เกิดใหม่มาเป็นแพทย์สาวชาวนาผู้ร่ำรวย (ด้วยตัวเอง) [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 66 ข้อดีของน้ำต้มกระดูก

            "ทุกคนล้วนเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันเจ้าไม่ต้องทำดีเกินไป ผัดผักสองจาน เนื้อหนึ่งจาน น้ำแกงหนึ่งชามก็พอแล้วหากอาหารดีจนเกินไป วันข้างหน้าหากมีคนจะปลูกบ้านสร้างเรือนก็จะเอาที่เจ้าทำให้มาเปรียบเทียบเป็นการมีปัญหากับผู้อื่นโดยใช่เรื่อง"

            นี่คือคำพูดของป้าหวัง

            ป้าหวังใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านเสี่ยวหนิวมาหลายปีเข้าใจคนในหมู่บ้านเป็นอย่างดี หากชีวิตของทุกคนอยู่ในระดับเดียวกันไม่มีอะไรให้เปรียบเทียบก็จะไม่มีผู้ใดพูดอะไร แต่เวลานี้ซ่งอวี้ทั้งซื้อทาสทั้งซื้อที่ดิน แล้วยังจะปลูกบ้านสร้างเรือนอีก ชีวิตของนางรุ่งโรจน์กว่าทุกคนจึงยากที่จะเลี่ยงไม่ให้ผู้คนอิจฉาตาร้อน

            ซ่งอวี้เม้มริมฝีปาก"พวกเขาทำงานให้ข้า แค่มื้อเที่ยงหนึ่งมื้อเท่านั้นไม่จำเป็นต้องคิดเล็กคิดน้อยเช่นนั้นกระมัง"

            เดิมทีตามความคิดของซ่งอวี้แม้จะสร้างเรือนหนึ่งเดือน ค่าอาหารหนึ่งเดือนจะเท่าใดกัน? ทำงานใช้แรงหากกินไม่อิ่มแล้วคนงานจะตั้งใจทำได้อย่างไร

            แต่ความคิดของนางในสายตาของป้าหวังน่าขันเล็กน้อย

            "เจ้าอย่าคิดว่าคนในหมู่บ้านจะเป็นคนดีหากวันนี้เจ้านำอาหารดีๆ มากมายมาต้อนรับพวกเขา วันข้างหน้าพวกเขาจะเอาอาหารเหล่านี้เป็นพื้นฐานรังแต่จะขอของดีๆ จากเจ้ามากยิ่งขึ้น มนุษย์โลภมาก หลักการนี้เจ้าไม่เข้าใจหรือ?" ป้าหวังพูดด้วยท่าทีที่เหมือนซ่งอวี้ไม่ได้ดั่งใจ

            ตระกูลใดมีของดีๆล้วนต้องเก็บซ่อนเอาไว้ กลัวผู้อื่นรู้ เหตุใดปกติซ่งอวี้ฉลาดหลักแหลมแต่ในยามสำคัญเช่นนี้กลับผิดพลาดได้เล่า

            ป้าหวังอธิบายหลักการให้ซ่งอวี้ฟัง"อีกอย่าง อาหารที่ข้าให้เจ้าเตรียมก็มากมายพอแล้ว หากทำงานที่บ้านอื่นให้เศษเนื้อสักชิ้นก็ถือว่าเป็นอาหารที่ดีแล้วจึงอย่าได้พูดถึงอาหารของเจ้าที่เป็นเนื้อทั้งจาน หรือว่ายังไม่พอให้พวกเขากิน?"

            ซ่งอวี้ถูกเกลี้ยกล่อมจนยอมไม่คิดอยากจะเตรียมอาหารมากมาย อย่างมากก็แค่เปลี่ยนจากน้ำแกงไก่มาเป็นน้ำต้มกระดูกซึ่งก็มีรสชาติของเนื้อสัตว์ เพิ่มเห็ดหอมและต้นหอมรสชาติก็เอร็ดอร่อยแล้ว

            สุดท้ายหลังจากยกน้ำต้มกระดูกไปที่โต๊ะ ซ่งอวี้เห็นทุกคนตักน้ำต้มกระดูกไม่หยุดนางเพิ่งรู้ว่าที่แท้คนยุคสมัยนี้ไม่คุ้นเคยกับการดื่มน้ำต้มกระดูกคนส่วนมากเมื่อได้กินก็ถามว่านี่คือน้ำแกงอะไร

