“ผมไปก่อนนะครับ”
แอนเดอร์สันยืนอยู่หน้าทางเข้าหมู่บ้านเอลฟ์ ได้เวลาแล้วที่เขาจะจากลา การมาที่นี่แต่ละครั้งของเขาคุ้มค่าเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าครั้งนี้ที่มาถามถึงวิธีการก้าวข้ามขีดจำกัดจะสามารถก้าวข้ามในหมู่บ้านเอลฟ์ได้เช่นกัน
“แอนเดอร์สัน เจ้าพาพวกเขาไปด้วยสิ อย่างไรเจ้าก็เป็นราชาของพวกเขา”
แอนเดอร์สันมองไปยังภูติมากมายกำลังบินวนรอบๆตัวของเขาด้วยความสบายใจ
“ผมกำลังจะเดินทางไปต่อสู้ เกรงว่ามันจะอันตรายต่อพวกเขา”
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าพาพวกเขาไปสักตนก็ได้ หากมีภูติสักตนอยู่กับราชาภูติที่อยู่ที่นี่จะรับรู้ได้ทั้งหมด”
“แล้วมีใครอยากจะไปด้วยไหม ฉันกำลังจะไปต่อสู้ ขอ 1 ตนพอนะ”
“ฉัน ฉันๆ”
“ข้า ให้ข้าไป”
ภูติมากมายยกมือด้วยความตื่นเต้นทุกตนอยากไปกับแอนเดอร์สันที่เป็นจ้าวแห่งภูติ อย่างไรก็ตามการเดินทางของเขาจะมีภูติออกไปได้เพียงแค่ตัวเดียว แอนเดอร์สันจึงชั่งใจเกี่ยวกับการนำภูติออกไป เขาจะต้องเลือกตัวที่ยอมรับการฆ่าของเขาได้
“ให้ฉันไป ฉันแข็งแกร่งมากนะ ดูนี่ๆ”
แอนเดอร์สันหันมองไปยังภูติธาตุไฟตนหนึ่ง ลักษณะท่าทางถูกต้องตามที่แอนเดอร์สันคิดเอาไว้ ดูใจร้อนชอบลุย เขาคิดว่าภูติตนนี้น่าจะเหมาะกับการเดินทาง อย่างไรก็ตามเขาต้องหาภูติอีก 1 ตัวไปด้วยกันเพื่อหยุดภูติตัวนี้ไม่ให้แหกปาก
“ฉันเลือกนายก็แล้วกัน”
“เย่ๆ” ภูติมากมายดีใจกับการเลือกของแอนเดอร์สัน ภูติที่ถูกเลือกดีใจที่ตนถูกยอมรับ ภูติที่อยู่รอบข้างต่างแสดงความดีใจกับการเลือก ทำให้แอนเดอร์สันรู้สึกโล่งที่ไม่มีใครน้อยใจ
“แล้วเธออยากจะไปด้วยไหม ฉันจะเพิ่มตำแหน่งให้”
“เย่ๆ”
เสียงร้องของภูติดังขึ้นอีกครั้ง ภูติธาตุแสงที่ถูกยอมรับบินเข้ามาหาแอนเดอร์สันด้วยท่าทางระแวงกับการออกไปยังโลกภายนอกเล็กน้อย ถึงอย่างนั้นเธอดูตื่นเต้นไม่น้อยเช่นกันที่จะได้เดินทาง
“พวกเธออยากไปกับฉันไหม”
“ไป”
ภูติธาตุไฟร้องตะโกนลั่น ภูติธาตุแสงพยักหน้าน้อยๆ แอนเดอร์สันที่เห็นอารมณ์ที่ต่างกันสองขั้วเขาจึงฉีกยิ้ม
“เอาล่ะ ผมลาก่อนนะครับ ลาก่อน”
แอนเดอร์สันโบกมือลาราชินีฟีโอน่าและภูติที่มาส่งแล้วเดินตรงออกไปจากหมู่บ้านด้วยความรวดรวดเร็ว
“พวกเธอมีชื่อไหม”
“ฉันชื่อพีท” ภูติธาตุไฟพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจพลางมองออกไปรอบข้างด้วยความตื่นเต้นที่ได้ออกมาจากหมู่บ้าน
“ฉันชื่อพิกซี่” ภูติธาตุแสงตอบแอนเดอร์สันด้วยน้ำเสียงนอบน้อบพลางแสดงความรู้สึกระแวงกับรอบข้างหลังจากเดินออกมาจากที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตามแอนเดอร์สันยังคงเห็นความตื่นเต้นในแววตาของเธอหลังจากเห็นสิ่งใหม่ๆ แอนเดอร์สันจึงบอกให้ทั้งสองเกาะตัวเขาเอาไว้เพราะจะใช้ความเร็วบินออกจากที่แห่งนี้แล้ว
บู้ม!
