ในขณะที่เว่ยเมิ่งกำลังเพลิดเพลิน(?)กับเสียงโหยหวนของสองพญางู ณ อีกฝั่งหนึ่งที่แคว้นชิง สถานศึกษาสถานที่อันดับหนึ่งสำหรับอัจฉริยะแห่งแคว้นชิง ในห้องที่เรียบง่ายตอนนี้นั่งไว้ด้วยบุคคลสามคน
“ศิษย์พี่ข้ามั่นใจเสียเจ็ดส่วนว่าญาติของตงฟางหรงสองคนนั้นต้องรู้เื่กองกำลังลึกลับนั้นไม่มากก็น้อยแน่นอน อีกทั้งนามหมู่บ้านนั้นหมู่บ้านน้ำตก์......ข้าพเ้ามั่นใจว่าหากจับตัวเ้าหนุ่มกับหญิงสาวนางนั้นมาได้เราต้องได้รับข้อมูลที่เป็ประโยชน์แน่”ซูเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
“ฮึ”ฟงไป๋หลินแค่นเสียงคล้ายกลับเยาะเย้ยความคิดของซูเหยียน
“เ้ามีความคิดที่ต่างออกไปหรือเ้าแปด?” เสียงอบอุ่นดังมาจากร่างที่อยู่เบื้องหน้าคนทั้งสองชายชราในชุดเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความหรูหราผมสีดอกเหลาและหนวดเคราถูกตัดแต่งอย่างดี แววตาทรงอำนาจที่แฝงไว้ด้วยปัญญานี่บุคคลที่ครั้งหนึ่งเคยเกือบจะได้แคว้นชิง ราชครูซือเชา
“เรีนยท่านอาจารย์การที่จะลักพาตัวคุณชายเว่ย...มันแทบจะเป็ไปไม่ได้เลยทีเดียว”
“เ้าจะหมายความอย่างไรข้าตรวจสอบดูระดับฝีมือของเ้าหนุ่มนั้นแล้วก็เป็เพียงแค่ยอดฝีมือระดับสี่เท่านั้นส่วนหญิงสาวนั้นยิ่งแล้วใหญ่อยู่แค่ระดับหนึ่งด้วยซ้ำ” ซูเหยียนขมวดคิ้ว
“หึ ท่านคิดว่าคนที่สามารถเข้าไปในหุบเขาไม่หวนคืนได้แล้วกลับออกมาได้โดยไม่มีาแจะเป็บุคคลง่ายๆเช่นนั้นหรือ?”
ซูเหยียนสีหน้าเปลี่ยนไปหากพูดถึงสถานที่ต้องห้ามและอันตรายอันดับต้นๆในแผ่นดินนี้ หุบเขาไม่หวนคืนนับว่าอยู่นันดับต้นๆขอเพียงได้ก้าวเท้าเข้าไป เหล่าสัตว์วิเศษและสภาพแวดล้อมก็พร้อมใจรุมเล่นงาน ต่อให้เป็ยอดฝีมือระดับก็มีสิทธิ์ตายได้ง่ายๆ
“เ้าพูดเื่จริง?” ซูเหยียนถามอีกครั้งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“คุณชายเว่ยเป็คนช่วยชีวิตข้าตอนที่ข้าหลบหนีมาจากแคว้นฟงโดยผ่านทางหุบเขาไม่หวนคืน”ดวงตาของฟงไป๋หลินเปล่งประกาย ใบหน้าที่งดงามพอจะทำให้ทั้งบุรุษและสตรีเพศหลงใหลขึ้นสีจางๆมันหวนนึกไปถึงตอนนั้นมันหลบหนีจากแคว้นฟงผ่านหุบเขาไม่หวนคืนสัตว์วิเศษทั้งหลายต่างไล่ล่ามันราวกับฝูงหมาป่าล่ากระต่ายหากตอนนั้นมันไม่ได้เว่ยเมิ่งมาเจอเข้า มันคงกลายเป็อาหารในกระเพาะสัตว์วิเศษไปแล้ว
“มีโอกาสหรือไม่ที่คุณชายลึกลับนั้นจะเข้าช่วยเหลือพวกฝ่าา?”ราชครูซือเชาถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“นี่ข้าพเ้าไม่สามารถคาดเดาได้ แต่หากดูจากที่พี่สาวของคุณชายเว่ยหักหน้าตงฟางหรงพวกเขาคงไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันนัก” ฟงไป๋หลินพูดด้วยความไม่มั่นใจ
“งั้นข้าเ้าแล้วกันเ้าแปดเ้ากับซูเหยียนจงไปเชิญคุณชายท่านนี่มาดื่น้ำชากับข้าหน่อยก็แล้ว”ราชครูซือเชาโบกมือไล่ทั้งสองออกไป
“หมู่บ้าน......น้ำตก์”ปรมาจารย์แห่งแคว้นชิงพึมพำกับตนเอง
ผลจากถูกเผามาเป็เวลาหลายชั่วโมงติดต่อกันตอนนี้สองพญางูอยู่สภาพโรยรา ลมหายใจของทั้งสองโรยรินร่างทั้งคู่แทบไม่ขยับเขยื้อน เกล็ดที่เคยขาวนวล แทบจะกลายเป็สีกำไปแล้ว
เว่ยเมิ่งมองผลงานด้วยรอยยิ้มแห้ง‘ข้าเผาพวกมันนานเกินไปหรือเหล่าหว่า?’