            ต้องรู้ว่าในโลกยุคปัจจุบันมีสูตรอาหารบำรุงร่างกายมากมายซึ่งโดยมากล้วนเกี่ยวข้องกับกระดูกหากกินเป็นประจำทุกวันจะมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก อีกทั้งไม่มีเนื้อติดกระดูกดังนั้นจึงราคาถูกมาก กระดูกสามชิ้นเพียงสิบอีแปะเท่านั้น

            "นี่คือน้ำต้มกระดูกวัตถุดิบหลักคือกระดูกหมูเท่านั้น หากพวกเจ้ารู้สึกอร่อยไปซื้อที่ร้านขายเนื้อหมูได้ กระดูกสามชิ้นราคาเพียงสิบอีแปะเท่านั้นเก็บไว้ทานได้นาน อีกทั้งน้ำต้มกระดูกนี้ดีต่อร่างกาย โดยเฉพาะเด็กเล็กหากกินเป็นประจำทุกวันจะสูงเร็วทั้งยังป่วยน้อย"

            ตอนซ่งอวี้ทานอาหารนางอธิบายประโยชน์ของน้ำต้มกระดูกให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับดวงตาทอประกายโดยเฉพาะสองประโยคหลัง

            ในชนบทไม่มีน้ำมันเด็กส่วนมากล้วนขาดสารอาหาร ผู้ใหญ่ในเรือนต่างรู้ดีแต่ก็จนปัญญาเพราะฐานะทางการเงินมีจำกัด

            ลองคิดดูเล่า หลายครอบครัวมีเพียงช่วงเทศกาลตรุษจีนเท่านั้นที่จะทำใจซื้อเนื้อหมูมากินสักครึ่งกิโลเพียงแค่นี้ก็รู้แล้วว่าคุณภาพชีวิตของพวกเขายากลำบากเพียงใด

            แต่เวลานี้ หลังจากซ่งอวี้บอกประโยชน์ของน้ำต้มกระดูกให้ทุกคนฟังกระดูกสามชิ้นราคาเพียงสิบอีแปะ แม้จะเป็นคนที่ยากจนที่สุดก็พอจะเค้นเงินออกมาซื้อได้

            "น้องซ่งอวี้สิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริงหรือ? น้ำต้มกระดูกดีจริงๆหรือ?" หนึ่งในบุรุษถือถ้วยแล้วพูดกับซ่งอวี้อย่างมีความหวัง

            ซ่งอวี้พยักหน้า"ทุกคนต่างรู้ดี ข้าเป็นหมอ ข้ามีความรู้เรื่องเหล่านี้เป็นอย่างดียกตัวอย่าง ทุกคนล้วนเลี้ยงหมู หากอยากจะให้หมูโตเร็วและตัวอ้วนต้องให้พวกมันกินแกลบมากๆ เพราะเหตุใด? เพราะในแกลบมีสารอาหารที่พวกหมูต้องการพวกหมูกินแล้วจึงอวบอ้วน ในน้ำต้มกระดูกมีสารอาหารที่ดีต่อเด็กเด็กดื่มแล้วช่วยให้ตัวสูงและกำยำ ร่างกายแข็งแรง"

            ถึงแม้การเอาหมูมาเปรียบเทียบกับเด็กจะไม่ชวนฟังเท่าใดนักคล้ายว่าจะเป็นคำพูดหยาบคายทว่ามีเหตุผล ทุกคนฟังแล้วก็เข้าใจทันที พวกเขาตัดสินใจว่าเมื่อกลับถึงเรือนจะเอาเรื่องนี้ไปบอกภรรยา จะซื้อกระดูกหมูให้ลูกๆ กิน

            เพราะเรื่องนี้ช่วงบ่ายทุกคนจึงทำงานด้วยความขยันขันแข็งมากยิ่งขึ้นไม่มีผู้ใดโอดครวญว่าเหนื่อยและไม่มีผู้ใดบอกว่าจะพัก

            ถึงแม้จะไม่รู้ว่าน้ำต้มกระดูกได้ผลจริงตามที่พูดหรือไม่แต่พวกเขาซาบซึ้งในน้ำใจของซ่งอวี้จากใจจริงแล้ว

