล็ก ๆ ผุดพรายออกมาให้เห็น ริมฝีปากนุ่มสีสดดุจผกาเม้มเข้าหากันจนแน่น กิริยาของฮัวชิงหร่านในขณะนี้ดูราวกับกำลังทนกับความเ็ปอันแสนทรมาน
หูเหยียนคร่อมอยู่บนเรือนร่างของฮัวชิงหร่าน กายบางห่มคลุมด้วยอาภรณ์สีแดงสด แผ่นหลังเหยียดตรง ความเ็าชวนหนาวเหน็บแผ่ซ่านออกมาจนกลบความเย้ายวนที่สตรีเพศพึงมีไปหมดสิ้น ดวงหน้าของนางถูกปิดบังด้วยหน้ากากสีเงินลวดลายประหลาดจึงมิอาจมองเห็นอารมณ์ความรู้สึกที่มีได้ สิ่งเดียวที่เผยให้เห็นคือดวงตาอ่อนแสงที่กำลังลอบพิจารณาปฏิกิริยาของบุรุษใต้ร่างอย่างละเอียดถี่ถ้วน
หูเหยียนใช้มือเรียวเสลาดุจหยกโปร่งแสงััลงบนหน้าอกที่กำลังกระเพื่อมขึ้นลงของฮัวชิงหร่านอย่างแ่เบาก่อนจะลากไล้มาจนถึงหน้าท้องและออกแรงกดบริเวณนั้นครั้งหนึ่ง !
“อื้อ...”
ฮัวชิงหร่านเปล่งเสียงร้องแหบพร่าด้วยความเ็ป ร่างกายของเขาเด้งขึ้นตามแรงกดของอีกฝ่าย ลำคอระหงแหงนเงยก่อเกิดเส้นโค้งชวนหลงใหล หยาดเหงื่อผุดพรายกลิ้งย้อยไปตามสันกรามอันวิจิตร หยดหยาดจากลำคอไปจนกระดูกไหปลาร้าอันเย้ายวนทางด้านซ้าย ในที่สุดร่างกายของฮัวชิงหร่านก็ล้มลงบนเตียงหยกขาวอย่างอ่อนระทวย ไม่ต่างจากก้อนแป้งสาลีที่ผ่านการนวดคลึงจนนิ่ม หน้าท้องส่วนล่างของเขามีเืหลายหยดปรากฏอยู่ ไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็เืของหูเหยียนหรือเืของตนเองกันแน่
หูเหยียนดึงเสื้อคลุมสีแดงปิดบังร่างกาย จากนั้นจึงพลิกตัวลงนอนข้างฮัวชิงหร่าน ดวงตาทั้งคู่ค่อย ๆ ปิดปรือลงช้า ๆ ประหนึ่งเนิ่นนานทว่ากลับผันผ่านเพียงชั่วขณะ ดวงตาของเ้าของอาภรณ์สีแดงก็เบิกกว้างอีกครั้ง นางค่อย ๆ พลิกร่างตะแคงแล้วยกศีรษะขึ้นพลางใช้มือข้างหนึ่งค้ำไว้ ขณะเดียวกันดวงตาก็จับจ้องบุรุษข้างกายรอให้เขาลืมตาตื่น
