ตอนที่ 1 คฤหาสน์หลังใหญ่
คฤหาสน์เก่าแก่หลังใหญ่สุดอลังการที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่หากใครขับรถผ่านไปผ่านมาก็มีอันต้องเหลียวมองส่องถึงความโอ่อ่าของมันพร้อมฝันใฝ่ว่าอยากลองอาศัยอยู่ในนั้นเพียงหนึ่งวันก็ยังดี
คฤหาสน์ขนาดใหญ่ที่มีห้องนอนเล็กใหญ่อยู่มากถึง 20ห้องที่ตั้งอยู่บนที่ดินรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว่า 20ไร่ที่ด้านหลังมีแม่น้ำสายหลักไหลผ่านดูร่มรื่นแห่งนี้นั้นเป็ของตระกูลผู้หลากมากดีเก่าที่ร่ำรวยจากการค้าขายสิ่งของละอันพันละน้อยจนมั่งมีก่อนหันมาค้าขายเพชรพลอยจวบจนถึงปัจจุบัน
คฤหาสน์หลังนี้แม้ดูใหญ่โตหากมองจากภายนอกแต่ข้างในนั้นกลับมีผู้พักอาศัยอยู่น้อยนิดจนดูไม่คู่ควรกับความกว้างขวางโอ่อ่า ‘ภาคย์’คือชื่อของเ้าของคฤหาสน์หลังนี้และรวมถึงธุรกิจร้านเพชรที่สืบทอดมาจากต้นตระกูลที่มีสาขาอยู่เกือบร้อยทั่วประเทศ
ภาคย์มีภรรยาที่น่ารักอยู่หนึ่งคน ‘ฉัตร’ คือชื่อของเธอผู้นั้น ฉัตรเป็ผู้หญิงที่สวยสง่ารูปร่างสูงสมส่วนและมาจากตระกูลผู้หลากมากดีที่ร่ำรวยไม่ต่างไปจากภาคย์และเธอมอบลูกชายที่แข็งแรง 3 คนให้กับเค้า
‘นนท์’ ลูกชายคนโตที่ฉัตรให้กำเนิดหลังแต่งงานกับภาคย์เพียงหนึ่งปีตามด้วย ‘นัท’ ที่เกิดตามหลังนนท์3 ปี และปิดท้ายด้วย ‘โน้ต’ ที่เกิดมาในอีก3 ปีหลังจากนั้นเช่นกัน แต่พวกเค้าทั้งสามคนหาได้อยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ไม่
นัทในวัย 21 กำลังศึกษาอยู่ที่มหาลัยชื่อดังของอังกฤษ ขณะที่โน้ตในวัย18 กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนไฮสคูลชื่อดังของอเมริกาและในส่วนของนนท์ที่เรียนจบแล้วนั้นแทนที่จะกลับมาพักอาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้เค้ากลับเลือกที่จะออกไปพักอาศัยอยู่ในคอนโดส่วนตัวที่อยู่ห่างไกลออกไปทำให้ในคฤหาสน์หลังนี้นอกจากสามีภรรยาที่เป็เ้าของผู้ที่พักอาศัยก็มีเพียงแม่บ้าน 6 คนกับคนสวนอีกหนึ่งเท่านั้น
แม่บ้านที่เป็ผู้หญิงส่วนใหญ่นั้นพักอาศัยอยู่ที่ห้องหับชั้นล่างสุดของคฤหาสน์ในขณะที่คนสวนที่เป็ผู้ชายพักแยกออกไปที่บ้านพักที่ตั้งอยู่นอกคฤหาสน์ใกล้ๆโรงจอดรถและโรงเก็บของ
“ป้าดาสวัสดีจ๊ะ”
