เตชินท์หน้านิ่วคิ้วขมวดขณะมองดูเด็กหนุ่มในกระจกที่หน้าตาเหมือนกับเขาแต่ใบหน้าไร้รอยย่นแห่งวัย แม้กรามที่คมสันจะเกลี้ยงเกลาไร้หนวดเคราตามปกติที่เขามักไม่มีเวลากำจัดมัน แต่ด้วยจมูกโด่งเด่นชัดพร้อมรูปคิ้วหางชี้ขึ้นรับกับตาเหยี่ยวที่มีั์ตาสีน้ำตาลงดงาม และสิ่งที่ยิ่งย้ำชัดว่าเงาในกระจกคือเขาจริง ๆ คือสีผมของเขากลายเป็สีทองแดงภายในชั่วข้ามคืน เขาจำได้อย่างแม่นยำว่าเขามักทำผมสีนี้ตลอดที่เขายังเป็วัยรุ่นอยู่ และก็หยุดทำหลังเขาเสียพี่สาวไป
เป็ไปได้ยังไง? นี่เราถูกย้อนเวลากลับมางั้นเหรอ? หรือเรากำลังฝันอยู่?
เกิดคำถามมากมายขึ้นในหัวของเตชินท์ เขาเอาแต่ลูบส่วนต่าง ๆ ของใบหน้าเพื่อยืนยันว่าเขาไม่ได้ฝันไป
“ก็รู้อยู่หรอกว่านายเป็พวกเชื่อว่าตัวเองหล่อ” เกวลินมองเตชินท์ที่เอาแต่มองกระจกด้วยสายตาสะอิดสะเอียน และพูดจาอย่างล้อเลียนต่อว่า “แต่นายคงไม่ได้กำลังคิดอยากจะแต่งงานกับตัวเองอยู่หรอกใช่ไหม?”
เตชินท์ไม่ได้รู้สึกโกรธเลยที่ถูกพี่สาวของเขาล้อเลียน เอาเข้าจริงเขาคิดถึงความปากร้ายของพี่สาวของเขาเสียมากกว่า จริงอยู่ที่แต่ก่อนเขาอาจไม่ชอบที่ถูกพูดจาแซะแซวอย่างนี้ แต่หลังจากเคยสูญเสียพี่สาวไปเป็สิบปี เขากลับขอให้ได้ยินคำพูดที่คอยค่อนแคะอย่างนี้ไปตลอดเสียยังดีกว่ากลับมาเจอบ้านที่ว่างเปล่าอย่างที่เคย
เกวลินรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาทันทีเมื่อยังเห็นน้องชายของเธอไม่ตอบโต้กลับเหมือนกับทุกครั้ง แม้จะเป็ห่วงน้องชายที่ท่าทางแปลกไป แต่ก็ไม่วายที่เธอจะยังพูดจาติดปลายนวมใส่น้องชายอยู่ดีว่า “นายเป็อะไรไป? หรือว่าโดนสัตว์อสูรสอยก้นมา? ไปกินข้าวเหอะ เดี๋ยวขี้ออกมาก็ดีขึ้นเอง”
บางทีมันก็เกินไป เตชินท์หน้าบูดบึ้งหลังได้ยินสิ่งที่พี่สาวของเขากล่าวออกมา
เมื่อเห็นสีหน้าของน้องชายของเธอ เธอเชื่อแล้วว่าเขาไม่ได้มีอะไรผิดปกติอย่างที่เธอคิด เธอจึงย้ำอีกครั้งว่า “ไป กินข้าว”
“ปีนี้ปีอะไรนะพี่?” เตชินท์ถามออกมาหลังเคี้ยวข้าวในปากเสร็จไปอีกคำ
“ก็ปี 2164 ไง” เกวลินสีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์นักก่อนจะชี้ไปด้านหลังของเตชินท์เพื่อให้เขาดู “โน้นนาฬิกา มันบอกวันเดือนปีด้วย ดูเอาเองเลย ถ้ายังไม่เชื่ออีกก็ลองไปถามประธานาธิบดีโลกดูเอาก็ได้”
บนฝาผนังที่พี่สาวของเขาชี้ไปมีนาฬิกาดิจิตอลที่กำลังบอกเวลา ‘08 : 12 : 41 pm’ และข้างใต้เวลามีตัวเลขอีกชุดที่บ่งบอกว่าพี่สาวของเขาพูดความจริง มันระบุวันเดือนปีปัจจุบันไว้ว่า ‘04 / 12 / 2164’
เกวลินมองเตชินท์อย่างดูแคลนขณะกล่าวว่า “นายเข้ามาตุภูมิไปแค่วันเดียวเองนะ ไม่ได้หายไปเป็ปีแล้วเพิ่งกลับมาสักหน่อย ไปหาหมอเช็กสมองหน่อยไหม?”