รอยสักปีกนกเปิดใช้งานส่งร่างแอนเดอร์สันบินออกไปจากป่า เขายังไม่คิดที่จะออกไปจากเขตแห่งนี้เร็วมากนัก เนื่องจากยังไม่ได้ทดสอบพลังของตนเอง การเป็นนักเวทย์ 901 ปียังมีอะไรอีกมากให้เขาได้ทดลองกับร่างกาย
—-----------------------------
“มันปลอดภัยแล้ว พรุ่งนี้เราเดินทางเข้าไปล่าเช่นเดิมเถอะ”
นักเวทย์ภายในสถานีมองจ้องเข้าไปในเขต 10 ที่เกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดขึ้นหลายวันก่อน จู่ๆ ฝูงนกก็ได้บินว่อนเต็มท้องฟ้าพลางมีเสียงร้องของมอนสเตอร์มากมายขู่ร้องคำราม พวกเขาจึงต้องเดินทางออกมาหลบภายในเมืองป้องกันเหตุร้ายเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามสิ่งที่คิดว่าน่ากลัวกลับหายไป ป่าที่น่าจะถูกทำลายยังคงอยู่ ทุกคนจึงคิดจะเดินเข้าไปล่าอีกครั้ง
“เฮ่ นักล่าที่ออกไปช่วงเช้ากลับมาแล้ว พวกเขาบอกว่าป่าเป็นปกติ”
“แล้วพวกเขาได้ตรวจสอบไหมว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมนกถึงบิน”
“ไม่มีใครรู้ ร่องรอยพลังเวทย์แปลกประหลาดก็ไม่มีเช่นกัน”
นักเวทย์ต่างพากันคิดไปต่างๆนานา บางกลุ่มคิดว่าป่าเป็นปกติพวกเขาจะเข้าไปล่าพรุ่งนี้ แต่ทว่าบางกลุ่มกลับยังคงกลัว แม้ป่าจะเงียบสงบแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะซ่อนตัวรอโจมตี ดังนั้นจึงมีนักล่าหลายกลุ่มพักการล่าเอาไว้เช่นเดิม ภายในเขต 10 ไม่ใช่เขตที่สหพันธ์ใดสหพันธ์หนึ่งดูแลเป็นพิเศษ ภายในเขตมีเอลฟ์และสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดอีกมากมาย จึงทำให้ที่นี่ไม่ใช่เขตการปกครองของมนุษย์ แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถตามหาหมู่บ้านเอลฟ์เจอ
—-----------------------------------
“แอนเดอร์สัน เรามาทำอะไรกันที่นี่เหรอ” ท่าทางอยากรู้อยากเห็นแสดงออกมาจากพีท ส่วนพิกซี่ทำเพียงเกาะอยู่บนไหล่ของแอนเดอร์สันเงียบๆพลางสอดส่องมองทุกอย่างด้วยความระแวงกลัวว่าจะมีอะไรพุ่งเข้ามาโจมตี
“พีท ฉันแค่มาทดสอบพลัง”
“ทดสอบพลังของจ้าวแห่งภูติสินะ เอาเลยๆ เราจะไปโจมตีมอนสเตอร์กัน”