เสียงเรียกอันสดใสของสาวน้อยที่คุ้นเคยทำให้หัวหน้าแม่บ้านละสายตาจากอาหารบนเตาแล้วรีบหันมามองยังต้นเสียงเด็กสาววัย 18 ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้นคู่กับกระโปรงทรงเอสีกรมท่ายาวคลุมเข่าสวมใส่รองเท้าหนังคัทชูส้นต่ำยืนอยู่ตรงนั้น
“กลับมาจากโรงเรียนแล้วหรอ อุ้ม” หัวหน้าแม่บ้านวัย46 ถามด้วยรอยยิ้มก่อนถามต่อ “แล้วทำไมถึงยังไม่เปลี่ยนชุดอีกหล่ะ”
“ตอนแรกก็ว่าจะเข้าไปเปลี่ยนก่อนจ๊ะแต่เห็นในครัวยุ่งกันมาก ฉันเลยแวะเข้ามาดูก่อน เผื่อมีอะไรให้ฉันช่วยบ้างไหมน่ะจ๊ะ” อุ้มที่ยังอยู่ในชุดนักศึกษาปวช. ตอบกลับไป
อุ้ม เกิดในจังหวัดทางภาคอีสานและอยู่ที่นั่นจนอายุ 14ถึงได้เข้ามาทำงานในเมืองหลวงตามคำแนะนำของดาที่รู้จักมักจี่กับแม่ของอุ้มเป็อย่างดีและทำงานอยู่ที่นี่จนถึงปีนี้ก็4 ปีเข้าพอดี
ดามองเด็กสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ อุ้มเป็เด็กที่ขยันขันแข็งเสมอต้นเสมอปลายและไม่เคยบ่นแม้เธอจะสั่งให้ทำอะไรก็ตามเป็เด็กที่ทั้งขยันและอ่อนน้อมอยู่เสมอ ทำให้ทุกครั้งที่มองเธอดามักจะนึกถึงลูกสาวของเธอที่อยู่ต่างจังหวัดเสมอ
“ไปเปลี่ยนชุดแล้วค่อยมาช่วยดีกว่าเดี๋ยวชุดนักศึกษาสวยๆจะเปื้อนหมด” ดาพูดกับอุ้ม
“ได้จ๊ะป้าดา” อุ้มรับคำอย่างว่าง่าย
แต่ยังไม่ทันที่อุ้มจะหันหลังเดินออกไปจากครัวดาที่นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ก็เรียกเธอขึ้นมา “อุ้มๆ เดี๋ยวก่อน”
สาวน้อยรีบหันกลับมาก่อนถาม “จ๊ะป้าดา มีอะไรให้ฉันช่วยหรอจ๊ะ”
“ช่วยไปหยิบแป้งทอดกรอบกับน้ำมันพืชมาให้ป้าหน่อยซิ” ดาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“อุ้มพี่ฝากหยิบน้ำปลามาด้วยได้ไหม” แม่บ้านอีกคนที่แก่กว่าอุ้มพูดขึ้นมาบ้าง
“ได้ค่ะพี่มด”อุ้มฉีกยิ้มกว้างแล้วพูดตอบก่อนถามขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายในครัวที่แม่บ้านทั้งหมดของบ้านกำลังง่วนกับงานที่ล้นมือ
“มีใครจะเอาอะไรอีกไหมคะอุ้มจะได้เอามาทีเดียวเลย”
และพอแม่บ้านอีก 3 คนที่เหลือนอกจากดากับมดตอบพร้อมส่ายหน้ายิ้มๆสาวน้อยวัยใสในชุดนักศึกษาปวช.ก็เดินออกจากครัวไปยังโรงเก็บของที่ตั้งอยู่ห่างจากคฤหาสน์ออกไป30 เมตรทันที