“เอาละโอกาสสุดท้ายกลายมาเป็ของข้าหรือกลายเป็เถ้าธุลีไปซะ” ชายหนุ่มแบมือขวาเปลวเพลิงเล็กๆลุกโชนขึ้น ทว่าเปลวเพลงนั้นเป็สีฟ้าจางๆทันใดนั้นอุณหภูมิทั่วทั้งพื้นป่าและขุนเขาก็สูงขึ้นอย่างฉับพลันสองพญางูรับรู้ได้ถึงอันตรายถึงชีวิต ร่างของพวกมันสั่นสะท้าน พวกมันพยายามอย่างสุดชีวิตในการยกหัวขึ้นวาวตาของพวกมันเต็มไปด้วยความลังเล และความกลัว แต่ในที่สุดช้าๆหัวที่คล้ายกับัของพวกมันค่อยๆก้มให้กับเว่ยเมิ่ง
เว่ยเมิ่งยิ้มกับงูทั้งสองโบกมือบอกให้พวกมันย่อขนาดตัวให้เล็กมา สองพญาคือสัตว์วิเศษในชนชั้นจักรพรรดิ สติปัญญาไม่ด้อยกว่ามนุษย์หรือบางทีอาจจะสูงกว่ามนุษย์บางคนด้วยซ้ำทั้งย่อขนาดให้ลงมาเทากลับงูธรรมดาทั่วไป พวกเลื้อยมาออดอ้อนตรงเท้าของเว่ยเมิ่ง
ชายหนุ่มยิ้มก้มลงไปใช้มือเล่นกลับพวกมันเล็กน้อย
“ต้องทุบตีก่อนถึงจะมีมารยาทนะพวกเ้าเนี่ย” ชายหนุ่มหัวเราะเบาเมื่อเห็นสองงูตัวสั่น
“อืมขากลับแวะไปหาอะไรกินก่อนดีกว่า” เมื่อนึกถึงฝีมืออาหารของเชฟสาวผมสีชมพู น้ำลายในกระเพาะก็เริ่มเคลื่อนไหวโครกครากเว่ยเมิ่งมองสองงูตรงเท้า จะให้พามันเข้าร้านไปด้วยก็ดูแปลกๆแฮะ
“พวกเ้าย่อขนาดให้เล็กกว่านี้ได้หรือเปล่า? อ่อ ได้สินะ พวกเ้าย่อขนาดแล้วมาพันรอบข้อมือข้านี่”สองพญางูเลื้อยจากขาขึ้นไปตรงขอมือพร้อมย่อขนาดให้เล็กลง ทั้งสองพันรอบข้อมือเว่ยเมิ่งชายหนุ่มเลิกคิ้วมองดูข้อมือที่เหมือนมีกำไลลวดลายัสีขาวใส่อยู่
“ดูดีไม่เลว”เว่ยเมิ่งยิ้มเล็กน้อย
“เกาะข้อมือข้าดีๆละ”
เว่ยเมิ่งบอกพญางูก้าวขาข้างหนึ่งะโขึ้นไปบนฟ้า แรงะโสร้างแรงสั่นะเืกึกก้องดังไปทั่วก้อนเมฆบนถูกแหวกเป็รูเมื่อร่างๆของชายหนุ่มพุ่งผ่านไป
เว่ยเมิ่งกำลังเดินเล่นที่แคว้นชิงอย่างผ่อนคลายดูเหมือนการรังแกสองพญางูจะทำให้เขาอารามณ์ดีไม่น้อย.........
