ยามนี้ นามอี้เฉินดังออกไปก้อง ทั่วสถาบันยอดเขาสวรรค์ ส่งแรงกระเพื่อมไหวรุนแรงไม่น้อย ให้เหล่าอนุชนกลับไปตั้งใจฝึกปรือ ราวกับอี้เฉินเป็นแรงกระตุ้นชั้นดี ให้กับยอดเขาต่างๆ ในยามนี้ เหล่าผู้อาวุโส ที่อยู่ยังสถานที่แห่งนี้ มาช้านาน พวกเขาไม่คิดว่าเพียง คนเพียงคนเดียว จะสร้างความเกลียดชังได้มากถึงเพียงนี้ จนในยามนี้ สถาบันยอดเขาสวรรค์ เต็มไปด้วยบรรยากาศที่น่าอึดอัด กระอักกระอ่วนไม่น้อย
ทว่าเมื่อข่าวคราวความรุ่งโรจน์ของ อี้เฉินดังออกไป แม้ว่าเขาจะสูญเสียกระดูกศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่ผู้สูงส่งอีกต่อไป ก็ไม่มีใครกล้าดูถูกดูแคลนเขาในยามนี้ แถมยังไม่รู้อีกว่า เขาเป็นคนของตระกูล อี้ ราชวงศ์เก่าแก่หรือไม่ แม้แต่เรื่องที่ชายหนุ่มเป็นศิษย์ของอี้ฟางหรง มันก็ทำให้กลุ่มคนที่คิด ลอบสังหารอี้เฉิน ยังต้องคิดแล้วคิดอีก โดยเฉพาะเผ่าอสูรฟ้า ที่ว่ากันว่ามีกลุ่มนักฆ่าสังหาร ฝีมือดี ยังไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม ในยามนี้
ด้านอี้เฉิน ตัวเขาที่มาถึงยอดเขาที่5 อี้เฉินหาแหล่งน้ำชำระล้างร่างกายที่เปรอะเปื้อน ไปด้วยคราบเลือดของเขาทันที ก่อนมานั่งฝึกปรือ ใต้ต้นหลิวใหญ่ ที่ให้ความสงบร่มรื่น ประหนึ่งตัวเขาได้กลับหมู่บ้านลมหวนอีกครา คิดถึงวันเวลาที่เขาได้อยู่ ท้ายหมู่บ้าน ใบหลิวเขียวขจี ห้อยลงมายาว ปลิวไสวไปกับสายลม สัมผัสถึงปราณพลังฟ้าดินที่หนาแน่น
"สมแล้ว ที่เป็นสถานที่ ขึ้นชื่อเรื่องการฝึกตน" อี้เฉินอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชม ก่อนนั่งขัดสมาธิใต้ต้นหลิวใหญ่ หมายมั่นเก็บสะสมประสบการณ์ความรู้ ทบทวนสิ่งที่เห็นจากการต่อสู้ของ อี้ฟางหรง กับเหล่าบรรพบุรุษชรา ภายในเผ่าสงคราม หวังว่ามันจะช่วย ให้เขาตระหนักรู้บางสิ่งได้ ฉากการต่อสู้ของเหล่าผู้สูงศักดิ์ ในยามนั้น มันยังตราตรึงในหัวใจของอี้เฉินไม่น้อย ภาพฉากต่างๆ หลั่งไหลเข้ามาภายในหัวสมอง อี้เฉินไม่มีหยุด ทว่าตัวอี้เฉินกลับต้อง หยุดชะงัก ครั้นสัมผัส ได้ถึงบางสิ่งที่พุ่งปราดเข้ามาหาตัวเขา
ก่อนที่ม้วนตำราส่งสาร จะแหวกห้วงอากาศ มาหยุดอยู่ด้านหน้าอี้เฉิน รบกวนการหยั่งรู้ของเขาชั่วครู่หนึ่ง เมื่อม้วนตำราส่งสาร คลี่ออกกว้าง น้ำเสียงผู้อาวุโส คุมยอดเขาที่1 ก็ส่งคำประกาศิต บอกกล่าวคำพูดออกมา "เจ้าหนุ่มน้อย ทุกๆ หนึ่งเดือน ยอดเขาสวรรค์จะจัดการประลอง เนื่องด้วยเจ้าอยู่ยอดเขาที่5เป็นศิษย์เพียงผู้เดียว เจ้าจึงต้องเข้าร่วมการประลองอย่างเลี่ยงไม่ได้"
อี้เฉินเขาขมวดคิ้วมุ่น จนติดกันเป็นปมในทันที เม็ดเหงื่อผุดพราย ขึ้นมาบนใบหน้าไม่น้อย ก่อนจะถอนหายใจออกมายาว "พวกเจ้า ให้ข้าอยู่อย่างสงบ บ้างไม่ได้หรือ คงจะเป็นพวกเจ้าเหล่าผู้สูงส่งสินะ ที่อยากจะบีบบังคับ ให้ข้าลำบากใจ พวกเจ้านี่กัดข้าไม่ปล่อยกันจริงๆ"
