ในการทำาครั้งนี้หมู่ตึกวสันต์ได้บริเวณโดยรอบเป็ป่ารกดังนั้นเซเวียร์ วูดส์จึงสั่งให้หน่วยสนับสนุนห้าสิบคนกระจายตัวออกไปแต่ละทิศเพื่อคอยซุ่มดูว่ามีใครมาบุกโจมตีหรือไม่ส่วนรองหัวหน้าถูกรับหน้าที่โดยโอวี่ เบิร์นเนอร์
เข้าสู่่เวลาสายพลุสีแดงถูกยิงขึ้นบนท้องฟ้าเป็สัญญาณเริ่มาสี่หมู่ตึกอย่างเป็ทางการ
ภายในห้องโถงหลักปราสาทดำ
หลังจากเซเวียร์วูดส์ให้ทุกคนแต่งตั้งหัวหน้าของแต่ละหน่วยขึ้นมาเสร็จเธอก็มอบภารกิจให้แต่ละหน่วยทันที
“ธงมีค่าเท่ากับการถือคะแนนชั่วคราวหนึ่งหมื่นคะแนนและในาในครั้งนี้มีกติกาเพิ่มเติมทุกคนล้วนมีค่าหัวหนึ่งร้อยคะแนนต่อคน”เซเวียร์ วูดส์ ประกาศ
"หากเจอสมาชิกฝ่ายตรงข้ามของแต่ละหมู่ตึกให้พยายามสังหารไม่ต้องจับเป็"เธอสั่งการอย่างเฉียบขาด
ธงประจำปราสาทแต่ละหมู่ตึกจะไม่สามารถเก็บในช่องเก็บของได้การประลองครั้งก่อนเคยมีบางคนหัวใสที่คิดจะนำธงไปซ่อนไว้ตามจุดลับตาคนแต่สุดท้ายกลับถูกหมู่ตึกอื่นขโมยกลับไปง่ายๆเพราะธงจะแผ่รังสีออกมาในทุกๆเจ็ดชั่วโมงทำให้ทุกคนสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าธงของแต่ละหมู่ตึกถูกเก็บไว้ที่ใด
บรรยากาศโดยรอบปราสาทดูเงียบเชียบเป็พิเศษ
ภายในป่าทางใต้ห่างจากปราสาทสองไมล์
"ลูคัส นายตื่นเต้นหรือเปล่า" ไบรอัน เกรถามด้วยอาการสั่นเครือเขาเหลือบมองซ้ายขวาตลอดเวลาด้วยความหวาดระแวง
"ก็นิดนึง" ลูคัสตอบสั้นๆาเด็กน้อยที่ตายไม่จริงแบบนี้เขาไม่กลัวอยู่แล้ว
หน่วยทะลวงฟันถูกแบ่งออกเป็ห้ากลุ่มย่อยแต่ละกลุ่มมีสมาชิกสิบสี่คน
"พวกเราตื่นตัวเอาไว้ศัตรูอาจจะมาจากทิศทางใดก็ได้"หญิงสาวผมสีเงินสั่งการ เธอคือ ฮยอนอา รุ่นพี่ปีสองเป็หัวหน้าหน่วยที่ห้านี้
"บัคนายสังเกตสัญญาณพลุเอาไว้ด้วย" ทุกหน่วยจะมีสัญญาณพลุหากถูกโจมตีจะได้แจ้งหน่วยอื่นทัน
ในหน่วยทะลวงฟันที่ห้ามีเด็กปีหนึ่งอยู่สิบคนที่เหลือเป็รุ่นพี่ปีสองทั้งหมด
ประกาศทางสถานศึกษาดังขึ้น
"ในทิศใต้ห่างออกไปสิบไมล์อสูรเฝ้าสมบัติในบึงน้ำหากสมาชิกหมู่ตึกใดสังหารอสูรลงได้จะได้รับสามพันคะแนน"
ผ่านไปไม่กี่อึดใจคนที่ทำหน้าที่ส่งข่าวก็มาถึง
"หน่วยทะลวงฟันที่ห้ารับคำสั่งสังหารอสูรชิงสมบัติมา"
"ส่งไปหน่วยเดียว" ฮยอนอา ขมวดคิ้ว