“นี่ ความรู้สึกของภูติที่มีต่อมอนสเตอร์เป็นแบบไหนเหรอ” แอนเดอร์สันอยากรู้ว่าภูติที่ดูใจดีมีความรู้สึกอย่างไรต่อมอนสเตอร์ พิกซี่จึงเป็นคนตอบคำถามคนแรก
“พวกมันน่ากลัวและมักสร้างความเสียหาย เราจึงต้องไล่มัน”
“ใช่ๆ มอนสเตอร์คือพวกมีปัญหาเราจึงต้องไล่มันออกไป ถ้าไล่ไม่ได้เราก็ต้องกำจัด” พิกซี่ตอบด้วยประโยคที่ฟังดูดีกว่า
“แล้วภูติเคยฆ่ามอนสเตอร์ไหม”
“เราช่วยเอลฟ์ฆ่ามอนสเตอร์รอบๆหมู่บ้านไม่ให้พวกมันวิ่งชนม่านพลัง” พิกซี่เอ่ยตอบ ก่อนที่พีทจะร้องออกมาด้วยความแข็งแกร่งพยายามแสดงพลังของตนผ่านกล้ามแขนน้อยๆที่แทบไม่มีกล้ามให้แอนเดอร์สันได้เห็น
“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นหาที่เกาะเอาไว้ดีๆล่ะ ฉันจะลุยแล้ว”
แอนเดอร์สันมองจ้องไปยังมอนสเตอร์ 900 ปี พลางมองดูการแจ้งเตือนจากทางระบบ อย่างไรก็ตามการแจ้งเตือนกลับไม่มีระดับ ทำให้เขารู้ว่าการหนีจากมอนสเตอร์และการฆ่ามัน เขาจะได้ตั๋วอย่างละ 1 ใบเท่านั้น ตอนนี้พลังของมันไม่มากพอจะทำให้อันตรายเพิ่มเป็นระดับ 1 ซึ่งมันหมายความว่ามอนสเตอร์ตัวนี้ไม่มีทางฆ่าเขาได้
“ยั่วยุ”
เวทย์คำสาปร่ายใส่ร่างมอนสเตอร์ตรงหน้าจนมันร้องตะโกนด้วยความโกรธพุ่งเข้ามาโจมตีแอนเดอร์สันด้วยเขาอันแหลมคมของมัน แอนเดอร์สันจึงลองเคลื่อนมานาให้ไปอยู่บริเวณแขนแล้วยื่นไปจับเขาที่กำลังพุ่งเข้ามาแทง ทันทีที่มือของเขาจับไปยังเขามอนสเตอร์ 900 ปีแอนเดอร์สันถึงกลับอึ้งเมื่อแรงจากมอนสเตอร์ตัวสูงกว่า 20 เมตรหายไปทั้งหมด เขาสามารถหยุดมันได้เพียงแค่ใช้มือเดียวเท่านั้น นับว่าพละกำลังของเขาในตอนนี้น่ากลัวเป็นอย่างมาก
แอนเดอร์สันจึงโยนมอนสเตอร์ออกไปให้ห่างแล้วยกเลิกการใช้มานาเพื่อใช้มือจับเขาของมัน ปรากฎว่าเขาทำได้ง่ายดายไม่ต่างจากเดิมมากจึงโยนมันออกไปอีกแล้วปล่อยให้มอนสเตอร์ปลดปล่อยลำแสงบริเวณเขาเข้าโจมตี แอนเดอร์สันจึงอ้าแขนรับ ทันใดนั้นดวงตาของเขาถึงขั้นเบิกกว้างเมื่อลำแสงทำลายล้างของมอนสเตอร์ 900 ปีไม่สามารถทำอะไรเขาได้
“ไม่แปลกใจเลยที่จะฆ่ามอนสเตอร์ได้ง่ายขนาดนั้น”
