เป็นแมงดาในวันสิ้นโลก ด้วยระบบเทพแมงดา (NC+ ฮาเร็ม)

    ตอนที่ 11: ลุยดงคนตายกลางอำเภอ


    บรรยากาศยามรุ่งอรุณทอแสงสลัวส้มแดงผ่านทิวทัศน์แนวเขา ป่าสวนยางพาราที่รกชัฏและกวัดไกวไปตามแรงลมชื้นหนาวภายนอกบ้านสวนปู่ช้วน แสงแดดยามเช้าลอดสาดส่องลงมากระทบละอองฝุ่นสีโลหิตที่เกาะแห้งกรังตามต้นไม้ ควันจางของความตายยังคงปกคลุมหนาแน่นอยู่ตามท้องทุ่งต่างจังหวัดรกร้าง สายลมหนาวพัดโชยพัดพาสปอร์สีชาดบางเบาลอยละล่องไปในอากาศสร้างความตึงเครียดปะปนกับความวิเวกวังเวง

    ในห้องนอนชั้นสอง นนท์และกิ๊ฟลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยร่างกายที่สดชื่นตื่นตัวและเปี่ยมด้วยพละกำลังสูงสุดอันเนื่องมาจากการร่วมสอดประสานเพลงรักชาร์จระดับมานาสะสมจนแตะขีดสุด 150% ในค่ำคืนที่ผ่านมา แถบสกรีนหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าระบุสถานะที่ลอยอยู่มุมสายตาเตือนนนท์ว่าเขายังคงครองสกิล 'กายาคงกระพัน' และ 'แรงช้างสาร' ปลดล็อกถาวร พร้อมด้วยบัฟพลังพิเศษชั่วคราวอย่าง 'เกราะเทวะแบ่งปัน ระดับ 2' และ 'แชร์พลังจิตสัมผัส' ที่เหลือระยะเวลาการใช้งานเต็มพิกัด 48 ชั่วโมง โดยกระแสมานาอุ่นซ่านยังแผ่คลุมผิวกายบางเบาดั่งเกราะแก้วโปร่งแสงโอบล้อมรอบตัวพวกเขาตลอดเวลา

    นนท์สวมเสื้อยืดสีดำเนื้อหนาเผยกล้ามไหล่ตึงแน่น สองมือกระชับเหน็บมีดพร้าถางป่าคมกริบใบเหล็กแหนบยาวของปู่ช้วนไว้ข้างเอวอย่างรัดกุม ส่วนกิ๊ฟสาวห้าวแต่งกายด้วยชุดเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตพับแขนเสื้อเผยกล้ามเนื้อแขนฟิตแน่นสไตล์นักกีฬามวยไทย สองมือเรียวคว้าควงท่อนเหล็กกลมหนาขนาดยักษ์เล่นข้อมือส่งเสียงดังวืดวาดราวกับเป็นกระบองเบาหวิวด้วยพละกำลังเทวะที่ตื่นรู้เต็มเปี่ยมล้นพ้นขีดจำกัดมนุษย์

    "จิตสัมผัสของระบบนี่เจ๋งดีนะไอ้นนท์ กูไม่ต้องขยับปากพูดมึงก็รู้เรื่องที่กูคิดใช่ไหม?"

    กระแสเสียงที่ส่งผ่านความคิดของกิ๊ฟแล่นตรงเข้าสู่สมองใต้จิตสำนึกของนนท์อย่างนุ่มนวลและเด่นชัดปานเสียงกระซิบข้างหู ความรู้สึกของเธอแฝงไปด้วยความอบอุ่นและปนความขวยเขินเล็กๆ ที่สะท้อนผ่านใยจิตสัมผัส ชายหนุ่มหันมายิ้มมุมปากและตอบกลับผ่านกระแสจิตทางสมองส่งสัญญาณความนึกคิดตรงไปยังกิ๊ฟเช่นกัน: *"เออ... สบายเลยแบบนี้ มึงคิดนินทาอะไรกูกูได้ยินหมดล่ะกิ๊ฟ ไม่ต้องมาปากแข็งใส่กูอีกแล้วนะ ทั้งเรื่องเหนื่อยเมื่อคืนหรือเรื่องที่มึงกังวลอยู่ตอนนี้ด้วย"*

    "ไอ้บ้า!" กิ๊ฟส่งเสียงพูดจริงสบถด่าแก้เขิน พวงแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างน่ารัก แววตาคมกริบแฝงความหอมหวานอ่อนโยนที่ต่างไปจากกิ๊ฟคนเดิมในอดีตอย่างสิ้นเชิงหลังความสัมพันธ์ค่ำคืนแห่งการประสานมานาเปลี่ยนผันไป

