บทที่ 107 ช่วยเหลือ
บรรยากาศค่อนข้างเงียบอยู่บ้างเมื่อเทียบกับความสุขสบายของสกุลหลี่ก่อนหน้านี้ ด้านหน้ามีเจ้ากรมพิธีการ ขุนนางระดับสูงที่ทำงานให้พระราชสำนักจนผมเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนกำลังนั่งเปิดเอกสารที่ตนเองนำมาราวกับว่าที่นี่เป็นห้องทำงานส่วนตัวอย่างไรอย่างนั้น
คนสกุลหลี่ทั้ง 3 ที่นำโดยผู้นำตระกูลหลี่ พี่ชายใหญ่ซึ่งมีฐานะเป็นว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไป และหลี่ชิงหมินที่ถูกลากเข้ามาในห้องโถงรับรองแขกด้วย พวกเขาต่างก็นั่งเงียบ มองดูเอกสารเตรียมการต้อนรับที่ดูยุ่งเหยิงและไร้ความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ชิงหมินยังเห็นกระทั่งรายชื่อของคณะดนตรีที่พวกเขาตั้งใจจะเชิญมา ชุดการแสดงจากพระราชวังและจากภายนอก เรื่องการเตรียมอาหารและอื่นๆ ราวกับว่าพวกเขาจงใจให้มองเห็นมันอย่างนั้นแหละ
“เจอแล้ว!” เสียงของเจ้ากรมพิธีการดังขึ้น เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วหยิบเอกสาร 1 ฉบับออกมา
ด้านในนั้นมีร่องรอยการขีดเขียนเต็มไปหมด ราวกับว่ายังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน แต่ในบรรดารายละเอียดทั้งหมด มีการทำสัญลักษณ์แสดงถึงความสำคัญของเนื้อความเอาไว้ หลี่ชิงหมินเข้าใจว่ารายละเอียดในส่วนนั้นน่าจะเป็นปัญหาที่แท้จริงของพวกเขา
“อะ แอ่ม ที่ข้ามาพบพวกท่านที่นี่ อันที่จริง...มีเรื่องอยากจะขอรบกวนสกุลหลี่เสียหน่อย” ใบหน้าของชายชรามีสีแดงระเรื่อ พวกเขาพยายามหาที่ปรึกษามาหลายต่อหลายคนแล้ว ไม่ว่าจะไปขอให้ใครช่วย พวกเขาก็ล้วนแต่จนปัญญากันหมด
พวกเขาเกรงว่าหัวจะไม่สามารถตั้งอยู่บนบ่าได้อีกต่อไปแล้ว เดิมทียังคิดว่าจะยอมรับผิดต่อองค์จักรพรรดิ แจ้งไปเลยว่าตนเองไร้ความสามารถที่จะเอาอกเอาใจสกุลทง ต้องทำให้กลุ่มการค้าสกุลทงผิดหวังเสียแล้ว เนื่องจากพวกเขาแจ้งรายการ “ขนมหวาน” ที่ต้องการให้ทำรับรอง เป็นรายการอาหารที่พวกเขาไม่รู้จัก
ไม่สิ! แทบจะทั้งอาณาจักรนี้ ไม่มีใครรู้จักมันเลยต่างหาก ขนาดพวกพ่อค้าที่เดินทางไปต่างแดนบ่อยๆ พวกเขาก็ไร้ความสามารถอย่างแท้จริง
