เื่ราวของชายหนุ่ม นักวิศวกรเครื่องกลวัย 24 ปี นามว่า รัน หรือชื่อจริงคือ อารัณย์ เจริญมงคล เขาเป็เพียงผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่ทำงานให้แก่บริษัทชื่อดังบริษัทหนึ่ง แต่ดันโชคร้ายต้องประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างเดินทางไปทำงานตามปกติ เขาได้รับาเ็สาหัสจนต้องเข้าห้อง ICU อยู่ในอาการโคม่าไม่ได้สติ
นั่นเป็จุดเริ่มต้นของเื่ราวเหนือธรรมชาติที่ทำให้จิตใจของเขาเหมือนถูกดึงออกออกจากร่างกาย ล่องลอยอยู่ในความมืดอันไร้จุดหมายหรือจุดสิ้นสุด หลังจากผ่านกาลเวลาไปเนิ่นนานจนจิตใจของรันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าผ่านมานานแค่ไหนแล้ว ตอนนี้ทั้งอารมณ์ความรู้สึก สติ การรับรู้ และความทรงจำของเขาดูเหมือนจะค่อยๆเลือนลางหายไปตามกาลเวลาไหลผ่านไป
แม้จะเป็เช่นนั้นแต่เขากลับไม่รู้สึกกลัวหรือสิ้นหวังเลยแม้แต่น้อย รันถือเป็มนุษย์คนนึงที่เข้าใจสัจธรรมของโลก มีเกิดย่อมมีดับเป็ธรรมดา หากเป็การตายที่ไม่เ็ปเขานั้นยินดี เขาได้ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาสามารถทำได้จนสุดความสามารถแล้ว เขาเป็เพียงแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง เป็เพียงเศษฝุ่นในจักรวาล ไม่ใช่พระเ้าที่สามารถต่อต้านหนึ่งในกฏแห่งจักรวาลเช่นนี้ได้ นั่นก็คือกฏแห่งการดับสูญหรือกฏแห่งความตายนั่นเอง
แต่ก่อนที่เขาจะถูกความมืดกลืนกิน ตอนนั้นเองที่ปาฏิหาริย์ได้ถือกำเนิดขึ้นโดยที่รันไม่ทันตั้งตัว ในที่ๆเต็มไปด้วยความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดแห่งนี้ ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะยังไม่อยากให้เขาตาย แต่เอ๊ะ? ไม่ใช่ว่าเขาเพิ่งโดนรถชนตายจนเหลือแต่ิญญาแล้วเหรอ แต่ช่างมันเถอะ อย่างน้อยๆเขาก็ยังมีความรู้สึกนึกคิดในแบบจิติญญาอยู่ล่ะนะ และแล้วแสงสว่างแห่งความหวังก็ปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้ารัน มันเป็ประกายเด่นชัดท่ามกลางความมืดมิดของสถานที่แห่งนี้ แสงสว่างดังกล่าวดูเหมือนจะมีพลังอำนาจอันลึกลับที่ดึงร่างิญญาของรันเข้าไปหามันโดยที่เขาไม่อาจต้านทาน
เมื่อรันรู้สึกตัวอีกทีเขาก็พบว่าตนนั้นกำลังเปลือยกายอยู่บนแท่นหินวงกลมขนาดใหญ่ พื้นผิวของมันเต็มไปด้วยลวยลายอักขระเหมือนวงเวทย์ที่เขาเคยเห็นผ่านภาพยนตร์หรือการ์ตูนแฟนตาซีหลายๆเื่ เบื้องหน้าคือโบราณสถานเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยวัสดุอุปกรณ์และพืชพรรณแปลกตา เื้ัคือต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ทำให้เขาต้องอ้าปากค้าง เนื่องจากความยิ่งใหญ่และงดงามของมัน มันสูงใหญ่ยิ่งกว่าตึกที่สูงที่สุดบนโลกของเขาเสียอีก