พอไปถึงสาวสวยก็รีบควานหาของที่ถูกไหว้วานให้มาเอาทันทีน้ำปลากับน้ำมันพืชที่อยู่บนชั้นเก็บของอุ้มสามารถเอามาได้อย่างง่ายดายติดปัญหาอยู่ตรงที่แป้งทอดกรอบที่วางอยู่บนชั้นวางที่สูงเกินกว่าตัวเธอจะเอื้อมถึงมากกว่า
แม้ในชีวิตนี้เธอจะได้ยินคนชมว่าใบหน้าของเธอนั้นสวยไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าสาวชาวกรุงรวมถึงรูปร่างอวบอั๋นที่ผู้ชายหลายคนที่ได้เห็นก็มีอันต้องเหลียวมองจนคอเคล็ดแต่ความสูงเป็สิ่งเดียวที่เธอขาดไปอุ้มไม่แน่ใจว่าเพราะตอนเด็กเธอกินนมน้อยเกินไปหรือเป็เพราะกรรมพันธุ์จากพ่อและแม่ที่ตัวก็ไม่ได้สูงมากนักกันแน่แต่ไม่ว่าจะเพราะเหตุใดตอนนี้มันก็ทำให้แม้ว่าเธอจะเขย่งเท้าจนสุด ปลายฝ่ามือของเธอก็ยังไม่แม้แต่จะแตะโดนถุงแป้งทอดกรอบที่วางอยู่บนชั้นบนสุดของชั้นวางของถึงอยู่ดี
เมื่อรู้ว่าเอื้อมสุดตัวก็ยังหยิบไม่ได้อุ้มจึงเดินไปหยิบเก้าอี้พลาสติกสีขาวที่วางอยู่ตรงมุมห้องมาใช้เป็ตัวช่วย พอได้เก้าอี้ที่สูงกว่า40 เซนมาใช้เป็ฐานเหยียบ อุ้มก็ปีนขึ้นไปบนนั้นหมายหยิบของที่้า
แต่เพียงแค่จังหวะที่อุ้มปีนขึ้นไปยังไม่ทันได้หยิบถุงแป้งทอดกรอบที่ถูกวานให้มาเอาเงาดำทมิฬที่ทอดยาวมาจากหน้าประตูก็ทำให้อุ้มหันหน้ากลับไปมองชายแก่ผิวดำคล้ำหยาบกร้านหัวล้านหน้าตาอัปลักษณ์ยืนจังก้าแสยะยิ้มอยู่ตรงนั้น
“ลุงมั่นมาทำอะไรคะ” อุ้มถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกชัดเจนว่าไม่เป็มิตร
มั่นเดินตรงปรี่เข้ามาในโรงเก็บของพร้อมด้วยรอยยิ้มน่าขยะแขยงก่อนพูด “ลุงก็เข้ามาดูน่ะซิว่าอุ้มเข้ามาเอาอะไรแล้วเอาถึงไหม ถ้าไม่ถึงลุงจะได้ช่วย”
เมื่อสี่ปีก่อนตอนที่เธอเจอมั่นครั้งแรกแม้หน้าตาและรูปลักษณ์ของเค้าจะดูไม่ได้น่าอภิรมย์ก็ตามแต่อุ้มในวัย 14ก็ทักทายพูดคุยกับเค้าเหมือนเช่นที่คุยกับคนอื่น แต่ั้แ่ตอนไหนก็ไม่ทราบได้ที่อุ้มเริ่มสังเกตถึงสายตาของมั่นที่เปลี่ยนไปเค้ามักจะแอบมองหน้าอกและก้นเวลาที่เธอเผลออยู่บ่อยครั้งและเลยลามไปจนถึงพูดจาแทะโลมเธอทั้งหมดทั้งมวลนั้นจึงทำให้เธอไม่ชอบตาแก่คนนี้ไปโดยปริยาย
“จะเอาแป้งทอดกรอบหรอ” มั่นพูดในขณะที่หยุดยืนอยู่ใต้เก้าอี้ที่อุ้มเหยียบอยู่
