ตอนที่ 19 ระดับรากฐานขั้นต้น
“แต่วางใจเถอะ เธอเพิ่งจะฝึกมันไปนิดหน่อย มันไม่ส่งผลอะไรกับร่างกายหรอก” หลินเยี่ยกล่าวออกหลังจากเห็นใบหน้าของหญิงสาวเริ่มหวาดกลัว
หลังพูดจบเขาก็ไม่ลืมที่จะกล่าวเสริม “อ้อ แล้วก็อย่าฝึกมันอีกล่ะ มันอันตราย”
"วิชาหมัดยอดเยี่ยมเช่นนี้ น่าเสียดายจริง ๆ" หลินชิ่งจู๋แอบถอนหายใจ
ในสายตาของเธอ หมัดประหลาดนี้เป็ทักษะที่ยอดเยี่ยมแต่กลับไม่สามารถฝึกได้ ช่างน่าเสียดายจริง ๆ
หลังจากไตร่ตรองอยู่สักพักจึงกล่าวถาม "แล้วไม่มีวิธีแก้ไขข้อบกพร่องของวิชาหมัดประหลาดนี้ ทําให้ไม่เป็อันตรายต่อร่างกายเลยเหรอ?"
หลินเยี่ยส่ายหน้า "หมัดแต่ละชุดมีวิถีของตัวเอง ไม่สามารถเปลี่ยนรากฐานของมันได้”
"อืม…" หลินชิ่งจู๋ยักไหล่ เธอรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
ทันใดนั้นเธอก็นึกถึงปู่ที่ฝึกหมัดประหลาดนี้จนร่างกายาเ็จึงรีบถาม “เมื่อกี้คุณบอกว่าวิชาหมัดนี้ทำให้ร่างกายาเ็เหรอ… แล้วมันาเ็ยังไง?”
"การฝึกหมัดนี้เป็เวลานานจะทําให้กระดูกเสียหาย ทําให้กล้ามเนื้อในร่างกายฝ่อเป็อัมพาต สุดท้ายพลังิญญาจะติดขัดและตายในที่สุด"
"หืม? ถ้าอย่างนั้น..." ดวงตาของหลินชิ่งจู๋เบิกกว้างพร้อมกับหัวใจเต้นรัว
อย่างนั้นเหตุผลที่ปู่กระดูกฝ่อ กล้ามเนื้อไร้ซึ่งเรี่ยวแรงนอนเป็อัมพาตบนเตียงมานาน ก็เป็เพราะวิชาหมัดประหลาดนี้งั้นเหรอ?
ปู่ของเธอนอนอยู่บนเตียงมาครึ่งปี ไม่ว่าหมอคนไหนก็ไม่พบสาเหตุของการป่วยเลย
วันนี้เธอรู้แล้วว่าสาเหตุที่ปู่ป่วยหนักก็เพราะฝึกฝนหมัดประหลาดเป็เวลานาน…
วิชาหมัดที่ปู่ภาคภูมิใจกลับย้อนมาทำร้ายเขาซะเอง
หลังจากนึกถึงอาการป่วยของปู่ เธอนิ่งเงียบไปชั่วขณะก่อนจะฟื้นคืนสติกลับมาเมื่อเห็นว่าหลินเยี่ยที่พูดคุยเมื่อครู่กำลังเดินขึ้นเขาไป
"เดี๋ยว… อย่าเพิ่งไปสิ!" หลินชิ่งจู๋ร้องเรียกและรีบวิ่งตามไป
ขณะที่กำลังจะตามทัน ลมกรรโชกพลันพัดผ่าน เมื่อลืมตามาอีกครั้งร่างกายของหลินเยี่ยก็หายไปแล้ว!
เธอมองไปรอบ ๆ อยู่นานแต่ก็ไม่พบแม้แต่ร่องรอยของเขา
"เป็คนที่แปลกประหลาดจริง ๆ" หลินชิ่งจู๋กอดอกแน่นแล้วแอบพึมพำกับตัวเอง
หลินเยี่ยเป็ผู้ชายที่เต็มไปด้วยความอัศจรรย์ เขาปรากฏตัวและจากไปอย่างไร้ร่องรอย บุคลิกท่าทางทั้งลึกลับและเต็มไปด้วยความน่าค้นหา
ทั้งสองได้พบกันเพียงสองครั้ง แต่หลินเยี่ยกลับทำให้เธอรู้สึกว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา… บางทีเขาอาจจะมีวิธีรักษาอาการป่วยของปู่ก็ได้!
