“อาจารย์เหลียวขอรับ นี่คือคัมภีร์วิชาที่ข้าเลือก”
ฉู่เฉิงเยี่ยยื่นคัมภีร์วิชาห่านปีศาจซึ่งเป็คัมภีร์วิชาระดับหวงจี๋ขั้นห้าในมือออกไป
“นี่คือคัมภีร์วิชาในหอคัมภีร์ยุทธ์ที่เหมาะสมกับเ้าอย่างยิ่ง หลอมรวมหลอดโลหิตห่านปีศาจก็สามารถเพิ่มพูนระดับพลังได้ ขอเพียงมีเืห่านปีศาจมากพอ ภายในหนึ่งปีก็สามารถฝึกฝนจนถึงขั้นแตกฉาน ถึงเวลานั้นการจะสอบผ่านระดับเ้าเมืองคงไม่มีปัญหา” เหลียวสิงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เมื่อเทียบกับคัมภีร์วิชาที่ฉู่ซิวเลือกแล้ววิชาห่านปีศาจของฉู่เฉิงเยี่ยดีกว่ามากนัก
หลังจากลงทะเบียนให้ฉู่เฉิงเยี่ยเสร็จ เหลียวสิงก็หันมองฉู่ซิวอีกครั้ง “แม้วิชากายาไม่ดับสูญจะเป็ระดับหวงจี๋ขั้นหนึ่ง แต่กลับเป็วิชาที่ต้องอาศัยเวลาเคี่ยวกรำยาวนาน ต่อให้ฝึกฝนจนถึงขั้นแตกฉานสามารถฟันแทงไม่เข้าก็ไม่เหมาะสมกับเ้าในยามนี้อยู่ดี”
“ขอเพียงสอบผ่านระดับเ้าเมืองได้ เ้าก็จะได้รับคัมภีร์วิชาเล่มใหม่ ไม่จำเป็ต้องมาจมปะปรักกับวิชาเช่นนี้ในยามนี้เลย ฉวยโอกาสตอนที่ยังไม่หมดเวลา เ้าจงไปเลือกคัมภีร์วิชาเล่มใหม่เสียเถอะ”
เมื่อยินว่าฉู่ซิวเลือกวิชากายาไม่ดับสูญ ฉู่เฉิงเยี่ยก็เผยรอยยิ้มเย้ยหยันออกมาอีกครั้ง
“ผู้นำตระกูลฉู่สายตาช่างสูงส่งยิ่งนัก พอลงมือก็เลือกคัมภีร์วิชาระดับสูงที่สุดในหอคัมภีร์ยุทธ์เลยทีเดียว เพียงแต่ไม่รู้ว่า ด้วยพร์ของผู้นำตระกูลฉู่จะต้องใช้เวลาสักกี่ร้อยปีกัน ถึงจะฝึกฝนวิชานี้จนบรรลุขั้นแตกฉานได้?” เสียงของฉู่เฉิงเยี่ยดังยิ่งนัก ดึงดูดผู้คนที่กำลังเลือกคัมภีร์วิชาให้หันมามองกันหมด
เมื่อทุกคนเห็นว่าฉู่ซิวเลือกวิชาที่สิ้นเปลืองเวลาที่สุด เสียงเยาะเย้ยก็ดังขึ้นเซ็งแซ่ระลอกแล้วระลอกเล่า
“ฉู่ซิวผู้นี้ช่างด้อยสติปัญญานัก เห็นวิชาระดับสูงเข้าหน่อยก็ก้าวขาไม่ออกแล้วหรือ?”
“ข้าว่าเขาคงกลัวตายถึงได้เลือกวิชากายาไม่ดับสูญ ไม่ใช่ว่าเขาคิดว่าฝึกวิชานี้แล้วจะะไม่ตายจริง ๆ หรอกนะ?”