“ผมไม่ได้เป็อะไร ผมแค่...” เตชินท์หยุดพูดชั่วขณะ เขาลังเลอยู่เล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อว่า “รู้สึกเหมือนกำลังฝันอยู่หรือไม่ก็เพิ่งตื่นจากความฝัน...”
เตชินท์เริ่มรู้สึกสับสน เขาไม่รู้ว่าความโดดเดี่ยวนับสิบปีที่ผ่านคือเื่จริงและตอนนี้เขากำลังฝันในสิ่งที่เขาอยากเห็นอยู่ หรือแท้จริงแล้วนี่คือความจริง และที่ผ่านเขาเพียงแค่หลับฝันไปเท่านั้น
“อะไรกัน นายก็เคยเข้าประตูมิติมาก่อนแล้วนี่” เกวลินมองน้องชายของเธออย่างแปลก ๆ ขณะกล่าวต่อว่า “จะเทเลพอร์ทไปดาวอังคารหรือภพมรรตัยมันก็เหมือน ๆ กันนั่นแหละ หลังออกจากประตูมิติทุกที่คือของจริงทั้งหมด”
นั่นไม่ใช่คำตอบที่เตชินท์กำลังตามหา สิ่งที่พี่สาวเขาพูด เป็สิ่งที่เขารู้อยู่แล้ว แต่เป็ตัวพี่สาวเขาเองต่างหากที่เป็ปริศนาสำหรับเขา จากคนที่เขาเชื่อว่าตายไปแล้วเมื่อสิบกว่าปีก่อน แต่ในวันนี้เธอกลับมามีชีวิตอีกครั้งราวกับสิ่งที่เขารู้มาเป็เื่โกหก แถมเขาที่เป็ชายวัยใกล้เลขสี่ จู่ ๆ ได้กลับมาอยู่ในร่างเด็กวัยรุ่นอายุเพิ่งสิบแปดอีกต่างหาก ถ้าเขาไม่ได้กำลังฝันอยู่เขาก็ต้องถูกกล่าวหาว่าบ้าไปแล้วหากเขาพูดออกไป
เตชินท์คิดว่าคงมีทางเดียวที่จะพิสูจน์ความจริงในเื่นี้ได้ คงต้องรอกลับไปยังมิติมาตุภูมิเท่านั้น เนื่องจากเมื่อออกมาจากมิติมาตุภูมิ ระบบทุกอย่างที่เคยใช้ได้ในมิติมาตุภูมิจะใช้งานไม่ได้ทันทีเมื่อออกจากมาตุภูมิ
สิ่งที่จะช่วยเขายืนยันว่าเขาได้จุติและย้อนเวลากลับมามีอยู่สองอย่างคือ ระบบภารกิจที่เขาเพิ่งรับมาหลังจากการจุติและิญญาอสูรจอบ โดยเฉพาะิญญาอสูรจอบ คงไม่มีใครโชคร้ายแบบเขาอีกแล้วที่เริ่มต้นมาจะได้ิญญาอสูรจอบเช่นนี้
“เื่นั้นช่างเถอะ ว่าแต่นายไปโผล่ที่เขตไหนล่ะ?” เกวลินตัดบท
“ไฟร์คริสตัล” เตชินท์ตอบออกไปห้วน ๆ
“นี่นายเตชินท์ ฉันพี่สาวของนายนะ แถมอายุพวกเราห่างกันตั้งหกปี จะพูดจะจาหัดมีสัมมาคารวะกันบ้าง” เกวลินเอ็ดใส่เตชินท์
แม้ปากจะเคยชินกับการพูดไร้หางเสียงเพราะเคยใช้ชีวิตจนวัยสามสิบแปดมาแล้ว แต่ในใจเตชินท์เคารพพี่สาวคนนี้ยิ่งกว่าใคร ั้แ่แม่ของพวกเขาจากโลกนี้ไปเมื่อหกปีที่แล้ว เขาก็ได้พี่สาวคนเดียวคนนี้คอยดูแลมาตลอด ยิ่งถ้าเหตุการณ์ที่เคยขึ้นในอดีตที่เขาเคยผ่านมาซึ่งถ้าไม่ใช่เื่ที่ฝันไป สาเหตุที่พี่สาวคนนี้ตายก็เพราะเธอสละชีวิตเพื่อช่วยเขาให้รอดมาได้ มันยิ่งเป็ไม่ได้เลยที่เขาจะทำตัวไม่ดีต่อพี่สาวคนนี้
“ไฟร์คริสตัลครับพี่เกวลิน” เตชินท์กัดฟันพูด เขาใช้น้ำเสียงกึ่งประชดเล็กน้อย แต่เกวลินยิ้มขณะพูดเสริมสิ่งที่เตชินท์พูดออกมาโดยไม่สนใจท่าทีของน้องชายว่า “ต่อท้ายด้วยสุดสวย จะดีมาก”
