3
หนาว…
ทั้งเย็นเยือกและมืดมิด
เร็นเริ่มรู้สึกตัวอีกครั้งมองเห็นสายน้ำพร้อมแสงริบหรี่สาดส่องลงมาจากที่ไหนสักแห่ง
ร่างของเด็กหนุ่มลอยเคว้งใจกลางทะเลสาบปริศนา
เร็นยังจำภาพอันโหดร้ายก่อนสติจะดับวูบได้ดี…
เด็กสาวฮาร์ฟบีสต์พยายามคลานเข้าหาตนด้วยความยากลำบาก
ใบหน้าร่ำไห้นั้นยังจำติดตาจนหัวใจหล่นวูบ
มันทำให้เกิดคำถามว่า…
ทำไมต้องเป็แบบนี้ด้วยวะ?
ก็เพราะพระเ้าโง่ๆองค์หนึ่งที่แก้ปัญหาโดยการโยนขี้ส่งต่อให้คนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่รับ่ต่อไงล่ะ
เหมือนความฝันที่ทำให้น้ำตาคลอภาพความทรงจำทุกอย่างเหมือนจอโปรเจคเตอร์ที่ฉายวนอยู่รอบตัวภาพตอนเด็กที่วิ่งเล่นกับเพื่อนสนิท ภาพตอนถูกแกล้งแต่ยังอดทนแล้วกัดฟันสู้ภาพตอนทะเลาะกับคนในครอบครัวแล้วประชดด้วยการหนีหายออกจากบ้าน
งี่เง่าสิ้นดี... นี่เรากำลังดูอะไรอยู่กันแน่?
ทว่าภาพต่างๆเริ่มจางหายไปทีละภาพราวกับถูกลบออกไป
ทำไมภาพพวกนั้นถึงหายไปล่ะ?
....แล้วทำไม ถึงนึกไม่ออกกันนะ....
ภาพบางส่วนที่เลือนหายเร็นพยายามจดจำมันอีกครั้งแต่ก็คิดไม่ออกเหมือนรอยปากกาเมจิกที่ถูกลบออกและทิ้งรอยให้เห็นจางๆความรู้สึกต่อต้านบอกว่าบางเื่ก็ไม่ควรลืม และไม่อยากให้ถูกลบออกไปแต่ความคิดโต้แย้งนั้นไม่อาจหยุดสิ่งที่เกิดขึ้นได้
"เอ๋?มีคนอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ"
เสียงลึกลับดังขึ้นทำให้ภาพฉายดับลงคล้ายถูกรบกวนจากบางอย่าง เร็นพบว่ามีใครอีกคนลอยอยู่ด้านหลัง
เด็กหนุ่มมองบุคคลปริศนาด้วยความระแวงสาวงามนางหนึ่งสวมชุดคลุมรัดรูปสีดำสนิท เช่นเดียวกับสีตาและผมยาวสลวยของเธอ
“คุณเป็ใคร?”
เร็นยิงคำถามแม้จะน่าหวั่นใจแต่การโดนพระเ้าส่งมาต่างโลกแบบสุ่มที่สุ่มห้าก็ผ่านมาแล้วโดนฆ่าตายก็แล้ว จะมีอะไรให้กลัวไปกว่านี้อีก
"เธอเป็ิญญาเกิดใหม่สิท่ากลิ่นยังบริสุทธิ์อยู่เลย"หญิงสาวถามกลับ
เร็นไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไรเพราะไม่เข้าใจที่อีกฝ่ายถาม สีหน้างุนงงสร้างความขบขันให้หญิงสาว
"โง่จริงไม่รู้เื่รู้ราวเลยสินะนายเนี่ย"เธอหัวเราะคิกคัก
“ฉันไม่ใช่คนของโลกนี้”
คำตอบทำให้หญิงสาวเบิกตากว้างเธอเอียงศีรษะมองเร็นอย่างสนใจพลางถือวิสาสะลูบไล้เส้นผมขาวด้วยความสนุกพอเร็นปัดมือเธอออก หญิงสาวจึงเลิกแกล้ง