“สหายเว่ย!” เสียงเรียกดังขึ้นหาเว่ยเมิ่งระหว่างที่เขากำลังเดินไปที่ร้านอาหารของเชฟสาวผมชมพู
“หืม?โอ้ สหายฟง” เว่ยเมิ่งเห็นฟงไป๋หลินเดินมากับซูเหยี่ยน
“บังเอิญจริงๆที่พบท่านที่นี่”ฟงไป๋หลินยิ้มอย่างงดงาม เดินทีมันมืดแปดด้านจริงๆ ว่าจะตามหาตัวเว่ยเมิ่งที่ไหนแต่คิดไม่ถึงว่าจะเดินมาเจอกันอย่างบังเอิญเช่นนี้
“สหายเว่ยนี่อาจารย์อาของข้าพเ้านามว่าซูเหยี่ยน พวกท่านเคยเจอกันแล้วเมื่อวานนี้ในงานหมั้นของสกุงตงฟาง”ฟงไป๋หลินเผยมือไปทางซูเหยียน
“อาจารย์ซูเหยียน”
“คุณชายเว่ย”
ทั้งสองคำนับให้กันอย่างมีมารยาทซูเหยียนยิ้มกล่าว “ช่างเป็โชคชะตาจริงๆอันที่จริงแล้วพวกเรากำลังตามหาตัวคุณชายอยู่พอดี”
“พวกท่านมีเื่อะไรกับข้าพเ้าหรือ?” เว่ยเมิ่งงุนงง
“ศิษย์พี่ของข้าหรือก็คืออาจารย์ของเ้าแปดทราบเื่ที่คุณชายได้เข้าช่วยเหลือเ้าแปดที่หุบเขาไม่หวนคืนแล้วและศิษย์พี่ของข้าก็เลยอยากจะตอบแทนคุณชายซักเล็กน้อย”
“ฮาๆไม่เป็ๆ ข้าพเ้าไม่ได้ช่วยเหลือสหายฟง เพราะ้าสิ่งตอบแทนอยู่แล้ว”
“จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร?อาจารย์ของเ้าแปดถึงขนาดกำชับให้ข้าเชิญคุณชายไปให้ได้ถึงแม้จะต้องคุกเข่าก็ตาม ฮาๆ คุณชายเห็นแก่หน้านักศึกษาน่าสงสารที่มีศิษย์พี่อันโหดร้ายคนนี้เถิด”ซูเหยียนหัวเราะปั่นคำอ้างต่างๆนาๆมากึ่งๆบังคับเว่ยเมิ่ง
หากเป็เว่ยเมิ่งก่อนนี้ก็อาจจะยอมตามไปให้เื่มันจบแต่ตอนนี้ไม่ใช่....
“ไม่ละข้าี้เี” เว่ยตอบหน้าตาย
“...................”
ซูเหยี่ยนคาดเดาคำตอบไว้ต่างๆนาๆแต่ที่มันได้คาดคิดไว้ไม่มีคำตอบไหนเลยที่จะ...... พูดตรงๆขนาดนี้เลย นี่ราชครูนะ!ราชครูแหงแคว้นชิงเชิญเ้าไปนะ อย่างน้อยถ้าเ้าไม่อยากไปขนาดนั้นก็น่าจะคิดตอบให้มันอ้อมๆกว่านี้หน่อยสิ
“งั้นข้าพเ้าขอตัวก่อนนะ”เว่ยเมิ่งขอตัวอย่างหน้าไม่อายทิ้งให้สองคนนั้นยืนงง
ชายหนุ่มกลับมาที่ร้านอาหารกึ่งบาร์อีกครั้ง ในร้านไม่มีลูกค้าซักคนดูเหมือนว่าหญิงสาวจากต่างโลกอีกสองคนจะยังไม่มา
“สวัสดีครับคุณโรส”เว่ยเมิ่งลองเลียนแบบวิธีการพูดแบบต่างโลก
“สวัสดีคะคุณเว่ยเมิ่ง”เชฟสาวผมสีชมพูตอบกลับด้วยรอยยิ้มน้อยๆ
“ผมเห็นที่หน้าร้านดูเหมือนวันนี้จะมีเมนูแนะนำงั้นเหรอครับ?”