แอนเดอร์สันที่ได้ปะทะกับพี่ 4 เขารู้สึกดีใจที่ตนเองรอดมาได้ จากพลังในตอนนี้ทำให้เขารู้ถึงความห่างของตัวเองกับพี่ชายว่ามากขนาดไหน เดิมทีเขานึกว่าตนเองคงพอจะสู้กับพี่ชายได้ แต่ตอนนี้เมื่อย้อนกลับไปนึกคิดถึงตอนที่ต่อสู้กับพี่ 4 ในคุกฟาร์เซล เขาคิดว่าตัวเองบ้ามากที่ทำแบบนั้นไปโดยไม่ถูกฆ่าตายก่อน
“ทดสอบพละกำลังและพลังป้องกันแล้ว ต่อไปก็พลังโจมตี”
แอนเดอร์สันปล่อยให้มอนสเตอร์ 900 ปีวิ่งชนเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามร่างของเขากลับสร้างมานาขึ้นมาปกคลุมอัตโนมัติในตำแหน่งที่ถูกโจมตี ส่งผลให้เขารู้สึกดีกับระบบป้องกันของร่างกาย ทันทีที่แอนเดอร์สันเปิดใช้งานเวทย์ศรสายลมระดับ 1 ยิงไปยังทิศทางมอนสเตอร์ 900 ปี มันก็ร้องออกมาอย่างกับมอนสเตอร์ที่ใกล้จะตาย แอนเดอร์สันถึงขั้นตกใจกับความสามารถของศรสายลม
“แรงมาก”
แอนเดอร์สันตกใจ เวทย์ที่พุ่งแทงร่างมอนสเตอร์ทำให้เกิดบาดแผลขนาดใหญ่ทั้งที่มันเป็นเพียงเวทย์ระดับ 1 เท่านั้น แต่ที่น่าตกใจกว่าเวทย์ระดับ 1 สร้างความเสียหายให้กับมอนสเตอร์ 900 ปีคือธาตุของมัน การที่ศรลมปลดปล่อยลมออกมาในตำแหน่งโจมตี การที่เขาเป็นจ้าวแห่งภูตินี้ ทำให้ธาตุของเวทย์รุนแรงขึ้นหลายเท่าตัวจนบาดแผลที่เกิดบนร่างมอนสเตอร์ 900 ปีสาหัสเป็นอย่างมาก
“แล้วถ้าเวทย์ระดับ 9 ล่ะ”
แอนเดอร์สันเปิดใช้งานเวทย์มังกรสายลม ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อป่าในระยะ 1,000 เมตรแหว่งหายไปจากการโจมตีของเขาเมื่อครู่นี้ เวทย์ระดับ 9 ที่ส่งออกไปแทบจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือจนเขาจำพลังโจมตีเดิมของมันไม่ได้ ทันใดนั้นเขาก็ได้เปลี่ยนไปใช้เวทย์ระดับ 10 แมงมุมสายฟ้าที่ซื้อมาใหม่ พริบตาที่เวทย์ร่ายออกไปสายฟ้ามหาศาลก็ได้รวมตัวกันบริเวณมือของแอนเดอร์สันก่อนที่มันจะกระโดดลงไปบนพื้นระเบิดตัวกลายเป็นสายฟ้าวิ่งไปบนพื้นไม่ต่างจากแมงมุมมากมายกำลังวิ่งกระจายตัวกันออกไปด้วยความรวดเร็ว ทันทีที่เวทย์ทำงานป่ารอบข้างของแอนเดอร์สันล้วนถูกทำลายย่อยยับจากพลังของนักเวทย์ 901 ปี
เปาะ!
