PEETORDER: ฮีโร่ไม่จำเป็ต้องมีพลังวิเศษ
ณสังเวียนเถื่อนแห่งหนึ่ง ไฟสลัวสาดส่องจากหลอดนีออนเก่าๆ ทำให้เห็นเงาร่างที่ถูกล้อมรอบด้วยเสียงเชียร์ดังสนั่นชายคนหนึ่งอยู่กลางสังเวียน ร่างกายที่บอบช้ำของเขาโดนโจมตีอย่างไม่หยุดยั้งหมัดแย็บซ้ายกระแทกเข้าที่ใบหน้าอย่างจัง ตามด้วยหมัดตรงขวาที่เข้าจุดสำคัญเสียงกระแทกเนื้อดังก้องในหูทุกคนที่ยืนดูอยู่ และสุดท้ายหมัดฮุคที่แรงพอจะส่งร่างเขาล้มลงสู่พื้นแข็ง
แม้ร่างกายจะล้มลงแต่เสียงเชียร์กลับยิ่งดังขึ้น เขายังไม่ขยับ ราวกับยอมรับชะตากรรมขณะที่คู่ต่อสู้ไม่หยุดพัก เริ่มเตะซ้ำเข้าใส่ร่างที่นอนอยู่บนพื้นแบบรัวๆทุกครั้งที่ปลายเท้ากระแทกเข้าเนื้อหนังที่ตึงตลอดร่างกายก็บิดเบี้ยวไปตามแรงของการเตะนั้น
แทนที่ชายหนุ่มจะดิ้นรนหรือพยายามลุกขึ้นเขากลับนอนนิ่งให้การเตะซ้ำๆ ยังคงดำเนินต่อไป ั์ตาของเขาแหงนมองเพดานที่มืดทึบราวกับกำลังจมอยู่ในห้วงความคิดที่ลึกเกินจะเข้าใจทั้งสังเวียนเต็มไปด้วยเสียงของการปะทะและเสียงหอบของผู้คน แต่สำหรับเขาแล้วทุกอย่างเหมือนจะเงียบสนิทไม่มีอะไรนอกจากความรู้สึกเ็ปที่ปะทะกับร่างกายของเขา “โดนแบบนี้ทีไร ทำเอานึกถึงอดีตทุกที…”
เสียงสะท้อนของความทรงจำแว่วขึ้นมาในห้วงคิดณ บ้านเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครสถานที่ที่ความเ็ปและความทรมานเป็เหมือนเพื่อนคู่ใจที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ผมเติบโตมาพร้อมความรู้สึกเหล่านี้ความเ็ปที่แทรกซึมเข้าสู่กระดูก ความทรมานที่กัดกร่อนหัวใจ ั้แ่วัยเด็กผมโดนรังแกโดยคนที่แข็งแกร่งกว่า พวกเขาทั้งหมดเหมือนสัตว์ป่าที่ไล่ล่าเหยื่อผมคือเหยื่อนั้น ชีวิตในบ้านเด็กกำพร้าเป็อะไรที่มากกว่าคำว่าลำบาก มันคือการเอาชีวิตรอดจากการถูกรุมทำร้ายไม่หยุดหย่อน
ในทุกๆ วันผมมักจะโดนเด็กที่อายุเท่ากันหรือแม้แต่คนที่อายุมากกว่ารุมทำร้ายราวกับว่าการเห็นผมทุกข์ทรมานเป็ความบันเทิงของพวกเขาบางครั้งมันรุนแรงถึงขั้นที่ผมต้องถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล าแทางกายอาจสมานได้แต่าแในใจนั้นไม่มีวันจางหาย
ผมมันอ่อนแอไร้ทางสู้ ผมเคยสงสัยว่าทำไมโลกนี้ถึงโหดร้ายกับผมขนาดนี้ในแต่ละวันผมเอาแต่นั่งร้องไห้ อ้อนวอนขอให้เวลาผ่านไปเร็วๆเพื่อที่จะหนีจากนรกที่ไม่มีวันจบสิ้นนี้นานเท่าไหร่แล้วที่ผมต้องทนอยู่กับสิ่งเหล่านี้ นานพอที่จะเปลี่ยนผมจากเด็กที่เคยไร้เดียงสาให้กลายเป็คนที่เต็มไปด้วยความแค้นและความโดดเดี่ยว
“พีท ไปโดนอะไรมาอีกแล้วนั่น มานี่สิ ฉันจะทำแผลให้เอง”
เสียงของพี่เลี้ยงคนหนึ่งดังขึ้นอย่างอ่อนโยนเธอเป็เหมือนแม่สำหรับผม หนึ่งในไม่กี่คนที่ใจดีกับผมในบ้านเด็กกำพร้านี้ทุกครั้งที่ผมกลับมาพร้อมาแ เธอจะอยู่ที่นั่นเสมอ คอยดูแล ทำแผลให้ผมราวกับว่าความเมตตาของเธอไม่มีที่สิ้นสุด
แต่วันหนึ่งความเมตตานั้นกลับกลายเป็ต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องเ็ปเธอโดนพวกที่รังแกผมกลั่นแกล้งอย่างโหดร้าย เพียงเพราะเธอใจดีกับผมเท่านั้นภาพที่เห็นทำให้หัวใจของผมแตกสลาย เธอล้มลงไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มและทั้งหมดนี้มันเป็เพราะผม…เพราะผมที่เป็ต้นเหตุ
ทั้งที่ผมเห็นทุกอย่างอยู่ตรงหน้าแต่ผมกลับไม่กล้าที่จะออกไปช่วยเธอเลย แม้เธอจะทุกข์ทรมานอยู่ตรงนั้นผมทำได้เพียงแอบอยู่ในมุมมืด มองเธอถูกทำร้ายและร้องไห้กับความอ่อนแอของตัวเอง
“ทั้งที่เป็เพราะฉัน…เพราะฉัน…เพราะฉันมันอ่อนแอ…”เสียงสั่นเครือของผมดังขึ้นราวกับ้าโทษตัวเองความรู้สึกผิดทับถมจนไม่อาจหาทางออก ผมไม่เพียงแต่ทำให้เธอเ็ปแต่ผมยังไม่กล้าพอที่จะยืนหยัดเพื่อคนที่คอยปกป้องผมเสมอมา
หลังจากพวกมันเบื่อแล้วก็จากไปทิ้งไว้เพียงความเงียบที่เต็มไปด้วยความเศร้า ผมเดินอย่างช้าๆ เข้าไปหาเธอหัวใจของผมเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ความอ่อนแอของผมได้ทำให้เธอต้องเ็ปน้ำตาของผมไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ผมขอโทษนะครับ…”เสียงของผมแ่เบา เหมือนจะหายไปกับสายลมที่พัดผ่าน
พี่ฟางหันมามองด้วยสายตาที่อ่อนโยนรอยยิ้มบางๆ ยังคงอยู่บนใบหน้าของเธอ แม้จะมีรอยช้ำจากการถูกรังแกก็ตาม
“ขอโทษเื่อะไรเหรอ”เธอถามเบาๆ ราวกับว่าเธอไม่เข้าใจว่าทำไมผมถึงรู้สึกผิด ทั้งๆที่เธอรู้ดีว่าผมกำลังโทษตัวเอง
ผมไม่อาจกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไปร้องไห้ออกมาพร้อมกับโผเข้าไปกอดเธอ ความรู้สึกผิดท่วมท้นหัวใจ“ก็ที่พี่โดนพวกนั้นรังแก ทั้งหมดมันเป็เพราะผม…เพราะผมที่ทำให้พี่ต้องเ็ปผมขอโทษ…”
เธอกอดผมกลับแน่นๆััที่อ่อนโยนของเธอทำให้ผมรู้สึกถึงความอบอุ่น แม้ว่าผมจะไม่สมควรได้รับก็ตามน้ำเสียงของเธอนุ่มนวลเมื่อเธอพูด“ไม่ใช่ความผิดของเธอเลยนะพีท…ทุกคนต่างก็มีเื่ยากที่ต้องเผชิญแต่พี่จะอยู่ข้างๆ เธอเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม”
คำพูดของเธอไม่เพียงแค่ทำให้ความรู้สึกผิดของผมเบาบางลงแต่ยังทำให้ผมรู้สึกถึงความเข้มแข็งในตัวเธอที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเธอไม่ใช่เพียงแค่คนใจดี แต่เธอคือคนที่พร้อมจะปกป้องผมไม่ว่าผมจะรู้สึกอ่อนแอแค่ไหนก็ตาม
พีทกำหมัดแน่นสายตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน “ถ้าผมไม่อ่อนแอละก็ผมจะจัดการพวกมันให้ได้ผมจะทำให้พวกมันรู้สึกถึงความเ็ปเหมือนที่พวกมันทำกับพวกเรา”
เสียงของพีทเต็มไปด้วยความแค้นเขาไม่สามารถลืมภาพที่พี่ฟางโดนรังแกได้ มันเหมือนฝันร้ายที่ไม่ยอมจางหายจากใจเขา้าแก้แค้น ้าให้พวกนั้นได้รับสิ่งที่พวกเขาสมควรได้รับ
พี่ฟางส่ายหัวน้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความห่วงใยและความเด็ดขาด “หยุดนะพีทห้ามคิดแบบนั้นเด็ดขาด ถ้าเธอคิดแบบนั้น เธอจะไม่ต่างอะไรจากพวกเขาเลย”
เธอจับไหล่ของพีทแน่นมองเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธของเขาพยายามที่จะดึงเขากลับมาสู่ความเป็จริง เธอรู้ดีว่าความแค้นไม่ได้ช่วยแก้ไขอะไรแต่จะทำให้เขายิ่งจมลึกลงไปในความทุกข์ทรมาน
พีทเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อ“ไม่เหมือนกันสักหน่อย พวกนั้นนะมันเลว พวกมันทำให้พี่สาวต้องร้องไห้!พวกมันสมควรได้รับการลงโทษ”
น้ำเสียงของเขาสั่นคลอนไปด้วยอารมณ์ความโกรธทำให้เขาไม่สามารถคิดอย่างมีเหตุผลได้ความยุติธรรมในสายตาของเขาคือการทำให้พวกที่รังแกคนอื่นต้องรู้สึกถึงความเ็ปเช่นเดียวกัน
พี่ฟางมองพีทด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยน้ำเสียงของเธออ่อนโยนแต่หนักแน่น“แต่นั่นก็ไม่ควรจะเป็เหตุผลที่จะทำให้เธอทำแบบพวกเขานะพีทเธอต้องรู้ว่าการแก้แค้นด้วยความรุนแรงไม่ได้ช่วยอะไรเลย ในตอนแรกพวกเขาเองก็อาจเคยเป็เหมือนเธอ คนที่ถูกกลั่นแกล้ง ถูกทำร้ายจากคนอื่นจนสุดท้ายพวกเขาก็ปล่อยให้ความเกลียดชังครอบงำและเลือกที่จะกลายเป็คนแบบที่พวกเขาเกลียด”
เธอถอนหายใจเบาๆก่อนจะพูดต่อ “มันเป็การเลือกเส้นทางที่ผิดและมันจะนำพาไปสู่ความเ็ปที่ไม่มีวันจบสิ้น…ฉันไม่อยากให้เธอเลือกเส้นทางผิดแบบที่พวกเขาเลือกนะพีท ฉันเชื่อว่าเธอแข็งแกร่งพอที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องถึงแม้ว่ามันจะยากลำบากก็ตาม”
เธอย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาของพีทจับไหล่เขาเบาๆ พร้อมกับมองเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความสับสน“พีท...เธอมีพลังในการตัดสินใจ ไม่ใช่แค่ตามอารมณ์เธอสามารถเลือกที่จะเป็คนที่ดีกว่า เป็คนที่ไม่ปล่อยให้ความเกลียดชังครอบงำเธอไม่ต้องเป็เหมือนพวกนั้น เธอสามารถเลือกเส้นทางของตัวเองได้”
พีทยังคงนิ่งไปกับคำพูดของพี่ฟางความคิดของเขาว้าวุ่นระหว่างความโกรธและความรู้สึกผิด แต่ลึกๆในใจของเขารู้ว่าพี่ฟางพูดถูก...
พีทยืนอยู่ตรงนั้นสายตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและท้อแท้ “แล้วผมต้องทำยังไงล่ะพี่ฟาง ต้องอดทนแบบนี้ไปตลอดเลยเหรอ”
ก่อนที่พี่ฟางจะตอบเสียงของพี่เลี้ยงผู้ชายอีกคนก็ดังขึ้น แม็กเดินเข้ามาใกล้ท่าทางของเขาดูจริงจังและหนักแน่น “สู้กลับสิ การปกป้องตัวเองมันไม่ผิดหรอกนะ”
ฟางหันไปมองแม็กด้วยสายตาที่ไม่เห็นด้วย“เดี๋ยวสิ แม็ก อย่าสอนพีทให้ใช้ความรุนแรงสิ มันไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา”
แม็กส่ายหัวรอยยิ้มที่มุมปากของเขาบ่งบอกถึงความเชื่อมั่นในคำพูดของตัวเอง “นายนะมันอ่อนแอพีทเลยโดนทำร้ายอยู่แบบนี้ตลอด ถ้าไม่อยากโดนทำร้ายอีกก็จงเลิกอ่อนแอซะลุกขึ้นมาสู้และห้ามยอมแพ้เด็ดขาด”
คำพูดของแม็กเต็มไปด้วยความเข้มแข็งเขาเชื่อว่าการปกป้องตัวเองคือหนทางที่จะไม่ให้ใครมาเหยียบย่ำพีทมองแม็กด้วยความสับสน เขารู้สึกถึงพลังในคำพูดของแม็ก แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ยังจำคำเตือนของพี่ฟางได้
พี่ฟางหันกลับมามองพีทน้ำเสียงของเธออ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยความหนักแน่น“พีท...ความเข้มแข็งไม่ได้หมายความว่าต้องใช้ความรุนแรงเธอสามารถเข้มแข็งได้โดยไม่ต้องทำร้ายใครพี่ไม่อยากเห็นเธอกลายเป็เหมือนพวกที่รังแกเธอหรอกนะ”
บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบมีเพียงเสียงลมหายใจของพีทที่หนักหน่วง เขารู้ว่าคำตอบนั้นอยู่ในใจของเขาเองแต่การตัดสินใจนี้เป็สิ่งที่ยากยิ่ง เพราะไม่ว่าทางไหนก็มีผลลัพธ์ที่เขาจะต้องแบกรับ
พี่ฟางยืนมองแม็กด้วยสายตาที่แน่วแน่และไม่ยอมแพ้"นายจะไปไหนก็ไปเลย แม็ก ฉันไม่สนหรอก ฉัน้าให้พีทเติบโตเป็เด็กที่ดีการใช้ความรุนแรงเพื่อแก้ปัญหามันไม่ใช่ทางออก"
แม็กเบิกตาเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจเบาๆ เขาหันหลังเดินออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ “ชิ...คิดว่าโลกนี้มันสวยงามอย่างนั้นเหรอ”
เสียงฝีเท้าของแม็กค่อยๆเลือนหายไป ทิ้งไว้เพียงพีทและพี่ฟางที่ยังคงยืนอยู่ในความเงียบความสับสนในใจของพีทยังคงหลงเหลืออยู่ เขามองลงไปที่พื้นน้ำเสียงของเขาแ่เบาเต็มไปด้วยความเศร้า “ผมขอโทษนะพี่ฟาง...ที่ผมมันอ่อนแอ”
พี่ฟางเดินเข้ามาใกล้พีทเธอวางมือเบาๆ บนไหล่ของเขา พร้อมกับยิ้มให้กำลังใจ "พีททุกคนก็ล้วนเคยอ่อนแอกันทั้งนั้นแหละนะ ฉันเองก็เคยอ่อนแอเหมือนกัน"
เธอนั่งลงข้างๆพีท ทำให้สายตาของพวกเขาอยู่ในระดับเดียวกัน "แต่พีทฉันว่าเธอไม่อ่อนแอหรอกนะ รู้ไหมว่าทำไม เพราะการที่เธอยังยืนอยู่ตรงนี้ ทั้งๆที่ต้องเผชิญกับความเ็ปมามากแค่ไหนนั่นคือข้อพิสูจน์ว่าเธอแข็งแกร่งจริงๆ"
พี่ฟางยิ้มอย่างอบอุ่น"และฉันเชื่อว่าเธอจะยังแข็งแกร่งขึ้นไปอีกได้นะพีท การอดทนไม่ใช่ความอ่อนแอมันคือความกล้าหาญที่จะไม่ปล่อยให้ตัวเองถูกทำลาย"
พีทมองพี่ฟางด้วยสายตาที่เริ่มสดใสขึ้นเล็กน้อยความอบอุ่นจากคำพูดของเธอทำให้เขารู้สึกดีขึ้น เขาพยักหน้าเบาๆ"ครับพี่...ผมจะพยายามครับ"
พี่ฟางยิ้มรับคำตอบของพีทและในขณะนั้นเองสายลมที่พัดผ่านก็เหมือนกับการปลดปล่อยความรู้สึกหนักอึ้งที่พีทเคยแบกรับไว้ตลอดมา
หลังจากที่พวกเราแยกย้ายกันไปพีทยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจทำบางสิ่งบางอย่างที่อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาแม้ฟางจะไม่อยากให้เขาใช้ความรุนแรงแต่พีทรู้ดีว่าเขาไม่อาจยืนเฉยเมื่อคนสำคัญต้องเ็ปการตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความแค้น แต่จากความ้าที่จะปกป้องผู้คนที่เขารัก
พีทเริ่มฝึกร่างกายอย่างจริงจังทุกเช้าและทุกเย็น เขาทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการฝึกฝนเขาออกวิ่งเมื่อฟ้ายังไม่สว่าง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฝึกหมัด ฝึกเตะฝึกความแข็งแกร่งของตัวเองเพื่อให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
วันแล้ววันเล่าพีทยังคงยืนหยัดอยู่ในการฝึก แม้จะต้องเผชิญกับความเหนื่อยล้าและความเ็ปแต่เขาไม่เคยหยุด วันไหนที่เขาถูกทำร้าย เขาเลือกที่จะสู้กลับ แม้จะยังไม่ชนะแต่เขาไม่ปล่อยให้ตัวเองยอมแพ้ง่ายๆ ถึงจะแพ้ก็เถอะ เขาแพ้แล้ว แพ้อีกวนเวียนอยู่แบบนั้น
แต่ทุกครั้งที่เขาล้มลงพีทจะลุกขึ้นมาอีกครั้งเขาเริ่มตระหนักว่าความแข็งแกร่งไม่ใช่เพียงแค่การมีพละกำลังแต่คือการมีความกล้าหาญที่จะลุกขึ้นใหม่ทุกครั้งที่ล้มลงความอดทนที่เขาได้ฝึกมานานไม่เพียงแต่ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นแต่จิตใจของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วย
แม้จะยังไม่มีชัยชนะแต่พีทรู้ว่าทุกครั้งที่เขาลุกขึ้นต่อสู้ เขากำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่เขาเลือกเองและเขาเชื่อว่าสักวันหนึ่งความพยายามทั้งหมดนี้จะทำให้เขาเป็คนที่สามารถปกป้องคนสำคัญได้อย่างแท้จริง
จนกระทั่งวันหนึ่งวันที่พีทรอคอยมานานก็มาถึง เขาสามารถเอาชนะพวกที่เคยรังแกเขาได้ในการต่อสู้ความแข็งแกร่งที่เขาสร้างขึ้นจากการฝึกฝนไม่เพียงแต่ทำให้เขาอยู่เหนือพวกนั้นในด้านพละกำลังแต่ยังทำให้เขาเข้าใจถึงความสำคัญของการควบคุมตนเอง
แม้จะมีโอกาสที่จะเอาคืนหรือรังแกพวกนั้นกลับแต่พีทเลือกที่จะไม่ทำ เขาใช้เพียงการป้องกันตัวเท่านั้นเมื่อตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน เขาไม่ตอบโต้ด้วยความแค้นหรือความโกรธพวกที่เคยรังแกเขาเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวเขา และในที่สุดพวกเขาก็เลิกรังแกพีทไปเอง
แม็กที่เฝ้าดูการกระทำของพีทมาตลอดมองเด็กหนุ่มที่เคยอ่อนแอกลายเป็คนที่แข็งแกร่งและยืนหยัดได้ด้วยตนเองความภาคภูมิใจฉายชัดในดวงตาของเขาเขาเอ่ยปากชมด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความชื่นชม “ไอหนู ฉันภูมิใจในตัวแกจริงๆว่ะ สุดยอดมาก!”