“ใช่” อุ้มตอบพร้อมเอียงคอก้มมองชายแก่คนนี้ด้วยความไม่ไว้ใจก่อนจะร้องลั่นเมื่ออยู่ดีๆเค้าก็ยกสองมือขึ้นจับที่แก้มก้นทั้งสองของเธอ
“ว๊าย!! ลุงมั่นจะทำอะไรน่ะ”
“ลุงก็จะช่วยจับไม่ให้อุ้มร่วงลงมาจากเก้าอี้ไง” มั่นตอบพร้อมส่งยิ้มน่าขยะแขยงไปให้อุ้ม
“ปะ...ปล่อยนะลุงมั่น เอามือออกไป อุ้มไม่ร่วงหรอก” สาวน้อยพูดพร้อมพยายามขยับตัวดึงก้นหนีมือปลาหมึกของชายแก่หื่นกาม
“อย่าดิ้นซิเดี๋ยวก็ร่วงลงมาจริงๆหรอก”มั่นพูดพลางขยับมือตามก้นที่ซ่อนอยู่ใต้กระโปรงนักศึกษาปวช.ของอุ้ม
“ลุงมั่น” อุ้มพูดเสียงเข้มพร้อมเบี่ยงสะโพกหนีมือของมั่นอย่างสุดกำลัง
และในจังหวะนั้นเอง อุ้มก็พาก้นหนีมือปลาหมึกของมั่นได้สำเร็จแต่พื้นรองเท้าคัทชูส้นเตี้ยเ้ากรรมกลับไม่สามารถยึดเธอไว้บนหน้าเก้าอี้พลาสติกที่แสนจะลื่นได้ จึงทำให้เธอร่วงหล่นจากมัน
“ว๊าย!!!” อุ้มร้องลั่นด้วยความใในขณะที่หงายหลังหล่นจากเก้าอี้
โชคดีในโชคร้ายที่มีคนอยู่ด้านหลัง ร่างของอุ้มจึงหล่นไปไม่ถึงพื้นแต่ล้มทับไปบนตัวของชายแก่ที่เป็ต้นเหตุที่ทำให้เธอหล่นลงมา
“เป็ไงหล่ะลุงบอกไงแล้วว่าอย่าดิ้น”มั่นพูดในขณะที่ใช้สองแขนโอบร่างอวบในชุดนักศึกษาปวช.ไว้แน่น
อุ้มรีบรวบรวมสติที่เตลิดไปตอนที่หงายหลังลงจากเก้าอี้กลับเข้าสู่ร่างและพอเธอรู้ตัวว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของชายแก่ที่น่ารังเกียจจึงพูดพลางดิ้นหนีจากกายเค้า
“ละ...ลุงมั่นปล่อยได้แล้ว” อุ้มพูดเสียงแข็ง
แต่แรงของสาวร่างเล็กอย่างเธอก็ไม่สามารถสู้แรงของชายแก่ร่างใหญ่ที่กรำงานสวนมาอย่างยาวนานอย่างมั่นได้เค้ากอดรัดเธอแน่นขึ้นพลางดันเป้าปูดนูนบดเข้าใส่บั้นท้ายของเธอ
“ลุงมั่นปล่อยนะ” อุ้มพูดย้ำอีกครั้ง
“พูดขอบคุณลุงที่ช่วยเอ็งก่อนซิลุงถึงจะปล่อย” มั่นพูดในขณะที่ใช้เป้านูนบดคลึงใส่บั้นท้ายพร้อมกับเลื่อนสองมือลงมาหาอกอวบที่นูนเด่นออกมาจากเสื้อเชิ้ตนักศึกษาสีขาวของอุ้ม
“ลุงมั่นอย่านะ ปล่อยอุ้มเดี๋ยวนี้”อุ้มพูดพลางดีดดิ้นสุดกำลังเท่าที่สาวร่างเล็กแบบเธอพึงจะทำได้
แต่เมื่อสมันน้อยที่เฝ้าคอยหลงเข้ามาในถิ่น มีหรือที่สิงโตเฒ่าตัณหากลับจะยอมปล่อยคืนสู่ธรรมชาติมั่นตะปบสองมือลงบนหน้าอกอวบของสาวน้อยวัยใสแล้วบีบคลึงพวกมันทันที