“สายตาตื้นเขินเพียงเท่านี้ยังอยากเป็ผู้นำตระกูลฉู่? สมควรแล้วที่ถูกคนในตระกูลทอดทิ้ง”
เมื่อเผชิญหน้ากับการเย้ยหยันของทุกคน ฉู่ซิวเพียงยิ้มเยาะในใจอย่างเงียบงัน วันนี้คนเหล่านี้ดูแคลนตนเพียงใด ในวันหน้ายามที่ถูกตนตบหน้า ย่อมเ็ปสาหัสเพียงนั้น
ในเมื่อมีระบบอยู่ในมือ ฉู่ซิวย่อมไม่กังวลเื่ความยากในการฝึกฝนวิชากายาไม่ดับสูญเลยสักนิด เขามองไปยังเหลียวสิงด้วยสายตามุ่งมั่น แล้วตอบกลับอย่างเด็ดเดี่ยว “ขอบคุณในความหวังดีของอาจารย์เหลียวขอรับ แต่ข้าก็ยังคงยืนยันที่จะเลือกวิชากายาไม่ดับสูญขอรับ”
เหลียวสิงเผยสีหน้าประหลาดใจ นึกไม่ถึงว่าฉู่ซิวจะดื้อดึงถึงเพียงนี้
ในเมื่อฉู่ซิวปักใจจะเลือกวิชากายาไม่ดับสูญ เหลียวสิงก็ไม่อาจกู้ความตั้งใจไว้ได้อีก จึงทำรายการลงทะเบียนให้ฉู่ซิวโดยตรง
เมื่อทุกคนเลือกคัมภีร์วิชาเสร็จสิ้น เหลียวสิงก็พาเหล่านักเรียนไปยังห้องเรียนและหอนอน
ด้านฉู่ซิวที่ตั้งใจจะขายจวนตระกูลฉู่อยู่แล้ว ดังนั้นพอเลิกเรียน เขาจึงย้ายข้าวของมาที่หอนอนโดยตรง ทางราชสำนักนับว่าให้ความสำคัญกับจอมยุทธ์ยิ่งนัก หอนอนที่จัดเตรียมไว้ให้จึงเป็เรือนพักส่วนตัว แม้จะไม่ใหญ่โตเท่าจวนตระกูลฉู่ แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พอเพียงต่อความ้าของฉู่ซิวทุกประการ
ยามค่ำคืนอันเงียบสงบ หลังจากฉู่ซิวจัดเก็บทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาก็เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาทันที
[แผงสถานะส่วนบุคคล]
[นาม : ฉู่ซิว]
[ขอบเขต : ขอบเขตขัดเกลากายาขั้นสาม (3 ตำลึง 3 สลึง) ]
[วิชา : หมัดชุบกายจักรพรรดิมนุษย์ (ขั้นแตกฉาน) วิชากายาไม่ดับสูญ (ไร้ความรู้) ]
[วิชายุทธ์ : ไม่มี ]
ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มฝึกฝน แผงระบบก็ปรากฏวิชากายาไม่ดับสูญขึ้นมาแล้ว ฉู่ซิวหัวใจเต้นระทึกพลางกดเปิดแผงเร่งความเร็วของวิชากายาไม่ดับสูญ
[เร่งความเร็วสู่ขั้นถัดไป ต้องใช้ เงิน 10 ตำลึง ยืนยันหรือไม่?]
แค่สิบตำลึงเงินเองหรือ? ฉู่ซิวเผยสีหน้าประหลาดใจ เดิมทีนึกว่าการเร่งความเร็ววิชากายาไม่ดับสูญจะแพงมหาศาล แต่ดูตอนนี้ช่างถูกจนน่าตื้นตันใจยิ่งนัก
ไม่ลังเลแม้แต่น้อย ฉู่ซิวเอ่ยคำว่า “เร่งความเร็ว” ออกมาทันที
ม่านแสงและร่างเงาปรากฏขึ้น ร่างเงานั่งขัดสมาธิอยู่กลางอากาศไม่ไหวติง ปราณและโลหิตจักรพรรดิมนุษย์ในร่างโคจรด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ ชะล้างเส้นเอ็นและกระดูกทั่วร่างกาย
[สิ้นสุดการเร่งความเร็ว]
ฉู่ซิวเหงื่อไหลไคลย้อยไปทั้งตัว เหงื่อบนตัวเขาเป็สีดำเมือก คล้ายกับสิ่งปฏิกูลที่ถูกขับออกจากร่างกาย เขาใช้เสื้อผ้าเช็ดแบบรีบ ๆ และเมื่อลองกำหมัดแน่นก็รู้สึกได้ว่าพละกำลังเพิ่มขึ้นถึงหนึ่งเท่าตัว!