แพรขนตายาวของฮัวชิงหร่านเรียงเส้นสวย เมื่อเปลือกตาบนล่างปิดประกบกันมองดูดุจปีกผีเสื้อราตรีสองตัวเคล้าเคลียเคียงคู่ หลังจากพวกมันขยับหยุกหยิกเล็กน้อย ดวงตาคู่งามก็ค่อย ๆ เบิกกว้างขึ้น ความสะลึมสะลือของคนเพิ่งตื่นทำให้ั์ตาทั้งสองดูมัวหม่นราวสายหมอกบดบังหยาดพิรุณยามเช้าในดินแดนทางตอนใต้ของแม่น้ำแยงซี และนี่ก็ทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นรู้สึกชมชอบอย่างมิอาจหักห้ามใจ หลังจากสูดลมหายใจขับไล่ความง่วงงุน ร่องรอยขุ่นมัวและเลือนรางในดวงตาก็จางหาย ความลึกล้ำอันกว้างใหญ่ฉายชัดแทนที่ ั์ตาคู่นี้งดงามประหนึ่งทางช้างเผือกบนนภาในคืนฟ้ากระจ่าง
เมื่อตระหนักได้ว่ามีใครคนหนึ่งนอนอยู่ข้างกาย ฮัวชิงหร่านก็ผุดลุกขึ้นนั่ง เขาแสดงท่าทางหวาดระแวงไม่ปิดบังขณะจ้องมองไปยังอีกร่างบนเตียงหยก ทว่าอาจเป็เพราะลุกพรวดพราดกะทันหันจึงเกิดอาการหน้ามืดวูบหนึ่ง สุดท้ายร่างทั้งร่างจึงสั่นสะท้านและซวนเซ
หูเหยียนนอนหนุนแขนด้วยท่าทางผ่อนคลายระคนเกียจคร้าน ดวงตายังคงจับจ้องที่คนข้างกาย เมื่อเห็นความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายนางก็เปิดปากเปล่งเสียงเล็ดลอดออกมาจากหน้ากากเงิน น้ำเสียงนั้นเจือแววหยอกล้อแกมเย้ยหยัน
“มุ้งนอนฟ้า เตียงอบอุ่น เงาเคลื่อนไหว”
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น ประกายเย็นวาบก็พลันฉายชัดในดวงตาของฮัวชิงหร่าน เขาจ้องเขม็งไปยังบุคคลผู้เอ่ยวาจาไร้ยางอายที่อยู่ด้านข้าง
หูเหยียนกระตุกยิ้มมุมปาก ดวงตาทั้งสองกวาดมองเรือนร่างบุรุษข้างกายไล่เชยชมจากบนสู่ล่างอย่างช้า ๆ ปากก็เอ่ยวาจาราวกับกำลังชื่นชมภูมิทัศน์ตระการตาเบื้องหน้า
“กล้ามเนื้อมันวาว ต้นไม้์[1] น้ำเสียงยั่วยวน”
หูเหยียนหยัดกายลุกขึ้นนั่งก่อนหยิบกระบี่ที่วางอยู่ข้างหมอน เท้าเปลือยเปล่าก้าวลงจากเตียงหยกขาว ระหว่างที่นางใช้มือเหน็บกระบี่ไว้ข้างเอวปากก็เอื้อนเอ่ยอีกครั้ง
“ชำนาญพลิกเมฆา นับเป็วรยุทธ์ที่ดี”
ฮัวชิงหร่านโกรธจนเนื้อตัวสั่นระริก เขาสะบัดม่านคลุมเตียงพร้อมเหยียบลงบนพื้นด้วยเท้าเปล่า สายตาถลึงมองแผ่นหลังของหูเหยียนขณะเอ่ยถาม
“เพราะเหตุใด?!”