“เห็นมาั้แ่เด็กๆอุ้มเอ๋ย นมเอ็งนี่มันโตเกินตัวจริงโว้ย” มั่นพูดไปมือทั้งสองก็ขยำขยี้เต้าคู่งามของอุ้มผ่านเสื้อเชิ้ตนักศึกษาปวช.จนมันยับยู่ยี่
“ลุงมั่นอื้อสสส์ เอามือออกไป อื้อสส์ ปล่อยอุ้มนะ” อุ้มพูดในขณะที่ยังคงขยับตัวหนีมือของมั่นพลางครางฮือขึ้นมาในลำคอโดยไม่รู้ตัว
“ไม่ต้องเล่นตัวหรอกน่าเดี๋ยวลุงจะสอนเื่ของผู้ใหญ่ให้เอ็งเองนะ เดี๋ยวพ่อเอ็งเจอควยลุงเข้าไปเอ็งจะติดใจเหมือนผู้หญิงในบ้านนี้ที่เรียกให้ลุงไปเย็ดเรื่อยๆนั่นแหล่ะ”
อุ้มไม่เข้าใจในเื่ที่ชายแก่คนนี้พูดแม้แต่น้อยและเธอก็ไม่สนด้วยเธอสนเพียงอย่างเดียวคือต้องดิ้นหนีจากอ้อมกอดของเค้าให้ได้ในเร็วไว เธอจึงใช้แรงเฮือกสุดท้ายดิ้นหนีสุดกำลังพลางพูด
“ลุงมั่นปล่อยอุ้มเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นอุ้มจะร้องให้คนมาช่วยนะ”
แม้อุ้มจะพูดขู่ด้วยเสียงเข้มขนาดไหนมือของมั่นที่ตะปบจับที่หน้าอกก็ยังคงบีบขยำไม่มีปล่อยแต่ในขณะนั้นเองก็ได้มีเงาดำพาดผ่านเข้ามาจากหน้าประตูห้องเก็บของ
“มั่นทำอะไรน่ะ”
เสียงแหลมเล็กที่ฟังดูเข้มขลังของผู้หญิงวัยกลางคนดังกังวานขึ้นในโรงเก็บของพอได้ยินมั่นก็รีบปล่อยมือที่ตะปบอกอวบคายอ้อมกอดปล่อยตัวอุ้มไปอย่างเร็วไว
อุ้มรีบลุกออกจากตัวของมั่นแล้วขึ้นมายืนอย่างเร็วไวก่อนยกมือไหว้พร้อมพูดทักทายผู้หญิงคนนั้น “คุณฉัตรสวัสดีค่ะ”
“สวัสดีจ๊ะอุ้ม” ฉัตรรับไหว้พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่มและผุดยิ้มอย่างอ่อนโยน
อุ้มเงยหน้ามอง ‘ฉัตร’ นายหญิงของคฤหาสน์หลังนี้ด้วยความชื่นชมเธอมีพร้อมแทบทุกสิ่งทั้งใบหน้าที่งดงามราวภาพวาดหรือรูปร่างสมส่วนเหมือนนางแบบอีกทั้งยังมีผิวพรรณขาวนวลที่ผ่านการอาบน้ำแร่แช่น้ำนมมาแต่เกิดจึงทำให้แม้ว่าในตอนนี้อายุอานามของเธอจะเลยหลักสี่มาสามปีแล้ว ฉัตรก็ยังคงดูงดงามเปล่งปลั่งสวยสะพรั่งราวสาวใสวัยแรกแย้มก็ไม่ปาน และถึงแม้ว่าเธอจะมีชาติตระกูลที่ร่ำรวยไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าภาคย์ผู้เป็สามีแต่สิ่งที่ทำให้อุ้มชมชอบในตัวของนายหญิงคนนี้คือกิริยาท่าทางที่เธอแสดงต่อคนอื่นซะมากกว่า
“ว่าแต่ทำไมเลิกเรียนแล้วถึงยังไม่เปลี่ยนชุดอีกหล่ะ อุ้ม” ฉัตรถามเมื่อสังเกตเห็นอุ้มยังคงสวมใส่ชุดนักศึกษาปวช.อยู่
