ทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 35 โรคทางจิตเวชของจี้เยี่ยนจื๋อ

            ในเวลาเดียวกันนั้นเองข้อสงสัยชุดเดียวกันก็กำลังวนเวียนอยู่ในหัวของจี้เยี่ยนจื๋อ

            ช่วงเวลาที่ผ่านมาทุกอย่างดูสงบราบเรียบทั้งคู่เพิ่งจะไปพักผ่อนที่ต่างประเทศด้วยกันมาแล้วหลินชิงจะมีเหตุผลอะไรที่ต้องโกหกจี้ทิงแล้วคำโกหกที่ว่านั่นคือเรื่องอะไรกันแน่

            เขาอยากจะรู้ให้มากกว่านี้ทว่ารอแล้วรอเล่า เสียงในใจของจี้ทิงกลับเงียบสงัดลงเสียดื้อๆ

            จี้เยี่ยนจื๋อขมวดคิ้วมุ่นพลางจมอยู่กับความคิดถ้าวิเคราะห์จากประโยคสุดท้าย ดูเหมือนจี้ทิงจะมั่นใจแล้วว่าหลินชิงโกหกแต่เขาไปเอาความมั่นใจนั้นมาจากไหนกัน

            เขาลดสายตาลงครุ่นคิดอย่างเงียบเชียบเพียงไม่นาน แววตาของเขาก็พลันสว่างวาบขึ้น...

            จริงด้วยวีแชตไงล่ะ!

            จี้ทิงเคยพูดตอนอยู่ในห้องทำงานว่าเขาไม่ได้ดูข้อความในวีแชตของหลินชิงมานานแล้วดังนั้นหลังจากกลับเข้าห้องไป เขาต้องเปิดดูแน่ๆและนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด

            ตอนนี้เหลือเพียงคำถามเดียวเท่านั้นหลินชิงพูดอะไรกับจี้ทิงกันแน่

            จี้เยี่ยนจื๋อชั่งใจว่าควรจะเรียกอีกฝ่ายลงมาอีกรอบดีไหมถึงแม้จะไม่ถามตรงๆแต่การพูดจาเลียบเคียงก็อาจทำให้เขาได้เบาะแสเพิ่มเติมจากเสียงในใจนั้น

            ทว่าเขาก็รีบปัดความคิดนั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็วตอนนี้จี้ทิงฉลาดขึ้นมากถ้าเขาเรียกหาซ้ำแล้วซ้ำเล่าอาจทำให้อีกฝ่ายเกิดความสงสัยเอาได้

            เรื่องนี้เร่งรีบไม่ได้จี้เยี่ยนจื๋อจึงตัดสินใจรอดูสถานการณ์ไปก่อน แล้วค่อยหาโอกาสในภายหลัง

            ...

            เช้าวันรุ่งขึ้น

            วันนี้เป็นวันที่จี้ทิงมีนัดตรวจติดตามอาการกับจิตแพทย์แต่เมื่อคำนึงถึงเรื่องที่รุ่ยเหอมีสายของลู่เหยียนชูคอยจับตาดูอยู่เขาจึงนัดหมายเป็นการส่วนตัวที่คลินิกให้คำปรึกษาของอีกฝ่ายแทน

            ถึงการทำแบบนี้จะยุ่งยากไปเสียหน่อยแต่จากการพบกันครั้งที่แล้ว เขาไม่ได้มีความรู้สึกต่อต้านหมอเหออย่างรุนแรงดังนั้นเขาจึงยังไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนหมอในตอนนี้

            “คุณจี้ เชิญทางนี้ค่ะ”

            จี้ทิงเดินตามพนักงานต้อนรับไปจนถึงหน้าห้องห้องหนึ่งเธอเคาะประตูสองสามครั้ง เมื่อได้ยินเสียงอนุญาตจากด้านในจึงเปิดประตูออก

            “สวัสดีค่ะ คุณจี้ทิง”

            หมอเหอยิ้มพลางลุกขึ้นยืนพร้อมผายมือเชิญให้เขานั่งลงบนโซฟาทรงก้อนเมฆที่อยู่ตรงข้ามกัน

            “ใช้แสงธรรมชาติแบบนี้โอเคไหมคะ หรือต้องการให้หมอปิดม่าน?”

            “ไม่ต้องครับ”

            หมอเหอรินน้ำส่งให้เขาแก้วหนึ่งก่อนจะนั่งลง“ถ้าอย่างนั้น เรามาเริ่มกันเลยดีไหมคะ?”