กลุ่มการค้าสกุลทงที่นำโดยว่าที่ผู้นำสกุลทงคนต่อไป แจ้งความประสงค์ว่าต้องการขนมรับรองเป็นขนมที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยกินเมื่อนานมาแล้ว แต่ไม่สามารถหากินได้จากที่ไหนอีก จำได้เพียงว่ามันมีรสชาติหวาน มีสิ่งที่คล้ายหนอนลอยอยู่ในน้ำสีขาว ตัวที่คล้ายหนอนนั้นนุ่มหนึบหนับและมีสีม่วง ได้กลิ่นดอกวานโต่วฮวาอยู่ในนั้นด้วย
ลำพังแค่ดอกวานโต่วก็หาได้ยากเย็นแล้ว ยังต้องมาทำขนมจาก “หนอน” ประหลาดอีก ไม่ว่าจะคิดอย่างไร เจ้ากรมพิธีการก็ไม่เข้าใจความต้องการของกลุ่มการค้าสกุลทงนี้จริงๆ
“คือว่า...สำหรับการต้อนรับสกุลทงนี้ กลุ่มการค้าสกุลทงเรียกร้องให้พวกเรารับรองด้วยขนมหวานบางอย่างที่ไม่มีในอาณาจักรเซิน และไม่มีใครรู้วิธีการทำด้วย ถึงอย่างนั้น...องค์จักรพรรดิของพวกเราก็รับปากว่าจะพยายามให้สุดความสามารถ หากพวกเราไม่สามารถนำขนมหวานนั้นออกมาได้ จะต้องมีบทลงโทษที่รุนแรงแน่นอน”
“ห้องพระเครื่องต้นพยายามที่จะสรรหาวิธีในการทำขนมหวานนี้ แต่...ส่วนประกอบของมันดันเป็น “หนอน” และ “วานโต่วฮวา” ทั้งสองอย่างนี้ อย่างแรกเป็นวัตถุดิบที่ไม่เคยมีคนนำมาทำเป็นอาหารมาก่อน อย่าว่าแต่ขนมหวานเลย พวกนางกำนัลในตำหนักห้องพระเครื่องต้นอาเจียนกันไม่เว้นแต่ละวัน”
“ในขณะที่ว่านโต่วฮวาก็หาได้จำนวนน้อยนิด ดอกว่านโต่วไม่เพียงพอที่จะนำมาทดลองในการปรุงอาหารจำนวนมาก นอกจากนี้...ยิ่งใส่สีของมันเข้าไปในขนมหวาน มันกลับทำให้ “สี” หลักของขนมหวานเปลี่ยนไปราวกับสีของเน่าเสียแทน”
“หนอนที่แช่ว่านโต่วฮวามาทั้งคืน พวกมันไม่สามารถเปลี่ยนเป็นสีม่วงได้ด้วยซ้ำ บางตัวตายก่อนที่จะได้ทำอาหารเสียอีก เห็นภาพแล้วไม่คิดว่ามันจะสามารถประสบความสำเร็จได้เลย”
เจ้ากรมพิธีการถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาแจงถึงปัญหาทั้งหมดแล้ว ในเมื่อองค์จักรพรรดิตรัสแล้วไม่คืนคำ เช่นนั้นพระองค์ย่อมไม่สามารถกลับไปบอกกลุ่มการค้าสกุลทงว่าทำไม่ได้อีกต่อไป สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่สกุลทงไม่พอใจในขนมหวานของพวกเขาก็คือ “การลงโทษ”
กับคนที่อยู่ระดับสูง ยิ่งรับใช้สนองพระโอษฐ์เช่นนี้ ความตายเหมือนอยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือเท่านั้น ยามได้รับอำนาจก็มีความสุข ยามที่ต้องเผชิญหน้ากับผลของอำนาจก็ต้องเหงื่อตกไปตามๆกัน
“ขนมหวานที่ทำจากหนอนและวานโต่วฮวา...” ผู้นำตระกูลหลี่ลอบกลืนน้ำลาย เพียงแค่คิดตามภาพเหล่านั้น เขาก็รู้สึกอยากจะอาเจียนออกมาแล้ว