[แผงสถานะส่วนบุคคล]
[นาม : ฉู่ซิว]
[ขอบเขต : ขอบเขตขัดเกลากายาขั้นสี่ (4 ตำลึง) ]
[วิชา : หมัดชุบกายจักรพรรดิมนุษย์ (ขั้นแตกฉาน) วิชากายาไม่ดับสูญ (ขั้นแรกแย้ม) ]
[วิชายุทธ์ : ไม่มี]
การเร่งความเร็วครั้งแรกก็ฝึกฝนจนบรรลุขั้นแรกแย้มโดยตรง อีกทั้งปราณและโลหิตจักรพรรดิมนุษย์ยังพุ่งขึ้นถึงสี่ตำลึง เงินสิบตำลึงนี้คุ้มค่าเกินบรรยายจริง!
ไม่รู้ว่าการเร่งความเร็วครั้งถัดไปจะต้องใช้เงินเท่าใดกัน?
ฉู่ซิวเปิดแผงเร่งความเร็วด้วยความรู้สึกกระวนกระวาย
[เร่งความเร็วสู่ขั้นถัดไป ต้องใช้ เงิน 100 ตำลึง ยืนยันหรือไม่?]
ใช้เพียงหนึ่งร้อยตำลึงโดยไม่มีเงื่อนไขอื่นใดอีก ช่างถูกกว่าหมัดชุบกายจักรพรรดิมนุษย์ตั้งเยอะ และตอนนี้เงินติดตัวมีเกือบพอหนึ่งร้อยตำลึง ฉู่ซิวไม่มีเหตุผลที่จะหยุดยั้ง และตัดสินใจเลือกเร่งความเร็วทันที
ร่างเงาปรากฏขึ้นกลางอากาศอีกครั้ง ปราณและโลหิตจักรพรรดิมนุษย์ในร่างไหลเวียนรวดเร็วยิ่งขึ้น ย้อมเส้นเอ็นและกระดูกจนกลายเป็สีแดงฉาน
ในเวลาเดียวกัน ร่างกายของฉู่ซิวก็ได้รับการตอบสนอง รูขุมขนพ่นของเหลวสีดำกลิ่นเหม็นหึ่งออกมาไม่ขาดสาย ควบแน่นกลายเป็ชั้นคราบเกร็ดบนตัวเขา
นี่คือสิ่งปฏิกูลในเส้นลมปราณและกระดูกของฉู่ซิว หลังจากขับสิ่งปฏิกูลเหล่านี้ออกจากร่างกายแล้ว ความแข็งแกร่งของร่างกายเขาจะยกระดับขึ้นอย่างมหาศาล และพร์ในการฝึกฝนก็จะก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น
หลังจากสิ้นสุดการเร่งความเร็ว ฉู่ซิวก็รู้สึกขยะแขยงกับคราบไคลเหนียวเหนอะหนะบนร่างกายตนเอง เขาจึงะโลงไปซักอาบน้ำเย็นที่สระนอกเรือน จากนั้นจึงเปิดแผงระบบขึ้นมาดูอย่างไม่รีบร้อน
[แผงสถานะส่วนบุคคล]
[นาม : ฉู่ซิว]
[ขอบเขต : ขอบเขตขัดเกลากายาขั้นห้า (5 ตำลึง 4 สลึง)]
[วิชา : หมัดชุบกายจักรพรรดิมนุษย์ (ขั้นแตกฉาน) วิชากายาไม่ดับสูญ (ขั้นเชี่ยวชาญ)]
[วิชายุทธ์ : ไม่มี]
วิชากายาไม่ดับสูญบรรลุถึงขั้นเชี่ยวชาญ ปราณและโลหิตจักรพรรดิมนุษย์เพิ่มขึ้นเป็ห้าตำลึงสี่สลึง การเร่งความเร็วครั้งนี้ก้าวหน้ายิ่งกว่าครั้งก่อนเสียอีก ฉู่ซิวพึงพอใจอย่างยิ่ง
'ขยายเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม'
[หมัดชุบกายจักรพรรดิมนุษย์ เร่งความเร็วสู่ขั้นถัดไป ต้องใช้ เงิน 1000 ตำลึง โอสถขัดเกลากายา x3 ยืนยันหรือไม่?]