“ใช่คะวันนี้ทางร้านได้เนื้อวัวเกรดดีมากมา ก็เลยคิดไว้ว่าจะทำเท็บปังยากินะคะ”
“เท็บปังยากิ?นั้นใช่การทำอาหารบนกระทะร้อนๆแบนๆใช่หรือเปล่าครับ” เว่ยเมิ่งนึกถึงหนังที่พี่สาวเปิดให้ดูในความฝันแล้วมีฉากในร้านอาหาร
เชฟสาวยิ้มตาโต“คุณเว่ยเมิ่งรู้ด้วยหรือคะ? ดูท่าทางคุณเว่ยเมิ่งจะต้องสนใจเื่ทางฝั่งเรามากแน่ๆ”
“ฮาๆ ก็คงเป็อย่างงั้นแหละครับ” พี่สาวของเขาเล่นเข้ามาสร้างนู้นสร้างนี่ในความฝันของเขาต่อให้เป็คนไม่สนใจอะไรก็ต้องมีรู้อะไรบ้างละ
“ท่างั้นผมขอเมนูนี้ก็แล้วกันครับ”
“ถ้างั้นรบกวนคุณเว่ยเมิ่งเลือกชุดอาหารเลยนะคะ”
เชฟสาวส่งกระดาษที่มีรายละเอียดของอาหาร
ชุดA เนื้อวัว+ของหวาน ราคา 1 แท่งทอง
ชุด B เนื้อวัว+กุ้งย่าง+ของหวาน 1 แท่งทอง 10แท่งเงิน
ชุด C เนื้อวัว+กุ้งย่าวกับหอยเชลล์+ข้าวผัดกระเทียมไม่จำกัด+ของหวานราคา 3 แท่งทอง
“ท่างั้นผมขอเลือกชุดC แล้วกันครับ”
“ค่ะแล้วคุณเว่ยเมิ่ง้านั่งที่เคาน์เตอร์รึเปล่าคะ? ในทางฝั่งนู้นมีร้านอาหารที่จะเปิดให้ลูกค้านั่งดูตลอดการทำอาหารด้วยนะ”
“เห้..น่าสนดีนะครับงั้มผมขอไปนั่งตรงนั้นแล้วกัน”
เว่ยเมิ่งนั่งลงหน้าเคาน์เตอร์เชฟสาวเริ่มจากอาหารจานกุ้ง กุ้งตัวใหญ่ถูกนาบลงบนกระทะร้อน กลิ่นหอมอันเป็เอกลักษณ์ของมันพุ่งเข้าปะทะจมูกเชฟสาวใช้มีดตัดหัวกุ้งกรีดไปตามหลังนำเปลือกและสิ่งสกปรกออก เมื่อกุ้งเริ่มสุกได้ที่เธอตักซอสไปวางที่จานตรงหน้าชายหนุ่ม และนำกุ้งไปวางที่จาน
“เชิญคะ”
“ขอบคุณครับ”ชายหนุ่มยิ้มและเพลิดเพลินไปกับรสอาหาร
“ต่อไปเป็จานหอยเชลล์นะคะ”
“นี่!ข้าท่านแล้วไม่ใช่เหรอว่าห้ามท่านตามข้ามานะ!”ถังหลิงอวี้ตลาดลั่นไปทางตงฟางเจี้ยนหงที่กำลังเดินตามมาวันนี้นางตั้งใจจะไปดื่มกับหวังซูหยู แต่ทว่าระหว่างทางดันซวยเจอตงฟางเจี้ยนหงกับหานเหวินหลางซะก่อน
หวังซูหยูที่ตามมาข้างๆฝืนยิ้มไม่ใช่แค่ถังหลิงอวี้ที่ถูกตามรังควาญแม้แต่นางก็ถูกหานเหวินหลางไล่ตามจีบด้วยเช่นไม่รู้เหมือนกันว่าคุณถูกใจอะไรในตัวนางกัน
“น้องหลิงอวี้ทำไมเ้าต้องทำตัวห่างเหินเช่นนั้นเหล่าท่านแม่ข้าคุยกับทาแม่เ้าเรียบร้อยแล้วเื่งานหมั้นของพวกเราอีกไม่กี่วันก็จะได้ฤกษ์แล้ว ระหว่างนี้ไม่สู้ลองทำความรู้จักกันให้มากขึ้นหว่าเดิม”ตงฟางเจี้ยนหงยิ้ม แม่ทัพถังและบิดามันค่อนข้างสนิทกัน การจะเกลี้ยกล่อมให้ทั้งสองยอมรับเื่งานหมั้นและงานแต่งไม่ใช่เื่ยากอะไร
“งานหมั้นบ้าบออะไร! ไปสนิทสนมกับคุณชายข้างๆเ้าเถอะ!”ถังหลิงอวี้ะโพลางจับมือหวังซูหยูกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปทางร้านอาหารของโรส