อย่างนั้น… ต้องตามหาเขาให้เจอและถามให้รู้เื่!
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินชิ่งจู๋ก็เริ่มมองหาไปตามทางขึ้นเขา
ตอนนี้หลินเยี่ยมาถึงยอดเขาเทียนหูแล้ว เขาหยิบวงแหวนหยก์ออกมาจากกระเป๋าแล้วเข้าสู่สมาธิทันที วงแหวนหยก์ช่วยเขาดูดซับพลังิญญาจาก์และโลก
ไม่นาน บนยอดเขาถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนา และหมอกก็ยิ่งหนาขึ้นเรื่อย ๆ จนบดบังวิสัยทัศน์ทั้งหมดโดยสมบูรณ์
หลินเยี่ยใช้พลังดูดซับหมอกหนาบนยอดเขา สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็รากฐานพลังิญญาจากฟ้าดิน
หลังจากทำอย่างนั้นซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง จนกระทั่งบ่ายสามโมงเย็นจึงเสร็จสิ้น
"เฮ้อ!" หลินเยี่ยถอนหายใจยาวพร้อมลอบตื่นเต้นอยู่ภายใน
ครั้งนี้มีวงแหวนหยก์ช่วยเสริมพลังบวกกับพลังิญญาบนยอดเขา การบำเพ็ญเพียรจึงมีประสิทธิภาพมากกว่าเมื่อก่อนมาก
เพียงเวลาครึ่งวันเขาก็ฝึกฝนก้าวหน้าสู่ระดับรากฐานขั้นต้นได้สำเร็จ ขณะนี้ถือว่าดีเสียยิ่งกว่าการฝึกฝนของตัวเขาในอดีตมากมายหลายเท่า
หลังจากฝึกฝนเสร็จสิ้น หลินเยี่ยออกจากูเาเทียนหูและมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนอนุบาล
เมื่อถึงเวลาเลิกเรียน อาจารย์เฉาพายี่ยี่เดินออกจากห้องเรียน
"ป่าป๊า..."
ยี่ยี่เหมือนนกน้อยที่ร่าเริง เด็กหญิงกางแขนทั้งสองข้างออกแล้ววิ่งพุ่งเข้าใส่หลินเยี่ยอย่างรักใคร่
"ยี่ยี่เดินช้า ๆ ลูก" หลินเยี่ยกังวลว่ายี่ยี่จะล้มกลิ้ง จึงก้าวเข้าไปข้างหน้าแล้วอุ้มร่างเล็กขึ้นมา
เขาจัดกระโปรงที่ยุ่งเหยิงของลูกสาวแล้วพูดว่า "ป่ะ... ยี่ยี่บอกลาคุณครูก่อนสิ"
"อาจารย์เฉาบ๊ายบายค่ะ" ยี่ยี่โบกมือเล็ก ๆ ของเธอให้อาจารย์เฉา
หลังจากกล่าวลาอาจารย์แล้ว หลินเยี่ยก็พายี่ยี่เดินออกจากโรงเรียนอนุบาลมาขึ้นรถ
หลินเยี่ยขับรถพาลูกสาวออกจากโรงเรียนไปไม่นานก็เอ่ยถามเสียงอ่อนโยนว่า "ยี่ยี่ วันนี้อยากกินอะไร?"
"อืม..."