หูเหยียนหันหน้ามอง ก่อนเอ่ยคำอย่างเชื่องช้า
“ขึ้นชื่อว่าบุรุษ อรุณรุ่งลืมความอ่อนโยนอันงดงาม”
สิ้นประโยคนั้น สตรีผู้เอ่ยคล้ายตัดพ้อก็หันหน้ากลับไป ั์ตาเจือแววขบขันดูมากเล่ห์ เท้าบางย่างก้าวไปยังประตูหินและเปิดออกจนกว้าง นางส่งสัญญาณเป็เชิงบอกให้ฮัวชิงหร่านออกไป โดยไม่รอให้บุรุษในห้องลาลับ ร่างบางก็หมุนตัวกลับแล้วเดินเข้าห้องอาบน้ำไป
ฮัวชิงหร่านจ้องมองแผ่นหลังบางของหญิงสาว ดวงตาสาดประกายแสงวูบวาบ เขาก้าวเท้าไปด้านหน้า ทว่าเนื่องจากร่างกายขาดพละกำลัง ก้าวได้เพียงก้าวเดียวก็ล้มตัวลงบนเตียงอย่างไร้เรี่ยวแรง
หูเหยียนเปิดประตูหินและเดินเข้าสู่ห้องอาบน้ำ ในตอนที่นางกำลังเปลื้องชุดอยู่นั้น ก็ได้ยินฮัวชิงหร่านส่งเสียงเรียก ‘ท่านพี่’ เสียงนั้นแหบพร่าเล็กน้อยราวกับหลุดลอยมาจากสถานที่อันไกลโพ้น แม้ชีวิตของเขาผู้นั้นจะผ่านประสบการณ์แสนผันผวน แต่ก็ยังเปี่ยมล้นด้วยพลัง แม้น้ำเสียงจะไร้ซึ่งจริตยวนยั่ว ทว่ากลับสร้างความรื่นรมย์ให้กับผู้ฟังได้เป็อย่างดี
หูเหยียนหมุนตัวกลับไปมอง นางเห็นบุรุษหนุ่มผู้มีเส้นผมยาวสีดำขลับปล่อยสยาย เท้าสองข้างเปลือยเปล่า ร่างกายถูกปกคลุมด้วยอาภรณ์ขาวกระจ่างประดับลวดลายสีเงิน แก้มทั้งสองเจือสีชมพูระเรื่อ มองดูคล้ายเทพเซียนตก์ที่ถูกบังคับให้มาจุติบนโลกมนุษย์ก็มิปาน ครั้นเห็นหูเหยียนก้าวเดินเข้ามาใกล้ั์ตาของฮัวชิงหร่านก็พลันหม่นหมองไร้สีสัน
เขากล่าว “ท่านพี่ อาบน้ำด้วยกันดีหรือไม่?”
หูเหยียนชะงักเล็กน้อย ความรู้สึกไม่ชอบมาพากลบังเกิดขึ้นในใจและมันไม่ค่อยจะสู้ดีนัก
ฮัวชิงหร่านเปลี่ยนเป็ฝ่ายก้าวเท้าเข้าหาหูเหยียนแทน เขาพาร่างกายโซเซพุ่งเข้าหาบุคคลที่ตนเรียกขานว่าท่านพี่
หูเหยียนเบี่ยงตัวหลบ เป็ผลให้ร่างของฮัวชิงหร่านตรงเข้าปะทะกับขอบอ่าง ชุดที่ปกปิดเรือนร่างของเขาแหวกออกเผยให้เห็นต้นขาเรียวยาวที่งอเข้าหาลำตัวเล็กน้อย พริบตาต่อมาร่างกายบุรุษหล่อเหลาก็ััเข้ากับพื้นอันเย็นเยียบ แม้จะเป็การล้มพับลงบนพื้น แต่ท่วงท่าก็ช่างดูสง่างามชวนหลงใหล
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ฮัวชิงหร่านจึงใช้แขนพยุงร่างตัวเองและค่อย ๆ ลุกขึ้น เขาก้าวถอยไปด้านหลัง ดวงตาดูอึมครึมราวอัดแน่นไปด้วยหมอกและควันมืดหม่น บุรุษในชุดสีขาวชำเลืองมองหูเหยียนปราดหนึ่งแล้วก้มหน้าลง สายตาคู่นั้นหากแม้นเป็สตรีนางอื่นได้เห็น เกรงว่าคงยอมมอบกายถวายชีวิต วางสมบัติทั้งหมดที่มีไว้แทบเท้าเขาเพื่อขอแลกเปลี่ยนกับรอยยิ้มสักเสี้ยวลมหายใจ
หูเหยียนส่ายหน้ายิ้ม ๆ ทว่าตอนที่นางกำลังจะโบกมือบอกให้ฮัวชิงหร่านออกไป จู่ ๆ กระบี่ยาวคมกริบก็เสียบแทงเข้าที่หน้าท้องของนาง !