            จี้ทิงพยักหน้า“ครับ”

            ในช่วงเริ่มต้นหมอเหอไม่ได้รีบร้อนซักไซ้เกี่ยวกับสภาวะทางจิตใจของเขาแต่เธอเลือกที่จะชวนคุยเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวันแทน เช่นมีอาหารมื้อไหนที่ทำให้เขารู้สึกประทับใจบ้างไหมหรือการอยู่ร่วมกับคนรอบข้างมีเรื่องที่ทำให้เขารู้สึกมีความสุขบ้างหรือเปล่า

            ในระหว่างการสนทนาเธอสังเกตเห็นว่าจี้ทิงมีการเรียบเรียงคำพูดที่ลื่นไหลกว่าครั้งก่อนและเขาสามารถทำความเข้าใจในสิ่งที่เธอสื่อสารได้อย่างครบถ้วนความเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ทำให้หมอเหอรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย

            “คุณตรวจพบอาการแอสเพอร์เกอร์ตอนอายุแปดขวบกว่าจะเริ่มฝึกฝนการเข้าสังคมก็ถือว่าช้ามาก ช่วงแรกๆ คงจะยากลำบากมากเลยใช่ไหมคะ?”

            จี้ทิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง“ครับ”

            หมอเหอสังเกตเห็นว่าในขณะที่ตอบคำถามนี้ เป็นครั้งแรกที่จี้ทิงหลบสายตาเธอ

            เธอจึงรีบปรับทิศทางในการสนทนาทันที“ถ้าอย่างนั้น ในช่วงเริ่มต้นของการรักษามีวิธีไหนที่คุณหมอแนะนำแล้วคุณรู้สึกว่ามันช่วยคุณได้มากเป็นพิเศษไหมคะ?”

            “ไม่มีครับ” จี้ทิงหลุบตาลงครึ่งหนึ่งน้ำเสียงราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ “ตั้งแต่อายุแปดขวบจนถึงสิบขวบผมฟังสิ่งที่เขาพูดไม่รู้เรื่อง และไม่เข้าใจมันเลยสักนิด”

            หมอเหอลอบถอนหายใจเบาๆสถานการณ์แบบนี้หาได้ยากยิ่ง

            สำหรับแอสเพอร์เกอร์ยิ่งผู้ป่วยได้รับการบำบัดตั้งแต่อายุน้อยเท่าไหร่ผลการรักษาก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น แต่ตามสภาพการณ์ปัจจุบันของจี้ทิงตามหลักการแล้วเขาควรจะได้รับผลลัพธ์ที่ดีจากการรักษาในช่วงต้นแต่ทำไมเรื่องถึงล่วงเลยมาจนถึงอายุสิบขวบได้นะ

            ในขณะที่หมอเหอกำลังเรียบเรียงคำพูดอยู่นั้นจี้ทิงก็พลันเอ่ยขึ้นมาว่า “วิธีที่หมอว่ามันช่วยได้มาก...บางทีมันอาจจะเคยเกิดขึ้นกับอาหญิงของผมครับ”

            แววตาของหมอเหอเป็นประกายขึ้นมาทันที“พอจะเล่ารายละเอียดให้ฟังได้ไหมคะ?”

            เมื่อได้ยินดังนั้นจี้ทิงก็ลดสายตาลง เขาค้อมศีรษะลงเล็กน้อย ไม่ได้ตอบปฏิเสธแต่ก็ไม่ได้พยักหน้ารับ

            ครั้งนี้เขานิ่งเงียบไปเนิ่นนาน

            “อาหญิงของผมเคย... ท่านเคยพูดว่า...”

            เมื่อเริ่มพูดอีกครั้งจี้ทิงกลับมามีอาการบกพร่องทางการสื่อสารอย่างเห็นได้ชัดทว่าหมอเหอกลับไม่ได้เข้าไปขัดจังหวะในทันทีเธอเพียงแต่โน้มตัวเข้าหาเขามากขึ้นเล็กน้อยเพื่อแสดงว่ากำลังตั้งใจรับฟังอยู่

            “ท่านบอกว่า ออกไปเล่นกับพวกเขาสิ ถ้าเขาไม่ยอมให้เล่นด้วยก็ให้หยิบขนมในกระเป๋าออกมาแบ่งให้พวกเขากิน”

            “ถ้าพวกเขายังไม่เต็มใจอีก เธอก็...”

            “ก็เล่าเรื่องตลกให้พวกเขาฟังสิ ใครๆ ก็ชอบคนเล่าเรื่องตลกกันทั้งนั้นแหละ”

            น้ำเสียงของจี้ทิงในตอนแรกนั้นราบเรียบไร้ซึ่งอารมณ์แต่แล้วเมื่อเล่าไปเรื่อยๆ กลับค่อยๆ เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนและมั่นคงราวกับเขากำลังจำลองน้ำเสียงจากความทรงจำในวันวานออกมา

            “หลังจากนั้น การเล่าเรื่องตลกก็กลายเป็นสิ่งที่ผมถนัดที่สุด”

            เมื่อพูดถึงตรงนี้มุมปากของจี้ทิงก็หยักโค้งขึ้นบางๆ เพราะในภาพความทรงจำของเขาอาหญิงกำลังหัวเราะพลางกุมท้องจนเสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วทั้งห้อง