พีทยิ้มเบาๆกับคำชมของแม็ก แต่เมื่อหันไปหาพี่ฟาง เขาเห็นเพียงรอยยิ้มที่อบอุ่นแต่ไม่ใช่คำชมที่เขาคาดหวัง
ฟางมองพีทด้วยสายตาที่อ่อนโยน“ฉันจะไม่ชมนายหรอกนะ เพราะนายเลือกใช้ความรุนแรง แต่...”เธอหยุดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความชื่นชม“นายน่ะเก่งมากเลยนะที่ผ่านทุกสิ่งทุกอย่างมาได้โดยไม่ปล่อยให้ความแค้นครอบงำจิตใจฉันภูมิใจในตัวนายจริงๆ พีท”
พีทรู้สึกถึงความอุ่นใจที่เต็มเปี่ยมเขารู้ว่าคำพูดของพี่ฟางไม่ได้หมายถึงการชนะในการต่อสู้แต่หมายถึงการชนะในใจของเขาเองการไม่ยอมปล่อยให้ความโกรธและความแค้นกลายเป็ตัวกำหนดชีวิตของเขา
ปัจจุบัน...หลายปีผ่านไปนับั้แ่วันที่พีทออกจากบ้านเด็กกำพร้าชีวิตของเขาผ่านพ้นความยากลำบากมามากมาย แต่วันนี้เขายืนอยู่ในสังเวียนที่แตกต่างจากที่เคยเป็ในอดีต ณ สังเวียนเถื่อนแห่งหนึ่งเสียงเชียร์และเสียงโห่ของผู้ชมดังก้องไปทั่วสถานที่ แต่สำหรับพีท เสียงเ่าั้ดูเหมือนจะเลือนลางลงในหูของเขา
พีทอยู่ในสังเวียนต่อสู้โดนหมัดแย็บซ้ายกระแทกเข้าที่ใบหน้าอย่างจังตามด้วยหมัดตรงขวาที่ตามมาอย่างรวดเร็วหมัดฮุคที่แรงพอจะทำให้ร่างกายของเขาสั่นคลอนจนล้มลงไปบนพื้นแข็งทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าที่เขาจะตั้งตัวได้
แต่แทนที่พีทจะรีบลุกขึ้นมาต่อสู้เขากลับเลือกที่จะนอนอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้คู่ต่อสู้เตะซ้ำเข้าใส่เขาแบบรัวๆทุกครั้งที่ปลายเท้ากระแทกเข้ากับร่างกาย เขารู้สึกได้ถึงความเ็ปแต่ความเ็ปนั้นไม่ได้ทำให้เขาขยับตัว
กรรมการรีบเข้ามายุติการต่อสู้เสียงนกหวีดดังขึ้นเพื่อประกาศให้คู่ต่อสู้ของพีทเป็ผู้ชนะผู้ชมบางคนเชียร์ด้วยความดีใจ ในขณะที่คนอื่นๆ ก็ดูเหมือนจะไม่สนใจผลลัพธ์นั้นนัก
พีทยังคงนอนอยู่บนพื้นั์ตาของเขามองขึ้นไปยังเพดานสังเวียนที่สกปรกและเต็มไปด้วยรอยบิ่นเขารู้ดีว่าตัวเองอาจจะลุกขึ้นมาต่อสู้ได้ แต่เขากลับเลือกที่จะไม่ทำเช่นนั้น
พีทค่อยๆ ลุกขึ้นจากพื้นสังเวียนเสียงโห่ร้องของผู้คนดังก้องไปทั่ว บางคนแสดงความผิดหวัง บางคนเชียร์อีกฝ่ายที่ชนะแต่พีทไม่ได้แสดงอาการใดๆ ใบหน้าของเขาเ็าราวกับว่าความเ็ปและเสียงโห่เ่าั้ไม่สามารถเข้าถึงเขาได้อีกแล้ว
เขาเดินออกจากสังเวียนฝ่าฝูงชนที่ยังคงจับจ้องมาที่เขา สายตาเ่าั้เต็มไปด้วยคำถามและความสงสัยแต่พีทไม่สนใจ สิ่งเหล่านี้มันไม่ใช่เื่ใหม่สำหรับเขานี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาต้องล้มมวย และมันก็จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายเช่นกัน
พีทเดินไปหาชายคนหนึ่งที่ยืนรออยู่ในมุมมืดชายคนนั้นส่งซองเงินให้พีทด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ “แสดงได้ดีนะ เจ็บไหมละนั้น”
พีทรับซองเงินโดยไม่มองหน้าชายคนนั้นเขากลับตอบด้วยน้ำเสียงที่เ็าและแฝงไปด้วยความเหนื่อยล้า"ลองโดนเองดูไหมล่ะ"
ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆแต่ไม่ได้ตอบอะไร เขารู้ดีว่าพีทไม่้าคำตอบไม่ว่าเงินที่เขาจ่ายไปจะมากแค่ไหนมันก็ไม่อาจแทนที่ความเหนื่อยล้าที่สะสมอยู่ในใจของพีทได้
พีทเดินออกไปจากสถานที่นั้นโดยทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความคิดที่หวนกลับไปสู่วันที่เขาเคยต่อสู้เพื่อบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเองแต่ตอนนี้ การต่อสู้ที่เขาเผชิญอยู่ไม่ใช่เพื่อความยุติธรรมหรือเพื่อใครอื่นมันเป็เพียงการอยู่รอดในโลกที่โหดร้าย และเงินในมือของเขาก็เป็เพียงสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าชีวิตของเขายังดำเนินต่อไป
พีทเดินอย่างเงียบๆกลับไปยังห้องพักของเขา ท้องฟ้าเริ่มมืดลงแสงไฟจากถนนส่องผ่านไปยังทางเดินที่เงียบสงัด เขาสอดมือไว้ในกระเป๋ากางเกงสายตาของเขามองตรงไปข้างหน้า แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความคิดที่วนเวียน
ระหว่างทางความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวของพีท มันเป็ความคิดที่เขาไม่คาดฝันแต่กลับไม่อาจละเลยได้ เขาตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางเดินไปยังสถานที่หนึ่งที่เขาไม่ได้เยี่ยมเยียนมานานบ้านเด็กกำพร้าที่เคยเป็บ้านของเขา
เมื่อเขาไปถึงบ้านเด็กกำพร้าความทรงจำมากมายก็ถาโถมเข้ามาในหัวใจรั้วที่เคยเก่าและเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนยังคงอยู่เหมือนเดิมบรรยากาศที่คุ้นเคยยังไม่เปลี่ยนไปมากนัก เสียงเด็กๆ ที่วิ่งเล่นกันอยู่ในลานทำให้เขาหวนคิดถึงวันเวลาที่เคยผ่านมาที่นี่
ทันทีที่เขาก้าวเข้ามาในบ้านเด็กกำพร้าเขาก็ได้พบกับคนที่เขารู้จักดี แม็กพี่เลี้ยงที่เคยให้คำแนะนำกับเขาในวันที่ยากลำบาก
“พี่แม็กสวัสดีครับ” พีทยกมือไหว้ทักทาย น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเคารพแม็กที่ยืนอยู่ตรงนั้นหันมามองพีทด้วยรอยยิ้มกว้าง ท่าทางยังคงเหมือนเดิมแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือเวลาที่ผ่านไปหลายปี
“เอาไงพีทไม่เจอกันนานเลยนะ” แม็กพูดด้วยน้ำเสียงกระฉับกระเฉง “ตัวใหญ่ขึ้นเยอะเลยนะดูท่าจะแข็งแรงขึ้นมากเลยสิ”
พีทยิ้มเล็กน้อยแม้จะมีความเปลี่ยนแปลงในตัวเขาแต่ในใจยังคงมีความรู้สึกเชื่อมโยงกับสถานที่แห่งนี้ “ก็นิดหน่อยครับพี่”เขาตอบอย่างเรียบง่ายแต่ในใจของเขารู้ดีว่าการเติบโตของเขาไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ในร่างกายเท่านั้นแต่ในจิตใจด้วย
แม็กพยักหน้าแล้วตบไหล่พีทเบาๆ“แล้วเป็ไงบ้างล่ะ ั้แ่ออกไปจากที่นี่ ชีวิตดีขึ้นไหม”
พีทนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งเขาเหลือบตามองไปรอบๆบ้านเด็กกำพร้าที่ครั้งหนึ่งเคยเป็ที่หลบภัยและที่แห่งความเ็ปของเขาความทรงจำทั้งดีและร้ายผสมปนเปกันไป แต่ตอนนี้ สิ่งที่สำคัญคือเขายืนอยู่ตรงนี้ได้
แม็กมองพีทด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความภูมิใจ“นายเป็นักสู้ในสังเวียนเถื่อนสินะ สุดยอดมากเลยเด็กขี้แยที่ฉันเคยรู้จักในวันนั้น โตขึ้นมาเป็นักสู้เต็มตัวแล้วฉันเคยไปดูนายสู้มาแล้วนะ เห็นนายยืนอยู่ในสังเวียนฉันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลย"
พีทยิ้มบางๆขณะที่เขาหัวเราะออกมาเบาๆ “ก็แพ้ซะส่วนมากนะครับ ฮาฮาฮา”เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะล้อเล่นกับตัวเอง แต่ในใจลึกๆเขาก็รู้ว่านี่คือความจริง
แม็กส่ายหัวพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปากเขาตบไหล่พีทอย่างเป็กันเอง “นายอ่อนให้ต่างหากล่ะ ฉันดูออกนะ”น้ำเสียงของแม็กเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นเขารู้จักพีทดีเกินกว่าที่พีทจะปิดบังอะไรได้
พีทยืนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถามออกมาอย่างระมัดระวัง "ว่าแต่พี่ฟาง เขายังทำงานอยู่ที่นี่ไหมครับ"
แม็กที่เคยยิ้มอยู่เมื่อครู่กลับเปลี่ยนเป็เงียบลงสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยราวกับมีบางอย่างที่เขาไม่อยากพูดออกมา"ฟางเหรอ...คือว่า เื่นั้น..." น้ำเสียงของเขาลังเลเหมือนกับกำลังพยายามหาคำพูดที่เหมาะสม
พีทเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติในท่าทางของแม็กความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้น "มีเื่อะไรเหรอครับพี่แม็ก?เกิดอะไรขึ้นกับพี่ฟางเหรอ?"
แม็กถอนหายใจลึกราวกับกำลังแบกรับภาระที่หนักอึ้งไว้บนบ่า เขาหันไปมองรอบๆก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลง "เอ่อ...คือว่า...พี่ฟางเขา..."เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ราวกับไม่แน่ใจว่าจะพูดต่ออย่างไรดี
พีทขยับเข้าไปใกล้แม็กมากขึ้นใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล "พี่แม็ก ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับพี่ฟางผมอยากรู้ครับ ไม่ว่าจะเป็เื่อะไรก็ตาม"
แม็กหันกลับมามองพีทเขามองเห็นความจริงจังในสายตาของพีท เขารู้ดีว่าพีทควรจะรู้ความจริงแต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ไม่อยากทำให้พีทต้องเ็ป“ฉันไม่รู้ว่าควรจะบอกนายดีไหมพีท… มันเป็เื่ที่ยากจะพูดออกมา”
ความเงียบครอบงำระหว่างทั้งสองคนบรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดนิ่ง พีทจับจ้องไปที่แม็กรอคำตอบที่อาจเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง
พีทมองไปที่แม็กด้วยความคาดหวัง"เป็เื่ดีหรือร้ายล่ะพี่ ถ้าเป็เื่ดี พี่ฟางได้ไปเจอสิ่งดีๆ ก็ไม่เป็ไรครับผมยินดีด้วย"
แม็กยังคงเงียบอยู่ไม่ได้พูดอะไร ใบหน้าของเขาดูอึดอัดอย่างชัดเจน ความลังเลปรากฏขึ้นในสายตาของเขาพีทสังเกตเห็นแต่ก็ไม่อยากกดดันต่อไป เขาพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินกลับ"งั้นผมไปก่อนนะครับพี่"
ทันใดนั้นเสียงของแม็กก็แทรกขึ้นมาอย่างกระทันหัน “เดี๋ยวก่อน!”น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหนักใจและไม่แน่ใจแต่เขาก็ตัดสินใจพูดความจริงออกมาในที่สุด "ฟาง...เขาโดนเอาตัวไป"
พีทหยุดชะงักหัวใจของเขาเต้นรัวในทันที ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งเขาหันกลับมามองแม็กด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและใ"พี่หมายความว่าไง โดนเอาตัวไป ใครเอาตัวพี่ฟางไป"
พีทขยับตัวเข้าหาแม็กด้วยความเร่งร้อน"พี่หมายความว่ายังไง เอาตัวไปเมื่อไหร่ ใครกันที่ทำแบบนั้น"
แม็กถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้าก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล "หลายเดือนก่อนแล้ว...มีพวกอันธพาลกลุ่มหนึ่งเข้ามา พวกมันมาเอาตัวฟางไปเท่าที่ฉันรู้และได้ยินในเหตุการณ์ ฟางเขาไปกู้เงินจากพวกมันมาแต่จ่ายไม่ทันตามกำหนด... ก็เลยถูกพวกมันเอาตัวไปเพื่อเป็การข่มขู่พวกนั้นน่าจะเป็คนของเสี่ยชาตรี"
พีทนิ่งไปชั่วขณะเมื่อได้ยินชื่อนั้นความรู้สึกเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย "เสี่ยชาตรีเหรอ..."
