บทที่ 20 ห้องสมุดของทิม
เวลา 10 : 10 น. บัดนี้กริ้นท์กับเพื่อน ๆ มาพบกันตามที่นัดกันไว้ จากนั้นทั้งสามคนก็ออกเดินทางไปหาทิมด้วยรถเก๋งสีบรอนซ์เงินของแบงค์ทันที พวกเขาใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที ก็มาถึงอำเภอย่านตาขาว ซึ่งเป็อำเภอที่ทิมอาศัยอยู่ ขณะนี้พวกเขาไม่สามารถเร่งเวลาให้ไปถึงอย่างรวดเร็วได้ เนื่องจากอำเภอย่านตาขาวเป็เมืองที่เจริญรุ่งเรืองมาก มีบ้านมีร้านค้ามีสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งห้างสรรพสินค้าขึ้นชื่อมีเยอะพอสมควร แม้กระทั่งถนนสายหลักยังเป็ถนนสี่เลนเลยด้วย รถเล็กรถใหญ่วิ่งทางถนนสายนี้มากเป็พิเศษ เนื่องจากเส้นทางสายนี้สามารถไปได้หลายจังหวัด ผู้คนเลยใช้ถนนสายนี้กันเยอะทำให้ผู้คนที่สัญจรต้องเจอรถติดอยู่นาน เมื่อมาถึงสามแยกวัดนิกรรังสรรค์ แบงค์ก็ขับรถเลี้ยวขวาเข้าไปในซอยหอสมุดย่านตาขาว ประมาณหนึ่งร้อยเมตรก็มาถึงบ้านสองชั้นทรงปั้นหยาที่ทิมอาศัยอยู่ เมื่อลงมาจากรถกริ้นท์ก็เป็คนไปกดกริ่งหน้าบ้านถึงสามครั้ง หลังจากนั้นก็มีคนเดินออกมาจากในบ้าน เมื่อทิมเห็นทั้งสามคนมาหาเลยดีใจรีบไปเปิดประตูให้เพื่อนทั้งสามคนเข้ามาในบ้าน
“ไปไงมาไงถึงได้พากันมาถึงที่นี่” ทิมถามอย่างตื่นเต้น
“ก็พวกเราตั้งใจมาหานายนั่นแหละ” แจ็คเป็คนตอบไป
ทิมบอกให้เพื่อนทั้งสามนั่งรอที่โซฟาสีดำ ส่วนเขาเองเดินเข้าไปในครัวที่อยู่ทางซ้ายของห้องรับแขก แล้วเดินออกมาพร้อมน้ำเปล่าสามแก้ว เขาวางถาดน้ำไว้บนโต๊ะแล้วเสิร์ฟให้เพื่อนทั้งสามคน
“มีธุระอะไรเหรอถึงได้มาหาผม” ทิมเอ่ยถามหลังจากที่เพื่อนยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม
ทั้งสามคนหันมองหน้ากันราวกับไม่รู้ว่าจะตอบกลับไปยังไง แต่สุดท้ายแบงค์ก็เป็คนกล่าวขึ้นถึงสิ่งที่พวกเขานัดกันมา
“นี่ทิม…นายรู้เื่แดงยัง”
และบัดนั้นทั้งสามคนก็หันไปมองหน้าทิมอย่างพร้อมเพรียงกันเพื่อสังเกตปฎิกิริยาท่าทีของเขา ทั้งสามคนนึกไม่ออกเลยว่าถ้าทิมรู้เื่นี้จะเป็ยังไง จากใบหน้าขาวใสไร้ริ้วรอยที่มีเพียงร่องรอยการโกนหนวดจนเกลี้ยงเกลา ก็เริ่มปรากฏสีหน้าห่อเหี่ยวคิ้วตกยืนนิ่งงันไปในทันทีที่ได้ยินคำถาม แต่สิ่งที่พวกเขาคิดไม่ได้เป็อย่างนั้น กลับกลายเป็ว่าทิมรู้เื่นี้อยู่ก่อนแล้ว เพียงแต่เขาเก็บอารมณ์ความรู้สึกตัวเองไว้ไม่แสดงออกมา
“อืมม์ ผมรู้แล้ว”
“นายรู้อยู่ก่อนแล้ว แล้วนายไม่รู้…!” กริ้นท์หยุดคำพูดไว้แค่นี้ ไม่อยากพูดอะไรต่อไป เนื่องจากเขารับรู้ได้จากท่าทีของทิมอยู่แล้วว่าความรู้สึกตอนนี้เป็ยังไง
“ไม่รู้อะไร…” ทิมย้ำคำถามของกริ้นท์ไปอีกครั้ง
“ช่างมันเถอะ” กริ้นท์เปลี่ยนเื่ “แล้วนายได้ข่าวแดงบ้างหรือยังว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน”
ทิมส่ายหน้าช้า ๆ หน้ายังซึมไม่หาย พวกเขาทั้งสามคนหยุดพูดถึงเื่นี้ทันที เพื่อไม่ให้ทิมจิตตกไปมากกว่านี้ ด้วยเหตุนี้แจ็คจึงตัดบทเปลี่ยนเื่คุยไปในทันที
“แล้วเมื่อกี้นายทำอะไรอยู่เหรอ”