อี้เฉินได้แต่ส่ายหัว 'เกรงว่าความหวังที่จะอยู่อย่างสงบของเขา คงจะยากเย็นเสียแล้ว แถมสถาบันยอดเขาสวรรค์ยังเต็มไปด้วย เหล่าผู้สูงส่ง เกรงว่าพวกเขาคงบ้าคลั่ง อยากจะท้าประลองกับข้าเต็มกลืนแล้ว'
อี้เฉินเมื่อเริ่มกลับมาสงบจิตใจของเขาได้อีกครา เขากลับไปตั้งใจ เก็บสะสมประสบการณ์ จากฉากการต่อสู้ต่างๆ ที่ได้พบเห็นมา ฉากการต่อสู้ต่างๆ ของอี้ฟางหรงค่อยๆ ปรากฏ ออกมาภายในโสตประสาท ของอี้เฉินนำพาให้จิตใจของเขาจมดิ่ง จดจ่อ กับฉากการต่อสู้นั้นจนลืมช่วงเวลาที่ไหลผ่าน แม้ว่ามันจะยากเกินกว่า ที่อี้เฉินจะเข้าใจ ไม่อาจย่อยเป็นความรู้ได้ แต่มองในแง่ ประสบการณ์ ก็ถือว่าล้ำค่าไม่น้อย ยากนักที่จะพบเห็นผู้อยู่บนจุดสูงสุด ภายในดินแดนเทพ ปะทะกัน
อักขระที่พรั่งพรูทั่วกายาอี้เฉิน จึงค่อยๆ ก่อตัว หมุนวนขึ้นเป็นชั้นๆ ประหนึ่งเจดีย์ สูงท่วมหัว เต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ความรู้ที่อี้เฉิน หยั่งรู้มันออกมาได้ ก่อนมันจะหลั่งไหลเข้าไปภายในทะเลความรู้ เติมเต็ม10ประตูวิถี
กลุ่มคนไม่น้อยที่รับรู้ถึงประสบการณ์ความรู้ ที่มากมาย ภายในยอดเขาที่5เต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ ความรู้ ที่ใครบางคนหยั่งรู้มันออกมาได้ มันก็ทำให้เหล่าผู้สูงส่งหลายๆ คนที่จ้องมอง ออกไปที่ยอดเขาที่5สุดสายปรายตา ขมวดคิ้วมุ่น ครั้นรับรู้ถึงใครบางคน ดูดซับประสบการณ์ความรู้ เข้าไป อดไม่ได้ที่จะกล่าวอุทานออกมา "ไอ้หมอนั้นมันได้โชคการหยั่งรู้ก้อนใหญ่มาจากไหน ช่างดวงดีเสียจริง"
เยว่ชิงเซียนนางเองก็หันไปมองยอดเขาที่5เช่นกัน นางไม่คิดอี้เฉินจะได้ประสบการณ์มากมายถึงเพียงนี้ ในช่วงเวลาไม่กี่วันที่เขามาถึง แต่สำหรับอี้เฉินมันไม่ใช่เรื่องแปลก แต่อย่างใด เขาแทบไม่ได้ปิดขั้นพลังเลยแม้แต่น้อย หลบหนีการไล่ล่า ไปร่วมสามเดือน การเดินทางเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ความรู้ต่างๆ ของเขาจึงตกผลึก รอคอยเพียงปิดขั้นพลังหยั่งรู้ประสบการณ์ เท่านั้น
เยว่ชิงเซียน แม้นางจะอยู่ในขั้นพลังเทวะ ระดับกลาง ยังถือว่าเหนือกว่าอี้เฉินอยู่ขั้นพลังย่อย ทว่านางก็อดหวั่นใจไม่ได้ ครั้นเจออี้เฉินในยามก่อน ขั้นพลังของเขายังห่างกับ นางมาก แต่ยามนี้ ชายหนุ่มกลับไล่ตามตัวนาง ใกล้จะทันแล้ว แววตาของนางจึงเต็ม ไปด้วยความไม่จำยอม ไม่ยินดีให้อี้เฉินแซงหน้า ตัวนางไปมากกว่านี้