แม็กมองพีทด้วยความสงสัยและเริ่มเชื่อมโยงข้อมูลบางอย่าง"นายรู้จักเสี่ยชาตรีเหรอ"
พีทพยักหน้าเบาๆสายตาของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด"เขาเป็เ้าของสังเวียนเถื่อนที่ฉันสู้มาหลายครั้งเขายังเป็เ้าของผับและสถานบันเทิงอีกหลายๆ แห่ง...ฉันรู้จักเขาเป็อย่างดี"
แม็กเลิกคิ้วเล็กน้อยน้ำเสียงของเขาเริ่มเต็มไปด้วยความกังวลมากขึ้น "ถ้านายรู้จักเขา...งั้นมันก็อาจจะเป็โอกาสดีที่นายจะช่วยฟางได้นายอาจจะใช้ความรู้ที่มีเกี่ยวกับเสี่ยชาตรีในการตามหาเธอ"
พีทยืนนิ่งไปสักครู่ความคิดของเขาหมุนวนไปมา เขารู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับเสี่ยชาตรีไม่ใช่เื่ง่ายคนอย่างเสี่ยชาตรีเป็เ้าพ่อที่มีอำนาจและอิทธิพลมากมายการที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเขาอาจนำไปสู่ปัญหามากมายแต่พีทรู้ว่าเขาไม่มีทางเลือก ถ้าเขาจะช่วยพี่ฟาง เขาต้องเผชิญหน้ากับคนที่มีอำนาจเหนือชีวิตของเขาในปัจจุบัน
"ฉันต้องหาทางช่วยพี่ฟาง"พีทพูดด้วยน้ำเสียงที่แน่วแน่"ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอตกอยู่ในมือพวกนั้นนานกว่านี้"
แม็กมองพีทด้วยความรู้สึกผสมปนเปทั้งห่วงใยและชื่นชม "นายแน่ใจแล้วใช่ไหมพีท ทางนี้มันอันตรายนะเสี่ยชาตรีไม่ใช่คนที่เล่นด้วยง่ายๆ"
พีทพยักหน้าอย่างมั่นใจ"ฉันรู้...แต่ฉันไม่สามารถปล่อยพี่ฟางไว้แบบนี้ได้ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง"
แม็กถอนหายใจพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ "ก็นะเพราะงี้แหละฉันถึงไม่กู้เงินนอกระบบ มันพาไปสู่ปัญหามากมายโดยที่ไม่รู้ตัว"
พีทยืนฟังคำพูดของแม็กแต่ในใจของเขากลับคิดถึงสิ่งที่ต้องทำต่อไป ความกังวลและความตื่นตัวพุ่งพล่านในใจร่างกายของเขาเริ่มเคลื่อนไหวอย่างไม่รอช้า เขาหันหลังกลับแล้วเริ่มออกวิ่งไปทันที
"ผมไปก่อนนะพี่แม็ก!"เสียงของพีทดังขึ้นขณะที่เขาวิ่งไปตามถนนแสงไฟส่องประกายลงบนร่างกายของเขาที่กำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเหมือนเขาไม่สามารถรอช้าได้อีกต่อไป
แม็กมองตามร่างของพีทที่กำลังวิ่งหายไปในความมืดความรู้สึกห่วงใยฉายชัดในดวงตาของเขา "อย่าทำอะไรเกินตัวล่ะพีท...ระวังตัวด้วย" เขาพูดกับตัวเองเบาๆ ราวกับจะเตือนเพื่อนเก่าแม้จะรู้ว่าคำพูดของเขาคงไม่สามารถหยุดพีทได้
พีทวิ่งไปด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นทุกก้าวที่เขาวิ่งคือการเข้าใกล้กับการเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีอำนาจเหนือกว่าแต่ในใจของเขา เขารู้ดีว่าเขาต้องทำสิ่งนี้เพื่อช่วยคนที่สำคัญกับเขาไม่ว่าจะต้องเผชิญกับอะไร เขาจะไม่ยอมแพ้
ณ ผับแห่งหนึ่งแสงไฟนีออนสีสันสลัวๆ ส่องผ่านป้ายหน้าร้าน สถานที่เงียบสงัดใน่เวลานี้ดูเหมือนจะยังไม่พร้อมสำหรับการเปิดให้บริการความเงียบที่ปกคลุมทั่วบริเวณทำให้สถานที่นี้ดูน่ากลัวและเยือกเย็น
พีทเดินตรงไปที่ทางเข้าผับการ์ดตัวใหญ่ในชุดสูทดำยืนเฝ้าอยู่ตรงประตูใบหน้าของเขาเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความข่มขู่เขาเหลือบมองพีทก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "ร้านยังไม่เปิด"
พีทยืนตรงนั้นด้วยความมุ่งมั่น“ฉันต้องพบคุณชาตรีนะ”
การ์ดหรี่ตามองพีทอย่างระแวดระวังก่อนจะถามต่อด้วยน้ำเสียงเข้มข้น "ได้นัดไว้หรือเปล่า"
พีทส่ายหัวเบาๆก่อนจะตอบอย่างตรงไปตรงมา “ไม่ได้นัดไว้ครับ”
การ์ดยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน"ถ้างั้นก็ไปนัดไว้ก่อน แล้วค่อยมาใหม่"
พีทรู้สึกถึงความเยือกเย็นที่ปกคลุมในสถานการณ์นี้แต่เขาไม่มีเวลาที่จะยอมแพ้ “คือว่ามีเื่สำคัญต้องคุยกับคุณชาตรีนะมันเป็เื่เร่งด่วนจริงๆ”
การ์ดยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มเ็า"ทุกคนที่มาที่นี่ต่างก็คิดว่าเื่ของตัวเองสำคัญทั้งนั้นแต่ที่นี่...ไม่มีใครเข้าไปโดยไม่ได้นัด"
ความกดดันเริ่มถาโถมใส่พีทความตั้งใจของเขาไม่สั่นคลอนเขารู้ว่าเขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเข้าไปหาคนที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้แม้ว่ามันจะอันตรายแค่ไหนก็ตาม
พีทยืนอยู่ตรงหน้าประตูผับเขาหายใจลึก พยายามควบคุมสติของตัวเอง "ขอร้องล่ะ ให้ฉันไปพบเขาเถอะ"น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความสิ้นหวังและความมุ่งมั่น
การ์ดหน้าผับหัวเราะเบาๆแต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน "งั้นได้ร้องแน่"
ทันใดนั้นการ์ดหน้าผับปล่อยหมัดตรงพุ่งเข้ามาที่ใบหน้าของพีทแต่พีทไวพอที่จะหลบได้อย่างฉิวเฉียดเขาหมุนตัวและสวนกลับด้วยหมัดตรงที่พุ่งเข้ากระแทกปลายคางของการ์ดอย่างจังแรงกระแทกส่งให้ร่างใหญ่ของการ์ดล้มลงไปกับพื้นหมดสติ
พีทยืนหอบเล็กน้อยก่อนจะพูดเบาๆ "นายเริ่มก่อนนะ" เสียงของเขานิ่งสงบแต่ในใจเต็มไปด้วยความระมัดระวัง เขาไม่อาจผ่อนคลายได้ในสถานการณ์นี้
พีทเดินเข้าประตูไปข้างในมีพนักงานบางคนกำลังเก็บร้านอยู่ แต่ทุกสายตาก็หันมาจับจ้องที่เขาอย่างใเสียงก้าวเท้าของเขาดังก้องไปทั่วห้องที่เงียบสงบก่อนที่การ์ดอีกสี่คนจะเดินเข้ามาขวางทางเขา
หนึ่งในการ์ดส่งเสียงดังด้วยความสงสัย"ไอ้นี่เข้ามาได้ไง"
อีกคนหนึ่งเดินไปเปิดประตูมองเห็นการ์ดที่นอนหมดสติอยู่บนพื้น ร่างของเขานิ่งสนิทไม่ไหวติงการ์ดหันกลับมามองเพื่อนร่วมทีมแล้วะโสั่งด้วยความดุดัน "จับมัน"
การ์ดทั้งสี่พุ่งเข้ามาทางพีททันทีสถานการณ์ตึงเครียดขึ้นอีกครั้งพีทต้องเผชิญหน้ากับพวกมันด้วยความเร็วและความแม่นยำ เขาเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งนี้เพราะเขารู้ดีว่าไม่สามารถถอยกลับได้แล้ว
การ์ดทั้งสี่คนพุ่งเข้ามาพร้อมกันร่างกายที่ใหญ่โตและเต็มไปด้วยพลังของพวกเขาทำให้ห้องดูเล็กลงไปทันทีแต่พีทยังคงนิ่งสงบ สายตาของเขาจับจ้องที่การเคลื่อนไหวของพวกมันทุกคน
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วการ์ดคนแรกพุ่งหมัดเข้ามา แต่พีทหลบอย่างคล่องแคล่วเขาหมุนตัวและสวนหมัดกลับอย่างแม่นยำหมัดของเขากระแทกเข้าที่กรามของการ์ดจนอีกฝ่ายเซไปข้างหลัง
อีกสามคนพุ่งเข้ามาพีทใช้ความเร็วและทักษะที่ได้รับจากสังเวียนเถื่อนมามากมายหลบหมัดและเตะอย่างมีประสิทธิภาพเขาตอบโต้ทุกการโจมตีด้วยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและหนักหน่วงจนการ์ดแต่ละคนเริ่มล้มลงไปทีละคน
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดของในร้านถูกทำลาย เสียงกระแทกดังขึ้นเรื่อยๆ โต๊ะและเก้าอี้ถูกชนล้มลงเศษแก้วแตกกระจายบนพื้น แต่พีทไม่ยอมให้สถานการณ์นี้ทำให้เขาช้าลงเขายังคงต่อสู้ต่อไปด้วยทักษะที่เหนือกว่า
แม้จะเป็การต่อสู้4 รุม 1แต่ด้วยประสบการณ์จากสังเวียนเถื่อนที่เขาฝึกฝนมานานพีทจึงสามารถพลิกสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว จากที่เขาถูกล้อมกลายเป็เขาที่ไล่โจมตีพวกมันทีละคน การ์ดที่เคยเป็ฝ่ายรุกกลายเป็ฝ่ายตั้งรับร่างกายของพวกเขาเริ่มอ่อนล้าจากการโดนโจมตีอย่างหนักหน่วง
พีทยังคงไม่หยุดเขาหลบหมัดและตอบโต้กลับด้วยการเตะที่รวดเร็วและรุนแรง จนกระทั่งในที่สุดการ์ดทั้งสี่คนล้มลงไปกับพื้น าเ็และไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีก
ทันใดนั้นเสียงเข้มและดุดันดังขึ้นจากทางเข้าห้อง "พวกมึงหยุด"
พีทหันไปมองทันทีเสี่ยชาตรีเดินเข้ามาพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งที่ตามมาด้วยทุกคนในห้องต่างเงียบสงบลงทันทีเมื่อเห็นเขาปฏิกิริยาของพนักงานและการ์ดที่ยังคงยืนอยู่บ่งบอกถึงความเคารพและความหวาดกลัวต่อบุคคลนี้
พีทรู้จักชายคนนี้เป็อย่างดีพล ฉายามนุษย์เหล็ก ผู้ที่ไม่มีใครเคยเอาชนะได้ในสังเวียนเถื่อนชายที่มีชื่อเสียงโด่งดังไม่เพียงแค่เพราะความแข็งแกร่งแต่ยังเพราะความโเี้ที่แฝงอยู่ในทุกการเคลื่อนไหวของเขา
พลเคยเป็แชมป์โลกมวยไทยชายผู้ที่ไม่มีใครกล้าสู้หน้า แต่เส้นทางของเขาถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันอย่างถาวรหลังจากที่เขาฆ่าคู่ต่อสู้ในสังเวียนถูกปฏิเสธจากโลกของกีฬาอาชีพ พลหันไปสู่โลกใต้ดินสังเวียนเถื่อนกลายเป็บ้านของเขา ที่นี่ไม่มีใครสามารถยืนหยัดต่อกรกับเขาได้ไม่ว่าจะเป็หมัดหรือเตะ คู่ต่อสู้ของเขาแทบไม่มีโอกาสได้ทำอะไรร่างกายของพลรับทุกการโจมตีโดยไม่สะทกสะท้าน เหมือนเขาไม่มีความรู้สึกเ็ป
เสี่ยชาตรีหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพีทสายตาของเขามองไปยังการ์ดที่ล้มอยู่บนพื้นก่อนจะกลับมาจ้องพีทอย่างเยือกเย็น"เกิดเหี้ยอะไรขึ้นที่นี่?"
พีทยืนตัวตรงพยายามเก็บความกังวลที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจเขารู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับเสี่ยชาตรีและพลไม่ใช่เื่เล่นๆ แต่เขาไม่มีทางเลือก"คุณชาตรี ผมอยากจะคุยกับคุณ" พีทพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นแม้จะรู้สึกถึงความตึงเครียดที่กดดันเขาอยู่ก็ตาม
พลยืนข้างๆเสี่ยชาตรีด้วยท่าทางเงียบขรึม แต่สายตาของเขาจ้องมองพีทอย่างจับจ้องพีทรู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับเสี่ยชาตรีหมายถึงการเผชิญหน้ากับพลด้วยและนั่นอาจเป็การต่อสู้ที่เขาไม่แน่ใจว่าจะชนะได้หรือไม่
เสี่ยชาตรีจ้องมองพีทด้วยสายตาที่เ็ารอยยิ้มเล็กๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก "แก...อ้อ นักสู้คนนั้น ฉันจำได้แกคือคนที่รับงานล้มมวยใช่ไหม อย่าคิดว่าฉันดูไม่ออกนะแกนึกว่าฉันไม่รู้หรือไงว่าแกทำอะไร"
พีทยืนนิ่งรู้สึกถึงความกดดันที่เพิ่มขึ้นทุกวินาที แต่เขาพยายามไม่แสดงอาการใดๆ"ผมมาตามหาผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเคยทำงานอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้าแต่โดนคุณเอาตัวมา"
เสี่ยชาตรียืนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะเบาๆ"อ้อ...คนนั้นเอง แกเป็แฟนเธอเหรอ" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยการเยาะเย้ยขณะที่เขามองพีทจากหัวจรดเท้า ราวกับกำลังพิจารณาว่าพีทมีค่าพอที่จะสนใจหรือไม่
พีทกัดฟันแน่นความโกรธเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ แต่เขารู้ว่าการใช้ความรุนแรงไม่ได้ช่วยอะไรในตอนนี้เขาพยายามสงบสติอารมณ์และตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น"ไม่ใช่เื่นั้น...เธอเป็คนสำคัญสำหรับผมและผม้าให้คุณปล่อยเธอไป"
เสี่ยชาตรีมองพีทอย่างไม่สะทกสะท้านรอยยิ้มเย้ยหยันยังคงอยู่บนใบหน้าของเขา "แกคิดว่าฉันจะยอมปล่อยเธอไปง่ายๆงั้นเหรอ ทุกอย่างมีราคาของมันและแกก็ไม่ใช่คนที่มีอำนาจมาต่อรองกับฉันหรอกนะ"
พลที่ยืนอยู่ข้างๆเสี่ยชาตรียังคงจ้องมองพีทอย่างไม่ละสายตาร่างกายที่เต็มไปด้วยพลังและประสบการณ์การต่อสู้ทำให้บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดยิ่งขึ้น
พีทรู้ดีว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับคนที่อันตรายและมีอำนาจแต่เขาไม่มีทางเลือก หากเขา้าช่วยพี่ฟาง
เสี่ยชาตรียังคงยืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทางเ็าและมั่นใจในอำนาจของตัวเอง"เธอน่ะ เป็หนี้ฉันมากมาย แล้วแกมีเงินจ่ายหรือไง"
พีทนิ่งไปครู่หนึ่งความคิดของเขาหมุนวนไปมาเขารู้ดีว่าเงินจำนวนมหาศาลขนาดนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาสามารถหาได้ง่ายๆ"เท่าไหร่ล่ะ" พีทถามด้วยเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่น
เสี่ยชาตรียิ้มเย็น"ถ้ารวมดอกเบี้ยทั้งหมดแล้ว ก็ประมาณ...หนึ่งล้านบาท ถ้านายมีเงินจ่ายฉันก็จะปล่อยเธอไปให้"
