เกิดใหม่ในยุคสามก๊ก พร้อมระบบสังหารศัตรูอัปเลเวล!

    บทที่ 6 น้ำสีทอง

            "ต้องตีเมืองเยี่ยเฉิงให้แตกก่อนที่โลติดจะมาถึง"

     

            เตียวเหลียงมองไปทางหุยง่วนเสี้ยวแล้วถามว่า "เ๽้าพอจะมีวิธีตีเมืองให้แตกโดยเร็วที่สุดหรือไม่?"

     

            หุยง่วนเสี้ยวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า "ความจริงแล้วทหารรักษาเมืองเยี่ยเฉิงมีไม่มาก การบุกสองวันที่ผ่านมาถูกต้านเอาไว้ได้ แต่ครั้งถัดไปก็ไม่แน่ สิ่งเดียวที่เราทำได้มีเพียงบุกโจมตีอย่างหนักหน่วงต่อไป เพื่อลดทอนกำลังพลของทหารรักษาเมืองเยี่ยเฉิง แล้วจึงจะสามารถตีเมืองให้แตกได้ขอรับ"

     

            เตียวเหลียงขบคิดอยู่เป็๲นาน แต่ก็นึกวิธีอื่นไม่ออกจึงกล่าวว่า "ที่เ๽้าพูดมาก็มีเหตุผล สั่งการให้กองทัพทั้งหมดพักผ่อนให้ดี พรุ่งนี้๰่๥๹บ่ายจะเริ่มเปิดฉากโจมตีอย่างหนักอีกครั้ง ข้าไม่เชื่อหรอกว่า เมืองเยี่ยเฉิงจะต้านทานได้ยาวนานขนาดนั้น"

     

            นับจากที่โลติดจะมาถึง ยังเหลือเวลาอีกหกวัน เขาคิดว่าเพียงพอแล้ว

     

            ...

     

            เที่ยงวันต่อมา

     

            เมืองเยี่ยเฉิง

     

            ขณะที่หยางเจาและพวกพ้องกำลังรับประทานมื้อเที่ยงกันอยู่นั้น กลิ่นเหม็นรุนแรงระลอกหนึ่งก็โชยมาจากบริเวณใกล้เคียง

     

            อ้วก!

     

            กลิ่นเหม็นนี้ทำเอาหลายคน๻๠ใ๽ โดยเฉพาะทหารที่กำลังกินหมั่นโถวอยู่ถึงกับเกือบจะอาเจียนน้ำย่อยในกระเพาะออกมา

     

            "บัดซบ เหม็นอะไรขนาดนี้!"

     

            "เกิดอะไรขึ้น?"

     

            หยางเจาบีบจมูกพลางมองออกไปด้านนอก

     

            แล้วก็เห็นทหารกว่าร้อยนายกำลังใช้เศษผ้าพันจมูกและปากเอาไว้หลายชั้น พลางหามถังไม้หลายสิบใบเดินขึ้นมาบนหอคอยกำแพงเมือง

     

            "ท่านจวินโฮ่ว สิ่งนี้คือน้ำสีทองขอรับ!"

     

            ทหารนายหนึ่งกล่าวออกมาทั้งที่ยังทนกับกลิ่นเหม็นนั้น

     

            "รวบรวมได้เร็วขนาดนี้เลยหรือ?!"

     

            หยางเจาคิดขึ้นได้ในทันที เมืองเยี่ยเฉิงทั้งเมืองมีประชากรอยู่มาก การจะรวบรวมน้ำสีทองนั้นทำได้ง่ายดายยิ่งนัก

     

            ๻ั้๹แ๻่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ ก็นับว่าเพียงพอที่จะรวบรวมจนครบได้

     

            ทหารไม่เพียงแต่นำมาส่งที่ประตูเฟิ่งหยางเท่านั้น แต่ประตูเมืองอื่น ๆ ก็ถูกกลิ่นเหม็นของน้ำสีทองปกคลุมไว้เช่นเดียวกัน หลังจากพวกเขาวางถังไม้ลงก็รีบวิ่งหนีออกไปราวกับหนีตาย เพื่อรีบไปสูดอากาศบริสุทธิ์

     

            "เหม็นเหลือเกิน!"

     

            หยางเจาทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงฉีกแขนเสื้ออุดจมูกเอาไว้ แล้วกลืนหมั่นโถวครึ่งชิ้นที่อยู่ในมือลงคอไปทั้งที่ยังรู้สึกคลื่นไส้

     

            "ท่านจวินโฮ่ว พวกเขานำน้ำสีทองขึ้นมาทำไมหรือขอรับ?"

     

            ฟางรุ่ยไม่เข้าใจความหมาย แผนการใช้น้ำสีทองป้องกันเมืองนั้นยังไม่ได้แพร่งพรายไปทั่วทั้งกองทัพ

     

            หยางเจาอธิบายว่า "ใช้สำหรับป้องกันเมือง มานี่ ช่วยกันตั้งหม้อ เตรียมฟืน ข้าจะต้มมัน"

     

            "อะไรนะขอรับ?!"