[วิชากายาไม่ดับสูญ เร่งความเร็วสู่ขั้นถัดไป ต้องใช้ เงิน 1000 ตำลึง ยืนยันหรือไม่?]
เงินที่ได้จากการรับตำแหน่งผู้นำตระกูลใช้หมดสิ้นแล้ว บัดนี้ฉู่ซิวแม้แต่เงินหนึ่งตำลึงก็เอาออกมาไม่ได้ จึงทำได้เพียงยุติการเร่งความเร็วไว้เท่านี้
ผ่านการเร่งความเร็วไม่กี่ครั้งนี้ ฉู่ซิวพบว่าการเร่งความเร็ววิชาเหมือน้าเพียงสิ่งของที่กำหนดไว้แน่นอนเท่านั้น
การเร่งความเร็วหมัดชุบกายจักรพรรดิมนุษย์ ้าเพียงเงินตำลึงและโอสถขัดเกลากายา การเร่งความเร็ววิชากายาไม่ดับสูญ ้าเพียงเงินตำลึง
หากเป็เช่นนี้จริง เมื่อเขามีเงินมากพอ ไม่ใช่ว่าจะสามารถเร่งความเร็ววิชากายาไม่ดับสูญจนบรรลุขั้นสูงสุดได้เลยหรือ?
จิตใจของฉู่ซิวตื่นเต้นเลอดลอย แต่ไม่นานก็กลับมากังวลอีกครั้ง แม้วิชากายาไม่ดับสูญจะ้าเพียงเงินตำลึง แต่จำนวนที่ต้องใช้นั้นมหาศาลยิ่งนัก หรืออาจเป็เพราะวิชากายาไม่ดับสูญเป็วิชาระดับสูงกันแน่?
หากเป็เช่นนั้นจริง ในวันหน้าหากเขาฝึกฝนวิชาและวิชายุทธ์ระดับสูงยิ่งขึ้นไป มิใช่ว่าจะต้องใช้เงินมหาศาลกว่านี้อีกหรือ?
ตราสารจวนและโฉนดนาขายได้อย่างมากที่สุดแค่ไม่กี่พันตำลึง ด้วยอัตราการสิ้นเปลืองในยามนี้ เกรงว่าคงเร่งความเร็วได้ไม่กี่ครั้งเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่ได้ฝึกฝนเพียงแค่สองวิชานี้ หากไม่มีเงินทองมากกว่านี้ นิ้วทองคำของเขาก็คงทำได้เพียงตั้งไว้ดูเล่นเท่านั้น มีเพียงการใช้เงินเร่งความเร็วอย่างไม่ขาดสายเท่านั้น ความสามารถของเขาถึงจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
เงินก็คือความสามารถ!
เมื่อฉู่ซิวเข้าใจถึงความสำคัญของเงินทองที่มีต่อตนเอง เขาก็รู้สึกคอแห้งผากขึ้นมาทันที เพื่อที่จะสอบผ่านระดับเ้าเมือง ระดับมณฑล ระดับราชสำนัก... เพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้นยิ่งกว่าเดิม เขาจะต้องหาเงินให้ได้มากกว่านี้!