ณ จวนสกุลซวี
จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บบบบ
เสียงนกคุยกันจ้อกแจ้กจอแจกันอยู่ริมหน้าต่าง ปลุกซวีโจว ผู้ที่สลบจากพิษาแที่ได้รับจากการถูกธนูเสียบไหล่ในครานั้นให้ตื่นจากความนิทรารมณ์....
"น้ำ ขอน้ำหน่อย"
ชุ่ยเออร์ที่กำลังเก็บกวาดห้อง หันขวับมาที่ผู้เป็นาย นางเห็นผู้เป็นายกำลังมองเพดานอยู่
"คุณหนูฟื้นแล้วหรือเ้าคะ" สาวใช้คนสนิทของซวีโจวเอ่ยอย่างตื่นเต้น พร้อมทั้งยื่นน้ำให้ผู้เป็นาย
"?" มองหน้าชุ่ยเออร์อย่างนึกสงสัย
ฟื้น? ตรูยังไม่ตายอีกเหรอฟ้ะะะ ตกสะพานขนาดนั้นแล้วไม่ตาย ถึกเป็บ้าเลยวุ้ย แล้วเมื่อกี้ทำไมถึงลงนรกวะ ประสาท หู้ววว อ่าว แล้วนี่ใคร! อะไรคุณหนู ๆ นะ
"ผู้ใดก็ได้ ไปตามนายท่านกับฮูหยินที ว่าคุณหนูฟื้นแล้ว"
หะ? อะไร? ไปตามใคร งง สำเนียงจีนแปลก ๆ? ห้องโบราณ? ชุดที่พี่คนเมื่อกี้ใส่? หื้มมม นี่มันกลางกองละครนี่หว่า ชั้นแอบหลับตอนถ่ายละครของคณะอีกแล้วเหรอเนี่ย เห้ออออ เพื่อนก็ช่างไม่ปลุกเล้ยยยย งั้น...ที่ตกสะพานแล้วยังลงนรกเมื่อกี้นี่คือฝัน? บ้าจริงเชียว!
แล้ว.....ต้องต่อบทอะไรต่อเนี่ย รู้แบบนี้น่าจะอ่านบทมาก่อน เห้อออ ไม่ได้เื่เลยตรู มัวแต่ี้เี เอ้อ ดำน้ำไปก่อนละกัน
"แก้วตาดวงใจของแม่ เ้าฟื้นแล้วรึ" เอ๊ะ! ป้าคนนี้คือใคร แหมมมม คณะหาคนหน้าจีน ๆ มาเล่นบทแม่ได้เนียนอยู่นะเนี่ย
"ลูกรัก เ้าเป็อย่างไรบ้าง ตอนที่เ้าหลับไป ผักสวนครัวหลังบ้านที่เ้าปลูกเองกับมือ โตขึ้นเยอะเลยนะ" บทนี่มันเเม่บ้านแม่เรือนชัด ๆ เอาเวลาไหนไปปลูกผักถามก่อน แค่เรียนอย่างเดียวก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว เอ่อ.... แล้วชั้นควรตอบว่าอะไรเนี่ย
"ข้าหลับไปนานเท่าไหร่เ้าคะ" หึ้ยยยยย เนียนอยู่ เอาว่ะ ๆ
" ประมาณเดือนนึง" ตาลุงนั่นตอบ
เอ๊ะเดี๋ยววว คนบ้าอะไรนอนเป็เดือน บ้ารึป่าว ไม่ใช่แล้วล่ะ
"ข้าเป็อันใดเ้าคะ ทำไมข้าหลับไปนานเยี่ยงนั้น"
"โถ่ บุตรีผู้น่ารักของข้า เ้าคงจะไม่รู้ตัวสินะ ว่าในครานั้น เ้าถูกลอบสังหาร แต่โชคเข้าข้าง มีคนผ่านมาแล้วช่วยเ้ากับชุ่ยเออร์ไว้" ป้าคนข้าง ๆ ที่เข้ามาพร้อมลุงคนนั้นตอบ
โอ้โห ใจคอไม่คิดจะเปลี่ยนบทบ้างอ่อ พล็อตเดิม ๆ อ่ะ เห้ออออ ดูสิ้ จะทำยังไงกันต่อ
" ท่านผู้นั้นชื่อเสียงเรียงนามกระไรเ้าคะ"
" คนผู้นั้นบอกว่าชื่อ สุดหล่อในใต้หล้า"
ถามจีงงงง นั่นชื่อคนเหรอวะ หลงตัวเองมากอ่ะ ตรูอยากจะบ้าตาย
"......"