เสียงดีดนิ้วดังก้องกังวานออกไปไกล ทันใดนั้นต้นไม้ที่พังเสียหายก็ได้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วเกิดเป็นต้นใหม่ ต้นที่ถูกสายฟ้าเผาทำลายจนกลายเป็นเถ้าถ่านได้มีต้นใหม่ที่เกิดจากผลของต้นที่อยู่ข้างๆกระจายตัวมาเติบโตเกิดเป็นต้นไม้สูงชัน พื้นที่ป่าที่แหว่งหายไปจากการทดลองพลังหลังจากแอนเดอร์สันใช้ฉายาผู้เป็นที่รักของต้นไม้และจ้าวแห่งพืชพรรณกับพวกมัน ป่าที่เคยแหว่งหายก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมอย่างรวดเร็วในระยะเวลาไม่ถึง 10 วินาที สร้างความตื่นตกใจให้ภูติทั้งสองที่อยู่กับแอนเดอร์สันเป็นอย่างมาก
“แอนเดอร์สัน นายทำได้ยังไง” พีทรีบถามด้วยความตื่นเต้น
“มันเป็นพรของฉันที่รวมกับพลังของจ้าวแห่งภูติเข้าไปด้วย” แอนเดอร์สันใช้การอวยพรของภูติเข้าไปกับฉายา เขารู้สึกทึ่งเป็นอย่างมากที่ยกระดับความรุนแรงของมันเพิ่มขึ้นไปหลายขั้น หลังจากที่เขาตอบคำถามพีทเสร็จแล้วนั้นแอนเดอร์สันได้เปิดใช้งานรอยสักอีกครั้งเพื่อทำตามจุดประสงค์เดิมของตัวเอง
ตอนนี้เวลาของเขาเหลือหนึ่งอาทิตย์ แอนเดอร์สันจึงคิดที่จะปลดล็อกฉายาที่เหลืออยู่ให้มันสามารถใช้งานได้ 100 % ซึ่งฉายาที่ยังไม่ปลดล็อกตอนนี้มีด้วยกัน 4 ฉายา หนึ่งผู้เป็นเลิศด้านการยิงธนู สองฉายาผู้สังหารด้วยความมืด สามฉายาผู้ล้างบาปและสุดท้ายฉายาผู้ใช้สายฟ้า ด้วยพลังของเขาในตอนนี้แอนเดอร์สันคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่เขาจะบินไปยังเขตต่างๆเพื่อทำการปลดล็อกความสามารถของฉายาเหล่านี้
“มีอะไรเหรอแอนเดอร์สัน”
ความเร็วที่ถูกเพิ่มกระทันหันหยุดลงจนพีทสงสัย พิกซี่ที่อยู่บนไหล่ทำหน้าสงสัยไม่ต่างกัน พลางมองจ้องไปยังตำแหน่งที่แอนเดอร์สันมองก่อนจะพบมอนสเตอร์มากมายกำลังรวมกลุ่มจะทำอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นแอนเดอร์สันกลับยกมือซ้ายแล้วกางนิ้วทั้ง 5 ก่อให้เกิดดาวตกมากมายตกลงไปถล่มมอนสเตอร์เหล่านั้นในทันที
[แจ้งเตือน ท่านได้รับตั๋ว 2 ใบ]
แอนเดอร์สันถอนหายใจ ดูเหมือนว่าเขาจะต้องประหยัดการใช้ตั๋ว การจะหาตั๋วจำนวนมากคงมีเพียงแค่ทางเดียว หนึ่งคือไปในพื้นที่อันตรายกว่าเดิม พื้นที่แห่งนั้นจะต้องมีสิ่งที่ก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปี ตอนนี้มอนสเตอร์ที่ต่ำกว่านี้ ไม่สามารถมอบตั๋วให้เขาได้มากแล้ว แม้เขาจะไล่ล่ามันทีละตั๋วเพื่อให้ได้ตั๋ว 1 ใบเหมือนที่เคยทำมาก่อน เขาเกรงว่ามันจะเป็นการเสียเวลาเปล่า ดังนั้นหากไม่จนมุมจริงๆเขาจะไม่ไล่ล่าแบบนั้น
“ไปกันเถอะ”