            อันที่จริงเขารู้มาตั้งแต่ต้นว่าอาหญิงโกหกไม่ใช่ทุกคนหรอกที่ชอบฟังเรื่องตลก ต่อให้คนอื่นจะหัวเราะออกมาแต่นั่นก็เป็นการหัวเราะเยาะท่าทางซื่อบื้อและติดอ่างของเขาในตอนนั้นต่างหาก

            ทว่าเขาก็ยังเต็มใจที่จะลองทำดูถึงจะดูน่าสมเพชก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยมันก็ทำให้อาหญิงมีความสุข

            หมอเหอรู้สึกสะท้อนใจอยู่ในอกเธอไม่ได้รีบพูดอะไรออกมา แต่ปล่อยให้จี้ทิงค่อยๆจัดการกับอารมณ์ของตนเองอย่างเงียบๆ

            “แล้วหลังจากนั้นล่ะคะ คุณยังพบว่าตัวเองมีความสามารถพิเศษด้านอื่นอีกไหม?”

            เมื่อสงบอารมณ์ได้แล้วจี้ทิงก็เงยหน้าขึ้น แววตากลับมาสงบนิ่งดังเดิม “ตอนแรกก็แค่คิดเลขในใจได้เร็วกว่าเด็กวัยเดียวกันพออายุสิบสอง ผมลองใช้เมทริกซ์คำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์การแผ่รังสีแล้วก็พบว่าตัวเองค่อนข้างถนัดด้านฟิสิกส์อะตอมต่อมาพอได้เข้าสถาบันวิทยาศาสตร์จีน ขอบเขตความถนัดก็กว้างขวางขึ้นเรื่อยๆส่วนในช่วงสามปีที่ผ่านมานี้ ผมค่อนข้างถนัดด้านวิศวกรรมการทหารครับ”

            หมอเหอ"..."

            เธอจ้องมองจี้ทิงตาค้างตลอดครึ่งนาทีนั้นปากของเธออ้าค้างอยู่แบบนั้น “วะ...วิศวกรรมการทหารที่ว่านี่ หมายถึง...”

            “ครับ” จี้ทิงส่งเสียงสั้นๆ เพื่อตัดบทการซักไซ้เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้ไม่สะดวกที่จะเปิดเผย

            หมอเหอชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารัวๆ “อ้อ... ค่ะ หมอเข้าใจหมอเข้าใจค่ะ”

            การหักมุมอย่างกะทันหันทำให้เธอต่อความคิดไม่ติดไปชั่วขณะจนกระทั่งจี้ทิงเป็นฝ่ายเริ่มพูดถึงอาการหลังจากรับประทานยาของเขาแทน

            ก่อนที่การปรึกษาในครั้งนี้จะสิ้นสุดลงหมอเหอได้ถามถึงคำแนะนำในครั้งก่อน

            “การสื่อสารของคุณกับคนคนนั้นเป็นอย่างไรบ้างคะการรับรู้ทางอารมณ์ของเขามีรายละเอียดที่ชัดเจนขึ้นบ้างไหม?”

            เมื่อนึกถึงจี้เยี่ยนจื๋อจี้ทิงก็ส่ายหน้า “ส่วนใหญ่เป็นการสื่อสารที่ไร้ประสิทธิภาพครับผมคิดว่าการฝึกเข้าสังคมผ่านทางเขามันไม่น่าจะช่วยให้เห็นผลอะไรได้”

            หมอเหอครุ่นคิด“อืม... อยากบอกเหตุผลหน่อยไหมคะ?”

            “อารมณ์ของเขาไม่คงที่เอาเสียเลย วินาทีที่แล้วยังดูปกติอยู่ดีๆแต่วินาทีต่อมาเขากลับทำเหมือนได้ยินหรือได้เห็นอะไรบางอย่างแล้วก็เริ่มโมโหขึ้นมาทันที”

            “ผมคิดว่าเขาอาจจะ...”

            จี้ทิงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่น :[เรื่องที่จี้เยี่ยนจื๋อเป็นโรคทางจิตเวชถือเป็นเรื่องส่วนตัวของเขาฉันไม่มีสิทธิ์เอาไปบอกคนอื่น]

            ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่ใช่หมอผู้เชี่ยวชาญ จึงไม่สามารถสรุปเองได้ทั้งหมด

            “เขาอาจจะเป็นอะไรคะ?” หมอเหอถามซ้ำ

            จี้ทิงดึงสติกลับมาแล้วตอบว่า“อาจเป็นเพราะเขาเกลียดผมละมั้งครับ ก็เลยโมโหง่ายเป็นพิเศษ”

            ในเวลาเดียวกันนั้นเองภายในรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ริมถนนข้างล่าง

            ลู่เหยียนชูที่เฝ้ารอมาหลายวันจนกระทั่งเห็นจี้ทิงออกจากบ้านเพียงลำพังบัดนี้เขากำลังเงยหน้าขึ้นมองฟ้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตระหนก

            อะไรนะจี้เยี่ยนจื๋อเนี่ยนะเป็นโรคทางจิตเวช?!

             

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730