นั่นหมายความว่าความสูงของมันต้องไม่ต่ำกว่า 800 เมตร กิ่งก้านสาขาและใบของมันนั้นแผ่กระจายอย่างกว้างขวางจนปกคลุมผืนฟ้าในสายตาของรัน เหนือผืนดินปรากฏรากใหญ่ที่แตกแขนงดั่งใยแมงมุม ความกว้างของรากแต่ละเส้นนั้นเทียบได้กับถนนสองเลน และรากบางเส้นที่ดูเหมือนจะเป็เส้นหลักนั้นใหญ่เทียบเท่ากับถนนสี่เลนเลยทีเดียว แล้วจะไม่ให้รันอ้าปากค้างเมื่อได้เห็นสิ่งเหล่านี้ได้ยังไง
แต่หลังจากที่รันนิ่งค้างไปได้ไม่ถึงนาที จู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังเข้ามาในหัวของเขา มันเป็เสียงที่นุ่มนวลอ่อนโยนเป็อย่างมาก ดั่งว่าเขากำลังกำลังเข้าสู่อ้อมกอดของมารดาอันเป็ที่รัก มันทำให้เขารู้สึกอบอุ่นและสงบจิตใจลงอย่างง่ายดาย
“เ้าตื่นแล้วหรือ…เด็กน้อย…”
แม้ว่าเสียงดังกล่าวจะทำให้จิตใจของรันสงบลง แต่ด้วยธรรมชาติของมนุษย์ทำให้ต้องหันซ้ายหันขวาเพื่อหาว่า ใครกำลังพูดกับเขาอยู่กันแน่
“เอ่อ..ไม่ทราบว่าคุณเป็ใครครับ ทำไมผมถึงไม่เห็นใครเลย…” เมื่อหาคนพูดไม่เจอ รันจึงได้แต่ตอบกลับไปอย่างนั้น
“เ้าไม่ต้องหาข้าหรอก เด็กน้อย เพราะเ้าได้เห็นข้าแล้ว ข้าคือต้นไม้ใหญ่เบื้องหน้าเ้า หรือจะพูดให้ถูกยิ่งกว่านั้นก็คือ ข้านั้นเป็ต้นไม้โลกนามว่า “อาคาเซีย” เป็มารดาของทุกสรรพชีวิตบนโลกใบนี้ ยินดีที่ได้รู้จัก มนุษย์จากต่างโลก เ้ามีนามว่าอะไร?” เสียงนั้นตอบกลับเข้ามาในหัวของรันอีกครั้ง ทำให้เขาอ้าปากค้างหนักกว่าเดิม นี่เขากำลังคุยกับต้นไม้อยู่เหรอ หรือว่าเขาจะกลายเป็บ้าไปแล้วจริงๆ?
แต่เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าเขาไม่ได้กำลังฝันอยู่ ไม่ว่าจเป็กลิ่นไอดินกลิ่นธรรมชาติ ความรู้สึกของสายลมที่พัดเข้ามากระทบิัที่เปลือยเปล่าของเขา และความรู้สึกเย็นจากพื้นหินใต้ฝ่าเท้าของเขา หลังจากตั้งสติและปรับตัวยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น รันก็กล่าวแนะนำตัวและกล่าวถามออกมา
“นี่….มันค่อนข้างแฟนตาซีไม่น้อยสำหรับผม ถึงผมจะพอเดาได้ว่าผมอาจจะไม่ได้อยู่บนโลกใบเดิมของผมแล้ว แต่นั่นก็ยังทำให้ผมประหลาดใจอยู่ดี ที่ต้นไม้สามารถสื่อสารกับมนุษย์ได้เช่นนี้ ขอโทษที่แนะนำตัวช้า ผมชื่อ อารัณย์…อารัณย์ เจริญมงคล หรือเรียกสั้นๆว่า รัน ก็ได้ ผมเป็วิศวกรมนุษย์เงินเดือนธรรมดาคนนึง ว่าแต่…คุณเป็คนที่ช่วยดึงผมออกมาจากความมืดใช่ไหม? เพราะความรู้สึกที่คุณแผ่ออกมานั้นมันตรงกันกับความรู้สึกที่ผมััได้จากแสงสว่างนั้นแลย”