    ทั้งสองคนก้าวลงบันไดมุ่งหน้าไปที่โรงเก็บของหลังบ้านสวน นนท์และกิ๊ฟก้าวขึ้นรถกระบะตอนครึ่งสีบรอนซ์ทองรุ่นเก่าเครื่องยนต์ดีเซลมรดกคลาสสิกของปู่ช้วน นนท์เสียบกุญแจบิดสตาร์ทเครื่องยนต์ดีเซลเสียงดัง *ปั่ก... ปั่ก... ปั่ก...* เสียงท่อไอเสียคำรามลั่นสะท้านป่าสวนยางพารา พร้อมควันดีเซลสีดำพุ่งโขมงออกจากท่อไอเสียลั่นทุ่ง นนท์กระชับพวงมาลัยพลางเหยียบคันเร่งพารถพุ่งตัวออกเดินทางตามเส้นทางถนนลูกรังฝุ่นคลุ้งสีส้มแดงปนเขม่าคราบเลือดแห้งเพื่อเข้าสู่ตัวอำเภอระยะทางห้ากิโลเมตร

    ...

    กระบะดีเซลสีบรอนซ์ทองของปู่ช้วนเร่งความเร็วผ่านสวนยางและคลองส่งน้ำชลประทานรกร้างที่แห้งขอด ขับรถมาได้ระยะทางประมาณสามกิโลเมตร ทัศนียภาพรอบนอกมีแต่ซากปรักหักพัง รถยนต์เก๋งและจักรยานยนต์ล้มชนเสาไฟฟ้าพังพินาศ เสาไฟเอียงกะเท่เร่ คราบเลือดแห้งกรังเปรอะเปื้อนถนนปูนคอนกรีตชนบทอย่างน่าอนาถตามแบบฉบับความเสื่อมสลายของสังคม

    เสียงท่อไอเสียและเครื่องยนต์กระบะล่อซอมบี้กลายพันธุ์ฝูงแรกประมาณห้าถึงหกตัวที่ป้วนเปี้ยนอยู่ริมถนนปูนให้หันขวับ ดวงตาสีแดงฉานน่าเกรงขามจ้องมองมายังรถยนต์ก่อนจะวิ่งหน้าตั้งส่งเสียงร้องคำรามในลำคอพุ่งกรูเข้ามาขวางหน้าหมายกัดฉีกเนื้อสดกินเพื่อประทังความหิวโหย

    นนท์เหยียบเบรกกะทันหันจนรถหยุดนิ่งเสียงดังครูด กิ๊ฟซึ่งคันไม้คันมือถือท่อนเหล็กกลมหนานั่งอยู่ข้างคนขับไม่รอช้า พลังกายาเทวะแล่นพล่านทั่วร่างและกระแสจิตสัมผัสชักนำ ยัยเพื่อนสนิทเปิดประตูรถพุ่งตัวก้าวลงสู่พื้นปูนอย่างว่องไวและเฉียบคมดั่งวาลคิรีรบผู้พร้อมจู่โจมทำลายศัตรู

    เธอวิ่งโถมทะยานเข้าหาซอมบี้ตัวแรกด้วยความรวดเร็วดุจพยัคฆ์สาว ควงท่อนเหล็กหนายักษ์หวดเสยจากล่างขึ้นบนตามท่วงท่าตะบันคางชกมวยไทย กระแทกใต้คางหน้าแสกมันเต็มกำลังบวกกับพละกำลังกายาเทวะที่สูบฉีดทั่วเรือนร่าง

    *โพละ!!!*

    กะโหลกหนาของซอมบี้ระเบิดแหลกละเอียดเป็นเศษเศษเนื้อเศษกระดูกและคราบเลือดดำสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนพื้นในพริบตา ร่างของมันล้มตึงแน่นิ่งทันที กิ๊ฟไม่รอช้าสืบเท้าหมุนตัวเหวี่ยงเตะตัดขาซอมบี้ตัวที่สองจนกระดูกขาหักดังกร๊อบเสียงดังสะท้าน ล้มโครมลงกับพื้นปูนอย่างหมดสภาพ ก่อนที่เธอจะยกส้นเท้ากระทืบซ้ำลงบนกะโหลกศีรษะของมันจนแหลกเหลวปนเนื้อเน่าคาพื้นปูนโดยไม่มียั้งแรงปะทะใดๆ

    ...

