“พี่ชาย หัวพี่ยังปกติดีอยู่ใช่ไหม พี่สาวไช่น่ะมีสามีแล้ว พี่ไม่รู้จักร้อยหลี่เลยเหรอคะพี่มาชวนภรรยาของร้อยหลี่อย่างนี้ พี่ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน” เป่ยซือเยว่ตอกกลับจนซ่งหมินโกรธหน้าดำหน้าแดง
“นั่นสิ เยว่เอ๋อร์พูดถูก พลทหารซ่งอย่าทำอย่างนี้เลยนะคะ หากจะชวน ลองชวนพี่สาวซูเจี๋ยที่ยืนอยู่ข้างๆจ่าสิบซ่งจะดีกว่า”
เดิมทีหากไปนอกค่ายหรือกลับบ้านในชนบท ซ่งหมินจะภูมิใจในความเป็ทหารและยศจ่าสิบทหารของเขามากแต่พอได้ยินไช่ซุนหลันเรียกเช่นนั้น ซ่งหมินกลับมีความรู้สึกเหมือนโดนดูถูก นั่นเป็เพราะหลี่เหวินไคสามีของไช่ซุนหลันอายุพอๆกับเขาแต่มีความเจริญก้าวหน้าจนได้เป็ถึงร้อยตรีและหากครั้งนี้ปฏิบัติภารกิจพิเศษสำเร็จอีกยศร้อยโท ร้อยเอกสำหรับหลี่เหวินไคก็คงอยู่ใกล้แค่เอื้อม
ซ่งหมินรู้สึกโกรธมาก เขามือแน่นและอยากจะระบายโทสะใส่ใครสักคนและตัวเลือกของเขาก็คือเด็กสาวที่ปากดีข้างๆไช่ซุนหลันนั่นเอง ซ่งหมินกระชากแขนของเป่ยเซือเยว่อย่างแรงจนเด็กน้อยเซ ผิวขาวๆ ของเธอเป็รอยแดงเถือก เป่ยซือเยว่พยายามดิ้นให้หลุดออกจากพันธนาการของซ่งหมิน
“สหายน้อยเธอเป็ใครถึงกล้าปากดีใส่ฉันน่ะ หืม! ฉันจะชวนใครมันก็เื่ของฉันเธอนี่หน้าไม่คุ้นเลยนะ คงไม่ใช่ว่าแอบลักลอบเข้ามาใช่ไหม”
ไช่ซุนหลันรีบผลักซ่งหมินออกจากเป่ยซือเยว่ แต่ด้วยแรงทหารของซ่งหมินเธอจึงทำอะไรไม่ได้มาก แต่ด้วยกลัวว่าเป่ยซือเยว่จะเจ็บ ไช่ซุนหลันจึงถีบที่ขาของซ่งหมินจนเ้าเกือบจะล้ม
เป่ยซือเยว่เมื่อเห็นว่าซ่งหมินพลาดท่าแล้วก็กระทุ้งเข้าที่ท้องและถีบกล่องดวงใจของซ่งหมินเข้าอย่างจังใบหน้าของซ่งหมินเป็สีเขียวคล้ำด้วยความเ็ป เขากัดฟันกรอดแล้วพูดอย่างแค้นเคือง
“สหายน้อยเธอกล้าทำร้ายนายทหาร รู้ไหมว่ามันมีความผิดร้ายแรงขนาดไหน!!!”ซ่งหมินไม่กล้าจะมีเื่กับไช่ซุนหลันเพราะหลี่เหวินไคคอยคุ้มกะลาหัวเธออยู่แต่กลับเด็กสาวอย่างเป่ยซือเยว่นั้นเขากล้า เพราะดูสภาพเธอแล้วคงจะเป็พวกไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างมากก็ลูกหลานพลทหารกระจอกๆ
ซ่งหมินค่อยๆ พยุงตัวขึ้นอย่างช้าๆ แล้วเงื้อมือทำท่าจะตบเข้าที่ใบหน้าของเป่ยซือเยว่แต่แล้วก็มีมือแกร่งยื่นเข้ามาจับฝ่ามือหยาบที่กำลังจะตบเป่ยซือเยว่ให้นำมาไพล่หลังจากนั้นก็กดแผ่นหลังของซ่งหมินพลางตีเข่าให้ล้มลงพื้น
“ดูเหมือนคุณจะว่างนะพลทหารซ่ง ผมได้ยินแว่วๆ เื่การทำร้ายนายทหารอะไรทำนองนั้นใช่ไหม?แล้วคุณรู้ไหมว่าทหารที่ใช้กำลังมารังแกเด็กและสตรีน่ะ ความผิดคืออะไร?”เสียงเย็นเยียบเอ่ยกังวาลก้องทั่วบริเวณ