"โลกใบนี้มีชื่อว่าเทราอุส ถูกสร้างโดยพระเ้าหลายองค์ ตามตำนานเคยเกิดปรากฏการณ์ประหลาดเมื่อหลายพันปีก่อน เพราะาระหว่างหลายเผ่าเกิดขึ้นจนโลกนี้แทบล่มสลายพระเ้าจึงสาปให้ทุกชีวิตไม่อาจหลับนิรันด์"
"เหมือนในเกมสินะถึงตายก็เกิดใหม่ได้อยู่ดี?"เร็นทำหน้าสงสัย
"ที่โลกของนายมีคำเรียกว่าเกมงั้นเหรอ?เอาเถอะ เมื่อมีข้อดีก็ย่อมมีข้อเสีย ข้อแลกเปลี่ยนคือ สามารถคืนชีพได้เมื่อตายไปแล้วโดยคงสภาพเดิมเอาไว้ ทั้งอายุ เพศ เผ่าพันธุ์ ใช้เวลาราว 8 ชั่วโมงในการเกิดใหม่ดวงิญญาจะจดจำการตายครั้งสุดท้ายของตัวเองได้อย่างแม่นยำ ระหว่างที่รอการคืนชีพิญญาจะวนเวียนอยู่ในทะเลสาบนิรันดร์และผ่านความรู้สึกเ็ปนับครั้งไม่ถ้วน ภาพจากผลของการกระทำก่อนตายจะฉายย้อนเพื่อให้ดูสิ่งที่ผ่านมาและร่างกายจะจดจำความเ็ปก่อนตายเป็เท่าทวีคูณ ฟังดูน่ากลัวใช่ไหมล่ะ?"
เธอถามเมื่อเห็นหน้าซีดเผือดของเด็กหนุ่ม
"เมื่อตายิญญาย่อมเกิดความเสียหายพลังเวทย์กับพลังวิญาณจะลดลงและต้องใช้เวลาฟื้นฟูนานทรัพย์สินที่มีติดตัวจะเสียหายไปจนถึงใช้การไม่ได้หากว่าไม่ได้สลักชื่อของนายลงในอาวุธชิ้นนั้นและท้ายที่สุดคือความทรงจำแสนมีค่าที่นายต้องสละเพื่อคืนชีพหากตายบ่อยจนซ้ำซากความทรงจำจะแตกสลายจนกลายเป็แค่ตุ๊กตาที่ว่างเปล่าเหมือนสิ่งมีชีวิตไร้ความรู้สึก เป็แบบนั้นตายให้จบๆ เสียยังดีกว่า"
เร็นเข้าใจแล้วว่าทำไมภาพฉายพวกนั้นถึงหายไปเพราะถูกลบความทรงจำส่วนนั้นนั่นเอง เมื่อคิดว่าความทรงจำบางอย่างสำคัญมากแค่ไหนก็กลัวว่าจะลืมมันไปเช่นกัน
"อีกเดี๋ยวมันก็จะเริ่มแล้วล่ะ..."หญิงสาวบอกเสียงเรียบ
“หมายความว่าไง?”
ร่างของเร็นเริ่มกระตุกอย่างเ็ปราวถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทงไปทั่วร่างกายความทรมานคล้ายกระดูกแตกร้าวทั่วร่างภาพความเ็ปที่เกิดขึ้นกับร่างกายฉายชัดเหมือนนั่งดูหนังม้วนเก่า
ภาพตอนถูกฟันจากด้านหลังต่อมาเป็ภาพที่สติเริ่มเลือนลางและใบหน้าใจสลายของชาช่า ก่อนความเ็ปจากมีดพร้าที่แทงทะลุอกซ้ำๆจะถาโถมให้รู้สึกอีกครั้ง
ร่างเด็กหนุ่มขดตัวงอแม้จะหลับตาก็ไม่อาจบดบังความทรงจำอันเลวร้ายได้เพราะภาพเ่าั้แทรกแซงเข้ามาในโสตประสาทคอยตอกย้ำว่านี่คือสิ่งที่พรากชีวิตเร็นไป ความทรมานหนักหนาขึ้นเรื่อย ๆไม่มีทีท่าเบาบางลง เร็นกัดฟันแน่นและหอบหายใจถี่ ไม่อยากยอมรับความจริงแต่เสียงกรีดร้องของน้องสาวและภาพใบหน้าตนเองตอนถูกแทงเป็ของเล่นทำให้จิตใจดำดิ่งสู่ความมืดมิด
นานเหลือเกิน….
เมื่อไหร่มันจะจบสักที?