ถึงจะรู้ว่าชายหนุ่ม พึ่งจะเลื่อนขั้นพลังเทวะมาก็ตาม ยามนี้ ยังห่างกับนางหลายขุม แต่นางก็ไม่อาจประมาทชายหนุ่มได้ จดจำกับสิ่งที่อี้เฉิน ทำกับนางได้เป็นอย่างดี ครั้นนึกถึงเรื่อง ริมฝีปากของนาง ถูกอี้เฉิน จุมพิต ภายในมิติหุบเหวสวรรค์ นางอดไม่ได้ที่จะยกฝ่ามือ ลูบคลำริมฝีปากแดงน้อยของนางขึ้นมา ทว่าประกายตา ในกรอบสายตากลับเต็มไปด้วย ไฟโทสะ
ทว่าเยว่ชิงเซียน ตัวนางก็ต้องสะดุ้งโหยง ครั้นเห็นหญิงสาวที่ปิดขั้นพลังภายในศาลา ไม่ห่างตัวนางมากนัก ยกรอยยิ้มกว้างมาให้ตัวนาง "พี่หญิง เยว่ชิงเซียน ท่านคงไม่ได้คิดถึงเรื่อง ภายในมิติหุบเหวสวรรค์หรอกนะ" จิ้งจอกน้อย หงส์เหมิง แห่งศาลาเซียนสวรรค์ กล่าวด้วยรอยยิ้ม เจ้าเล่ห์
เยว่ชิงเซียนนางมองด้วยใบหน้า ถมึงทึงพร้อมจะเอาเรื่อง หญิงสาว "เจ้าหยุดพล่ามเสีย หงส์เหมิง หรืออีกสองวันเจ้าจะประลองกับข้า"
หงส์เหมิง กล่าวด้วยริมฝีปากเปื้อนยิ้ม "พี่เยว่ชิงเซียนหรือท่านมีคนที่ท่านต้องการประลองอยู่ในใจแล้ว" ครั้นนางกล่าวหมดประโยค ใบหน้างามเพริศพริ้ง ของนางก็กลับไปสีหน้าเรียบนิ่ง หลับตาพริ้ม
ทว่า เยว่ชิงเซียนในยามนี้ นางทำปากมุ่ยอย่างไม่พอใจ ก่อนเอ่ยพูดพึมพำออกมา "เจ้านี่ ชอบทำให้ข้าเสียสมาธิตลอดเลยนะ หงส์เหมิง ข้าละเกลียดนิสัยขี้เล่นของเจ้าจริงๆ มันช่างเหมือนกับเจ้านั่น ไม่มีผิดเพี้ยน"
ก่อนเยว่ชิงเซียน นางจะกำฝ่ามือไว้แน่น สบถด่าออกมาน้อยๆ "อี้เฉิน อีก2วัน เจ้ากับข้าเราจะได้เห็นดีกัน ข้าจะทำให้เจ้าต้องอับอาย ต่อหน้าหมู่ชน จนเจ้าไม่อาจอยู่ยังสถาบันยอดเขาสวรรค์ได้อีกต่อไป"
ทางด้านอี้เฉิน เขา ไอจาม ออกมาอยู่หลายครา อดไม่ได้ที่จะเอ่ยพูดพึมพำออกมา "เหตุใดวันนี้ข้ารู้สึก ไม่ค่อยสบายตัวเลย หรือข้าจะป่วยกันนะ มันไม่น่าจะเป็นไปได้สิ"
อีกไม่ถึง2วัน การประลอง5ยอดเขาก็จะเริ่มต้นขึ้น มันจึงทำให้อี้เฉินอดที่จะหวั่นใจไม่ได้ ไม่รู้กลุ่มคนพวกนั้น พวกเขาจะมาไม้ไหน "หวังว่ามันจะไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับข้าหรอกนะ? ขอข้าใช้ชีวิต ที่สงบสุข สักปี สองปี ภายในสถานที่แห่งนี้เถอะ ข้าจะได้มีเวลาปิดขั้นพลัง"
ครั้นคำพูดของอี้เฉินดังขึ้นมา เสียงที่แหบพร่าของชายชรา ยอดเขาสวรรค์ จู่ๆ ก็ส่งคำพูดออกมาบอกกล่าวอี้เฉิน "หนุ่มน้อย เจ้าไม่ต้องเร่งรีบ ที่จะเลื่อนขั้นพลัง หากเจ้าฐานพลังไม่แข็งแรงมากพอ มันอาจจะทำให้เจ้าเสียใจในภายภาคหน้า ข้าขอเตือนเจ้าด้วยความหวังดี การรีบร้อนที่จะแข็งแกร่งไม่ได้ส่งผลดี ในภายภาคหน้าต่อ ตัวเจ้า"
ครั้นอี้เฉินได้ยินเสียงเอ่ยเตือนของชายชรา เขายกฝ่ามือคำนับไปในทิศทางเสียงนั้นในทันที "ขอบคุณ บรรพบุรุษชรา ยอดเขาสวรรค์ที่เอ่ยเตือนสติข้า" อี้เฉินรับรู้ได้เป็นอย่างดี หากฐานพลังของเขาไม่มั่นคง การจะย้อนกลับมาแก้ไข ย่อมเป็นเรื่องที่ยาก รับรู้ถึงความหวังดีที่ ผู้เฒ่าชราบอกกล่าวตัวเขา