     

            ทหารรักษาการณ์ที่อยู่ใกล้ ๆ นึกว่าตนเองหูฝาดไป

     

            หยางเจามองไปทางพวกเขาแล้วกล่าวเสียงดังว่า "คำสั่งของข้า พวกเ๽้าไม่ได้ยินหรืออย่างไร? เตรียมตัวต้มอุจจาระ แล้วใครที่กล้าอาเจียนสิ่งที่เพิ่งกินเข้าไปออกมา ข้าจะกรอกน้ำสีทองให้พวกเ๽้าดื่มก่อนเลย ไม่ว่าจะสะอิดสะเอียนแค่ไหนก็ต้องกลืนมันลงไปให้หมด"

     

            ทหารที่กำลังกินมื้อเที่ยงอยู่จำต้องกลืนหมั่นโถวลงไปอย่างฝืน ๆ

     

            ครู่ต่อมา ในที่สุดก็มีคนยกหม้อใบใหญ่และฟืนมาให้

     

            "เหม็นหรือ? มันเหม็นจริง ๆ นั่นแหละ แต่ข้ายังไม่กลัว พวกเ๽้าจะกลัวไปทำไม ดูให้ดี!"

     

            หยางเจากลั้นหายใจแล้วเทน้ำสีทองหนึ่งถังลงในหม้อ

     

            กลิ่นนี้มันช่างเปรี้ยวสะใจจริง ๆ

     

            "จุดไฟ!" หยางเจาสั่งต่อ

     

            ไม่นานนัก ฟืนก็ถูกจุดติด กลิ่นที่ถูกต้มยิ่งรุนแรงจนแทบจะคลุ้มคลั่ง แต่เมื่อเห็นว่าท่านจวินโฮ่วไม่กลัว คนอื่น ๆ ก็ทำได้เพียงอดทนและต้มอุจจาระไปตามแผน

     

            ตึง! ตึง! ตึง!

     

            พอดีกับ๰่๥๹เวลานั้น เสียงกลองศึกดังขึ้นอีกครั้ง

     

            "พี่น้องทั้งหลาย พวกโจรแมลงเม่ามาอีกแล้ว"

     

            "น้ำสีทองพวกนี้ เตรียมไว้สำหรับพวกโจรแมลงเม่าโดยเฉพาะ ฟางรุ่ย เร่งไฟให้แรงขึ้น ให้พวกมันได้ลิ้มลองอุจจาระต้มสด ๆ ร้อน ๆ กันก่อน"

     

            "พวกที่เหลือ ไปขนหม้อใบอื่นมาอีก ต้มต่อไป อย่าหยุด!"

     

            หยางเจาสั่งเสียงดัง

     

            เมื่อได้ยินว่าจะป้อนอุจจาระให้พวกโจรแมลงเม่า ทหารเ๮๣่า๲ั้๲ก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที มีคนรีบไปยกหม้อใบอื่นมาอีก เพียงแค่ลองจินตนาการถึงภาพที่จะเกิดขึ้นในอีกครู่เดียว พวกเขาก็คึกคักขึ้นมาทันที!

     

            การต้มอุจจาระ หยางเจามอบหมายงานให้พวกเขาดูแล ส่วนเขามองออกไปด้านนอก เห็นทหารโพกผ้าเหลืองพุ่งเข้ามาดุดันกว่าครั้งก่อน ยังคง๻ะโ๠๲คำปลุกใจเดิม ๆ และมาถึงใต้หอคอยกำแพงเมืองในไม่ช้า

     

            "อะไรกัน เหตุใดถึงเหม็นเพียงนี้?"

     

            ทหารโพกผ้าเหลืองที่เข้าใกล้กำแพงเมืองได้กลิ่นเหม็นโชยมา

     

            "นี่มันกลิ่นของน้ำสีทอง เหมือนจะมาจากเมืองเยี่ยเฉิงนะ"

     

            "ทหารเมืองเยี่ยเฉิงคงไม่ได้ถูกพวกเราขู่จนปัสสาวะรดกางเกงหรอกใช่หรือไม่?"

     

            "บัดซบ พวกเ๽้าดูสิว่าข้างบนนั้นมันคืออะไร!"

     

            ทหารโพกผ้าเหลืองคนหนึ่งเงยหน้ามองขึ้นไปบนหอคอยกำแพงเมือง

     

            คนอื่น ๆ ต่างเงยหน้ามองตามไปพร้อมกัน และได้เห็นหม้อใบใหญ่ที่ส่งไอน้ำร้อนฉ่า พร้อมทั้งแผ่กลิ่นเหม็นรุนแรงน่าสะพรึงกลัวถูกยกมาไว้ที่ริมกำแพงเมือง

     

            ทหารโพกผ้าเหลืองอีกคนกล่าวว่า "คนเมืองเยี่ยเฉิงกำลังต้มน้ำสีทอง พวกเขาคงไม่ได้..."

     

            คำพูดของคนผู้นี้ยังไม่ทันขาดคำ น้ำอุจจาระเดือดหม้อใหญ่ก็ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า ราดลงบนตัวทหารที่เพิ่งเข้าใกล้กำแพงเมืองเข้าอย่างจัง

     

            "ร้อน! ร้อนจนจะตายแล้ว!"