ผ่านไปแสนนานจนรู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่าร่างลอยเคว้งอยู่ในความมืดเช่นเดิมความเ็ปทั้งมวลหายไปแล้วแต่กลับจดจำรายละเอียดได้หมดเร็นเหม่อมองความมืดว่างเปล่า ไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรในขณะนี้
"นายตื่นจากฝันร้ายแล้วเหรอ?"
เสียงคุ้นหูเอ่ยถามหันไปจึงเห็นว่าหญิงสาวชุดดำลอยอยู่ที่เดิม ดวงตาสีดำสนิทมองเร็นอยู่นาน
"เป็แบบที่คุณว่าจริงๆทรมานแบบนี้หายไปเลยซะยังดีกว่า"เร็นถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า
เธอหัวเราะเบาๆกับสภาพของเด็กตรงหน้า
“ถ้าไม่มาเห็นกับตาฉันคงไม่เชื่อว่านายเป็ิญญาจากต่างโลกจริงๆ”
“ทุกคนที่นี่ต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้กันทุกคนเหรอ?”
“เป็เื่ปกติ”เธอยักไหล่
“งั้นคุณเป็ใครล่ะ?”
เร็นสงสัยว่าเธอเองก็เพิ่งผ่านความตายมาเหมือนกันหรือเปล่าหญิงสาวส่ายหน้าเพราะรู้ว่าเด็กหนุ่มคิดอะไรอยู่
“ฉันไม่เหมือนนายหรอกหนุ่มน้อย”
เร็นไม่เข้าใจถ้านี่คือโลกิญญาหรือทะเลสาบนิรันดร์ที่ผู้คนต้องรอการคืนชีพเธอเองก็ไม่น่าจะต่างกัน
“ฉันเป็ปิศาจอีกาและตัวฉันตายไปนานแล้วที่เธอเห็นอยู่เป็แค่เศษเสี้ยวิญญาที่หลงเหลืออยู่เท่านั้น”
“แต่คุณบอกว่า...”
นิ้วเรียวััเบาๆบนริมฝีปากเด็กหนุ่ม
“รู้อะไรไหมแม้โลกนี้จะไม่อาจหลับนิรันดร์แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่สามารถสังหารผู้คนให้ตายได้จริงๆ”
“อะไร?”
“อาวุธิญญา”เธอยิ้มหม่นแล้วพูดต่อ
“มันคืออาวุธต้องสาปที่มีจิตอาฆาตสิงสู่ผู้ถูกสังหารจะไม่มีวันคืนชีพข้อแลกเปลี่ยนคือกลืนกินผู้ใช้และสูบอายุขัยตามการใช้งานแต่ละครั้งถ้าอาวุธถูกทำลาย เ้าของจะตายเพราะผูกติดดวงิญญากับอาวุธอีกกรณีถ้าเ้าของถูกฆ่าด้วยอาวุธิญญาเหมือนกัน อาวุธชิ้นนั้นก็จะหายไปตอดกาล”
ความสงสารฉายในแววตาเร็นแวบหนึ่งก่อนจะพยายามซ่อนมัน
“คงอีกนานกว่านายจะคืนชีพงั้นใช้เวลาว่างให้เป็ประโยชน์ดีกว่า”
เธอดีดนิ้วดังเป๊าะ“ไหนช่วยเล่าเื่โลกทางโน้นให้ฟังทีสิเ้าหนุ่มจืดจาง”
“จืดจาง...”
คนถูกตั้งชื่อย่นคิ้วไม่พอใจและเพราะทนความเซ้าซี้ของหญิงสาวได้ไม่นาน จึงตัดความรำคาญด้วยการเล่าผ่านๆ
ยิ่งฟังเธอยิ่งทำตาเป็ประกายทุกเื่ดูแปลกใหม่สำหรับปิศาจอีกา
“ยอดเยี่ยมนั่นแหละโลกในฝันของฉันเลย!”
“....”
“นายไม่คิดเหรอว่าการได้หลับนิรันดร์อาจเป็หนทางเดียวที่ทำให้พบกับความสุข?”