แท้จริงแล้วชั่วพริบตาที่ฮัวชิงหร่านล้มตัวลง เขาใช้โอกาสนี้ลอบหยิบกระบี่ที่หูเหยียนวางไว้บนแท่นหินนั่นเอง
หูเหยียนถูกแรงกระแทกและความเ็ปจากกระบี่ผลักให้หงายหลังจมลงสู่อ่างอาบน้ำ หยดน้ำมากมายสาดกระเซ็นไปรอบด้าน อาภรณ์สีแดงบนร่างบางครั้นแผ่สยายอยู่ในน้ำก็ดูละม้ายคล้ายบุปผาที่ชุ่มโชกด้วยโลหิต ซ้ำยังพลิ้วไหวตามแรงน้ำกระเพื่อมประหนึ่งกลีบผกาต้องลม
ดวงตาของหญิงสาวสาดประกายความตกตะลึงไม่ปิดบัง ทั้งไม่เข้าใจ สับสน ตัดพ้อ เกรี้ยวกราด สั่นไหว และท้ายที่สุดก็แปรเปลี่ยนเป็สมเพชเวทนา ริมฝีปากผุดรอยยิ้มเย้ยหยันตนเอง นางมองเห็นถึงความเปราะบางของชีวิตและเริ่มปลดปลงถึงความตาย
หากเป็ในอดีต กระบี่ที่ฮัวชิงหร่านจ้วงแทงมาคงััได้เพียงความว่างเปล่า ทว่าบัดนี้ไม่เพียงแต่ร่างกายที่อ่อนล้า แม้แต่สมองของนางก็ขุ่นมัวเช่นกัน ่ไม่กี่ปีมานี้ นางมักจะวนเวียนคิดคำนึงถึงปัญหาหนึ่งอยู่เสมอ นั่นคือ...สังขารของนางจะแตกดับลงเมื่อใด..แต่กระนั้นนางก็ไม่เคยคาดคิดว่าตนเองจะสิ้นลมหายใจตายจากในสภาพน่าขบขันได้ถึงเพียงนี้
‘เฮ้อ..ขึ้นชื่อว่าสตรีต่อให้เก่งกาจมากกว่านี้ก็มิอาจตามทันบุรุษรูปงามจิตใจโฉดชั่วได้’
กระบี่ในมือฮัวชิงหร่านถูกขานนามว่า ‘สามพิภพ’ สิ่งนี้คือสมบัติคู่กายของหูเหยียน ตัวกระบี่ถูกเคลือบด้วยวัสดุสีดำทมิฬทั่วทั้งเล่ม ปลายกระบี่คมกริบและบางเฉียบประดุจน้ำค้างแข็งแห่งสารทฤดู ในเวลานี้ปราณเย็นอันหนาวเหน็บกำลังแผ่ซ่านออกมา หลังจากได้ดื่มกินกลืนโลหิตของหูเหยียนไป มันก็เริ่มส่งเสียงดังอื้ออึงและสั่นสะท้าน
ฮัวชิงหร่านเป็บุคคลแสนโเี้ เขาใช้มือทั้งสองข้างกระชับกระบี่สามพิภพแน่นก่อนก้าวเท้ามาด้านหน้าหนึ่งก้าวหมายจะแทงสตรีผู้เป็เ้าของกระบี่ซ้ำอีกครั้ง
หูเหยียนชำเลืองมองฮัวชิงหร่านอย่างดูแคลน ชั่ววูบนั้นนางตวัดมือที่แช่อยู่ในน้ำ ส่งกระแสปราณตรงไปยังรูขนาดเล็กที่อยู่บนผนังถ้ำ
ดวงตาของฮัวชิงหร่านเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เขาพบว่าตรงกลางของก้นอ่างปรากฏรอยแยก น้ำในอ่างสาดเทลงสู่เบื้องล่างไปพร้อมกับร่างของสตรีในชุดสีแดง