“พอดีว่าพวกป้าดาฝากให้อุ้มมาเอาของให้น่ะค่ะ” อุ้มตอบ
ฉัตรหันหน้ามองไปยังชายแก่ที่ยืนอยู่ข้างอุ้มก่อนถามด้วยน้ำเสียงที่ลดต่ำลง“แล้วมั่นหล่ะ เข้ามาทำอะไร”
มั่นจ้องตาฉัตรเขม็งก่อนตอบ “ผมเข้ามาช่วยอุ้มเอาของน่ะครับคุณฉัตร”
ฉัตรจ้องตามั่นตอบ ก่อนพูด “งั้นเดี๋ยวฉันช่วยอุ้มต่อเองมั่นกลับไปทำสวนต่อเถอะ”
มั่นผงกหัวรับคำเล็กน้อย ก่อนเหลือบมองอุ้มด้วยหางตาแล้วเดินผ่านฉัตรออกจากโรงเก็บของเพื่อกลับไปทำงานของตัวเองต่อ
พอมั่นออกไปฉัตรก็ผุดยิ้มขึ้นอีกครั้งก่อนถาม “ยังขาดอะไรอีกหรอ ให้ฉันช่วยหยิบไหม”
“มะ....ไม่เป็ไรค่ะคุณฉัตร อุ้มหยิบเองได้ค่ะ”อุ้มรีบตอบด้วยความเกรงใจก่อนปีนกลับขึ้นไปบนเก้าอี้แล้วหยิบถุงแป้งทอดกรอบที่วางอยู่บนชั้นลงมาไว้ในมืออย่างรวดเร็ว
“ครบแล้วใช่ไหม” ฉัตรถามขึ้นอย่างอ่อนโยน พออุ้มพยักหน้าพร้อมตอบ ฉัตรก็พูดต่อ “งั้นเรากลับเข้าไปในเรือนใหญ่กันเถอะ”
เหตุที่ฉัตรพูดว่ากลับเข้าเรือนใหญ่มันเป็เพราะว่าบนพื้นที่ของคฤหาสน์หลังนี้นอกจากเรือนใหญ่ที่มีห้องนอนกว่า20 ห้องรวมห้องนอนของแม่บ้านทั้ง 6 คน ถัดจากโรงจอดรถโรงเก็บของและห้องพักของคนงานชายที่อยู่ด้านนอก ห่างไปกว่า 100เมตรที่ริมน้ำมีเรือนไม้สักขนาดย่อมถูกสร้างอยู่ตรงนั้น มันถูกสร้างขึ้นตามความ้าของฉัตรเพื่อใช้เป็สตูดิโอวาดภาพซึ่งเป็งานอดิเรกของเธอั้แ่สมัยเด็กรวมถึงใช้ฝึกโยคะและเธอก็มักจะใช้เวลาว่างคลุกตัวอยู่ที่นั่นซะเป็ส่วนใหญ่
“ให้ฉันช่วยถือไหม” ฉัตรถามขึ้นเมื่อเห็นอุ้มถือทั้งขวดน้ำมันพืซน้ำปลาและแป้งทอดกรอบดูพะรุงพะรัง
“ไม่เป็ไรค่ะคุณฉัตร อุ้มถือเองได้” อุ้มตอบในขณะเดินไปตามทางเดินที่มุ่งตรงสู่เรือนใหญ่โดยมีฉัตรเดินเคียงมา
“อุ้ม่นี้สอบนี่ เป็ไงบ้าง” ฉัตรถามขึ้นเมื่อเดินมาได้ครึ่งทาง
“พอทำได้ค่ะคุณฉัตร”
“ทำได้ก็ดีแล้ว” ฉัตรตอบพร้อมส่งยิ้มไปให้อุ้ม
เด็กบ้านนอกฐานะยากจนอย่างอุ้มคงไม่มีปัญญาจะหาเงินส่งตัวเองเรียนได้อย่างแน่นอนเพราะเงินเดือนของเธอแทบจะทั้งหมดนั้นถูกส่งกลับไปให้แม่ที่อยู่ต่างจังหวัดแต่ที่เธอยังได้เรียนอยู่จนถึงใกล้จะจบชั้นปวช.นี้นั้นมันก็เป็เพราะฉัตรที่เป็คนส่งเสียให้ทั้งหมดไม่ว่าจะค่าชุด ค่าหนังสือ ค่าเทอมหรือแม้กระทั่งค่าขนม และไม่ใช่แค่เพียงอุ้มที่ได้รับอภิสิทธิ์นั้นมดที่แก่กว่าอุ้มไม่กี่ปีก็ได้ศึกษาเล่าเรียนจนจบชั้นปวส.เหมือนที่อุ้มคาดหวังไว้เช่นกัน