พีทหัวใจเต้นรัว"หนึ่งล้าน..." เขาคิดในใจอย่างวิตกกังวล 'ฉันต้องใช้เวลากี่ปีวะถึงจะหาได้ขนาดนั้น เราจะให้เธอรอนานขนาดนั้นไม่ได้'ความคิดของเขาหนักอึ้งด้วยความสิ้นหวังแต่เขารู้ว่าเขาไม่สามารถปล่อยให้พี่ฟางอยู่ในสถานการณ์นี้ได้
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งพีทเงยหน้าขึ้นมองเสี่ยชาตรี "ผมไม่มีเงินจ่ายหรอกครับ แต่ได้โปรดปล่อยเธอเถอะ แล้วผมจะจ่ายคืนให้เอง ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม"
เสี่ยชาตรีหัวเราะเบาๆอย่างเย้ยหยัน ดวงตาของเขามองพีทอย่างดูถูก"คนที่เอาแต่แพ้ในสังเวียนอย่างนายเนี้ยนะ จะหามาคืน?นายคิดว่าฉันจะเชื่อคนอย่างนายได้หรือ
พีทยืนนิ่งน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง "ขอร้องล่ะ ผมสัญญาผมจะหาเงินมาคืนให้แน่ๆ"
เสี่ยชาตรียืนมองพีทด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน"ไม่ล่ะ... ไว้มีเงินแล้วค่อยมาไถเธอคืนไปนะ งั้นก็ออกไปได้แล้วฉันไม่มีเวลามาเสียกับคนที่พูดแต่ไม่ทำอะไรจริงๆ"
คำพูดของเสี่ยชาตรีเป็เหมือนน้ำมันที่ราดลงไปในกองเพลิงที่ลุกโชนอยู่ในใจของพีทความโกรธที่เขาพยายามควบคุมเริ่มพุ่งทะลุขีดจำกัดเขากำหมัดแน่นและตัดสินใจพุ่งเข้าใส่เสี่ยชาตรีทันทีความเร็วของเขาพุ่งตรงไปที่เสี่ยชาตรี แต่ก่อนที่เขาจะถึงตัว เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นพร้อมกับเงาของร่างใหญ่ที่ขวางทางเขาไว้
พลก้าวเข้ามาขวางพีทไว้ด้วยความง่ายดายร่างสูงใหญ่ของเขาเต็มไปด้วยพละกำลังที่เหนือชั้น เขาผลักพีทออกไปด้วยแรงมหาศาลจนพีทเสียหลักถอยหลังไปหลายก้าว แต่ก่อนที่พีทจะตั้งหลักได้พลยกเท้าถีบอย่างแรงใส่กลางอกของพีท ส่งให้ร่างของพีทกระเด็นไปกระแทกกับผนังห้อง
"คิดจะทำอะไรของมึง"พลพูดด้วยน้ำเสียงเข้มต่ำ ร่างกายของเขาตั้งตรงพร้อมเผชิญหน้ากับพีทสายตาที่เ็าและมั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองทำให้บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความกดดัน
พีทหอบหายใจหนักเขารู้สึกถึงความเ็ปที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย แต่เขาไม่ยอมแพ้เขาลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ตั้งการ์ดเตรียมสู้กับพลสายตาของเขาจับจ้องไปที่คู่ต่อสู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้า
พลยิ้มเ็าก่อนจะถอดเสื้อออก เผยให้เห็นร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อกล้ามเนื้อที่ถูกหล่อหลอมมาจากการต่อสู้ระดับแชมป์โลกทุกส่วนของร่างกายของเขาบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งและประสบการณ์ที่ยาวนานในสังเวียนรอยแผลเป็ที่กระจายอยู่ตามร่างกายของพลเป็เครื่องยืนยันถึงการเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้มากมายแต่ไม่มีครั้งไหนที่เขาเคยแพ้
พีทยืนเผชิญหน้ากับพลแม้จะรู้ดีว่าคู่ต่อสู้ของเขาเป็คนที่น่ากลัวที่สุดที่เขาเคยพบแต่เขาไม่มีทางเลือก เขาต้องต่อสู้ไม่ว่าจะเพื่อพี่ฟางหรือเพื่อศักดิ์ศรีของตัวเอง
พีทพุ่งเข้าไปหาพลต่อยหมัดรัวๆ ใส่ชายร่างใหญ่ตรงหน้าหมัดของเขากระแทกเข้าที่ตัวของพลอย่างต่อเนื่อง แต่พลไม่ขยับ ไม่หลบและไม่แม้แต่จะยกมือขึ้นมาป้องกัน ราวกับว่าหมัดของพีทเป็แค่การโจมตีเบาๆ ของเด็กพลยืนรับหมัดเ่าั้ด้วยสีหน้าเฉยเมย ราวกับไม่รู้สึกถึงความเ็ปเลยแม้แต่น้อย
หลังจากรับหมัดมาหลายทีพลก็ตัดสินใจพอแล้ว เขาคว้ามือของพีทไว้แน่นดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเ็าและมั่นใจพลยกหมัดขวาขึ้นแล้วต่อยอย่างรุนแรงเข้าที่หน้าของพีท เพียงแค่หมัดเดียวร่างของพีทก็หงายหลังไปกระแทกกับพื้นอย่างแรง
พลยืนมองพีทที่นอนอยู่กับพื้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "ถือว่าหมัดหนักอยู่ถึงกับทำให้ฉันต้องหยุดหมัดแกแล้วรีบสวนคืนได้ แกก็ไม่ธรรมดานิ"น้ำเสียงของพลฟังดูไม่จริงจังนัก ราวกับว่าเขากำลังสนุกกับการท้าทายนี้
แต่แทนที่จะยอมแพ้พีทกลับลุกขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะาเ็และหอบหนักเขาก็ยังคงยกการ์ดขึ้นพร้อมต่อสู้สายตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่สั่นคลอนเสี่ยชาตรีที่ยืนอยู่ตรงนั้นถึงกับต้องหันมามองพีทอย่างสนใจน้อยคนมากที่จะถูกพลถีบและต่อยเข้าที่หน้าแล้วยังคิดจะสู้ต่อไป
เสี่ยชาตรียิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น "พล... ช่วยเล่นกับมันต่ออีกหน่อยสิฉันอยากเห็นว่ามันจะลุกขึ้นมาอีกกี่ครั้ง"
พลพยักหน้าและเริ่มบุกเข้าไปอีกครั้งการต่อสู้กลับมาเริ่มต้นใหม่ พลโจมตีพีทด้วยความรุนแรงที่ยากจะต้านทานหมัดและเท้าของเขาทำงานอย่างไม่หยุดยั้ง พีทโดนต่อยจนล้มลงลุกขึ้นมาก็โดนถีบล้มอีก พลไม่ยอมให้พีทได้มีเวลาหายใจเขาต่อยท้องของพีทจนเขาจุกและล้มลง แทงเข่าเข้าไปที่ท้องซ้ำอีก พีทล้มแล้วล้มอีกร่างกายของเขาบอบช้ำและอ่อนแรงลงเรื่อยๆ แต่ทุกครั้งที่เขาล้มลงพีทก็ยังคงพยายามลุกขึ้นมาอีกครั้ง
แม้ว่าเขาจะโดนเตะล้มลงบนพื้น แต่พีทก็ยังคงลุกขึ้นมาสู้ต่อความมุ่งมั่นของเขาที่จะไม่ยอมแพ้เริ่มทำให้ทุกคนในห้องต่างตกตะลึงพลเองก็ดูเหมือนจะรู้สึกทึ่งกับความอดทนของพีทเช่นกัน
ในที่สุดพลเตรียมพร้อมที่จะปิดฉาก เขายกศอกขึ้นสูงพร้อมที่จะฟาดมันลงมาที่หน้าของพีทเพื่อจบการต่อสู้ครั้งนี้แต่ก่อนที่ศอกของพลจะกระแทกลง เสียงะโของเสี่ยชาตรีดังขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน"พอได้แล้วพล!"
พลหยุดชะงักทันทียืนค้างอยู่ในท่านั้นสายตาของเขาหันกลับไปมองเสี่ยชาตรีที่ยืนมองเหตุการณ์ด้วยความเยือกเย็นแต่ในดวงตาของเขามีบางอย่างที่แตกต่างออกไปเป็ความสนใจและการพิจารณาใหม่ที่เขาไม่เคยมีมาก่อน
พีทยืนหอบหายใจหนักแต่สายตาของเขายังเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ฉันยังไม่แพ้หรอกนะ"
พลยืนมองพีทด้วยสายตาที่เ็า"อย่าทำปากดีไป เด็กน้อย" น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความท้าทายแม้จะรู้ว่าพีทไม่มีทางชนะ แต่พลก็เริ่มยอมรับถึงความอึดและความมุ่งมั่นของพีท
เสี่ยชาตรีที่ยืนอยู่ด้านหลังพลยกมือขึ้นห้ามก่อนที่ทั้งสองจะกลับไปสู้กันอีกครั้ง "นาย...นายคงมาเพื่อเอาผู้หญิงที่ชื่อฟางไปสินะ"
พีทยืนนิ่งก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงจัง "ใช่ ฉันมาเพื่อช่วยเธอ"
เสี่ยชาตรีหัวเราะเบาๆก่อนจะพูดต่อ "บางทีนายอาจเข้าใจอะไรผิดไป ฉันไม่ได้เอาตัวเธอมาแล้วทำอะไรอย่างที่นายคิดหรอกฉันเองก็มีจริยธรรม ไม่ใช่คนเลวร้ายอย่างที่นายคิด"
พีทยังคงนิ่งฟังคิ้วของเขาขมวดแน่นด้วยความสับสน แต่เขายังคงระวังตัวเสี่ยชาตรีพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เ็าแต่มั่นคง "เธอคนนั้นที่ชื่อฟางน่ะเป็หนี้ฉัน แต่งานที่เธอทำอยู่ก่อนนี้หาเงินมาคืนฉันไม่ได้หรอกฉันให้เธอมาทำงานเป็นักเต้นที่ผับฉันแทน ถึงเธอจะไม่ค่อยชอบก็เถอะแต่สักพักอาจจะชอบก็ได้ นอกจากงานฉันก็ไม่ได้ทำอะไรเธอเลย"
พีทรู้สึกถึงความโกรธที่พลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินว่าเธอถูกบังคับให้ทำงานที่เธอไม่ชอบแต่ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกถึงความสับสนในคำพูดของเสี่ยชาตรีที่บอกว่าเขาไม่ได้ทำอะไรเธอนอกจากบังคับให้ทำงานพีทมองเสี่ยชาตรีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล "นายพูดจริงเหรอ"
เสี่ยชาตรีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยน้ำเสียงของเขายังคงเรียบเฉย "นายคิดว่าฉันจะโกหกนายเพื่ออะไรล่ะ ฉันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะโกหกฉันแค่้าได้เงินคืน และฉันไม่ใช่คนที่จะทำเื่เลวร้ายแบบที่นายคิด"
พลยืนอยู่ข้างๆยังคงเฝ้ามองสถานการณ์อย่างเงียบๆ แต่ภายในห้องนั้น ความตึงเครียดเริ่มเบาบางลงพีทเริ่มสงบลงเล็กน้อยแต่ในใจของเขายังมีความกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่ฟางต้องเผชิญอยู่
เสี่ยชาตรีหัวเราะเบาๆก่อนจะยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ "งั้นก็นะ รอถามเธอเองสิ ว่าเธอคิดยังไงแต่ฉันอยากรู้อย่างหนึ่ง... นายน่ะ ทนมือทนตีนของพลได้ขนาดนี้ทำไมในสังเวียนถึงแพ้บ่อยจัง?"
พลยืนอยู่ข้างๆพีท ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "มันล้มมวยน่ะสิผมสังเกตเห็นมาหลายรอบแล้ว ตั้งใจแพ้เพื่อเงิน"สายตาของเขาจับจ้องที่พีทอย่างดูถูก
พีทยิ้มบางๆก่อนจะตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา "ก็มันง่ายดี ไม่ต้องทำร้ายคนอื่นด้วยถ้าผมล้มมวย ก็ไม่มีใครต้องาเ็หนัก...อย่างน้อยก็ในสังเวียนนั้น"
พลพ่นลมหายใจด้วยความหงุดหงิด"ชิ...พูดแล้วหมั่นไส้" เขาหันหน้าหนีอย่างไม่พอใจแต่ในใจของเขาก็เริ่มยอมรับความคิดที่ต่างจากตัวเอง
เสี่ยชาตรีหัวเราะออกมาเสียงดัง"เอาน่าๆ... นี่มันสังเวียนเถื่อน ไม่มีใครตั้งกฎห้ามล้มมวยหรือสู้ตรงๆ หรอกทุกคนต่างก็มีเหตุผลของตัวเอง"
พีทยืนมองเสี่ยชาตรีและพลความตึงเครียดที่เคยมีเริ่มเบาบางลง ความคิดของเขากลับมาโฟกัสที่ฟางอีกครั้งสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาคือการได้พบเธอและแน่ใจว่าเธอสบายดี
เสี่ยชาตรีมองพีทด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงบก่อนจะพูดขึ้น"มานั่งก่อน รอให้งานเลิกค่อยเจอเธอเถอะจะดีกว่าที่จะไปทักทายเธอตอนนี้"
พีทลังเลเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจทำตามที่เสี่ยชาตรีบอก เขานั่งลงบนโซฟาในห้อง VIPที่ถูกจัดไว้อย่างหรูหราแสงไฟสีสันจากด้านนอกลอดเข้ามาในห้องผ่านกระจกหนาที่กั้นระหว่างความสงบและความวุ่นวายของสถานบันเทิง
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆเสียงดนตรีที่ดังกระหึ่มจากลำโพงขนาดใหญ่ทำให้บรรยากาศในร้านเต็มไปด้วยพลังงานและความตื่นเต้นผู้คนมากมายกำลังเต้นกันอย่างสนุกสนานท่ามกลางแสงสีที่วิบวับและควันจากเครื่องทำหมอกบรรยากาศนั้นตัดกับความรู้สึกในใจของพีทอย่างสิ้นเชิง
และแล้วฟางก็เดินเข้ามาในร้านโดยไม่ทันสังเกตเห็นพีท เธอสวมชุดที่วาบหวิวโชว์สัดส่วนของร่างกาย ชุดที่ไม่เหมาะกับเธอเลยในสายตาของพีทท่าทางการเต้นของเธอดูยั่วยวนอย่างไม่เต็มใจราวกับว่าเธอกำลังแสดงบทบาทที่เธอไม่อยากทำ แต่ไม่มีทางเลือก
พีทนั่งดูเธอเต้นอย่างเงียบๆหัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความเ็ปเขาเห็นว่าเธอกำลังพยายามทำงานในสภาพแวดล้อมที่เธอไม่คุ้นเคยและไม่ชอบมันยากที่จะทนดู แต่เขาก็รู้ว่าเขาต้องรอให้ทุกอย่างเสร็จสิ้นก่อนที่จะได้เจอเธอ
เวลาผ่านไปช้าๆในขณะที่พีทนั่งมองฟางเต้นท่ามกลางแสงสีและเสียงเพลง เขารู้สึกถึงความทุกข์ของเธอแม้เธอจะพยายามซ่อนมันไว้เื้ัท่าทางการเต้นที่ดูร่าเริงแต่พีทสามารถมองเห็นผ่านความปลอมแปลงนั้นได้
เมื่อเวลาตี 2 มาถึง สถานบันเทิงเริ่มเงียบลง เสียงเพลงค่อยๆ เบาลงและผู้คนเริ่มทยอยออกจากร้าน เสี่ยชาตรียืนอยู่ตรงประตูห้อง VIP ก่อนจะสั่งการกับพนักงานที่ยืนอยู่ใกล้ๆ"ไปเรียกนักเต้นคนนั้นมาที่นี่หน่อย"
พนักงานรีบออกไปทำตามคำสั่งและไม่นานนัก ฟางก็เดินเข้ามาในห้อง VIP เธอเหนื่อยล้าจากการทำงานและไม่ทันได้สังเกตว่าในห้องมีใครบ้างแต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นและเห็นพีทยืนอยู่ตรงนั้นความใปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอทันที
"พีท...นี่นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?"น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและความกังวลเธอไม่คาดคิดเลยว่าจะเจอเขาในสถานที่แบบนี้
พีทยืนมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและความเ็ป"ผมมาหาคุณไง ผมมาที่นี่เพราะอยากช่วยคุณ"