“เหวินไค ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้คะ” ไช่ซุนหลันเบิกตากว้างมองสามีอย่างแปลกใจ
“ผมมาช่วยตามหาลูกสาวของผู้พันเป่ยน่ะ เห็นว่าไปเล่นซนที่ไหนไม่รู้ เธอเพิ่งมาที่นี่ได้ไม่นานผู้พันเป่ยกลัวว่าเธอจะหลงทางเข้า” เหวินไคยักไหล่ตอบ
“นามสกุลเป่ย! คงไม่ได้ชื่อเป่ยซือเยว่หรอกนะคะ”ไช่ซุนหลันปรายตามองเด็กสาวข้างๆ ที่ทำท่าทางหลุกหลิกพิกล
“อ๋า..ใช่! คุณรู้ได้ไง ผมคิดว่าคุณไม่รู้จักใครเสียอีก”
“เด็กที่โบกมือให้คุณไงคะ คนนี้ที่ยืนข้างฉันเนี่ยแหละเยว่เอ๋อร์” ไช่ซุนหลันชี้ไปที่เด็กผมเปียที่เอาแต่ก้มหน้านิ่ง
“บังเอิญจังเลยนะ เอาล่ะคุณหนูเป่ย ผมว่าถึงเวลาที่ต้องกลับบ้านแล้วล่ะครับส่วนเื่รอยแดงบนข้อมือคุณหนูเป่ยนั้น ผมเห็นสมควรว่าคุณควรจะบอกเื่นี้ให้พ่อของคุณรับรู้ด้วยนะเพราะไม่อย่างนั้นคนที่เดือดร้อนก็คือซุนหลัน เพราะเธอและคุณอยู่ด้วยกันที่นี่”หลี่เหวินไคเอ่ยแนะนำ อันที่จริงเพียงแค่เขาเอ่ยปากก็สามารถจัดการซ่งหมินได้แต่ว่าเขานั้นไม่ได้อยากใช้อำนาจในการทำเช่นนั้นแล้วอีกอย่างภรรยาของเขาก็ไม่ได้าเ็ตรงไหนมีเพียงเป่ยซือเยว่ที่มีรอยแดง ฉะนั้นเื่นี้ปล่อยให้เป็หน้าที่ของผู้พันเป่ยจะดีกว่าใครๆ ก็เคยได้ยินกิตติศัพท์ความหวงลูกสาว โดยเฉพาะลูกสาวที่หลงมาเกิดตอนที่ผู้พันเป่ยและภรรยาอายุมากแล้วอย่างเป่ยซือเยว่แต่ด้วยความที่เป่ยซือเยว่เพิ่งจะย้ายมาอยู่ที่นี่ทำให้ยังไม่เคยมีใครรู้จักว่าเด็กสาวคนนี้คือใครยกเว้นก็แต่หัวหน้าฝ่ายผลิตที่ทำหน้าที่บันทึกแต้มค่าแรงตอนเป่ยซือเยว่ไปลงชื่อรับแต้มค่าแรงเท่านั้นที่ทราบเื่
“แน่นอนค่ะเื่นี้หนูต้องบอกคุณพ่อให้รับรู้ เพราะหนูไม่อยากให้พี่สาวไช่เดือดร้อน”เป่ยซือเยว่รับปากอย่างแข็งขัน จนผู้ที่อยู่บริเวณนั้นลอบกลืนน้ำลายและมองซ่งหมินผู้หาเื่ผิดคนอย่างเวทนาหลังจากนี้ไม่รู้ว่าชะตาชีวิตของผู้ชายคนนี้จะเป็เช่นไร
ส่วนทางด้านซูเจี๋ย เธอแอบถอยห่างจากซ่งหมินั้แ่ที่แอบเห็นหลี่เหวินไคเดินเข้ามาแล้ว
“พี่ชายหลี่ หนูจะบอกอะไรให้ค่ะ คือพี่สาวหน้าตาน่ากลัวคนนั้นกับผู้ชายที่พี่ชายหลี่จับอยู่นี้น่ะพยายามจะจับคู่ให้พี่สาวไช่กับผู้ชายคนนี้แหละหน้าไม่อายจริงๆ เลย” เป่ยซือเยว่นึกขึ้นได้ว่ายังมีซูเจี๋ยคนที่เธอไม่ค่อยชอบด้วย
หลี่เหวินไคได้ยินเช่นนั้นก็ส่งสายตาคมกริบให้ซ่งหมินและซูเจี๋ยเื่นี้มันเป็เื่ที่เขารู้สึกรับไม่ได้! หากไช่ซุนหลันเล่นด้วยขึ้นมาชื่อเสียงของเขาต้องมาพังลงและได้ชื่อว่าถูกสวมหมวกเขียวอย่างนั้นเหรอ!?