แล้วเกวลินก็ใช้มือลูบคางของเธอขณะคิดแล้วกล่าวต่อว่า “น่าจะใช้เวลาราวสองสัปดาห์ล่ะมั้ง ถ้าใช่ไฟร์คริสตัลเดียวกันกับที่ฉันเข้าใจ”
“ใอ้อะอาดอั้นเอียว?” เตชินท์เหลือกตาขึ้นมองพี่สาวขณะถามทั้งที่น่องไก่ยังอยู่เต็มปาก
สำหรับเขาผู้ที่คุ้นเคยกับภพมรรตัยมายี่สิบปี เขาย่อมรู้ดีว่า หากไม่ได้อยู่เขตแดนติดกันพอดี การเดินทางข้ามเขตภายในสองสัปดาห์ถือว่าใกล้อย่างมาก ด้วยเหตุผลที่มิติมาตุภูมิไม่สามารถนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไปได้ ทำให้ไม่มีทั้งรถ เรือหรือเครื่องบินในการเดินทาง การเดินทางที่ไวที่สุดคือการเดินทางด้วยิญญาอสูรประเภทสัตว์ขี่เท่านั้น
และเขาคิดว่าพี่สาวของเขาคงไม่มีอะไรอย่างที่มาว่าทั้งสองอย่างแน่ ๆ เพราะฉะนั้นหากการเดินทางข้ามเขตด้วยเท้าในระยะเวลาสองสัปดาห์ถือว่าเธออยู่ไม่ไกลจากเขตของเขาจริง ๆ
“เคี้ยวให้เสร็จก่อนสิแล้วค่อยพูด” เกวลินดุน้องชายที่ทำตัวไร้มารยาทบนโต๊ะอาหาร แล้วเธอมองเขาด้วยสายตาดูถูกขณะกล่าวว่า “แล้วทำยังกับนายเคยเดินทางข้ามเขตงั้นแหละ”
ก็ใช่นะสิ คือคำตอบที่เขาอยากตอบออกไป แต่พี่สาวของเขาคงไม่มีทางเชื่อแน่ เขาจึงเลือกตอบออกไปว่า “ข้อมูลในอินเทอร์เน็ตมีเยอะแยะ ใช่ไหมล่ะ?”
เกวลินยักไหล่ ข้อมูลเกี่ยวกับมิติมาตุภูมิไม่เื่ลับอะไร โดยเฉพาะกับภพมรรตัย มันเป็ดินแดนที่ผู้บรรลุนิติภาวะ อายุสิบแปดปีขึ้นไปจะได้รับอนุญาตให้เข้าไปแสดงหาโชคได้ตามอัธยาศัยอยู่แล้ว
“ฉันคงไม่ต้องหานายหรอกมั้ง ดูท่านายน่าจะสุ่มได้เกิดใกล้กับเมืองก็อบลินขั้นหนึ่งสินะ นายถึงได้กลับมาได้ั้แ่วันแรกแบบนี้”
“เมืองก็อบลินขั้นสามต่างหาก” เตชินท์เบ้ปาก มองพี่สาวอย่างดูถูกให้กับคำพูดของเธอ
เกวลินทำสีหน้าเหมือนคนไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เตชินท์พูดออกมา “จริงดิ? แสดงวิ่งหนีเก่งนี่หว่าถึงได้รอดกลับมาเข้าประตูเทเลพอร์ตได้”
“ก็ประมาณนั้น” เตชินท์ยอมรับว่าเขาเอาแต่วิ่งหนีอย่างที่พี่สาวกล่าวหาจริง ๆ
“จ้ะ พ่อคนเก่ง ขอให้เก่งแล้วกลับมาบ้านได้ทุกวันก็แล้วกัน” ถึงปากเกวลินจะพูดประชดออกไป แต่ใจของเธอก็หวังให้น้องชายของเธอกลับมาอย่างที่ปากบอกจริง ๆ
เตชินท์ยักไหล่ก่อนจะพูดตอบว่า “คงยากหน่อยเพราะผมคงยุ่ง ๆ จนกลับมาไม่ได้ทุกวัน”
“อายอ๋ายอามอว่าไอ?” ข้าวเต็มปากเกวลินขณะถามออกมา
เตชินท์ทำสีหน้ารังเกียจพี่สาวของเขา แต่ก็ยังพูดด้วยท่าทางที่อวดดีออกมาว่า “ก็ผมเป็เ้าเมืองก็อบลินขั้นสามที่ว่านั่น ผมก็ต้องอยู่คอยดูแลมันบ้าง...”