ฟางส่ายหัวอย่างรวดเร็วน้ำตาคลอเบ้า เธอกัดริมฝีปากและพยายามเก็บอารมณ์ไว้"ไม่นะ...ฉันไม่อยากให้นายเห็นฉันในสภาพนี้เลย"น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความละอายและความเสียใจ
พีทมองเธอด้วยความเข้าใจเขาเห็นถึงความทุกข์ที่เธอกำลังเผชิญและรู้ว่าเธอไม่้าให้เขาเห็นเธอในสถานการณ์ที่ลำบากเช่นนี้แต่พีทไม่ได้สนใจภาพลักษณ์ของเธอเขามาที่นี่เพราะเขาเป็ห่วงและ้าช่วยเธอให้หลุดพ้นจากสถานการณ์นี้
"มันไม่สำคัญว่าคุณจะอยู่ในสภาพไหน...ผมแค่อยากช่วยคุณออกไปจากที่นี่" พีทพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและจริงจังเขาเอื้อมมือไปหาฟางด้วยความหวังว่าเธอจะเข้าใจว่าเขาพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเธอไม่ว่าจะต้องเจอกับอะไร
ฟางมองพีทด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนเธอรู้สึกถึงความรักและความห่วงใยที่เขามีให้ แต่ในขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกถึงความอับอายและความกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่เธอต้องเผชิญ
เสี่ยชาตรีหัวเราะเบาๆก่อนจะยกมือขึ้นเพื่อหยุดการสนทนาที่กำลังดำเนินไป"ขอโทษที่ขัดจังหวะการพบกัน ฉันมีข้อเสนอให้นาย ถ้านายทำได้ฉันจะยกเลิกหนี้ทั้งหมดของผู้หญิงคนนี้ให้"
พีทที่เพิ่งได้ยินข้อเสนอนั้นตอบรับทันทีโดยไม่คิดอะไร"เอาสิ ตกลง"
ฟางที่ยืนอยู่ข้างๆรีบคว้าตัวพีทไว้พร้อมกับเสียงร้องใ "เดี๋ยวก่อนสิ พีทนายยังไม่รู้เลยว่าจะต้องทำอะไร"
เสี่ยชาตรียิ้มอย่างพึงพอใจที่เห็นพีทตอบรับอย่างรวดเร็ว"ฉันนะ เคยเป็นักสู้มาก่อน แต่เลิกไปแล้ว เพราะเมื่อโดนต่อยจริงๆมันก็โคตรเจ็บ ไม่เหมือนที่คิดไว้เลยก็เลยเลิก แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังคงชอบการต่อสู้ พอได้เห็นการต่อสู้จริงๆ แล้วมันโคตรมันส์... วันนี้ก็เช่นกันเมื่อได้เห็นนายโชว์ฝีมือ ฉันก็ถูกใจวะ"
พีทนิ่งฟังอย่างไม่ละสายตาเสี่ยชาตรีพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ข้อเสนอของฉันก็คือ ในอีก 6 เดือน ฉันจะจัดการต่อสู้ระหว่างนายกับพล ถ้านายชนะฉันจะยกหนี้ทั้งหมดของเธอให้ และเธอจะเป็อิสระ แต่ถ้านายแพ้... ฉันจะเพิ่มหนี้เธอและนายต้องจ่ายค่าเสียหายที่นายทำวันนี้ และงานของเธอจะไม่ใช่นักเต้นอีกต่อไปแต่อาจจะเป็งานที่ต้องใกล้ชิดกับลูกค้ามากกว่านี้...ถึงเนื้อถึงตัวน่ะ"
คำพูดของเสี่ยชาตรีทำให้ทั้งพีทและฟางต่างรู้สึกถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาพีทมองเสี่ยชาตรีด้วยความโกรธและความไม่ยุติธรรม "อะไรกัน!แบบนั้นมันไม่แฟร์เลย"
เสี่ยชาตรียักไหล่เบาๆ"แต่เมื่อกี้ นายก็ตอบตกลงไปแล้วนี่ ไม่ใช่เหรอ ตามนั้น"
พีทรู้สึกเหมือนทุกอย่างถล่มทลายลงในหัวใจ"ชิปหายละ" เขาพูดออกมาเบาๆ ด้วยความสิ้นหวัง
ฟางมองพีทด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลและความรักแต่เธอก็พยายามควบคุมอารมณ์และพูดออกมาอย่างใจเย็น "เ้าพีทน้อยเอ๊ย...นายไม่ควรรีบตัดสินใจแบบนั้น แต่ในเมื่อมันเป็แบบนี้แล้ว ฉันเชื่อใจนายฉันเชื่อว่านายต้องทำได้"
พีทหันไปมองฟางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด"ผมขอโทษนะ ฟาง... ผมทำให้คุณต้องมาเจอเื่แบบนี้"
ฟางยิ้มเล็กๆและจับมือพีทแน่น "ไม่เป็ไร ฉันจะรอ ฉันเชื่อในตัวนายว่านายจะหาทางชนะได้"
ขณะที่พีทและฟางกำลังเดินออกจากร้านทิ้งไว้เื้ัสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความกดดัน พลยืนอยู่ข้างเสี่ยชาตรีสายตาของเขาจับจ้องที่ทั้งสองคนที่เดินออกไป ความคิดมากมายวิ่งวนอยู่ในหัวของเขา
พลหันมาทางเสี่ยชาตรีด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความสงสัย"คุณพูดจริงเหรอ ที่จะทำแบบนั้น"
เสี่ยชาตรีหันมามองพลด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความลึกลับ"จริงสิ... การต่อสู้ระหว่างแกกับมันต้องสนุกแน่ฉันอยากเห็นว่าแกจะจัดการกับมันยังไง"
พลไม่ได้สนใจเื่การต่อสู้มากนักในตอนนี้เขากลับถามต่อด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้น "หมายถึงที่จะเพิ่มหนี้แล้วให้เธอไปทำงานอย่างว่าน่ะ คุณพูดจริงหรือเปล่า"
เสี่ยชาตรีหยุดชั่วครู่ก่อนจะยิ้มอย่างเ็า"นายก็น่าจะรู้นี่ว่าฉันเป็คนยังไง เื่พวกนี้มันก็เป็แค่ธุรกิจทุกอย่างมีราคาของมัน และฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ฉัน้า"
พลยังคงยืนนิ่งแม้ว่าเขาจะเป็นักสู้ที่โเี้ แต่คำพูดของเสี่ยชาตรีทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ ความรู้สึกที่ขัดแย้งภายในใจของเขาเริ่มก่อตัวขึ้นเขาเคยคิดว่าเสี่ยชาตรีเป็เพียงคนที่รักการต่อสู้แต่ตอนนี้เขาเริ่มเห็นถึงความโหดร้ายที่ซ่อนอยู่เื้ัคำพูดและการกระทำของเขา
"คุณรู้ไหมบางครั้งการต่อสู้ในสังเวียนมันก็ไม่โหดร้ายเท่ากับสิ่งที่คุณทำกับคนพวกนี้"พลพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาและเยือกเย็น
เสี่ยชาตรีหัวเราะเบาๆและตบไหล่พล "นายคิดมากไปแล้ว... ฉันแค่ทำในสิ่งที่จำเป็ ถ้าแกไม่สนุกกับมันก็คงจะไม่มีความหมายอะไรใช่ไหม"
พลไม่ได้ตอบอะไรเขายังคงยืนมองพีทและฟางที่เดินจากไปรู้สึกถึงความไม่แน่นอนในสิ่งที่รอคอยพวกเขาในอนาคต
พีทและฟางกำลังเดินกลับไปด้วยกันในยามดึกถนนเงียบสงบมีเพียงเสียงลมเบาๆ พัดผ่าน ฟางหันมามองพีทด้วยรอยยิ้มเล็กๆแม้จะเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่เธอก็ยังมีความสุขที่ได้เดินเคียงข้างเขา"ฉันได้ยินมาจากคนอื่นแล้วนะ ว่านายจะมาช่วยฉัน แล้วอัดพวกการ์ดไปตั้งสี่คนด้วย"น้ำเสียงของเธอแฝงไปด้วยความห่วงใย แม้จะมีความชื่นชมในความกล้าหาญของพีท
พีทยิ้มบางๆและหันไปมองฟางด้วยสายตาที่อบอุ่น "ก็ผมเป็ห่วงคุณนี่ครับ ผมไม่อาจอยู่เฉยๆได้เมื่อรู้ว่าคุณอยู่ในที่แบบนั้น"
ฟางถอนหายใจเบาๆแม้ว่าเธอจะซาบซึ้งในความพยายามของพีทแต่ก็ยังคงรู้สึกถึงความอายที่เธอไม่สามารถซ่อนเอาไว้ได้ "ขอบคุณนะ...แต่ฉันไม่อยากให้นายเห็นฉันในสภาพนั้นเลย ฉันอายจริงๆ"
พีทยิ้มเจื่อนๆพยายามทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย "เซ็กซี่ดีออก" เขาพูดติดตลกหวังว่าอาจทำให้เธอยิ้มได้บ้าง
ฟางหยุดเดินและมองพีทด้วยสายตาที่คมเข้ม"อย่าคิดลามกนะ ไอเด็กบ้า" เธอตีเบาๆ ที่แขนของเขาก่อนจะถอนหายใจอีกครั้ง "ฉันไม่ชอบงานนี้เลย มันไม่ใช่แนวฉันเลยจริงๆฉันรู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่ต้องขึ้นเต้นแบบนั้น"
พีทหยุดเดินและหันมามองฟางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย"พวกมันไม่ได้ทำอะไรคุณใช่ไหม?"
ฟางหัวเราะเบาๆและพยักหน้า "ก็ไม่หรอก... ทุกคนก็ใจดีนะ พวกเขาไม่ทำอะไรฉันหรอกแต่หนี้ที่ฉันก่อไว้ ก็ต้องชดใช้เองอยู่ดี มันเป็ความผิดของฉันเองทั้งนั้น"
พีทกำมือแน่นสายตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ผมจะช่วยคุณเองผมจะหาทางให้คุณพ้นจากงานนี้ให้ได้ ผมสัญญา"
ฟางยิ้มบางๆพร้อมกับพูดแซว "ไปโดนตัวไหนมาเนี้ย หรือเสพยาจนเพี้ยนไปแล้ว"
พีทยิ้มกลับและพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"เพราะมีพี่สาวใจดี ที่คอยเอาใจใส่และเลี้ยงผมมาจนโตต่างหาก"
ฟางหยุดชะงักเล็กน้อยก่อนจะมองพีทด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและอารมณ์ที่ลึกซึ้ง"นายเนี้ยนะ... บางครั้งก็ทำให้ฉันอดทึ่งไม่ได้เลย"เธอยิ้มให้เขาอย่างจริงใจ แม้จะมีความลำบากรออยู่ข้างหน้า แต่เธอรู้ว่าพีทจะไม่ทิ้งเธอไปไหน
พีทยิ้มตอบและพูดเบาๆ"เพราะผมมีคุณอยู่ข้างๆ ผมถึงกล้าพูดแบบนี้ไงครับ"
ทั้งสองคนเดินเคียงข้างกันในยามดึกท่ามกลางความเงียบสงบของเมืองที่เริ่มหลับใหล แม้ทางข้างหน้าจะยังมีความท้าทายแต่พวกเขารู้ว่า ตราบใดที่มีอีกฝ่าย ทุกอย่างจะสามารถผ่านพ้นไปได้
ขณะที่พีทและฟางกำลังเดินกลับห้องในยามค่ำคืนเสียงไม่เป็มิตรดังขึ้นจากใครบางคนที่พวกเขาไม่เห็นมาก่อน "ดึกๆมาทำอะไรแถวนี้?" เสียงนั้นเต็มไปด้วยการท้าทายพีทและฟางหันไปมองตามเสียงที่ดังขึ้น ใต้แสงไฟถนนมีเงาของกลุ่มคนที่ยืนอยู่ตรงมุมเสาไฟ
พวกเขาเป็อันธพาลห้าคนที่ดูเหมือนเพิ่งกลับมาจากผับหรือสถานบันเทิงผมไม่แน่ใจนัก แต่จากท่าทางของพวกมันก็ดูไม่เป็มิตรเลยแม้แต่น้อย "ว้าวมีสาวสวยซะด้วยว่ะ"หนึ่งในนั้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงล้อเลียนขณะที่พวกมันเริ่มเดินออกมาจากมุมมืดและค่อยๆ ล้อมรอบตัวพีทและฟาง
พีทขยับเข้าไปใกล้ฟางบดบังร่างกายของเธอไว้ เขาไม่คิดที่จะสู้กับพวกมันทันทีแต่ถ้าหากพวกมันคิดจะทำอะไรฟางละก็ เขาจะไม่ยอมปล่อยให้มันผ่านไปง่ายๆ แน่
"พวกเรากำลังเดินกลับห้องนะ"พีทตอบกลับอย่างสุภาพ พยายามไม่ใส่ใจกับคำล้อเลียนที่มันแซวฟาง
หนึ่งในอันธพาลหัวเราะเสียงดัง"แถวนี้มันถิ่นพวกเรานะ กล้าดียังไงวะไอ้หนู"
พีทกำหมัดแน่นความโกรธเริ่มพลุ่งพล่านในใจ เขารู้ดีว่าแถวนี้เป็พื้นที่ส่วนรวมแต่พวกนี้กลับอ้างว่ามันเป็ถิ่นของพวกเขา เขากัดริมฝีปากพยายามสงบสติอารมณ์และก้มหัวลงสยบยอมเพราะไม่อยากใช้ความรุนแรงต่อหน้าฟาง
"ขอโทษครับผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้ ผมขอโทษจริงๆ ครับ" พีทพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพพร้อมกับลากฟางเดินตามหลังเขามา พีทสังเกตเห็นว่าพวกมันก็แค่พวกอันธพาลทั่วไปไม่มีฝีมืออะไรที่น่ากลัว เป็ไปไม่ได้แม้แต่จะเป็คู่ซ้อมของเขาแต่พีทไม่อยากวุ่นวายกับพวกมัน จึงคิดที่จะปล่อยพวกมันไป
แต่ในขณะที่พีทคิดแบบนั้นมือหยาบกร้านของหนึ่งในอันธพาลก็วางลงที่ไหล่ของเขา ชายสองคนพยายามจะยึดตัวพีทไว้อีกสามคนเริ่มมุ่งไปหาฟางที่ยืนอยู่ข้างหลังพีทเห็นฟางตัวสั่นเล็กน้อยด้วยความกลัว
พีทไม่ลังเลอีกต่อไปเขาใช้แรงสะบัดตัวจากการยึดจับของพวกมัน แล้วหมุนตัวต่อยอย่างรวดเร็วหมัดของเขากระแทกเข้าที่หน้าของหนึ่งในพวกมันจนล้มลงไปกับพื้นจากนั้นพีทเตะขาอีกคนจนเสียหลักล้มลงไปตามกันเมื่อเห็นสองคนแรกโดนจัดการอย่างรวดเร็ว พวกที่เหลือรีบพยายามเข้าโจมตีฟาง
พีทรีบวิ่งไปขวางหน้าฟางเขาจัดการกับพวกมันด้วยทักษะการต่อสู้ที่ได้รับจากสังเวียนเถื่อนหมัดและเท้าของเขาพุ่งเข้าใส่พวกมันอย่างแม่นยำ และภายในไม่กี่นาทีพวกอันธพาลก็รู้ว่าพวกมันไม่มีทางชนะได้
หนึ่งในนั้นร้องขึ้น"ไอ้นี่แม่งเป็มวยวะ พวกเราวิ่ง" พวกมันรีบหนีไปอย่างรวดเร็วโดยยังไม่ได้ทำอะไรเสียหาย
ฟางวิ่งเข้ามาหาพีทอย่างรวดเร็วและกอดเขาไว้แน่น"ขอบคุณนะ... ถ้าไม่มีนาย ฉันคงแย่แน่ๆ"น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความขอบคุณและความโล่งใจ
พีทยิ้มบางๆพร้อมกับโอบกอดฟางกลับ "ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะไม่ให้ใครมาทำร้ายคุณได้อีก"
ทั้งสองคนยืนกอดกันอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบของคืนที่กลับมาปลอดภัยอีกครั้งแม้เส้นทางข้างหน้าจะยังมีความท้าทายแต่พวกเขาก็รู้ว่าอย่างน้อยพวกเขายังมีกันและกัน
เมื่อทั้งสองเดินมาถึงหน้าที่พักของฟางพีทหยุดยืนตรงนั้นก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ "งั้นก็แยกกันตรงนี้นะครับ"
แต่ฟางคว้าแขนของพีทเอาไว้ทันที"เดี๋ยวก่อนสิ... เข้ามาด้านในเถอะ แผลที่หน้าคุณนะ เดี๋ยวฉันทำแผลให้"น้ำเสียงของเธอแฝงไปด้วยความห่วงใยและความอ่อนโยน
พีทยิ้มเล็กๆและพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะเดินตามฟางเข้าไปในห้องพักของเธอห้องนั้นเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นฟางหยิบกล่องปฐมพยาบาลออกมาวางบนโต๊ะ ก่อนจะหันไปมองพีท "ไหน...ถอดเสื้อออกสิ แผลที่ตัวก็มีนี่"