            "น้องซ่งเจ้าช่างรู้มากจริงๆ ไม่แปลกที่พวกลูกๆ ของข้าตัวเล็ก ที่แท้ก็ขาดที่เจ้าบอกสารอาหารอะไรนั่น"

            วันนี้เป็นวันแรกซ่งอวี้จึงไม่ได้กลับไปโขลกสมุนไพรของนาง นางอยู่ในที่ก่อสร้างคอยเติมน้ำให้ทุกคนเสมอและยื่นอิฐให้เป็นครั้งคราวด้วย

            เหตุเพราะคำพูดเมื่อตอนกลางวันทุกคนจึงชื่นชอบซ่งอวี้เป็นอย่างมาก ความเหินห่างในอดีตจางหายไปแล้ว ตอนจิบน้ำก็ส่งยิ้มและพูดคุยด้วยเป็นครั้งคราว

            "ลูกของท่านอายุเท่าใดหรือว่าจะให้โตเป็นบุรุษตัวใหญ่เหมือนพวกเราในชั่วพริบตาเช่นนั้นหรือ?" บุรุษอีกคนหนึ่งพูดขึ้น ทุกคนต่างก็หัวเราะ

            บุรุษที่พูดหยอกล้อเช็ดเหงื่อเขาเองก็หัวเราะ เวลานี้ลูกของเขาเพิ่งอายุห้าขวบ ยังไม่ซูบผอม

            ซ่งอวี้ฟังแล้วใบหน้าเปื้อนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน เทียบกับบรรยากาศร้อนระอุรอบๆแล้วแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

            หรงจิ่งเห็นภาพนี้ผ่านหน้าต่างหัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นมากะทันหัน เขาเอามือทาบอกโดยไม่อาจหักห้ามแต่กลับไม่รู้ว่าตนจะทำอะไร พูดอะไร นานพักใหญ่ เขาก็พูดพึมพำเสียงเบา"มีน้ำต้มกระดูกหรือไม่?"

            "น้ำต้มกระดูกอะไรกัน?" ตอนซ่งอวี้เดินเข้ามา นางได้ยินประโยคนี้เข้าพอดีจึงเอ่ยถาม

            เสียงของซ่งอวี้ขัดจังหวะความคิดของหรงจิ่งเขาหันไปมอง เม้มปากเป็นเส้นตรง "เมื่อครู่แม่นางบอกว่าน้ำต้มกระดูกดีกับร่างกาย โดยเฉพาะเด็ก แม่นางรู้ได้อย่างไร"

            เสียงของหรงจิ่งเค้นถามอย่างไม่รู้ตัวหลังจากพูดไปแล้วเขาค่อยนึกขึ้นได้ว่าซ่งอวี้ไม่ใช่บริวารของเขา จึงรีบเปลี่ยนคำพูด"ไม่เคยมีผู้ใดบอกมาก่อนว่าน้ำต้มกระดูกดีกับร่างกายมีเพียงแม่นางเท่านั้นที่พูดเช่นนี้ ข้าจึงแปลกใจ"

            พูดจบเขาก็ลอบอุทานในใจว่าเกือบไปแล้วเกือบเปิดเผยตัวตนแล้ว

            ซ่งอวี้ไม่ได้สงสัยเพราะถึงอย่างไรเมื่อครู่ตอนที่นางเพิ่งพูดนั้นชาวบ้านต่างก็สงสัยด้วยเหตุนี้นางจึงเล่าสิ่งที่ตนเองรู้ให้เขาฟังอย่างละเอียด"ร่างกายของมนุษย์มีสารอาหารที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้หากไม่มีสารอาหารเหล่านี้แล้วร่างกายจะล้มป่วย ในกระดูกมีคุณประโยชน์เล็กน้อยนำไปต้มกับน้ำ เมื่อกินทุกวันเป็นเวลานาน ร่างกายก็จะแข็งแรงขึ้น"

            หลักการนี้ช่างแปลกใหม่ยิ่งนักหรงจิ่งนึกสนใจขึ้นมาทันทีจึงเอ่ยถาม "คุณประโยชน์ที่แม่นางพูดถึงเหตุใดจึงมีผลลัพธ์เช่นนี้? อธิบายให้ฟังได้หรือไม่?"

            "เอ่อ...." ซ่งอวี้ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นแพทย์สาวชาวนาผู้ร่ำรวย (ด้วยตัวเอง) [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747