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าห้องอาบน้ำนี้จะแขวนอยู่กลางเวหา !... ไม่สิต้องกล่าวว่าอ่างอาบน้ำนั้นลอยอยู่กลางอากาศเสียมากกว่า
เมื่ออ่างอาบน้ำหลุดร่วงลงไปก็หลงเหลือไว้เพียงซากของถ้ำหินขนาดใหญ่ที่มีส่วนหนึ่งแตกออก ห้องอาบน้ำแห่งนี้สร้างขึ้นด้วยหินกลวง ไม่อาจบอกได้ว่าเป็ขวานผีงานเทพ [2] หรือไม่ แต่ผู้ที่สามารถสร้างสรรค์มันไว้ในที่เช่นนี้ได้ แน่นอนว่าจะต้องเป็ผู้มีปราณอันแกร่งกล้าจนน่าหวาดหวั่น ลึกลงไปด้านล่างของห้องอาบน้ำนั้นคือทางน้ำใต้ดินสายยาวที่กำลังเชี่ยวกราก
ฮัวชิงหร่านนอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นห้องอาบน้ำ มองดูร่างสตรีชุดแดงร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่างอย่างรวดเร็ว ‘แปลกประหลาดและลึกลับจนยากเกินจะเข้าถึง’ ชั่ววูบหนึ่งบุรุษหนุ่มมองเห็นร่องรอยของความโล่งใจฉายอยู่ในดวงตาของหูเหยียน ทว่าเมื่อตั้งใจจ้องมองอีกครั้ง เขากลับมิอาจมองเห็นสิ่งใดได้อย่างชัดเจน
ก่อนร่างกายของหูเหยียนจะถูกกระแสธารที่ประดุจสัตว์ประหลาดคลุ้มคลั่งกลืนหายลับสายตา นางยกนิ้วชี้และนิ้วกลางขึ้นแตะบริเวณส่วนของริมฝีปากภายใต้หน้ากากเงินบางที่สวมอยู่ ก่อนจะส่งมันให้กับบุรุษรูปงามผู้ทำร้ายตน คล้าย้าส่งจุมพิตสุดท้ายให้
ความเกลียดชังเพิ่มพูนขึ้นในใจฮัวชิงหร่านทันที
‘เฮอะ !..ไร้สาระสิ้นดี สตรีเลวทราม ตายไปก็ไม่เสียดาย !’
สายตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็เย็นเยียบ เขาสะบัดเสื้อคลุมห่มกายให้เรียบร้อยก่อนหมุนตัวเดินจากไป
ทว่าขณะเดียวกันนั้นเอง ในจุดที่อยู่ต่ำลงไปจากห้องอาบน้ำที่แตกออก ณ ใจกลางสายธารใต้ดินที่ไหลเชี่ยว เกลียวคลื่นขนาดใหญ่ก่อกำเนิด สายน้ำซัดสาดไปทั่วทุกทิศเมื่อวัตถุประหลาดขนาดมหึมาปรากฏขึ้น
.
.
.
[1] ต้นไม้์ หรือต้นใบเงิน ลักษณะใบอวบ กลม ผิววาวเป็มัน ขอบปลายใบเป็สีแดง ต้นไม้ชนิดนี้อึดและทนมาก สามารถตีความหมายถึงจุดลับของผู้ชายได้
[2] ขวานผีงานเทพ แสดงความหมายถึงมนุษย์ที่มีความสามารถล้ำเลิศในการสร้างสรรค์งาน ประติมากรรมอันวิจิตรพิสดาร ดั่งผีหรือเทพเป็ผู้สร้างขึ้น