"แม่ทัพสั่งให้ไปหน่วยเดียว..." คนส่งข่าวรายงานอย่างละเอียด
"พวกเราทั้งหมดออกเดินทาง"ฮยอนอาผู้เป็หัวหน้าสั่งการ
หน่วยทะลวงฟันทั้งหมดดิ่งตรงตามจุดแสงสีแดงในแผนที่หนังสัตว์แผนที่นี้จะแสดงแลนด์มาร์กสำคัญในสนามรบทั้งหมดซึ่งทางสถานศึกษาแจกจ่ายให้ยี่สิบผืนต่อหนึ่งหมู่ตึกเท่านั้น ในที่สุดพวกเขามาก็ซุ่มอยู่บริเวณแนวป่าติดบึงใหญ่ในระยะสองร้อยเมตร
"ทำไมไม่เห็นคนอื่นๆเลยหรือกลุ่มเราจะมาถึงก่อน"หนึ่งในสมาชิกหน่วยทะลวงฟันพูดขึ้น
"อาจจะไม่ได้มีแค่เรา...เชื่อว่าคนจากหมู่ตึกอื่นคงมาซุ่มรออยู่แถวนี้แล้วเช่นกันเตรียมตัวเอาไว้ให้ดีอย่าลดการป้องกัน" ฮยอนอาเตือนทุกคน
เสียงประกาศดังขึ้นอีกครั้ง
"สวัสดีนักเรียนที่น่ารักจะใบ้ให้หน่อยก็แล้วกันถ้าเกิดสมบัติในบึงนั้นบอกตำแหน่งของทุกคนในแผนที่ได้เล่า...นักเรียนจะว่าอย่างไร"
ชัดเจนว่านี่คือการสุมไฟให้เหล่านักเรียนแย่งชิงกันอย่างแน่นอน
หลังจากเสียงประกาศผ่านไปไม่กี่อึดใจบริเวณพุ่มไม้ทิศฝั่งตรงข้ามมีชายสามคนเดินออกมา
"เพื่อนๆออกมาเจรจากันดีกว่า" ชายร่างใหญ่ในผ้าคลุมสีเขียวที่ยืนตรงกลางะโเสียงดัง
"นั่นคือสามทหารเสือของหมู่ตึกวัสสานะ"นักรบหญิงผู้เป็รุ่นพี่ปีสองหมู่ตึกวสันต์แจ้งข้อมูลให้ทุกคนทราบ
หลังจากนั้นก็มีตัวแทนแต่ละหมู่ตึกก้าวออกมาทุกคนยืนประจันหน้ากันคนละมุมตรงหน้าบึงน้ำ
"จะเอายังไง" นักเวทสาวหมู่ตึกคิมหันต์กล่าวขึ้น
"กระผมเห็นว่าเราควรจะแบ่งภารกิจให้แต่ละหมู่ตึกทำอย่างเท่าเทียมกัน"ชายใส่แว่นของหมู่ตึกเหมันต์เสนอ
หลังจากทุกกลุ่มหันกลับไปปรึกษากันสักระยะมีหลายคนพยักหน้าเห็นด้วยให้กับข้อเสนอนี้
"แล้วจะแบ่งลำดับอย่างไร" ฮยอนอาถามออกไป
"ไม่ยากภารกิจแรกหมู่ตึกเหมันต์ขอรับไว้ก่อน ระหว่างที่พวกเราสู้กับอสูรทุกคนห้ามขัดขวางรวมทั้งสมบัติชิ้นนั้นต้องเป็ของทางเราด้วยจากนั้นภารกิจสุ่มที่สองหมู่ตึกเหมันต์จะขอถอนตัว" ชายใส่แว่นเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
"เฮ้ย โอราฟจะไม่มากไปหน่อยเหรอก็เห็นอยู่ว่าสมบัติชิ้นนี้สำคัญขนาดไหนแล้วแกจะมาเล่นแง่ชุบมือเปิบเอาไปง่ายๆคิดว่าพวกข้าทุกคนกินหญ้างั้นเรอะ"ชายร่างใหญ่ที่เป็ผู้นำสามทหารเสือะโออกมา