“เป็เช่นนั้น รัน ข้าใช้พลังของโลกดึงิญญาของเ้าออกจากมิติแห่งความว่างเปล่า และสร้างกายเนื้อรองรับิญญาของเ้าไว้ แม้แต่ข้าก็ยังแปลกใจ ที่มีิญญาหลงหลุดเข้าไปยังมิติแห่งนั้นได้ ซึ่งโอกาสเกิดมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยเสียอีก หรือก็คือหนึ่งในล้านๆ โดยปกติแล้วิญญาคนตายเช่นเ้ามีเพียงไม่กี่เส้นทางเท่านั้นที่จะต้องไป…ตามกฏของโลกนั้นๆ” อาคาเซียเริ่มอธิบายอย่างใจเย็น และเธอยังคงอธิบายกับเขาเพิ่มเติม
“เท่าที่ข้ารู้ โลกของเ้าถูกผูกติดเข้ากับกฏวัฏจักรสังสารวัฏ ิญญาคนตายจะถูกดึงดูดเข้าสู่แม่น้ำแห่งการหลงลืมและนำไปสู่ประตูแห่งการเกิดใหม่ แตกต่างจากโลกของข้า ที่ิญญาทุกดวงจะกลับสู่อ้อมกอดของมารดาแห่งชีวิต หรือก็คือต้นไม้โลกเช่นข้าและรอการเกิดใหม่อีกครั้ง
แต่เ้าคือผู้โชคดีและผู้โชคร้ายในเวลาเดียวกัน เ้ากลับหลุดเข้าไปยังมิติแห่งความว่างเปล่า ซึ่งความน่าจะเป็ที่จะเกิดเหตุการณ์นี้นั้นเรียกได้ว่าแทบจะเป็ไปไม่ได้เลย มิติแห่งนั้นเป็ตามชื่อของมัน นั่นคือความว่างเปล่าอันไร้ซึ่งสรรพสิ่ง หากมีสิ่งใดหลุดเข้าไปมันจะถูกทำให้กลายเป็ความว่างเปล่า มันจะทำให้สิ่งๆนั้นเสื่อมสลายไปอย่างช้าๆจนไม่เหลืออะไรเลย
หากเป็วัตถุ สสารหรือกายเนื้อของสิ่งมีชีวิตที่จับต้องได้ มันจะถูกทำให้กลายเป็ความว่างเปล่าภายในไม่กี่วินาที แต่หากเป็ิญญาเช่นเ้า ซึ่งมีกฏผูกพันมากมายทำให้การเสื่อมสลายเป็ไปได้ยากมาก จึงไม่ต้องแปลกใจที่ิญญาของเ้าจะสามารถคงอยู่ในมิตินั้นได้เป็เวลากว่าร้อยปี
แต่เหรียญย่อมมีสองด้าน ในเมื่อมีข้อเสียก็ย่อมมีข้อดี ความพิเศษของมันมีเพียงอย่างเดียว นั่นก็คือมันเป็มิติที่เชื่อมต่ออยู่กับทุกโลกทุกจักรวาลทุกมิตินับอนันต์ ดังนั้นข้าจึงสามารถค้นพบเ้าได้จากโลกของข้า” อาคาเซียอธิบาย
ได้ยินเช่นนั้นรันก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วให้กับโชคของตน โอกาสหนึ่งในล้านๆ เยี่ยมไปเลย ทำไมเขาถึงไม่ถูกหวยบ้าง?...
---------------------------------------------------------
สำหรับนักอ่านผู้ใจดี น่ารัก และหล่อเหลาเหมือนกับไรท์ สามารถโดเนทค่ากาแฟได้ที่ พร้อมเพย์ และ true wallet : 0939639931
---------------------------------------------------------