"เ้าปลอดภัยแล้วก็ดี งั้นพวกเราไม่กวนเ้าแล้วล่ะ พักผ่อนให้มาก ๆ โจวโจว" เดี๋ยว! โจว โจ้ว นี่ใครอีกล่ะเนี่ย ชื่อเล่นชั้นเหรอวะ?
"เ้าค่ะ"
พอทุก ๆ คนออกไป หนูนิดก็ลุกขึ้น เพราะคิดว่าหมดซีนแล้ว
"ไปหาน้ำกินสะหน่อยดีกว่า ตื่นมาก็คอแห้งเลย นังเพื่อนตัวดี ไม่คิดจะปลุกชั้น ชั้นจะไปคิดบัญชีกับพวกแก" หนูนิดพึมพำกับตัวเอง
แต่พอเดินออกมา กลับถูกพี่สาวคนนั้นเรียกไว้
"คุณหนูเ้าคะ คุณหนูจะไปที่ใดเ้าคะ คุณหนูเพิ่งฟื้นเองนะเ้าคะ" เอ่า พี่คนนี้ยังไม่ออกจากบทอีกเหรอเนี่ย เห้ออ สงสัยอิน ไม่สน ไปดีกว่า
เดี๋ยว! ทำไมฉากมันมีเยอะจังวะ แถมยังเหมือนจริงด้วย คณะไปเอางบไหนมาหนิ หนูนิดพูดไปพลางเอามือลูบผนังไปแล้วอุทานออกมาเสียงดัง
" เห้ยยย ของจริงนี่หว่า อะไรวะเนี่ยยย "
พี่สาวคนนั้นทำหน้างง แล้วพูดกับหนูนิดว่า
"ก็จริงสิเ้าคะ พวกเราเป็ถึงคนในจวนขุนนาง จะมีของปลอมได้อย่างไรเ้าคะ" ชั้นรู้สึกอึ้ง พี่เขายังเล่นไม่เลิกอีกเหรอเนี่ย ชักจะแปลก ๆ แล้วนะ
ทันใดนั้นเอง หนูนิดเหลือบไปเห็นบันทึกต่าง ๆ บนโต๊ะ ที่ใช้กระดาษที่มีความพิเศษเฉพาะตัว ที่ในยุคปัจจุบัน..... ไม่มี เพราะกระดาษนี้มีแค่ในประวัติศาสตร์จีนเท่านั้น!!!
"นี่มันอะไรกันวะเนี่ย ลงทุนปลอมในสิ่งที่ไม่มีเลยเหรอเนี่ยย ปังมาก! " หนูนิดพูดกับชุ่ยเออร์ที่เธอเข้าใจว่าเป็คนในละครของคณะ
"?" ชุ่ยเออร์ยืนนิ่ง นางไม่เคยเห็นคุณหนูของนางเป็เช่นนี้มาก่อน นางเริ่มสงสัยในตัวนายของตน
"ทำไม่ตอบอ่ะ แบบนี้ต้องทดสอบเพื่อความแน่ใจ ว่าตายมนั่นพูดผิดรึป่าว" หนูนิดเริ่มโมโห เพราะว่าเธอถามพี่สาวคนนั้นแล้วไม่ตอบ แถมยังมองเธอด้วยสายตาประมาณว่า บ้าไปแล้วเหรอ
พอคิดไปคิดมา เธอเริ่มนึกถึงคำพูดของตายมนั่น ที่เธอฝันไปเมื่อกี้ แล้วยกกระดาษที่เธอถือไว้ตอนแรกขึ้นมาอ่าน มันคือบันทึกอะไรสักอย่างของขุนนางที่เธอไม่สามารถอ่านออกได้พอเธอสังเกตเห็นวันที่ นางก็ต้องตะลึงอีกรอบ
ได้สติขึ้นมา เธอก็รีบวิ่งไปหาคนอื่นที่ไม่ใช่คนที่เข้าฉากเมื่อกี้ แล้วสุ่มถามแต่ละคน ทุกคนทำหน้างง ๆ แต่ก็บอกปีให้แก่เธอ หนูนิดมึนงง ไม่เข้าใจ ในสมองตีกันไปหมด จึงส่งผลให้....
.
.
.
.
เธอสลบไปอีกรอบ
.
.
.
//โอ้ยยยย สลบเก่ง ตอนนี้เยอะหน่อยนะจ้ารีด จะให้ลงล็อคจบในบทเดียวนี่ยากจริง ๆ 55555 พูดไปเรื่อยเลยง่าาาา
เป็กำลังใจให้ด้วยน้าาาา ????