เร็นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ“ไม่รู้สิ ฉันคิดว่าสำหรับบางคนอาจมีหลายสิ่งที่อยากกลับไปแก้ไข เพราะงั้นการคืนชีพก็เหมือนของขวัญล้ำค่าแต่สำหรับบางคน คือการถูกขังอยู่ในกรงที่ไม่อาจหลุดพ้น”
“ตอบได้ดี”เธอตบมือเบาๆ อย่างพอใจ
“แต่ว่าหนุ่มน้อยการคืนชีพน่ะไม่สามารถกลับไปแก้ไขสิ่งที่นายทำผิดพลาดได้หรอกมันคือการรับผิดชอบต่อสิ่งที่ผู้คนกระทำต่อสู้และก้าวข้ามผ่านความเ็ปพวกนั้นไปต่างหาก”
เธอบอกก่อนจะชูมือขึ้นละอองแสงก่อตัวและหลวมรวมกลายเป็ดาบยาวเรียวบางเล่มหนึ่งในมือเธอ ด้ามจับสีดำขลับส่วนตัวดาบเป็สีน้ำเงินเข้มไล่ระดับความเบาบางลงมาถึงปลายดาบ
“ฉันชอบเื่เล่าของนายนะถือว่าเป็ของขวัญการพบกันครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของเรา”
เธอยื่นดาบให้แต่เด็กหนุ่มยืนนิ่งไม่มีท่าทีจะรับมัน
“เพื่ออะไร?หรือว่านี่เป็ดาบต้องสาป”
คนฟังหัวเราะพรืดจนน้ำตาเล็ด
“เ้าเด็กโง่ฮ่าฮ่า! นี่นายระแวงฉันขนาดนั้นเชียว”
“แล้วใครเขาให้ของสำคัญง่ายๆกันล่ะ!?”
ดูก็รู้ว่าดาบเล่มนี้ไม่ใช่ดาบธรรมดาทั้งรูปลักษณ์และความรู้สึกบางอย่างบอกว่ามันต่างอาวุธจากทั่วไปเธอยิ้มส่ายหน้าให้เด็กหนุ่ม
“บอกแล้วไงว่าฉันเป็แค่เศษเสี้ยวิญญาของโลกนี้เก็บมันไว้ก็เปล่าประโยชน์”
เธอคว้าแขนเร็นแล้วยัดดาบใส่มือ
“นี่คือดาบที่ฉันสร้างเองกับมือเพราะงั้นดูแลมันให้ดีๆ ล่ะ ไม่เคยมีใครได้มันไปง่ายๆ นะจะบอกให้”
เร็นจ้องดาบในมือก่อนจะสบตาเ้านายคนเก่าของมัน
“วางใจเถอะดาบเล่มนี้แค่ถูกสร้างจากพลังของฉันเท่านั้นมันจะดึงความสามารถของนายออกมาจนถึงขีดสุด เพราะงั้นระหว่างที่ยังอ่อนหัดก็ใช้เฉพาะตอนจำเป็จริงๆ ก็พอ ไม่งั้นร่างกายนายคงรับมันไม่ไหว”เธอเตือน
พอเห็นสีหน้าลังเลเธอก็ยื่นมือมาแตะศีรษะคนเด็กกว่าเบาๆ
“ถ้านายรู้สึกติดค้างฉันงั้นช่วยทำตามคำขอสุดท้ายก็แล้วกัน ช่วยสำรวจโลกที่เหลืออยู่แทนฉันด้วยนะ”
เร็นมองสบตาเธอด้วยความอาลัย
“ท้ายที่สุดมันก็แค่ดาบที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาน้อยนิดของฉันไม่ใช่อาวุธที่ถูกสิง”
ความมืดรอบกายเริ่มจางหายแทนที่ด้วยสายน้ำไหลเวียนไปรอบๆแสงสว่างสาดส่องลงมาจนเห็นก้นทะเลสาบที่ทั้งคู่ลอยเคว้งอยู่บางอย่างบอกว่าถึงเวลาต้องลาจากกันเสียแล้ว
“ขอบคุณ...”คำสั้นๆ แต่แฝงความหมายมากมาย
“บอกชื่อคุณได้รึเปล่า?”
“เรเวนนั่นคือชื่อของฉัน”เธอมองเด็กหนุ่มด้วยความเอ็นดู"ขอให้เธอโชคดีหนุ่มน้อย"
แสงสว่างสาดส่องมายังก้นทะเลสาบมือที่ััศีรษะค่อยๆ เลือนหายไปอย่างแช่มช้าเนิ่นนานกว่าจะรู้สึกตัวก็ตอนที่ร่างของตนลอยขึ้นมาเหนือน้ำั้แ่เมื่อไหร่ไม่ทราบเพราะเร็นเอาแต่จดจ้องตำแหน่งที่เรเวนหายไป
ลาก่อน….