พีททำตามคำบอกของฟางเขาถอดเสื้อออก เผยให้เห็นร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ถูกฝึกฝนมาอย่างหนักฟางที่กำลังเตรียมอุปกรณ์ทำแผลถึงกับหยุดชะงักไปครู่หนึ่งใบหน้าของเธอเริ่มแดงขึ้นเล็กน้อยขณะที่เธอพยายามซ่อนความหวั่นไหวในใจ
"นายโตขึ้นมากเลยนะ..."ฟางพูดเบาๆ ขณะที่เธอเริ่มเช็ดแผลบนร่างกายของพีทด้วยความระมัดระวัง
พีทยิ้มเล็กๆขณะที่มองเธอทำแผล "ครับ ั้แ่วันนั้นผมก็ฝึกร่างกายมาตลอดหลายปี...อย่างมีวินัย จากวินัยก็กลายเป็นิสัยในชีวิตประจำวัน ออกกำลังกาย ฝึกทักษะต่อสู้คุมอาหาร..." น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความภูมิใจแต่ก็แฝงด้วยความเศร้าเล็กน้อย "มัวแต่หมกมุ่นกับเื่พวกนี้ จนไม่ได้เรียนสุดท้ายก็ไม่มีงานทำ จบลงด้วยการเป็นักสู้ในสังเวียนเถื่อน"
ฟางฟังพีทอย่างเงียบๆขณะที่เธอทายาและพันแผลบนตัวของเขา ใบหน้าของเธอแสดงความห่วงใยอย่างชัดเจน"แล้ว...นายไม่คิดจะไปต่อที่อื่นเหรอ อย่างการต่อสู้ในวันแชมเปียนชิพอะไรแบบนั้น"
พีทหัวเราะเบาๆแต่แฝงไปด้วยความขมขื่น "ผมก็อยากนะ แต่... หาค่ายมวยสนับสนุนไม่ได้ไม่มีใครเชื่อว่าคนอย่างผมจะไปไกลถึงขนาดนั้นได้"
ฟางถอนหายใจเบาๆขณะที่เธอถอดเสื้อคลุมออก เหลือเพียงชุดที่เธอใส่สำหรับเต้นในงานมันเป็ชุดที่โชว์ร่างกายของเธอมากกว่าปกติทำให้พีทอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเขินอายเมื่อเห็นเธอในชุดนั้น เขาพยายามมองไปทางอื่นแต่สายตาของเขาก็ยังคงแอบเหลือบมองฟางอยู่เป็ระยะ
"งั้นเหรอ...นายเปลี่ยนไปมากเลยนะจากเมื่อก่อน ปกป้องตัวเองได้แล้วสินะ"ฟางพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ขณะที่เธอจัดการแผลของพีทต่อน้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความชื่นชม
พีทหน้าแดงเล็กน้อยและพยายามตอบกลับด้วยท่าทีที่สุภาพ "เอ่อ... คือ..." เขาหลบสายตาไม่รู้จะตอบกลับยังไงดี
ฟางที่เห็นท่าทีของพีทก็อดยิ้มไม่ได้เธอแกล้งถามขึ้นอย่างขี้เล่น "มีอะไรเหรอครับ ทำไมดูเขินๆ จังล่ะ"
พีทไม่ได้ตอบแต่ฟางก็ไม่ได้กดดันอะไร เธอเพียงแค่หัวเราะเบาๆ และกลับไปทำแผลให้เขาต่อจนกระทั่งเสร็จเรียบร้อย ฟางเช็ดมือของเธอและพูดขึ้น "เสร็จแล้วล่ะ"
พีทลุกขึ้นและหยิบเสื้อของตัวเองขึ้นมาเตรียมจะใส่แต่ทันใดนั้น ฟางก็จับมือของเขาไว้ ร่างของเขาหยุดชะงักเมื่อรู้สึกถึงััของเธอ
"เดี๋ยวก่อนสิ..."ฟางพูดเบาๆน้ำเสียงของเธออ่อนโยนและแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่พีทยังไม่เข้าใจเธอมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความห่วงใย
พีทนิ่งไปชั่วขณะใจของเขาเต้นแรงขึ้นเขาสบตากับฟางและรู้สึกถึงความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาในห้องเล็กๆ แห่งนี้แม้จะไม่มีคำพูดใดๆ แต่บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ทั้งสองคนต่างรับรู้ได้
ฟางเข้าไปจูบพีทอย่างอ่อนโยนและพีทก็ตอบรับจูบของเธออย่างอบอุ่นมันเป็่เวลาที่ทั้งสองคนเฝ้ารอหลังจากไม่ได้เจอกันนานความคิดถึงและความรู้สึกทั้งหมดที่ทั้งสองเก็บไว้พุ่งออกมาในขณะนี้
พีทอุ้มฟางขึ้นเบาๆแล้วพาเธอไปที่เตียง ความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งสองไม่ได้เพียงแค่ความคิดถึงแต่เป็ความผูกพันที่ลึกซึ้งที่เติบโตขึ้นในหัวใจของพวกเขา แม้เวลาจะผ่านไปนานแต่ใน่เวลาสั้นๆ นี้ ความสัมพันธ์ของพวกเขาได้พัฒนาไปไกลอย่างไม่น่าเชื่อ
พวกเขานอนเคียงข้างกันฟางจ้องมองพีทด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน น้ำเสียงของเธอแฝงไปด้วยความอบอุ่น"ฉันดีใจที่เรายังมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันแบบนี้"
พีทมองเธอกลับด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก"ผมก็เหมือนกัน... ต่อจากนี้เราจะผ่านทุกอย่างไปด้วยกัน"
ทั้งสองคนหลับไปในอ้อมแขนของกันและกันในค่ำคืนนี้ที่เต็มไปด้วยความหวังและความรักที่ลึกซึ้งพวกเขารู้ว่าหนทางข้างหน้ายังมีอุปสรรคอีกมากมาย แต่ตราบใดที่พวกเขามีกันและกันทุกอย่างจะผ่านไปได้
วันข้างหน้าพีทจะต้องเผชิญหน้ากับพล ผู้ที่ได้รับฉายาว่า "มนุษย์เหล็ก" ชายที่ไม่เคยแพ้ในสังเวียนพลเคยเป็ถึงแชมป์โลกมวยไทย มีประสบการณ์การต่อสู้ที่ไม่มีใครเทียบได้ฝีมือของพีทยังห่างไกลจากเขามาก แต่ด้วยอนาคตของฟางเป็เดิมพันพีทรู้ดีว่าเขาต้องฝึกฝนตัวเองอย่างหนักเพื่อเพิ่มโอกาสที่จะเอาชนะพลให้ได้
พีทมีเวลาเพียง 6 เดือนในการเตรียมพร้อมทุกวันของเขาถูกวางแผนอย่างละเอียด ไม่มีเวลาสำหรับการพักผ่อนที่ยาวนานทุกนาทีมีความหมาย
่เช้า
พีทเริ่มต้นวันด้วยการคาร์ดิโอวิ่งเร็วสลับช้าเป็เวลา2 ชั่วโมง เหงื่อไหลท่วมร่างกาย แต่เขาไม่หยุดเขาผลักดันตัวเองให้วิ่งเร็วขึ้น เร็วขึ้น แม้ขาของเขาจะเ็ปเขารู้ดีว่าความเ็ปนี้เป็ส่วนหนึ่งของการเตรียมตัว หลังจากวิ่งเสร็จพีทก็ตามด้วยการวิดพื้น 400 ครั้ง และสควอช 400 ครั้ง ทุกการเคลื่อนไหวถูกควบคุมอย่างแม่นยำเพื่อให้กล้ามเนื้อของเขาพร้อมสำหรับการต่อสู้
อาหารเช้าเป็ส่วนสำคัญข้าวโอ๊ต นม อาหารเสริมวิตามิน แมกนีเซียม และน้ำมันปลาอาหารเหล่านี้ถูกเลือกอย่างระมัดระวังเพื่อเพิ่มพลังงานและฟื้นฟูร่างกายจากการฝึกหนัก
่สาย
หลังจากพักเพียงเล็กน้อยพีทก็เริ่มการฝึก่สายด้วยการซิทอัพ 25 ครั้งดิป 25 ครั้ง วิดพื้น 25 ครั้ง และชรัค25 ครั้ง วนไป 3 รอบ และจบด้วยสะพานคอ 200 ครั้งทุกการฝึกฝนถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับกล้ามเนื้อและความทนทานทางกายภาพของเขา
่เที่ยง
อาหารกลางวันประกอบด้วยอกไก่ที่เต็มไปด้วยโปรตีนข้าวกล้องที่อุดมไปด้วยธัญพืช น้ำผลไม้ที่ให้วิตามินซีและน้ำตาลธรรมชาติทุกมื้ออาหารถูกควบคุมอย่างเข้มงวดเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็
่บ่าย
พีทเดินทางไปยังสังเวียนเถื่อนเพื่อฝึกทักษะการต่อสู้กับคู่ต่อสู้จริงการต่อสู้ที่สังเวียนเถื่อนไม่ได้เป็เพียงแค่การฝึกฝนแต่ยังเป็แหล่งรายได้ที่สำคัญของเขา หลังจากการต่อสู้จบลงเขายังคงกลับมาฝึกซิทอัพ ดิป วิดพื้น และสะพานคอต่อ เพื่อให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นทุกวันและปิดท้ายด้วยของว่างเป็โปรตีนเชคผสมกล้วย
่เย็น
พีทกลับไปที่สังเวียนเถื่อนอีกครั้งเพื่อฝึกฝนเพิ่มเติมการต่อสู้แต่ละครั้งเป็บทเรียนสำหรับเขา ทุกหมัดที่เขารับทุกการโจมตีที่เขาหลีกเลี่ยง เป็ประสบการณ์ที่ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นมื้อเย็นของเขาประกอบด้วยเนื้อแดงที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก และอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงเพื่อฟื้นฟูพลังงาน
่ดึก
หลังจากทานมื้อเย็นและพักผ่อนพีทใช้เวลา 30 นาทีในการชกเงาฝึกฝนเทคนิคและการเคลื่อนไหวของเขา ก่อนจะจบวันด้วยการศึกษาวิดีโอการต่อสู้ของพลวิเคราะห์ทุกการเคลื่อนไหว ทุกจุดอ่อนที่เขาอาจหาได้ และเมื่อตีสี่มาถึงเขาตื่นขึ้นมาและเริ่มต้นวันใหม่อีกครั้ง
การฝึกอย่างหนักดำเนินต่อไปเป็เวลา6 วันต่อสัปดาห์ วันอาทิตย์เป็วันที่พีทได้พักผ่อนเขาใช้วันนี้ในการผ่อนคลายและเติมพลังงานให้ตัวเองแต่วิธีการพักผ่อนของพีทนั้นแตกต่างจากคนทั่วไปเขามักจะใช้เวลาวันหยุดไปหาฟางที่ห้องของเธอการใกล้ชิดและร่วมรักกับฟางไม่ใช่เพียงแค่การปลดปล่อยความเครียด แต่มันกลายเป็ส่วนหนึ่งของการฝึกฝนทางจิตใจและร่างกายของเขาด้วยมันช่วยให้พีทรู้สึกถึงการผ่อนคลายและความอบอุ่นในความสัมพันธ์ของพวกเขา
ใน่แรกของการฝึกพีทรู้สึกเหมือนเขาต้องผ่านนรก ความเหนื่อยล้าและความเ็ปเป็สิ่งที่ยากจะทนทานมันไม่ง่ายเลยที่จะยืนหยัดได้ทุกวัน ต้องใช้วินัย ความอดทนและความมุ่งมั่นอย่างมาก แต่พีทรู้ว่าถ้าเขาอยากเหนือกว่าคนอื่นเขาจะต้องพยายามให้มากกว่าคนอื่น
หลังจากการฝึกฝนอย่างหนักมาถึง3 เดือน พีทเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเองความแข็งแกร่งและความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในสังเวียนเถื่อนพีทตัดสินใจเลิกรับงานล้มมวย เขาเลือกที่จะสู้ด้วยความตั้งใจอย่างเต็มที่แม้ว่าเงินรางวัลจะน้อยลง แต่ความรู้สึกภายในใจของเขาก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจมากขึ้น
การต่อสู้ในสังเวียนไม่ได้เป็เพียงแค่การหาเงินแต่กลายเป็ส่วนหนึ่งของการพิสูจน์ตัวเอง ่แรกๆการต่อสู้ของเขายังคงมีแพ้และชนะสลับกันไป บางครั้งเขาก็ถูกผลักดันจนถึงขีดจำกัดแต่ทุกครั้งที่พีทพ่ายแพ้ เขาก็กลับมาฝึกฝนหนักขึ้นและเรียนรู้จากความผิดพลาด
หลังจากการฝึกฝนอย่างหนักและการพัฒนาทักษะการต่อสู้พีทเริ่มชนะคู่ต่อสู้มากขึ้น จากเดิมที่การต่อสู้ของเขาเป็ไปในลักษณะ แพ้ ชนะ แพ้ตอนนี้กลับกลายเป็ ชนะ แพ้ ชนะ และต่อมาก็เป็ ชนะ ชนะ ชนะ
พีทกลายเป็นักสู้ที่ไม่ธรรมดาในสังเวียนเถื่อนนักสู้ทั่วไปแทบไม่มีใครสามารถเอาชนะเขาได้อีกต่อไปเขาเริ่มได้รับความเคารพและการยอมรับจากทั้งเพื่อนร่วมสังเวียนและผู้ชมถึงแม้ว่าหนทางข้างหน้ายังยาวไกล แต่พีทรู้ว่าเขากำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง
ฟางหอบหายใจเบาๆขณะที่เธอนอนอยู่ข้างพีทหลังจากเพิ่งผ่าน่เวลาที่ใกล้ชิดกันมาความอบอุ่นจากร่างกายของพีททำให้เธอรู้สึกปลอดภัยแต่ในใจก็เต็มไปด้วยคำถามที่เธอเก็บไว้นาน
“ทำไมนายถึงพยายามหนักขนาดนี้เพื่อฉันกันนะ...”ฟางถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนและความสงสัยเธอหันมามองพีทด้วยสายตาที่อ่อนโยนแต่ก็เต็มไปด้วยความกังวล
พีทนอนอยู่บนเตียงมองเพดานอย่างนิ่งสงบ ก่อนจะหันมามองฟางด้วยรอยยิ้มเล็กๆ"ก็คุณเป็ผู้มีพระคุณของผมนี่ครับ"
ฟางถอนหายใจเบาๆเธอรู้สึกถึงความรักและความห่วงใยที่พีทมีให้เธอแต่เธอก็ยังรู้สึกว่าเขากำลังแบกรับภาระมากเกินไป"ไม่เห็นต้องพยายามขนาดนี้เลย... ฉันไม่ได้ขอให้นายทำทุกอย่างเพื่อฉัน"
พีทยิ้มเล็กๆแต่ในดวงตาของเขามีความมุ่งมั่นอย่างชัดเจน"ผมเติบโตมาเป็แบบนี้ก็เพราะคุณนะ ถ้าไม่ได้คุณผมอาจไม่มีวันที่ผมจะลุกขึ้นมาต่อสู้ได้ขนาดนี้"
เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น "และอีกอย่าง...ผมเองก็เป็คนที่ไปสร้างเื่ที่จะทำให้คุณลำบากมากกว่าเดิมอีก ดังนั้นผมต้องชนะเท่านั้น ไม่ใช่แค่เพื่อคุณ แต่เพื่อผมเองด้วย ผมต้องพิสูจน์ตัวเองว่าผมสามารถปกป้องคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผมได้"
ฟางนอนหันหน้าไปมองพีทด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าและความรู้สึกผิด"ที่ฉันไปกู้เงินมาจากเสี่ยชาตรี 1ล้านนะ... ฉันเอาเงินนั้นไปเป็ค่ารักษาให้แม่ของฉันแต่สุดท้ายแล้วแม่ฉันก็ไม่รอดอยู่ดี... ฉันทำตัวเองทั้งนั้น"
พีทฟังด้วยความสงบและห่วงใยเขาเอื้อมมือไปจับมือฟางไว้แน่น "ไม่หรอกครับ...คุณก็พยายามช่วยคุณแม่ของคุณแล้ว คุณทำดีที่สุดแล้ว"
ฟางถอนหายใจลึกน้ำตาเริ่มคลอเบ้าตา "แต่สุดท้ายเขาก็ไม่รอด...มันเหมือนฉันสร้างหนี้โดยไม่ได้อะไรกลับมาเลย มันเป็ความผิดของฉันเอง"
พีทยิ้มบางๆและพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน "แต่อย่างน้อย คุณก็พยายามแล้วนี่...ผมเชื่อว่าแม่คุณต้องดีใจมากที่ได้เห็นคุณทำทุกอย่างเพื่อเขาความรักของคุณที่มีให้แม่มันยิ่งใหญ่"
ฟางส่ายหัวเล็กน้อยน้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเ็ป"ฉันว่าท่านคงโกรธมากกว่าที่ฉันไปกู้เงินมาจนสร้างหนี้ก้อนโตแบบนี้"
พีทมองเธอด้วยสายตาที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความเข้าใจ"เอาน่า... แค่คุณมีความสุข แม่ของคุณก็คงดีใจแล้ว ผมเชื่ออย่างนั้นแล้วผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้คุณมีความสุขเองคุณไม่ต้องแบกรับเื่พวกนี้คนเดียว"
ฟางน้ำตาคลอเบ้าตาด้วยความซาบซึ้งเธอยิ้มให้พีทก่อนจะเอื้อมหน้าไปจูบเขาอย่างอ่อนโยน "ขอบคุณนะ..."เธอพูดเบาๆ พร้อมกับรู้สึกถึงความอบอุ่นที่พีทมอบให้