ยี่ยี่เอียงคอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงหวาน "ป่ะป๊า ยี่ยี่อยากกินเคเอฟซีค่ะ"
"ได้จ้า งั้นป่าป๊าจะพาหนูไปกินเคเอฟซี" หลินเยี่ยตอบก็เลี้ยวหันรถไปยังจัตุรัสไผ่ทองคำ
ที่จัตุรัสไผ่ทองคำมีร้านเคเอฟซีอยู่ ก่อนหน้านี้ตอนที่เยว่เหยายังอยู่ ทั้งสามคนมักจะไปกินข้าวที่นั่นเสมอ
เมื่อรถผ่านถนนชิงเหนียน จู่ ๆ ก็มีรถจักรยานยนต์สองคันเข้ามาขวางทางของพวกเขา
หลินเยี่ยเบรกกระทันหันแล้วจอดรถอยู่กลางถนน
ทันทีที่รถหยุด ชายชุดดําสองคนก็เดินเข้ามา
หลินเยี่ยมองแวบเดียวก็รู้ว่าชายชุดดําสองคนนี้เป็ยอดฝีมือระดับโบราณ เขาคิดว่าทั้งสองคนคงมีทักษะที่เก่งกาจพอสมควร
"ป่ะป๊า เ้าคนเลวนั่นมาจับพวกเราเหรอคะ?" เมื่อยี่ยี่เห็นคนชั่วร้ายสองคนนั้น ใบหน้าเล็กก็เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
"ป่าป๊าอยู่ตรงนี้ หนูไม่ต้องกลัวนะ" หลินเยี่ยลูบผมปลอบยี่ยี่ "ยี่ยี่นั่งอยู่ในรถอย่าไปไหนนะ เดี๋ยวพ่อลงไปสั่งสอนคนเลวสองคนนั้นก่อน”
หลังจากพูดจบ เขาก็ะโลงจากรถอย่างรวดเร็ว
"ป่ะป๊า ระวังตัวด้วยนะคะ" ยี่ยี่ยังไม่วางใจ ยื่นศีรษะน้อย ๆ ออกไปนอกหน้าต่างรถ
"ไม่ต้องกลัว ป่าป๊าไม่เป็อะไรหรอก" หลินเยี่ยพูดจบก็ยื่นมือไปลูบหัวของยี่ยี่ จากนั้นยี่ยี่ก็ล้มลงไปนอนหลับบนเก้าอี้
เขาไม่อยากให้ยี่ยี่ใ จึงใช้เทคนิคเล็กน้อยเพื่อให้ยี่ยี่หลับไปก่อน
เมื่อเขาจัดการเื่ยี่ยี่เรียบร้อยแล้ว ก็เห็นยอดฝีมือชุดดําสองคนนั้นเดินเข้ามา
"ส่งของมา!" ชายชุดดําสองคนไม่พูดอ้อมค้อม
เห็นได้ชัดว่าชายชุดดําสองคนนี้เป็พวกเดียวกันกับชายชุดดําที่ก่อนหน้านี้ ต่างมาเพื่อวงแหวนหยก์
"มันอยู่ในมือฉันแล้ว พวกแกอย่าแม้แต่จะคิดเลย!" หลินเยี่ยถลึงตาใส่ทั้งสองคนแล้วตอบอย่างเ็า
"หึ!"
คนหนึ่งในนั้นหันไปมองยี่ยี่ที่อยู่ในรถ และขู่อย่างเ็าว่า "ถ้าแกไม่ส่งมันมา ลูกสาวของแกต้องเดือดร้อนไปด้วย"
คําพูดนี้ดูเหมือนจะกระตุ้นประสาทของหลินเยี่ย สีหน้าของเขาเย็นะเืดวงตาคมกริบของเขาราวกับใบมีดที่แหลมคม
ทั่วร่างเต็มไปด้วยจิตสังหารและความโกรธ เพียงแววตาก็ทําให้ผู้คนตกอยู่ในหุบเหวลึก
ชายยอดฝีมือชุดดําถูกสายตานี้สะกดไว้ คิดไม่ถึงว่าหลินเยี่ยอายุยังน้อย แต่ร่างกายกลับมีจิตสังหารรุนแรงที่ทําให้ผู้คนรู้สึกหนาวเหน็บได้
ทั้งสองสบตากัน ในใจลอบตื่นตัวระแวดระวังขึ้นมา
"ฉันไม่มีทางยอมให้ใครทําร้ายยี่ยี่แน่นอน" หลินเยี่ยพูดออกมาอย่างเ็า
สิ้นเสียง ร่างของเขาก็เคลื่อนไหว... วินาทีต่อมาชายหนุ่มปรากฏตัวต่อหน้ายอดฝีมือชุดดํา ห่างจากพวกเขาไม่ถึงสิบเิเ
"แก..."
ดวงตาของชายยอดฝีมือชุดดําเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว
เขาเคยพบเจอยอดฝีมือมากมาย แต่ไม่เคยพบเจอความเร็วที่น่าใเช่นนี้มาก่อน ความเร็วราวกับประกายไฟที่ลุกโชน...
เมื่อได้กลิ่นอายความโกรธของหลินเยี่ยแล้ว ชายยอดฝีมือชุดดําตื่นตระหนกอย่างไม่อาจควบคุม เขาไม่เคยต้องเผชิญหน้ากับความตายอย่างใกล้ชิดเช่นนี้มาก่อน
ทั้งสองไม่มีความกล้าแม้จะลงมือจึงทำได้เพียงยืนแข็งทื่อราวกับท่อนไม้