“อ๋อ..เมื่อกี้ผมอ่านหนังสืออยู่น่ะ” ทิมหรี่ตายิ้มตอบกลับไป “ว่าแต่ทุกคนอยากไปดูห้องสมุดผมกันมั้ย”
“ไปสิ..ไป”
แบงค์ขมวดคิ้วไม่อยากจะเชื่อตัวเองว่าจะได้ยินคำนี้ออกมาจากปากแจ็ค เขาไม่เคยเห็นแจ็คสนใจหนังสือเลยสักครั้งเดียวเท่าที่รู้จักกันมา
“นายเนี่ยนะอยากไปดูหนังสือ”
“ทำไม…ฉันอยากฉลาดขึ้นมาบ้างมันผิดเหรอ”
“ผิด..!” แบงค์ตอกกลับไปทันควัน “นายไม่เหมาะกับหนังสือหรอก นู่น..นายเหมาะกับกองทรายนู่น”
ทุกคนหันไปมองหน้าบ้านตามที่แบงค์ชี้ออกไป มีทรายกองใหญ่กองอยู่หน้าบ้านพอดี
“นายก็เหมือนกัน นู่น..แบคโฮก็มี มาเล่นด้วยกัน”
ทั้งสามคนก็มองออกไปหน้าบ้านอีกครั้งตามที่แจ็คชี้ให้ดู เห็นรถแบคโฮเด็กเล่นสีแดงวางอยู่ด้วยกัน กริ้นท์กับทิมหลุดขำออกมายกใหญ่ เนื่องจากเห็นจังหวะมันเหมาะเจาะกันเหลือเกิน
“งั้นไปกันเถอะ” ทิมชวนเพื่อนทั้งสามคนให้เดินตามไป
จากห้องรับแขกถัดไปสองห้องก็มาถึงห้องหนึ่ง ซึ่งเป็ห้องหลังสุด ดูเป็ห้องปกติไม่มีอะไรแปลกพิเศษออกไป ทิมหมุนลูกบิดประตูไม้สีน้ำตาลดันประตูเข้าไป แว๊บเดียวที่ทั้งสามคนเห็นก็ถึงกับอึ้งไปตาม ๆ กัน เนื่องจากไม่เคยเห็นห้องสมุดในบ้านคนแบบนี้มาก่อนเลยทั้งชีวิต พวกเขาคิดว่าคงเป็ห้องทำงานที่มีหนังสือกองอยู่เต็มโต๊ะอะไรประมาณนี้ แต่สิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่อย่างที่คิด มันคือห้องสมุดโรงเรียน หรือห้องสมุดที่มีไว้บริการประชาชนที่มีแต่หนังสือหลาย ๆ เล่มวางอยู่บนชั้นเต็มห้อง
“โอ้โห…นายอ่านหมดนี่เลยเหรอ”
“อื้ม…ใช่” ทิมพยักหน้าตอบแจ็คไป
“ถ้าเป็ฉันอ่านหมดนี่คงใช่เวลาเป็สิบ ๆ ปีแน่ ๆ”
“อย่างนายสิบชาติคงอ่านไม่หมดล่ะมั้ง” แบงค์สวนกลับไปทันที
กริ้นท์เดินไปที่ชั้นวางหนังสือแถวกลาง ซึ่งเป็หมวดหมู่สังคม เขาเดินดูไปทีละเล่มจนมาเจอเล่มหนึ่งที่เขาสนใจ ทิมเห็นกริ้นท์สนใจเล่มนั้นเลยเข้าไปชวนคุย
“ตาดีเหมือนกันหนิ ผมก็สนใจเล่มนี้ด้วยเหมือนกัน อ่านจบไปสามสี่รอบละ”
กริ้นท์เปิดอ่านผ่าน ๆ ไปทีละหน้า ๆ แล้วปิดเพื่อดูหน้าปก เป็หนังสือเล่มสีแดงปึกหนา บนหน้าปกมีชื่อหนังสือว่า “ทักษะการบริหาร” จากนั้นเขาก็เปิดดูสารบัญอีกครั้ง
“ผมว่านายเหมาะกับเล่มนี้นะ ผมให้ยืมกลับไปอ่าน”
ส่วนแจ็คกับแบงค์แยกไปที่แถวเเรกซึ่งเป็หมวดหมู่หนังสือการ์ตูน ทั้งสองเปิดดูผ่าน ๆ ไปทีละเล่มเรื่อย ๆ
“นายสะสมหนังสือไว้มากขนาดนี้เลยเหรอ” กริ้นท์ถามพลางเดินดูเล่มอื่น ๆ
“ใช่ ผมสะสมไว้เป็งานอดิเรก”
“กว่าจะได้ขนาดนี้ใช้เวลาตั้งกี่ปีเนี่ย”
“สองปี” ทิมตอบเรียบ ๆ
“ห๊าา” กริ้นท์หลุดอุทานออกมา “สองปีเนี่ยนะ”
“ใช่…หมดไปหลายตังค์เลย” ทิมพูดพลางยิ้มหน้าเหยเก
ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมงพวกเขาก็พากันออกมาจากห้องสมุด แล้วทั้งสามก็ขอตัวกลับก่อน จากที่เดินดูอยู่นาน กริ้นท์ก็ได้หนังสือกลับมาด้วยสองเล่ม แต่ละเล่มเป็หนังสือที่ทิมแนะนำให้เขาโดยเฉพาะ
••••• Gangster to Mafia •••••