หลังจากที่ฟางพูดจบพีทก็ดึงเธอเข้ามาจูบตอบอย่างลึกซึ้งความรู้สึกทั้งหมดที่ทั้งสองมีให้กันถูกถ่ายทอดผ่านการจูบที่อบอุ่นนี้
ฟางยิ้มและกระซิบเบาๆพร้อมกับหัวเราะเล็กๆ "จะต่ออีกยกเหรอ"
พีทยิ้มตอบด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย"ครับ" เขาตอบเบาๆ ขณะที่ทั้งสองคนกลับมาใกล้ชิดกันอีกครั้งความรักและความอบอุ่นที่พวกเขามีให้กันนั้นเป็สิ่งที่ช่วยเติมเต็มใน่เวลาที่ท้าทายของชีวิต
ณสังเวียนเถื่อนที่เต็มไปด้วยผู้คนที่ชื่นชอบการต่อสู้ทุกคนต่างตื่นเต้นและรอคอยการเผชิญหน้าครั้งใหญ่ที่ถูกพูดถึงมาเป็เวลานานแสงไฟสลัวๆ ในสังเวียนส่องลงมาที่พื้นทรายและเหล็กที่ดูแข็งแกร่งพื้นที่แห่งนี้เป็สังเวียนที่ไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่มีความปรานี และเป็ที่ที่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่สามารถยืนหยัดได้
เสียงของพิธีกรดังขึ้นผ่านลำโพงรอบสังเวียนดึงดูดความสนใจของผู้คนที่ส่งเสียงเชียร์ด้วยความตื่นเต้น "วันนี้...วันแห่งการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่ทุกคนเฝ้ารอมานานวันแห่งการต่อสู้คู่พิเศษที่เสี่ยชาตรีเป็ผู้จัดขึ้น"
เสียงโห่ร้องจากผู้ชมดังขึ้นเรื่อยๆเมื่อพิธีกรประกาศต่อ "อย่ารอช้า ขอเชิญนักสู้เข้าสู่สังเวียน!ชายผู้เคยเป็นักสู้ธรรมดา รับงานล้มมวยเพื่อเงิน แต่วันนี้... เขาเปลี่ยนไปแล้ว!เขาพัฒนาตัวเองอย่างรวดเร็ว จนแทบไม่มีนักสู้คนไหนเอาชนะได้... PEETORDER"
พีทเดินเข้าสู่สังเวียนอย่างมั่นคงเสียงเชียร์จากผู้ชมรอบๆ ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นร่างกายของเขาเต็มไปด้วยความแข็งแกร่งที่ถูกฝึกฝนมาอย่างหนักทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ สายตาของเขาจับจ้องที่กลางสังเวียนพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต
เสียงของพิธีกรดังขึ้นอีกครั้ง"และนักสู้ผู้เป็ตำนานในสังเวียนนี้... ชายผู้เคยเป็ถึงแชมป์โลกมวยไทยแต่ถูกตัดสิทธิ์เพราะฆ่าคู่ต่อสู้ตาย ชายผู้ไร้เทียมทาน ผู้ได้รับฉายาว่า 'มนุษย์เหล็ก'... พล IRONMEN"
พลเดินเข้าสู่สังเวียนด้วยท่าทางที่นิ่งสงบและเ็าร่างกายของเขาเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ผ่านการต่อสู้มานับไม่ถ้วนความเงียบของเขาทำให้ผู้ชมต่างรู้สึกถึงความน่าเกรงขาม ทุกสายตาจับจ้องไปที่เขาขณะที่เขายืนอยู่กลางสังเวียน ท่ามกลางเสียงเชียร์และความคาดหวังของผู้คนที่รู้จักตำนานของเขา
ทั้งสองนักสู้ยืนเผชิญหน้ากันกลางสังเวียนสายตาของพีทและพลจับจ้องกันอย่างแน่วแน่ บรรยากาศตึงเครียดเต็มไปด้วยความคาดหวังทุกคนในที่นั่นรู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็การประลองที่ไม่ธรรมดา
เสียงระฆังดังขึ้นแสดงให้เห็นถึงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ที่ทุกคนรอคอย การเผชิญหน้าระหว่าง PEETORDERและ IRONMEN กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
เสียงระฆังดังขึ้นและกรรมการเดินไปยืนกลางสังเวียน ก่อนจะส่งสัญญาณให้เริ่มการต่อสู้ได้ทันทีเสียงเชียร์ของผู้ชมดังสนั่นรอบสังเวียนในขณะที่พีทและพลเตรียมตัวเข้าสู่การต่อสู้ที่ตึงเครียดที่สุดในชีวิตของพวกเขา
พีทยกการ์ดขึ้นสูงและเริ่มเดินบุกเข้าไปหาพลด้วยความมั่นใจแต่พลกลับยืนอยู่เฉยๆ ราวกับว่าพีทไม่ได้เป็ภัยคุกคามใดๆเขาไม่แม้แต่จะยกการ์ดขึ้นมาป้องกัน ทำให้บรรยากาศรอบสังเวียนดูแปลกไป
พีทตัดสินใจไม่รอช้าเขาปล่อยหมัดแย็บซ้ายพุ่งตรงไปที่หน้าของพล แต่พลก็หลบได้อย่างรวดเร็วและสวนกลับด้วยหมัดตรงเข้าที่หน้าของพีทพีทใช้ความไวหลบหมัดสวนของพลได้ทันก่อนจะเหวี่ยงหมัดเข้าที่หน้าของพลเต็มๆทำให้พลถึงกับถอยหลังไปเล็กน้อย ใกับไหวพริบของพีทที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
พลยิ้มเล็กน้อย"ใช้ได้นี่" เขาพูดออกมาเบาๆ ด้วยความท้าทายในน้ำเสียง
จากนั้นพลก็เปลี่ยนท่าทีทันที เขาเดินบุกเข้าหาพีทอย่างรวดเร็วปล่อยหมัดเจาะยางเข้าไปที่ขาของพีทอย่างแม่นยำ ทำให้พีทเสียหลักและเซไปด้านข้างแล้วพลก็ปล่อยหมัดตรงขวาเข้าที่หน้าของพีทเต็มๆ แรงหมัดทำให้พีทล้มลงไปกับพื้น
เสียงเชียร์ของผู้ชมดังขึ้นอีกครั้งขณะที่พีทนอนอยู่บนพื้น พีทรู้สึกถึงแรงกระแทกที่ทำให้ศีรษะของเขามึนงงแต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ เขาฝืนตัวเองและลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วแม้จะเ็ปแต่ความมุ่งมั่นในใจของเขาไม่เคยลดลง เขายกการ์ดขึ้นมาอีกครั้งพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับพลต่อไป
พลไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่าเขาบุกเข้าหาพีทอีกครั้ง ด้วยความเร็วและแรงที่มากขึ้นหมัดของพลถูกปล่อยออกมาอย่างรัวๆ กดดันพีทจนถอยหลังไปเรื่อยๆทุกหมัดของพลถูกบล็อกด้วยการ์ดของพีทแต่แรงกระแทกจากหมัดทำให้การ์ดของพีทเริ่มอ่อนลง
พีทถอยหลังจนชนกับกำแพงของสังเวียนพลไม่หยุดบุก เขาฟันศอกเข้าไปที่หน้าของพีทอย่างรุนแรง พีทยกการ์ดขึ้นเพื่อกันแต่ความแรงของศอกระดับแชมป์มวยไทยทำให้การ์ดของพีทแตกออกศอกของพลทะลุการ์ดเข้าที่หน้าของพีทเต็มๆ พีทเสียหลักล้มลงไปกับพื้นอีกครั้งเืเริ่มไหลจากจมูกของเขา
ผู้ชมรอบสังเวียนต่างส่งเสียงเชียร์กันอย่างตื่นเต้นขณะที่พีทนอนอยู่บนพื้น ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยความเ็ปแต่ในใจของเขายังคงมีความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้ เขาต้องลุกขึ้นมาอีกครั้งต้องลุกขึ้นเพื่อต่อสู้... เพื่อตัวเอง และเพื่อฟาง
พีทนอนอยู่บนพื้นร่างกายเต็มไปด้วยความเ็ปจากการฟันศอกของพล แต่ในใจของเขายังไม่ยอมแพ้เขารู้ว่าถ้าเขายังปล่อยให้โดนต่อยแบบนี้ไปเรื่อยๆ เขาจะแพ้แน่ความคิดของเขาเริ่มวิ่งพล่าน เขาต้องหาทางสู้กลับ ไม่ใช่แค่เพื่อเอาชนะแต่เพื่ออนาคตของฟางที่กำลังยืนมองเขาอยู่ข้างสนาม
สายตาของพีทจับจ้องไปที่ฟางที่ยืนอยู่ในฝูงชนใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวลและความหวัง พีทรู้ว่าเขาต้องลุกขึ้นต้องสู้ต่อเพื่อเธอความรักและความมุ่งมั่นในใจของเขากลายเป็พลังที่ผลักดันให้เขาลุกขึ้นมาอีกครั้งแม้ร่างกายจะบอบช้ำ เขาก็ยกการ์ดขึ้นเตรียมพร้อมสู้อีกครั้ง
พลมองดูพีทลุกขึ้นด้วยความทึ่งในความอึดของเขา"อึดกว่าที่คิดนะ...มีไม่มากหรอกที่โดนฉันฟันศอกเข้าหน้าแล้วยังลุกขึ้นมาสู้ต่อได้"พลพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นแต่แฝงไปด้วยความเคารพในทักษะของพีท
พลเริ่มบุกเข้าหาพีทอีกครั้งเขาปล่อยหมัดตรงขวาใส่พีทด้วยความเร็วและความแม่นยำ แต่ครั้งนี้พีทหลบได้อย่างรวดเร็ว เขาเปลี่ยนการเคลื่อนไหวของตัวเองใช้ฟุตเวิร์คที่ฝึกฝนมาอย่างหนัก พลพลาดการโจมตีและพีทสวนกลับทันทีหมัดของพีทพุ่งเข้าที่ท้องของพล แต่พลยังคงนิ่ง ไม่แสดงอาการสะท้าน
พลปล่อยหมัดรัวๆใส่พีทอีกครั้ง หมัดแย็บซ้าย หมัดตรงขวา หมัดฮุค และหมัดเหวี่ยงรวมถึงการเตะอย่างรุนแรง แต่พีทใช้ฟุตเวิร์คที่รวดเร็ว หลบการโจมตีของพลได้ทั้งหมดผู้ชมรอบสนามต่างมองดูด้วยความตื่นเต้น
ทันทีที่เห็นโอกาสพีทสวนกลับด้วยหมัดตรงขวาที่พุ่งเข้าหน้าของพลเต็มๆหมัดนี้ทำให้พลสะดุ้งถอยไปเล็กน้อย จากนั้นพีทตามด้วยการเตะเจาะยางอย่างรุนแรงเป้าหมายที่ขาของพลทำให้เขาเสียสมดุล พลล้มลงไปกับพื้นผู้ชมรอบสนามถึงกับอึ้งและเงียบกริบ ไม่มีใครคาดคิดว่าพีทจะสามารถเอาชนะพลได้ถึงขั้นนี้
เสียงรอบสนามเงียบสงบขณะที่พลนอนอยู่บนพื้น สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปที่พีทผู้คนต่างตั้งคำถามในใจว่า นี่อาจเป็จุดจบของตำนาน "มนุษย์เหล็ก"หรือไม่
พีทยืนมองคู่ต่อสู้ของเขาที่ล้มลงความเหนื่อยล้าจับตัวเขา แต่ในใจของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความมั่นใจเขารู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ยังไม่จบ เขายังคงต้องยืนหยัดจนถึงวินาทีสุดท้าย
พลลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆเขาปรับท่าทางและตั้งการ์ดมวยไทยเต็มรูปแบบสายตาของผู้ชมทุกคนจับจ้องไปที่พลด้วยความตะลึงไม่มีใครคาดคิดว่านักสู้ผู้เป็ตำนานเช่นพลจะต้องยอมตั้งการ์ดในสังเวียนเถื่อนแห่งนี้การตั้งการ์ดของพลเป็สัญญาณว่าเขาเอาจริงแล้ว เขาเห็นพีทเป็คู่ต่อสู้ที่ควรค่ากับการสู้แบบเต็มกำลัง
พิธีกระโผ่านไมโครโฟนเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น "นั่นคือการตั้งการ์ดของนักสู้พล!เขากำลังเอาจริงแล้ว! ชายที่อยู่ตรงหน้าสามารถทำให้เขาต้องถึงกับตั้งการ์ด!"
แต่พีทกลับทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดเขาค่อยๆ เอาการ์ดของตัวเองลง สายตาของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจท่าทางของเขากำลังสื่อถึงบางอย่าง และพลก็เข้าใจมันดีพีทกำลังบอกว่าเขาเหนือกว่าพลแล้วในตอนนี้
เสี่ยชาตรีที่ยืนอยู่ข้างเวทีมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยรอยยิ้ม "ไอ้หนูนั่น... ฉันมองมันไม่ผิดจริงๆเอาการ์ดลงในขณะที่พลคิดจะเอาจริง มัน้าแสดงให้รู้ว่าใครเหนือกว่าใคร"
พลยิ้มบางๆแม้จะเหนื่อยล้าแต่เขาก็ยอมรับความจริง "ฝีมือนาย... ฉันขอยอมรับฉันจะจดจำนายไว้ละกัน PEETORDER"
พลตั้งการ์ดอีกครั้งและเดินบุกเข้าหาพีทเขาปล่อยหมัดแย็บซ้ายและตามด้วยหมัดตรงขวา แต่พีทใช้ฟุตเวิร์คหลบได้อย่างรวดเร็วและสวนกลับด้วยหมัดแย็บซ้ายที่พุ่งตรงเข้าที่หน้าของพลพลใช้การ์ดกันไว้และสวนกลับด้วยการเตะเจาะยางที่ทำให้พีทเซไปเล็กน้อยแต่พีทยังคงยืนหยัดและพร้อมจะสู้ต่อ
พลไม่รอช้าเขาปล่อยหมัดรัวๆ ใส่พีท หมัดแย็บซ้าย หมัดตรงขวา หมัดฮุค และหมัดเหวี่ยงตามด้วยการฟันศอก เตะ และแทงเข่า ทักษะมวยไทยของเขาแสดงออกมาอย่างเต็มที่แต่พีทเองก็ไม่ยอมแพ้ เขาตอบโต้ด้วยการปล่อยหมัดรัวๆ เช่นกัน หมัดแย็บซ้ายหมัดตรงขวา หมัดฮุค หมัดเหวี่ยง ฟันศอก เตะ และแทงเข่าทั้งสองคนยืนแลกหมัดกันอย่างดุเดือด ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว
เสียงปะทะของหมัดและเสียงเชียร์ของผู้ชมดังก้องไปทั่วสังเวียนแต่พลเริ่มแสดงสัญญาณของความเหนื่อยล้า เขาค่อยๆ ถอยหลังทีละก้าวขณะที่พีทยังคงบุกต่อ พละกำลังของพลเริ่มลดลงเรื่อยๆ เขาถูกพีทต่อยรัวๆจนถอยหลังไปติดกับกำแพงเหล็ก พลพยายามยืนหยัด แต่ในที่สุดเขาก็ล้มลงไปกับพื้นน็อกเอาท์
เสียงเชียร์จากผู้ชมดังขึ้นอย่างกึกก้องไม่มีใครเชื่อสายตาตัวเอง นักสู้ในตำนาน "มนุษย์เหล็ก" พลถูกน็อกล้มลงไป การต่อสู้ครั้งนี้จบลงแล้ว และผลแพ้ชนะก็ชัดเจน
กรรมการเดินไปเช็คสภาพของพลก่อนจะยกมือขึ้นประกาศให้พีทเป็ผู้ชนะ เสียงเฮจากผู้ชมดังสนั่นไปทั่วสังเวียนทุกคนต่างส่งเสียงยินดีกับชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของพีท
เสี่ยชาตรีเดินขึ้นมาบนเวทีด้วยรอยยิ้มเขาชูมือพีทขึ้นกลางเวทีพร้อมกับเสียงเชียร์ที่ดังขึ้นอีกครั้ง"ฉันจะทำตามสัญญานะ ไอ้หนู"เสี่ยชาตรีพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพต่อพีท
พีทยืนอยู่ท่ามกลางเสียงเชียร์ของผู้คนที่ยกย่องในชัยชนะของเขาแต่ในใจของพีท เขารู้ดีว่าชัยชนะนี้ไม่ใช่เพียงแค่การพิสูจน์ตัวเองในสังเวียนแต่ยังเป็การทำตามคำสัญญาที่เขาให้ไว้กับฟางและเพื่อให้เธอได้รับอิสระจากความเ็ปที่ผ่านมาทั้งหมด
ท่ามกลางฝูงชนที่กำลังเชียร์ชัยชนะของพีทมีชายชาวต่างชาติผิวดำร่างใหญ่ กล้ามเนื้อแน่น เดินแหวกฝูงชนอย่างมั่นคงเขาเดินตรงไปยังพิธีกรและแย่งไมค์จากมือของพิธีกรอย่างไม่ลังเล
"เห้ยเดี๋ยวสิ จะทำอะไรนะ" พิธีกรพยายามจะพูดออกมาแต่เมื่อเห็นใบหน้าของชายคนนั้น เขาถึงกับใ "หน้าตาแบบนี้...คุณคือ..."