พรู้ด!
ข้าวในปากของเกวลินพุ่งออกมาใส่หน้าเตชินท์ทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่น้องชายเธอกล่าวออกมา เธอต่อว่ากลับไปทันทีว่า “อย่ามาเว่อร์หน่อยเลย นายเนี่ยนะเป็เ้าเมืองก็อบลินขั้นสาม? นายเพิ่งเข้าไปแค่วันแรกเท่านั้นเองนะ”
เตชินท์ปัดหน้าที่เต็มไปข้าวขณะพูดตอบว่า “ถ้าไม่เชื่อก็ลองมาดูเอาเองก็ได้”
เกวลินหรี่ตามองน้องชายของเธอด้วยความสงสัย เธอพยายามหรี่ตาค้นหาความจริง แต่สีหน้าและน้ำเสียงของเตชินท์นิ่งเกินว่าจะเชื่อได้ว่าเขากำลังพูดโกหกอยู่
“ก็ได้ งั้นบอกเลขพิกัดของเมืองนายมา” เกวลินทำมือกวักเรียกเพื่อท่าทางน้องชายของเธอ
“ผมลืมไปแล้ว ไว้ค่อยบอกอีกที” เตชินท์ลืมจริง ๆ จะดูตอนนี้ก็ไม่ได้ด้วย
“นั่นไง จะโม้อะไรก็ให้มันน้อย ๆ หน่อย” เกวลินยิ้มออกมาอย่างคนมีชัย เธอยังคงไม่เชื่อว่าน้องชายของเธอพูดความจริง
เตชินท์ได้ถอนหายใจออกมา เขาตอบอย่างเซ็งอารมณ์ว่า “ก็บอกแล้วไงว่าเดี๋ยวค่อยกลับมาบอกอีกที ตัวเลขตั้งหลายตัวใครจะจำได้ อีกอย่างมัวแต่ยุ่งกับภารกิจ...”
ติ๊ง!
ในขณะที่เตชินท์กำลังอธิบายสถานการณ์ของเขาให้พี่สาวของเขาฟังอยู่ ทันใดนั้นเสียงเตือนที่คุ้นหูก็ดังขึ้นพร้อมกับอักษรปรากฏขึ้นในดวงตาของเตชินท์
< ภารกิจพิเศษ : ความลับไม่มีในโลก แต่ไม่มีใครรู้จะดีกว่า
เป้าหมาย : ห้ามผู้ใดล่วงรู้ถึงการจุติ
ระยะเวลาที่คงเหลือ : ไม่มีระยะเวลากำหนด
รางวัล : ไม่มี
บทลงโทษ : ถูกลบตัวตน >
“ภารกิจอะไร? ภารกิจอะไร?” เกวลินมองเตชินท์อย่างงุนงง หลังจู่ ๆ น้องชายของเธอก็พูดทิ้งไว้แค่นั้น
เป๊าะ!
“นี่! ได้ยินหรือเปล่า ฉันถามว่าภารกิจอะไร?” เกวลินถามเสียงดังขึ้นหลังดีดนิ้วเรียกสติของเตชินท์หลังเห็นเขานิ่งเงียบไปเสียดื้อ ๆ
ราวกับคนเพิ่งตื่นจากภวังค์ เตชินท์รีบตอบอย่างเลิ่กลั่กทันทีว่า “ผมหมายถึงภารกิจที่ต้องเก็บแต้มพัฒนาน่ะ”
“นั่นไง ขนาดสู้กับพวกสัตว์อสูรขั้นสามัญยังไม่ได้เลย แล้วจะมาบอกว่าตัวเองเป็เ้าเมืองเนี่ยนะ แถมยังเป็เมืองก็อบลินขั้นสามอีก ไปหลอกเด็กเถอะ” เกวลินมองน้องชายของเธออย่างดูแคลนหลังมั่นใจว่าเขาแค่โอ้อวดไปเรื่อยเฉย ๆ
เตชินท์ไม่สนใจสิ่งที่พี่สาวของเขาค่อนแคะมา เพราะตอนนี้ความสนใจทั้งหมดของเขาพุ่งไปที่สิ่งที่เขาเพิ่งได้รับมา ‘ภารกิจพิเศษ’ เขาไม่ได้ใที่เนื้อหาของมัน แต่เขากำลังอึ้งที่ระบบภารกิจยังสามารถทำงานอยู่ได้แม้เขาจะไม่ได้อยู่ในมิติมาตุภูมิต่างหาก
กดใจหรือคอมเมนต์เป็กำลังใจกันด้วยนะครับ