หลังจากปะทะคารมกันอยู่ครู่ใหญ่ก็ไม่สามารถตกลงกันได้
ชายร่างผอมในกลุ่มสามทหารเสือจึงชิงลงมือก่อนเขาพุ่งตรงไปที่ริมบึงเพื่อจะรีบลงไปเอาสมบัติ
ตู้มม!แรงะเิครั้งใหญ่เกิดขึ้นนักเวทสาวในผ้าคลุมสีแดงร่ายคาถาไฟสกัดชายร่างผอมนั้นทันที
ทำให้สองคนที่เหลือในกลุ่มทหารเสือเปิดฉากโจมตีเข้าใส่เธอ
"ทุกคนบุกเลยฆ่าให้หมดชิงสมบัติมา" ชายใส่แว่นนามว่าโอราฟจากหมู่ตึกเหมันต์สั่งการ
ฮยอนอาค่อยๆขยับถอยหลังกลับไปที่กลุ่ม
"รอ" ฮยอนอาพูดสั้นๆ
ในขณะที่สามหมู่ตึกกำลังตะลุมบอนกันแสงสว่างจากเวทมนตร์ปลิวว่อนมีหลายคนถูกสังหาร
กลุ่มของหมู่ตึกวสันต์ถูกสั่งให้ถอยมารอดูสถานการณ์
ผ่านไปไม่นานฝั่งของสามทหารเสือก็พยายามจะเข้าใกล้บึงน้ำอีกครั้ง
“ฟ่อ!”มีเสียงขู่ออกมา
"งูั์"ชายร่างผอมถูกงูั์สีเขียวที่มีเกล็ดคล้ายปลาโผล่พ้นน้ำขึ้นมาเขมือบเขาเข้าไปทั้งตัว
ภาพเหตุการณ์นี้ตกอยู่ท่ามกลางสายตาของทุกคน
"พวกเราหยุด! สงบศึกชั่วคราวร่วมมือกันจัดการมัน"โอราฟประกาศออกมาขณะที่เขาะโถอยกลับไป
เป็สัญญาณว่าจะหยุดสู้
สามทหารเสือที่เหลือเพียงสองคนพุ่งเข้าใส่งูั์สีเขียวทันทีพวกเขาผนึกกำลังกันชายร่างใหญ่ใช้ขวานสับไปที่ลำคอของงูส่วนชายร่างเตี้ยอีกคนใช้ดาบฟันซ้ำบริเวณเดิม
ด้วยการโจมตีผสานทำให้ลำคอของงูั์ขาดสะบั้นลง
เมื่อทุกฝ่ายเห็นดังนั้นจึงมีหลายสิบคนซึ่งไม่รู้เป็ฝ่ายใดบ้างกรูเข้าไปใกล้บริเวณบึงน้ำหวังแย่งสมบัติ
"รุ่นพี่อสูรนั่นถูกจัดการแล้วทำไมเราไม่เข้าไปแย่งสมบัติกับพวกเขาละครับ"ไบรอัน เกร ถาม ฮยอนอาด้วยความสงสัย
"รอก่อน" ฮยอนอาตอบด้วยท่าทีสงบ
ลูคัสเองก็สงสัยเช่นกันความจริงเมื่ออสูรตายลงตอนนี้ควรเป็โอกาสทองเพื่อเข้าชิงสมบัติ
สายตาเขาก็ยังจดจ้องไปยังศีรษะของงูั์สีเขียวนั่นเขารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
“อ๊ากก!”เสียงกรีดร้องระงมไปทั่วบึง งูั์สีเขียวอีกตัวโผล่พ้นขึ้นมาก่อนงับแขนของนักรบคนหนึ่งของหมู่ตึกคิมหันต์ขาดออกโลหิตของเขาสาดกระเซ็นย้อมจนน้ำกลายเป็สีแดง
ความโกลาหลบริเวณกลางบึงเกิดขึ้นอีกครั้ง
"มันกลับมีสองหัว" ไบรอันกล่าวด้วยสีหน้าซีดลง
"มันไม่ได้มีเพียงสองหัว" ลูคัสกล่าวขึ้น