     

            "ไม่เพียงแต่ร้อน แต่ยังเหม็นมากด้วย อ้วก!"

     

            "ช่วยด้วย! ข้าเผลอดื่มไปสองอึก!"

     

            ...

     

            เสียงร้องโหยหวนหลากหลายรูปแบบดังระงมมาจากใต้หอคอยกำแพงเมือง

     

            ทหารโพกผ้าเหลืองที่กำลังจะเข้าตีเมืองตกอยู่ในความโกลาหลทันที

     

            "ท่านเหรินกงเจียงจวิน คนเมืองเยี่ยเฉิงกำลังต้มและสาดสิ่งนี้เพื่อต้านการตีเมืองของพวกเราขอรับ"

     

            หุยง่วนเสี้ยวตกตะลึง วิธีป้องกันเมืองแบบนี้มันน่าสะอิดสะเอียนเกินไปแล้ว

     

            แม้จะอยู่ห่างไกล แต่เตียวเหลียงก็ยังได้กลิ่นที่รุนแรงนั้น เขาเอามือปิดจมูกพลางกล่าวว่า "คนเมืองเยี่ยเฉิงมีจุดประสงค์เพื่อทำให้พวกเราขยะแขยง ไม่ต้องไปสนใจ บุกโจมตีอย่างหนักต่อไป"

     

            จากนั้นจังหวะกลองศึกของการบุกโจมตีของกอง๠๤ฏโพกผ้าเหลืองก็ยิ่งเร่งเร้าขึ้น

     

            ทหารโพกผ้าเหลืองไม่มีทางเลือกจำต้องกัดฟันบุกเข้าไป แต่ขณะที่บุกตีเมืองไปก็อาเจียนไปเรื่อย ๆ จนแทบจะอาเจียนกระเพาะออกมา ความรู้สึกนั้นช่างทรมานยิ่งนัก การบุกครั้งนี้จึงไม่มีความคืบหน้าแม้แต่น้อย

     

            บนหอคอยกำแพงเมือง

     

            "ท่านจวินโฮ่ว น้ำสีทองที่ต้มไว้หมดแล้ว ส่วนที่เหลือยังไม่เดือดขอรับ" ฟางรุ่ยรายงาน

     

            หยางเจาสั่งว่า "ไม่ต้องต้มแล้ว เทลงไปเลย"

     

            ซ่า!

     

            น้ำอุจจาระร่วงหล่นลงมาดั่งห่าฝน สำหรับศัตรูที่เข้าใกล้กำแพงเมืองนั้นถือว่าโดนกันถ้วนหน้าโดยไม่มีข้อยกเว้น

     

            ไม่เพียงแค่ประตูเฟิ่งหยาง แต่ประตูเมืองทุกแห่งล้วนใช้วิธีเดียวกันนี้ ใช้น้ำสีทองในการป้องกันเมือง ทหารโพกผ้าเหลืองไม่ถูกลวกจนปีนบันไดลิงไม่ได้ ก็ถูกกลิ่นทำให้อาเจียนออกมา ไม่มีกำลังจะตีเมืองได้อีก เกิดความโกลาหลไปทั่ว

     

            "ถอยทัพ!"

     

            สภาพที่น่าสังเวชของกอง๠๤ฏโพกผ้าเหลืองนั้น เตียวเหลียงทนดูไม่ได้อีกต่อไป

     

            แก๊ง!

     

            ตามเสียงตีฆ้องถอยทัพที่ดังขึ้น บรรดาทหารโพกผ้าเหลืองที่ได้รับความทรมานและอาบไปด้วยอุจจาระต่างพากันหนีตายออกไปจากรัศมีการสาดให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

     

            การป้องกันเมืองครั้งนี้เป็๲สิ่งที่ทหารรักษาการณ์เมืองเยี่ยเฉิงไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะง่ายดายเพียงนี้ โดยที่ฝ่ายตนเองไม่มีใครเสียชีวิตเลย แต่ศัตรูกลับต้องถอยทัพไป

     

            ทหารที่เคยรังเกียจน้ำสีทองในตอนแรก ตอนนี้ต่างสาดมันลงไปอย่างสนุกสนาน

     

            "ป้องกันไว้ได้อีกครั้งแล้ว!"

     

            ไม่รู้ว่าทหารคนใด๻ะโ๠๲ขึ้นมาด้วยความฮึกเหิม

     

            จากนั้นทหารรักษาการณ์บนหอคอยกำแพงเมืองทางทิศใต้ทั้งหมดต่างโห่ร้องออกมา ลืมเลือนความเหม็นรุนแรงเมื่อครู่ไปสิ้น หลงเหลือไว้เพียงความตื่นเต้นยินดีในชัยชนะ

     

            หลายวันที่ผ่านมาพวกเขาถูกกดดันให้ต้องรับมืออย่างหนักหน่วง คับแค้นใจเพียงใด ในตอนนี้ก็รู้สึกสะใจมากเพียงนั้น เป็๲การระบายความอัดอั้นออกมาได้อย่างสาสมใจที่สุด