‘ยังดีที่ซุนหลันไม่สนใจเ้านี่ อย่างน้อยเธอก็ยังมีสามัญสำนึก’
หลี่เหวินไคมองไช่ซุนหลันอย่างขอบคุณชั่วขณะหนึ่ง แต่นั่นก็เพียงแวบเดียวเท่านั้นจนไช่ซุนหลันไม่มั่นใจว่าเธอตาฝาดไปหรือไม่
หลี่เหวินไคไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเื่นี้ แต่ทุกคนที่นี่ล้วนรับรู้ว่าการที่พยัคฆ์เงียบนั้นมันน่ากลัวยิ่งกว่าตอนคำรามเสียอีกเห็นทีว่าชีวิตของซูเจี๋ยและซ่งหมินในกองทัพแห่งนี้คงจะอยู่ยากแล้ว
หลังจากที่พาเป่ยซือเยว่ไปส่งให้ผู้พันเป่ยแล้ว หลี่เหวินไคก็ไปส่งไช่ซุนหลันที่สถานีรถไฟจากนั้นก็ยื่นเงินให้ไช่ซุนหลันกว่าหกสิบหยวน
“ซุนหลัน เื่เงินเดือนระหว่างผมไม่อยู่ ทางกองทัพจะส่งไปให้คุณถือทะเบียนสมรสไปรับธนาณัติได้เลยส่วนนี่เป็เงินของเดือนนี้ ที่ได้มากกว่าปกติเพราะมีเบี้ยเลี้ยงพิเศษด้วย เก็บไว้ดีๆล่ะ แล้วอย่าลืมแบ่งพ่อแม่ผมด้วย”
หลี่เหวินไคไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงไว้ใจให้เงินภรรยามากขนาดนี้เพราะต้องบอกก่อนว่ายุคนี้นั้นพนักงานของรัฐ หรือคนที่ทำงานโรงงานยังได้เงินเดือนเพียงแค่10-30 หยวนเท่านั้น การได้เงินจำนวน 30 กว่าหยวนต่อเดือนของหลี่เหวินไคจึงถือว่าช่วยครอบครัวได้มากแต่ครั้งนี้ไช่ซุนหลันกลับได้ถึง 60 หยวน เธอจึงทำหน้าไม่ค่อยถูกนี่เป็เงินจากการที่หลี่เหวินไคเสี่ยงอันตรายมา เธอต้องใช้มันอย่างรู้คุณค่ามากที่สุด
“คุณไม่จำเป็ต้องให้มามากมายขนาดนี้หรอกค่ะ มีติดตัวไว้บ้างก็ดี”
หลี่เหวินไคมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างตะลึง จากนั้นเขาก็แคะหูเพื่อจะฟังซ้ำอีกครั้งมีอย่างที่ไหนที่ผู้หญิงหน้าเงินอย่างไช่ซุนหลันจะปฏิเสธเงินที่เขาให้? เขาฝันกลางวันอยู่หรือเปล่า?
“เงินพวกนี้ไม่จำเป็สำหรับผม เพราะผมไปที่นั่นก็ไม่มีโอกาสได้ใช้มันอยู่แล้วเอาล่ะ รถไฟใกล้จะมาแล้ว ผมรู้สึกผิดที่อยู่กับคุณนานกว่านี้ไม่ได้ เพราะว่ายังต้องมีการวางแผนและการประชุมต่ออีกคุณเดินทางดีๆ ล่ะ” หลี่เหวินไคบอกลาไช่ซุนหลันก่อนจะขี่จักรยานของค่ายกลับไป