“เฮ้อ ได้ยินว่าพวกท่านสกุลหลี่เพิ่งต้อนรับคนของกลุ่มการค้าสกุลทง ท่านทงยูไปก่อนหน้านี้ ข้าจึงมีความคิดว่าบางที...พวกท่านอาจจะรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับขนมประหลาดนั่น”
เจ้ากรมพิธีการหันมามองหลี่ชิงหมินโดยตรง เขารู้ว่าความสนิทสนมที่สกุลทงมอบให้สกุลหลี่ แท้จริงแล้วเป็นเพราะคุณชายหลี่ ว่าที่ฮูหยินแม่ทัพใหญ่คนนี้
“ข้าจนปัญญาจริงๆขอรับ คนอื่นๆมีความเห็นเป็นอย่างไรบ้าง” ผู้นำสกุลหลี่มอบทางออกให้ สอบถามไปที่บุตรชายทั้งสองของตนเอง เขาเองก็ยังคิดว่าเจ้าเด็กแสบของเขาอาจจะพอทำอะไรบางอย่างได้จริงๆ
บุตรชายคนโตส่ายหัวของเขาไปมาก่อนจะมองไปที่ชิงหมิน คนตัวเล็กที่สุดยังคงนั่งกินขนมกรอบอย่างใจเย็น ทำตัวเหมือนว่าเขาไม่เกี่ยวกับเรื่องในครั้งนี้
“ข้าเองก็ไม่เคยพูดคุยกับพวกเขาเกี่ยวกับขนมหวานนี้เหมือนกันขอรับ อย่างไรก็ตาม...วานโต่วฮวาที่พวกท่านหาไม่ได้ ข้ายังพอที่จะช่วยเหลือได้ขอรับ บนพื้นที่ที่ข้าเคยซื้อเอาไว้เพาะปลูกดอกไม้ ที่นั่นมีวานโต่วฮวาจำนวนมาก หากพวกท่านต้องการ สามารถส่งคนไปที่นั่นได้เลยขอรับ”
หลี่ชิงหมินกล่าวอย่างใจกว้าง อันที่จริง...วานโต่วฮวาของเขานั้นเติบโตอย่างดีเกินไป ทาสรับใช้ที่ซื้อตัวมานั้นทำงานของตนเองแม้แต่วันที่เขาไม่อยู่ เรียกได้ว่าพวกนางมีใจภักดีอย่างแท้จริง แม้จะไม่ได้รับเงินค่าจ้าง แต่ในเมื่อขายตนเองมาเป็นทาสของเขาแล้ว เช่นนั้นก็ไม่อาจทรยศเจ้านายได้
ทั้งหมดกินอาหารผ่านของที่เพาะปลูกเอาไว้ ชีวิตค่อนข้างดีและไม่อดตายง่ายๆ แม้ว่าสงครามจบลงแล้ว พวกนางก็ยังใช้พืชผักในแปลงเพาะปลูกประทังชีวิตต่อไป หลี่ชิงหมินเคยไปดูพวกนางครั้งสองครั้งหลังจากกลับมา มอบคำชมและเงินรางวัลให้จำนวนหนึ่งด้วย ทำเอาพวกนางร้องห่มร้องไห้ขอบคุณเป็นการใหญ่
พื้นที่ตรงนั้น อันที่จริงต้องคืนกลับให้ทางราชการเนื่องจากสกุลหลี่ไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินจำนวนมากเกินไป แต่ตอนนั้นเป็นช่วงสงคราม ยังไม่มีใครสนใจกฎระเบียบเช่นนี้ แค่พวกเขาเอาตัวรอดได้ก็บุญหัวแล้ว ยังจะไปตรวจสอบพื้นที่ทำกินของพวกขุนนางที่ถูกลดระดับได้อย่างไร
ส่วนเวลานี้ หลี่ชิงหมินผู้เป็นเจ้าของนั้นกำลังจะกลายเป็น “ฮูหยินใหญ่ของท่านแม่ทัพ” และด้วยตำแหน่ง “ฮูหยินขั้น 1” แล้ว เขายังสามารถครอบครองพื้นที่ได้เป็นหมื่นๆไร่ เทียบเท่ากับที่องค์หญิงผู้หนึ่งควรจะได้รับ ดังนั้น....ต่อให้เขาจะยังไม่เป็นฮูหยินใหญ่เต็มตัว แต่ทุกคนก็อะลุ่มอล่วยให้อยู่แล้ว