“ถ้าผลสอบออกมาอุ้มจะเอาไปให้คุณฉัตรดูเป็คนแรกเลยนะคะ” อุ้มตอบพร้อมส่งยิ้มสดใสไปให้
ฉัตรพยักหน้าพร้อมยิ้มรับก่อนที่จะพากันเดินเข้าไปในคฤหาสน์……
พอเปลี่ยนชุดเสร็จอุ้มก็เข้ามาช่วยจัดโต๊ะเพื่อเตรียมจัดอาหารที่ทำเสร็จลงบนโต๊ะด้วยความรีบร้อนเพราะใกล้ได้เวลาที่เ้าของคฤหาสน์หลังนี้จะกลับมาถึงแล้ว
หลังเสียงรั้วของคฤหาสน์ถูกเปิดและปิดลง เสียงเครื่องยนต์ของรถยุโรปคันงามก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆก่อนดับลงที่หน้าประตูคฤหาสน์ ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงโปร่งใบหน้าคมเข้ม ดวงตาดุร้ายราวราชสีห์ก้าวเท้าลงจากเบาะหลังอย่างผิดวิสัยด้วยเพราะเมื่อเช้าเค้าขับรถไปด้วยตัวเอง
คนที่เปิดประตูรถให้กับเค้าเป็ผู้ชายวัยไล่เลี่ย รูปร่างสูงโปร่งใบหน้าหล่อเหลาแทบไม่ต่างกันแต่ที่ต่างไปคือผิวพรรณที่ดูหยาบกร้านเหมือนเช่นชนชั้นแรงงานที่พบเห็นได้ทั่วไป
“สวัสดีค่ะคุณพี่” ฉัตรยืนพูดทักทายสามีทันทีที่เค้าเดินเข้ามาในคฤหาสน์
“สวัสดี” ภาคย์ตอบเมียด้วยเสียงเข้ม
“แล้วข้างหลังนั่นใครคะนั่น” ฉัตรเอ่ยถามสามีถึงผู้ชายที่เดินตามหลังเข้ามา
“คนขับรถคนใหม่” ภาคย์ตอบก่อนอธิบายเสริม “ชื่อขุนน่ะ เคยทำงานกับคุณทศ”
ทศที่ภาคย์กล่าวถึงเป็ทหารยศใหญ่ที่เค้ารู้จักมาอย่างช้านานและอยู่ในก๊วนตีกอล์ฟกันจนถึงปัจจุบันทำให้ฉัตรพอจะเดาได้ว่าขุนมีที่มาเป็เช่นไร
“สวัสดีครับคุณนาย” ชายหัวเกรียนที่มีกระเป๋าสะพายอยู่บนหลังพูดพร้อมยกมือไหว้ฉัตรด้วยความนอบน้อม
ฉัตรก็ยกมือขึ้นรับไหว้ก่อนพูดตอบ “สวัสดีจ๊ะ ขุน ฉันชื่อฉัตรนะเป็เมียคุณภาคย์เรียกฉันว่าฉัตรเฉยๆก็ได้”
“ได้ครับคุณฉัตร” ขุนตอบรับด้วยท่าทีที่ยังดูเกร็งๆ
“ดา” ภาคย์ะโเรียกหัวหน้าแม่บ้านเสียงดังลั่น
และเพียงไม่ถึงนาทีดาก็วิ่งออกจากครัวตรงมายังห้องรับแขกด้วยความรวดเร็วก่อนจะถาม“มีอะไรให้ดารับใช้คะ คุณภาคย์”
“นี่ขุน คนขับรถคนใหม่” ภาคย์พูดแนะนำเพียงห้วนๆก่อนหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ
ดาที่ทำงานในคฤหาสน์หลังนี้มานานที่สุดก็เข้าใจได้ในทันทีว่าตัวเองควรจะทำอะไรจึงหันมาพูดกับขุน “ตามฉันมานี่ ขุน”
ขุนเดินย่อตัวผ่านฉัตรและภาคย์ไปหาดาก่อนจะเดินตามก้นดาออกจากห้องรับแขกไปยังห้องครัว
“เอ๊ะ! ป้าดา นี่ใครหรอจ๊ะ” อุ้มถามขึ้นทันทีที่เห็นผู้ชายแปลกหน้าเดินเข้ามาในครัวเพราะปรกติแล้วผู้ชายแทบจะไม่มีสิทธิ์ขึ้นมาในเรือนใหญ่หากไม่ได้รับอนุญาต
“คนขับรถคนใหม่ชื่อขุนน่ะอุ้ม” ดาแนะนำเพียงสั้นๆ
แล้วผู้หญิงอีกสี่คนที่อยู่ในครัวก็หันมามองที่คนขับรถคนใหม่เป็ตาเดียวสามคนที่าุโรองจากดาและมีครอบครัวแล้วก็ทำได้แค่เพียงส่งยิ้มทักทายต่างจากมดที่ยังสาวและโสดที่มองขุนด้วยดวงตาหวานเยิ้ม
“ขุนตามฉันมานี่ เดี๋ยวจะพาไปดูห้อง” ดาพูดก่อนออกเดินต่อ
ขุนก็เดินตามดาไปอย่างว่าง่ายปล่อยให้มดและอุ้มมองตามใบหน้าหล่อเหลาของเค้าจนลับตาไป…..
“คนขับรถคนใหม่ใช่ไหมน่ะดา” มั่นที่นั่งเล่นอยู่บนโต๊ะหินอ่อนถามดาเมื่อเห็นเธอเดินนำผู้ชายที่เค้าเห็นว่าขับรถให้ภาคย์นั่งเข้ามาในบ้านเมื่อตอนที่เดินไปเปิดประตูรั้วให้เดินตามมาติดๆ
“ใช่” ดาตอบสั้นๆ ก่อนเดินนำขุนไปยังทางข้างหน้าจนมาหยุดอยู่ที่หน้าหอพักชั้นเดียวที่ถูกสร้างห่างจากคฤหาสน์หลังใหญ่เกือบ 40 เมตร
“นี่เป็ห้องพักของคนงานชายนะมีอยู่สี่ห้อง มั่นที่เธอเห็นเมื่อกี๊อยู่ห้องนึง ส่วนเธอจะเอาห้องไหนก็เลือกเอา” ดาพูดพลางล้วงหยิบพวงกุญแจพวงใหญ่ที่มีกุญแจอยู่จำนวนนึงขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกง
“ผมเอาห้องไหนก็ได้ครับ” ขุนตอบสั้นๆ
“ส่วนนั่นโรงเก็บของกับโรงจอดรถ” ดาพูดพร้อมชี้ไปยังสิ่งก่อสร้างที่ตั้งถัดไป ก่อนอธิบายต่อ “ในส่วนของงาน คุณภาคย์ บอกนายแล้วใช่ไหมว่าต้องทำอะไรบ้าง”
“บอกแล้วครับขับรถตามที่คุณภาคย์สั่ง”ขุนตอบด้วยเสียงหนักแน่น
ดาพยักหน้ารับก่อนพูดต่อ “แล้วก็ที่นี่มีกฎอยู่สองข้อหนึ่งคือห้ามขึ้นไปบนเรือนใหญ่ที่นายเพิ่งเดินออกมาโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด”
ขุนพยักหน้ารับอย่างตั้งใจก่อนถามขึ้น “แล้วอีกข้อหล่ะครับ”
ดาชี้นิ้วไปยังเรือนไม้ริมน้ำที่ตั้งอยู่ห่างจากตรงนี้เกือบ100 เมตรพร้อมกับพูด “ห้ามไปที่เรือนเล็กนั้นโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด”………