ชายชาวต่างชาติคนนั้นพูดภาษาไทยด้วยสำเนียงแบบฝรั่งเข้าไมค์เสียงของเขาดังก้องไปทั่วสังเวียน "โหลๆ สวัสดีทุกคน!"เสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจและความก้าวร้าว
ฝูงชนที่กำลังส่งเสียงเชียร์พีทหยุดชะงักทุกคนต่างหันไปมองเขาและเกิดความตื่นตะลึง พวกเขาจำได้ทันทีว่าชายคนนี้คือใคร
"ผมไมเคิล จะขอท้าชกกับเขา" ชายชาวต่างชาติพูดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความท้าทาย ทุกคนต่างรู้ว่าไมเคิลเป็นักชกมวยสากลระดับตำนานที่เคยครองแชมป์โลกมาหลายสมัยการปรากฏตัวของเขาในสังเวียนเถื่อนครั้งนี้สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคน
เสี่ยชาตรีที่ยืนอยู่ข้างเวทีถึงกับต้องะโออกมา"ไมเคิลคนนั้น... นักชกมวยสากลระดับตำนาน!"เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เห็นคนอย่างไมเคิลที่นี่
ไมเคิลหันไปมองเสี่ยชาตรีด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความท้าทาย"วันไหนละ" เสียงของเขาเ็าและเรียบง่าย
เสี่ยชาตรีตอบกลับด้วยความประหลาดใจ"วันนี้... และเดี๋ยวนี้เลย"
ไมเคิลยิ้มและพูดอย่างมั่นใจ"แน่นอน วันนี้ และเดี๋ยวนี้เลย"
เสี่ยชาตรีส่ายหัวเล็กน้อย"คงจะไม่ได้หรอก เขาพึ่งสู้จบไป ต้องให้เวลาเขาพักหน่อย"
ไมเคิลหัวเราะเบาๆก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงท้าทาย "พักเหรอ ตอนนี้เราอยู่ที่ไหนกัน สังเวียนเถื่อนใช่ไหมมันมีอะไรแบบนั้นด้วยเหรอ หรือฉันให้ค่าที่นี้มากไป" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยการดูถูก ท้าทายกฎเกณฑ์ใดๆ ที่มีอยู่
ฝูงชนรอบสนามต่างส่งเสียงกันอย่างตื่นเต้นบางคนเชียร์ให้เกิดการต่อสู้ บางคนกลับเงียบด้วยความกังวล พีทยืนอยู่กลางสังเวียนมองไปที่ไมเคิลที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา เขารู้ดีว่าไมเคิลไม่ใช่คู่ต่อสู้ธรรมดาและการท้าทายนี้อาจจะเป็บททดสอบที่ยากที่สุดในชีวิตของเขา
เสี่ยชาตรีกำหมัดแน่นด้วยความกังวลเขารู้ว่าการท้าทายของไมเคิลไม่ใช่เื่ธรรมดาการปล่อยให้พีทสู้ต่อในสภาพที่เหนื่อยล้าอาจเป็อันตรายเกินไปแต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไรออกมา พีทก็เอามือมาแตะที่ไหล่ของเขาเบาๆ
"ผมไหวนะให้เขาเข้ามาสู้เถอะ" พีทพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงแม้ว่าเขาจะเหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับพลแต่ในใจของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะเผชิญหน้ากับไมเคิล
เสี่ยชาตรีมองหน้าพีทและพยักหน้าเบาๆ"งั้นก็ได้... เข้ามาในสังเวียน"
ในขณะที่ไมเคิลกำลังเตรียมตัวฟางเดินตรงเข้าไปหาเขาด้วยความโกรธ เธอยกมือตบหน้าไมเคิลไปหนึ่งครั้งเสียงตบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของฝูงชน "จะมาหาเื่คนอื่นก็ให้เวลาเขาพักหน่อยสิ!"เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกล้าหาญและความโกรธ
ไมเคิลที่โดนตบไม่แสดงอาการสะทกสะท้านเขาหันมามองฟางด้วยสายตาที่เ็าก่อนจะตบเธอกลับด้วยหลังมืออย่างแรงจนฟางล้มลงไปกับพื้นทันที
พีทที่เห็นเหตุการณ์นั้นถึงกับกำหมัดแน่นความโกรธพลุ่งพล่านในใจของเขา แต่ก่อนที่เขาจะทำอะไร เสี่ยชาตรีก็เข้ามาห้ามไว้"ไว้ค่อยระบายใส่มันตอนสู้" เสี่ยชาตรีพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
ไมเคิลหัวเราะเบาๆก่อนจะปืนข้ามกำแพงเหล็กเข้ามาในสังเวียน เขาค่อยๆ ใส่นวมที่เตรียมมาพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่ง "ฉันจะใส่นวมไว้ถือว่าแลกกับที่นายไม่ได้พัก"
บรรยากาศในสังเวียนเต็มไปด้วยความตึงเครียดทุกสายตาจับจ้องไปที่พีทและไมเคิลผู้ชมต่างสงสัยว่าพีทจะสามารถท้าทายตำนานอย่างไมเคิลได้หรือไม่
พลที่พึ่งฟื้นจากการถูกน็อกลุกขึ้นมาและยืนดูข้างสนามด้วยความสนใจเขารู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ธรรมดาและพีทต้องใช้ทุกสิ่งที่เขามีในการเผชิญหน้ากับไมเคิล
เสียงประกาศของพิธีกรดังขึ้นอีกครั้ง"PEETORDERนักสู้ที่พึ่งเอาชนะพล เ้าของฉายามนุษย์เหล็กไปได้หมาดๆตอนนี้เขาต้องมาสู้อีกครั้ง กับนักชกระดับตำนาน ไมเคิล! อดีตนักมวยชาวอเมริกันแชมป์โลกเฮฟวีเวท 3 สถาบันคนแรกของโลก!เ้าของสถิติเป็แชมป์โลกเฮฟวีเวทที่อายุน้อยที่สุดในโลก ด้วยวัยเพียง 20 ปี และยังเป็เ้าของฉายา มฤตยูดำ ในวัย 60ปี"
เสียงผู้ชมรอบสนามดังขึ้นอีกครั้งขณะที่การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของพีทกำลังจะเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางเสียงเชียร์และความคาดหวัง พีทยืนมองไมเคิลด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเขารู้ว่านี่คือบททดสอบที่แท้จริง และเขาต้องผ่านมันไปให้ได้
พีทยืนมองไมเคิลคู่ต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้าร่างกายใหญ่โตและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่เหมือนกับกำแพงเหล็กผิวสีดำที่ดูแข็งแกร่งและทรงพลัง ไมเคิลยิ้มให้พีทด้วยสายตาที่เย้ยหยันแต่พีทไม่ยอมให้ความกลัวเข้าครอบงำ เขากำหมัดแห่งความโกรธแน่นขณะที่เสียงระฆังดังขึ้น เริ่มการต่อสู้
พีทตั้งการ์ดแล้วเดินบุกเข้าไปหาคู่ต่อสู้ทันทีเขารู้ดีว่าเขาต้องใช้ความเร็วและเทคนิคในการต่อสู้ครั้งนี้ แต่ทันใดนั้นไมเคิลก็ปล่อยหมัดตรงขวาเข้ามาหมัดที่พุ่งตรงมาหาพีทกระแทกเข้าที่การ์ดของเขาอย่างรุนแรงมันทะลุการ์ดเข้าไปและกระแทกที่หน้าของพีทจนเขากระเด็นลอยไปตกบนพื้น
เสียงรอบสนามเงียบลงทันทีทุกคนต่างตกตะลึงในแรงหมัดของไมเคิล "แรงหมัดอะไรจะขนาดนี้!"พีทรู้สึกถึงความเ็ปที่แล่นไปทั่วใบหน้า
พิธีกรรีบพูดขึ้นเพื่อบรรยายสถานการณ์"โดนเข้าให้หมัดตรงของไมเคิล หมัดตรงของแชมป์โลกมวยสากลรุ่นเฮฟวีเวท"
พีทพยายามลุกขึ้นมาแต่ร่างกายของเขาเซไปมา หมัดของไมเคิลหนักเกินกว่าที่เขาจะรับได้ แม้จะใช้การ์ดกันแต่แรงหมัดนั้นก็ทะลุการ์ดเข้ามาทุกครั้ง พีทพึมพำกับตัวเอง "ไม่ไหว...หมัดหนักขนาดนี้ ต่อให้ใช้การ์ดกันไว้ก็ไม่รอด"
แม้จะเ็ปแต่พีทไม่ยอมแพ้ เขาบุกเข้าไปอีกครั้ง ไมเคิลใช้หมัดแย็บเข้าใส่พีทโยกตัวหลบไปทางซ้าย แต่ไมเคิลก็ใช้หมัดเหวี่ยงขวาใส่ทันทีพีทย่อตัวหลบไปได้อย่างหวุดหวิด ไมเคิลต่อด้วยหมัดฮุก พีทยกการ์ดขึ้นกันแม้หมัดจะถูกการ์ด แต่แรงหมัดทำให้การ์ดของพีทแตกทะลุเข้าที่หน้าอีกครั้งพีทรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกที่ทำให้เขาลอยถอยหลังไปอีกครั้ง
เสี่ยชาตรียืนมองดูการต่อสู้ด้วยความกังวลเขาหันไปคุยกับพล นักสู้ที่เพิ่งพ่ายแพ้ให้กับพีท พวกเขาคุยกันสั้นๆก่อนที่พลจะส่งเสียงเรียกพีท "ไอ้หนู ใจเย็นหน่อย อย่าให้อารมณ์เข้าครอบงำเก็บมันไว้ก่อน แล้วค่อยะเิออกมาตอนที่มีโอกาส"
พีทได้ยินคำแนะนำของพลเขารู้ดีว่าการใช้ความโกรธไม่ช่วยให้เขาชนะ เขาต้องใจเย็นและใช้กลยุทธ์เขาลุกขึ้นมายืนอีกครั้ง สายตาของเขามุ่งมั่นมากขึ้นกว่าเดิมเขาตัดสินใจที่จะรอให้ไมเคิลเปิดช่องโหว่
ไมเคิลบุกเข้ามาอีกครั้งและปล่อยหมัดขวาใส่พีทพีทใช้ความเร็วของเขาหลบได้ทัน แล้วเขาเข้าใกล้ไมเคิลฟันศอกซ้ายเข้าที่ใบหน้าของไมเคิลจนเกิดแผลเืออกไมเคิลถุยเืออกจากปากพร้อมกับยิ้มเ็า "ไม่ได้เสียเืมานานแล้ว"
พีทไม่หยุดอยู่แค่นั้นเขายกขาขวาขึ้นและเตะเจาะยางอย่างแรงไปที่ขาของไมเคิลเสียงขาทั้งสองกระทบกันดังสนั่นแต่พีทต้องใเมื่อเขารู้สึกถึงความแข็งแกร่งของไมเคิล"ขาของเขาแข็งเกินไปแล้ว..." พีทคิดในใจขาของไมเคิลราวกับหินผาที่ไม่สามารถทะลุทะลวงได้
ไมเคิลยืนอยู่อย่างมั่นคงร่างกายของเขาเต็มไปด้วยพละกำลังอันมหาศาลขณะที่พีทกลับเ็ปอย่างหนักจากการเตะที่ขาของไมเคิลขาของเขารู้สึกชาและความเ็ปแล่นไปทั่วร่างกาย เขาไม่สามารถยืนตรงได้และการหลบการโจมตีของไมเคิลก็เริ่มเป็ไปได้ยากขึ้น
ไมเคิลไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยเขาต่อยใส่พีทอย่างต่อเนื่อง หมัดของเขาถูกปล่อยออกมาอย่างรัวๆ พีทพยายามจะล้มแต่ไมเคิลกลับช้อนตัวพีทขึ้นมาและต่อยอีกครั้งหมัดตรงพุ่งเข้าที่หน้าของพีทอย่างรุนแรงจนเขากระเด็นลอยไปอีกครั้งพีทรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะหมดสติ ตาของเขาปิดลง ร่างกายไม่ตอบสนองอีกต่อไป
เสียงผู้ชมรอบสนามเงียบลงทันทีทุกคนต่างเฝ้าดูอย่างตื่นเต้นและกังวล กรรมการเริ่มเดินเข้ามาเช็คอาการของพีทแต่ไมเคิลยกมือขึ้นสั่งห้าม กรรมการหยุดและไมเคิลเริ่มเต้นฟุตเวิร์คอย่างเย้ยหยันเขาค่อยๆ เดินเข้าไปหาพีทอย่างช้าๆ ราวกับนักล่าที่เตรียมตัวเผด็จศึกเหยื่อของเขา
ขณะเดียวกันพลที่ยืนอยู่ข้างสนามใกล้ๆ กับพีท มองเห็นสภาพของพีทที่นอนนิ่งอยู่เขาตัดสินใจเรียกพีทด้วยเสียงที่จริงจังและเต็มไปด้วยความหวัง "เ้าหนูเอ้ย!ถ้านายยอมแพ้ตอนนี้ ก็เท่ากับว่านายปล่อยคนที่ทำร้ายคนรักของนายไป ลุกขึ้นสิ!ด้วยความแข็งแกร่งของนาย และความพยายามของนาย นายสามารถเอาชนะมันได้!"
คำพูดของพลดังก้องในใจของพีทเขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา แม้ร่างกายจะเ็ปแต่ในใจของเขายังคงมีเปลวไฟแห่งความมุ่งมั่นเขารู้ดีว่าเขาต้องลุกขึ้นเพื่อต่อสู้ต่อไป เขาไม่สามารถยอมแพ้ได้
ไมเคิลวิ่งเข้ามาหาพีทอย่างรวดเร็วพร้อมเหวี่ยงหมัดขวาใส่พีท แต่พีทใช้ไหวพริบ เขาย่อตัวหลบหมัดนั้นได้ทันเวลาจากนั้นเขาใช้ศอกฟันขึ้นไปที่คางของไมเคิล ทำให้ไมเคิลเสียจังหวะพีทตามด้วยการแทงเข่าเข้าที่ท้องของไมเคิลอย่างแรงก่อนจะเตะไปที่ข้อพับขาขวาของไมเคิลจนไมเคิลคุกเข่าลงกับพื้น
พีทไม่ปล่อยโอกาสเขาเข้ารัดคอไมเคิลด้วยกำลังทั้งหมดของเขาไมเคิลพยายามฝืนลุกขึ้นยืนทั้งที่พีทรัดคออยู่แต่แรงกดของพีททำให้ไมเคิลเริ่มหายใจไม่ออก เขาลนลาน พยายามสลัดพีทออกจากตัวเขาพุ่งตัวเข้าชนกำแพง พยายามจะทำให้พีทปล่อยมือ
พีทรู้สึกถึงความเ็ปที่กระแทกเข้ามาแต่เขายังคงอดทนไว้ ไม่ปล่อยให้ไมเคิลหลุดรอดไปได้ เขาะโออกมาอย่างสุดเสียง"อ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา"
การเคลื่อนไหวของไมเคิลค่อยๆช้าลง แรงที่พยายามสลัดพีทออกเริ่มลดลง จนในที่สุด ร่างของเขาก็หยุดนิ่งพีทรู้สึกได้ว่าไมเคิลหมดสติไปแล้ว เขาปล่อยมือออกและเห็นไมเคิลค่อยๆล้มลงไปกับพื้น
เสียงเฮจากผู้ชมรอบสนามดังขึ้นทันทีกรรมการประกาศให้พีทเป็ผู้ชนะ เสียงเชียร์กึกก้องไปทั่วสนามทุกคนต่างยินดีกับชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของพีท
หลังจากที่เสียงประกาศชัยชนะของพีทดังขึ้นพีทเองก็ล้มลงไปนอนกับพื้น ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความเ็ปแต่ในใจของเขาเต็มไปด้วยความสุขฝูงชนต่างแห่เข้ามาในสนามและยกตัวพีทขึ้นชูไว้ราวกับวีรบุรุษแห่งสังเวียนเถื่อน
พีทในอ้อมแขนของฝูงชนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เขารู้ดีว่าชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่แค่การพิสูจน์ตัวเองแต่เป็การรักษาสัญญาและการปกป้องคนที่เขารัก
หลังจากวันที่พีทเอาชนะไมเคิลได้เสี่ยชาตรีก็ทำตามสัญญาอย่างที่พูดไว้ เขายกหนี้ทั้งหมดของฟางให้และมอบอิสระให้กับเธอฟางสามารถเดินออกจากชีวิตที่ถูกกดดันจากหนี้สินไปได้อย่างเต็มที่ ไม่เพียงแค่นั้นเสี่ยชาตรียังมอบรางวัลให้กับพีทด้วยจำนวนเงิน 10 ล้านบาทเพื่อเป็การตอบแทนชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้สังเวียนเถื่อนได้รับความสนใจจากผู้คนมากมาย
พีทและฟางนั่งคุยกันหลังจากได้รับเงินรางวัลทั้งสองคนตัดสินใจไม่เก็บเงินนั้นไว้ใช้ส่วนตัวแต่เลือกที่จะนำเงินทั้งหมดไปบริจาคให้กับบ้านเด็กกำพร้าที่พีทเคยเติบโตมาเพื่อให้เด็กๆ ที่นั่นมีโอกาสและชีวิตที่ดีขึ้นพีทรู้ดีว่าการได้มอบโอกาสให้กับคนอื่น เป็สิ่งที่เขาอยากทำเสมอมา
ณห้องพักของพีทในคืนหนึ่ง ฟางและพีทนั่งอยู่ด้วยกัน แสงไฟสลัวๆภายในห้องทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นฟางหันมามองพีทด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความซาบซึ้ง เธอเอื้อมไปจูบพีทเบาๆริมฝีปากของทั้งสองคนัักันอย่างอบอุ่น
"นายนะ...เป็ฮีโร่ของฉันนะ" ฟางกระซิบเบาๆ ข้างหูของพีทรอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ
พีทยิ้มตอบความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ทั้งหมดหายไปในทันทีเขารู้ดีว่าการเดินทางที่ยากลำบากนี้ได้มอบสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตให้กับเขานั่นคือการได้อยู่เคียงข้างฟางและทำให้เธอมีความสุข
เสียงลมที่พัดผ่านหน้าต่างทำให้ห้องพักของพวกเขาเต็มไปด้วยความเงียบสงบคืนนี้เป็คืนที่พิเศษสำหรับทั้งสองคนและเป็การปิดฉากเื่ราวที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ ความรัก และความเสียสละ
End Credit Scene
ในห้องที่เต็มไปด้วยความมืดและแสงไฟสลัวหญิงสาวสวมเสื้อฮูดสีชมพูและกระโปรงสีขาว หน้ากากไฟ LEDสีชมพูปกปิดใบหน้าของเธอ เธอนั่งอยู่หน้าโต๊ะเล็กๆขณะที่จอภาพขนาดใหญ่ฉายคลิปการต่อสู้ของพีทใน่ที่เขากำลังรัดคอไมเคิลเสียงะโของพีทดังก้องอยู่ในห้อง ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด
ขณะที่คลิปยังคงเล่นอยู่หญิงสาวอีกคนที่กำลังวิดพื้นอยู่ไม่ไกลจากนั้นเธอมีร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่น หุ่นฟิตสมบูรณ์แบบขณะที่เธอวิดพื้นอย่างเงียบๆ เธอก็เงยหน้าขึ้นมองไปที่จอภาพและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า
บัวบาน"เธอว่าหมอนี่จะเอาชนะ PALMER46ได้ไหม,CODE2"
หญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะหันมามองบัวบานผ่านหน้ากากไฟLEDสีชมพู ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
CODE2 "ไม่ไหวหรอก... ถ้าแค่นี้ยังาเ็ขนาดนี้"