“โอ้ มีกระทั่งวานโต่วฮวาจำนวนมาก เพียงเท่านี้ก็ช่วยเหลือพวกเราได้มากแล้ว ยังเหลือเวลาอีก 4-5 วันเพื่อทดสอบการทำขนมหวาน หวังว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับพวกเรา...บางที อาจจะมีนางกำนัลสักคนที่คิดได้สำเร็จก็ได้” เจ้ากรมพิธีการผิดหวังเล็กน้อย แต่เขาก็เข้าใจทุกอย่างดี ไม่โทษชิงหมินและสกุลหลี่ที่ไม่รู้เรื่องขนมประหลาดนั่น
“ท่านเจ้ากรมพิธีการ ในเมื่อพวกท่านสงสัย เหตุใดไม่ไปถามรายละเอียดสกุลทงด้วยตนเอง พวกเขาอาจจะเล่ารายละเอียดให้ท่านมากกว่านั้นก็ได้” ชิงหมินแนะนำ
“เป็นคำสั่งไม่ให้รบกวนพวกเขาระหว่างนี้น่ะ เกรงว่าจะทำให้กลุ่มการค้าสกุลทงรำคาญใจ...” คนใหญ่คนโตผู้นี้ก็จนปัญญาจริงๆ
“อย่างนั้นหรือ? นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ เช่นนั้นจะทำถูกใจคนได้อย่างไร”
ชิงหมินบ่นพึมพำอย่างช่วยไม่ได้ เจ้ากรมพิธีการก็ทำได้แค่ถอนหายใจเท่านั้น เขาก็อยากจะบ่นเกี่ยวกับสิ่งนี้เหมือนกัน กลุ่มการค้าสกุลทงไม่แม้แต่จะยื่นมือเข้ามาช่วยพวกเขาในการทำสงครามด้วยซ้ำ พอพวกเขาเข้ามาในเมืองหลวงอีกที กลับต้องต้อนรับเสียใหญ่โต
เคยได้ยินองค์จักรพรรดิกล่าวว่า แค่พวกเขาไม่เข้าร่วมกับฝ่ายศัตรูเพื่อทำลายอาณาจักรเซินก็ถือเป็นบุญคุณแล้ว กลุ่มการค้าสกุลทงสามารถใช้โอกาสเหล่านี้กระตุ้นให้สงครามใหญ่โต ทำให้มีผู้เสียหายจำนวนมากขึ้นก็ยังได้ ด้วยนิสัยของพวกเขาที่ต้องการเพียง “กำไร” เท่านั้น สิ่งที่อาณาจักรเซินหวาดกลัวที่สุดก็คือกลุ่มคนเหล่านี้
ดีที่พวกเขาไว้หน้าอาณาจักรเซินและมองข้ามการหาทางร่ำรวยไป ถึงจะไม่รู้เหตุผลที่พวกเขาไม่รีบเร่งลงมือ แต่มันก็กลายเป็นการลดความเสียหายของอาณาจักรเซินไปในตัว
“อันที่จริง...ข้ามีขนมบางอย่างที่คิดว่าอาจจะใช่ขนมที่พวกสกุลทงต้องการ แต่....” หลี่ชิงหมินลังเล
เขาไม่อยากจะยื่นมือเข้าไปยุ่งวุ่นวายด้วย กระนั้นก็ยังอดไม่ได้ที่จะสงสารเจ้ากรมพิธีการที่บากหน้ามาถึงจวนสกุลหลี่เพื่อขอความช่วยเหลือ เชื่อเถอะว่าถ้าไม่จนปัญญาจริงๆ พวกเขาคงจะไม่มาให้วุ่นวาย
นอกจากนี้ ชิงหมินรู้สึกว่าการทำขนมหวานจาก “หนอน” นั้นประหลาดเกินไป ต่อให้พวกนางกำนัลห้องเครื่องมีความพยายามขนาดไหน ก็ไม่ควรจะให้พวกนางฝืนกินหนอนประหลาดนั่นตลอดไปใช่ไหม?