"ถูกต้องมันไม่ได้มีสองหัว" ฮยอนอาที่สงบมาตลอดไขข้อสงสัยให้กับทุกคน
เมื่อจบประโยค
"หนีเร็วมันไม่ใช่งูน้ำธรรมดา" ชายร่างใหญ่โผล่ขึ้นพ้นน้ำรีบบอกทุกคน
สิ้นคำเตือนศีรษะที่เหลือทั้งเก้าหัวโผล่ขึ้นมาพ้นน้ำพร้อมใจฉีกกระชากหัวหน้าของสามทหารเสือออกเป็ชิ้นๆ
"หมู่ตึกเหมันต์ถอยกลับเร็วเข้า" โอราฟทียืนคุมเชิงริมบึงน้ำรีบออกคำสั่งอย่างตื่นตระหนก
ส่วนหมู่ตึกคิมหันต์นั้นโชคร้ายที่สุดสมาชิกทุกคนยกเว้นนักเวทหญิงที่มาถึงบึงแห่งนี้ล้วนตกตายจนสิ้น
เศษอวัยวะของผู้คนกระจัดกระจายลอยเต็มบึงน้ำเป็ภาพที่น่าสยดสยองอย่างมาก
ตัดภาพมาที่อัฒจันทร์ของเหล่าผู้ชม
ฉากที่เหล่านักเรียนปะทะกับงูั์หลายหัวทำให้ทุกคนในที่นี้ลุ้นกันแทบหยุดหายใจ
"โชคดีที่พวกของลูคัสยังไม่ออกไปไม่งั้น..." วิเวียนกล่าวด้วยความเป็ห่วงแม้ว่าคนจะล้มตายมากแค่ไหนเธอก็ห่วงแต่ลูคัส
"โฮะ โฮะ หลานปู่ดูจะเทใจให้เ้าหนุ่มนั่นน่าดู" โนแลน มัวร์ พูดแซว
"หนูก็แค่เชียร์น้องปู่ละก็" เธออายจนหน้าแดงเป็นลูกมะเขือเทศ
ขณะที่คนจากสองหมู่ตึกกำลังถอยกันสุดตัวบ้างก็วิ่งหนีล้มลุกคลุกคลานบางคนถึงกับขาแข็งก้าวไปไหนไม่ออก จึงถูกงูั์เขมือบลงท้องทั้งเป็
"งูั์นั่นมันคือตัวอะไรครับหัวหน้า" เด็กปีหนึ่งในกลุ่มทะลวงฟันสอบถามด้วยอาการตื่นตระหนก
"สัตว์ในเทพนิยายไฮดรา" ฮยอนอาตอบ
"ไฮดรา" ลูคัสพึมพำ
ณเวลานี้สมาชิกทั้งสองหมู่ตึกเหลือเพียงสี่สิบจากร้อยคนเท่านั้นที่กำลังต่อสู้กับงูั์
"เฮ้ย ฮยอนอาจะยืนนิ่งตรงนั้นอีกนานมั้ยมาช่วยกันฆ่ามันหน่อยสิโว้ย"โอราฟโวยวาย
"...."ฮยอนอา นิ่งไม่ขยับ
"เราตัดหัวมันไปแล้วทำไมมันถึงงอกขึ้นมาอีกได้"นักสู้ฝ่ายหมู่ตึกเหมันต์หน้าซีดลง
"จะบอกเอาบุญมันคือไฮดรา" ฮยอนอาพูดใส่โอราฟที่กำลังหัวร้อน
"บ้าเอ้ยพวกเราอย่าตัดหัวมันล่อมันขึ้นมาจากน้ำหาตัวมันให้เจอแล้วให้นักเวทโจมตีด้วยคาถาเร็วเข้า"
โอราฟออกคำสั่งอย่างรวดเร็ว
หลังจากได้ยินคำสั่งจากโอราฟทุกคนก็พร้อมใจหลอกล่อสัตว์ประหลาดตัวนี้
ในที่สุดลำตัวใหญ่โตคล้ายสุนัขก็เผยออกมาขาสี่ข้างมีเกล็ดสีเขียวน่าเกลียดน่ากลัวแต่ขณะนี้ศีรษะที่เคยมีอยู่เก้ากลับเพิ่มเป็ยี่สิบแล้ว
“ฟ่ออ!”ไฮดราคำรามสนั่นอสูรตนนี้หมายสังหารทุกคนที่กำลังจะแย่งชิงสมบัติของมัน