แน่นอนว่าชิงหมินก็ไม่มั่นใจว่าความคิดของเขาถูกต้องจริงๆ ทว่า...ยังไม่ทันที่เขาจะอธิบายจบ คำว่า “แต่...” ถูกหยุดทันทีราวกับไม่มีใครต้องการฟัง
“คุณชายหลี่มีความคิดดีๆสินะ เช่นนั้นก็ช่วยเหลือพวกเราด้วยเถอะ”
“ชิงหมิน เจ้าคิดอะไรออกงั้นหรือ?” คนอายุมากทั้งสองตื่นเต้นราวกับว่าชิงหมินทำมันสำเร็จแล้วจริงๆ คนตัวเล็กคิ้วกระตุก คนพวกนี้ไม่คิดบ้างหรือว่าเขาก็อาจจะแค่คิดอะไรแผลงๆออกมาได้ แล้วอาจจะทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปกว่าเดิมน่ะ
เขามองไปยังพี่ใหญ่ที่มองเขาด้วยสายตาสงสาร หากชิงหมินไม่พูดออกมาตั้งแต่แรก คนเหล่านี้ก็จะแค่เดินคอตกออกไปแล้วรอวันประหารเท่านั้น พูดไปมันเหมือนกับการให้ความหวังสุดท้ายของพวกเขา แต่ก็อาจจะหาเรื่องใส่ตนได้ด้วยเช่นกัน โชคดีที่เจ้ากรมพิธีการผู้นี้พยายามลองทุกอย่างแล้ว เขารู้ดีว่ามันมีโอกาสที่จะไม่ประสบความสำเร็จ
“ข้าไม่มั่นใจขนาดนั้น สุดท้ายแล้วอาจจะไม่ใช่ก็ได้”
“แค่คุณชายหลี่ช่วยเหลือก็รู้สึกขอบคุณแล้ว อย่างไรนี่ก็ไม่ใช่เรื่องของท่านตั้งแต่แรก”
“ท่านเจ้ากรมพิธีการก็ทำหน้าที่ของตนเองเหมือนกัน ข้าเพียงแค่อยากลองเล่นสนุกด้วยเท่านั้น เป็นแค่ความคิดของเด็กผู้หนึ่ง เอาไว้....เย็นนี้ พวกท่านมาลองตรวจสอบดูอีกที”
“ได้ๆ ข้าจะพานางกำนัลห้องเครื่องมาด้วย แม้ว่าจะไม่สำเร็จ แต่อาจจะทำให้พวกนางคิดสิ่งที่ต่างออกไปจากรูปแบบความคิดเดิมๆได้” ชิงหมินพยักหน้าเข้าใจ หากเป็นในโลกที่เขาจากมา คงเรียกว่าเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆนั่นแหละ
บางครั้ง สิ่งประหลาดๆก็ทำให้ฉุกคิดเรื่องดีๆออกมาได้เช่นกัน
ชิงหมินส่งพวกเขากลับไป มีช่วงเวลาเล็กน้อยในการเตรียมการ เขาไปยังพื้นที่สวนของตนเองเพื่อให้เก็บวานโต่วฮวาและลองทำขนมที่นั่นด้วย
สิ่งที่เขากำลังคิดถึงนี้ทำมาจากแป้งมัน แป้งข้าวเจ้า ดอกอัญชันสด กะทิอบควันเทียนซึ่งผสมกับน้ำเปล่าเพื่อไม่ให้เหนียวเกินไปนัก น้ำตาลทราย เกลือ งาขาวคั่วสำหรับโรยหน้าและเพิ่มกลิ่นหอม ทั้งหมดนี้รวมกันเป็น “ครองแครงอัญชันน้ำกะทิ” ซึ่งตอนที่เขาได้ยินเกี่ยวกับ “ขนมหวานจากหนอน” ชิงหมินก็คิดถึงตัวของครองแครงได้อย่างเดียวเท่านั้น
แม้ว่าที่ผ่านมา เขาจะไม่เคยทำขนมหวานชนิดนี้เอง แต่ก็มีเวลาเพื่อที่จะปรับแต่งให้อร่อยอยู่ไม่ใช่หรือ? อีกทั้ง...เขาไม่จำเป็นต้องทำให้อร่อยด้วยตัวของเขาเอง เพียงแค่มอบแนวความคิดให้คนเหล่านี้เท่านั้น เชื่อเถอะว่าเมื่อนางกำนัลห้องเครื่องได้เห็น พวกนางจะต้องทำออกมาได้ดีกว่าเขาแน่นอน
ขนมชนิดนี้ไม่เป็นที่รู้จักในหลายๆอาณาจักร แต่กลุ่มการค้าสกุลทงเดินทางไปทั่ว พวกเขาคงจะเคยได้กินขนมนี้จากอาณาจักรใดสักอาณาจักรหนึ่ง
แน่นอนว่าชิงหมินยังไม่ตัดโอกาสเกี่ยวกับ “หนอนตัวเป็นๆ” ออกไป ไม่รู้ว่ารสนิยมของพวกกลุ่มการค้าสกุลทงจะแปลกประหลาดขนาดกินหนอนเป็นขนมหวานหรือไม่ หากพวกเขายังต้องการ “หนอน” จริงๆ ชิงหมินอาจจะทำเป็นหนอนรถด่วนทอดให้พวกเขาแทนที่จะเอามาทำขนมหวาน
อย่างไร...มันก็คงไม่น่าสะอิดสะเอียนเท่ากับตอนกินหนอนนุ่มนิ่มเป็นขนมหวานหรอกใช่ไหม?
……………………………………………………