    นนท์ที่นั่งคุมหลังพวงมาลัยสัมผัสความรู้สึกผ่านพลังใยจิตสัมผัส (Telepathy) รับรู้ได้ทันควันว่ากิ๊ฟกำลังสนุกสนานปนสะใจกับพละกำลังใหม่และมีความปลอดภัยเหนียวแกร่งด้วยเกราะเวทป้องกันสีทองจางๆ แผ่คลุมรอบเรือนร่าง ชายหนุ่มดึงเบรกมือถือมีดพร้าเปิดประตูก้าวลงจากรถร่วมวงเคลียร์เส้นทางเพื่อความรวดเร็วในการเดินทาง

    ชานนท์สืบเท้าพุ่งเข้าหาซอมบี้อีกสามตัวที่กำลังกรูเข้ามา สกิล 'แรงช้างสาร' ปะทุวาบในกล้ามเนื้อแกร่งปานเหล็ก มีดพร้าถางป่าใบเหล็กแหนบหนาหนักที่เคยรู้สึกหนักอึ้งในอดีตกลับเบาหวิวว่องไวดั่งกระดาษแผ่นเดียวในมือของเขา ชายหนุ่มสะบัดคมมีดเหวี่ยงฟันสับฉับเข้าใส่ลำคอของซอมบี้สองตัวจนศีรษะขาดสะบั้นกระเด็นในพริบตา เลือดสีดำพุ่งทะลักจากลำคอ ร่างไร้วิญญาณล้มฟุบลงกับพื้น

    ซอมบี้ตัวสุดท้ายพยายามพุ่งเข้ามากางกรงเล็บตะกุยนนท์ ทว่ามันปะทะกับบาเรียม่านเกราะเวทสีทองเรืองแสงระดับสองที่กางออกครอบคลุมนนท์และกิ๊ฟดังวิ้ง สะกดแรงกระแทกซับลง 100% นนท์แสยะยิ้มเหวี่ยงคมมีดสับกะโหลกของมันจนผ่าครึ่งซีก สิ้นฤทธิ์คาที่ทันที

    ทั้งสองคนประสานความเข้าขาและสังหารฝูงซอมบี้เปิดเส้นทางได้อย่างปลอดภัยรวดเร็วไร้ริ้วรอยขีดข่วน นนท์ขยับกระชับมีดพร้าหวนกลับขึ้นรถกระบะพร้อมกิ๊ฟที่กระโดดกลับขึ้นมานั่งข้างคนขับ แววตาของเธอเปล่งประกายภูมิใจสุดขีดในความเก่งกาจของตนเองและคู่รัก

    นนท์เหยียบคันเร่งพากันขับรถผ่านเขตตลาดโชห่วยและห้องแถวปูนร้างจนมาถึงหน้าร้านค้าส่งโชห่วยขนาดใหญ่ริมถนนใหญ่ที่ไร้ผู้คนรกร้างเงียบงัน

    ...

    ร้านค้าส่งโชห่วยมีของกินของใช้วางทับถมกระจัดกระจายอยู่มากมายเนื่องจากการอพยพหลบหนีของชาวบ้านในช่วงวันแรก บานกระจกด้านหน้าพังแตกละเอียดเกลื่อนกลาดกระจายเต็มทางเข้า ภายในร้านเงียบงันรกร้างไร้เงาผู้คน มีเพียงกลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นผงลอยฟุ้ง นนท์และกิ๊ฟจอดรถชิดขอบกำแพงก่อนจะก้าวเท้าก้าวลอบเข้าไปด้านในเพื่อตรวจสอบรวบรวมเสบียงอาหาร ของใช้จำเป็น และถังน้ำมันดีเซลดีๆ นำกลับไปพัฒนาที่มั่นป้อมปราการบ้านปู่ช้วนให้สมบูรณ์พร้อมรับมือวันสิ้นโลกในระยะยาว

    นนท์ต้องการทดสอบความขีดจำกัดพลังกล้ามเนื้อแรงช้างสารอย่างเต็มประสิทธิภาพ เขาตรงไปที่โกดังเก็บของด้านหลัง ตรงเข้ากุมยกถังแก๊สหุงต้มขนาดมาตรฐานสิบห้ากิโลกรัมสองถังพร้อมกันด้วยมือทั้งสองข้างได้อย่างง่ายดายดั่งถือกระป๋องน้ำอัดลมเบาหวิว จากนั้นยังแบกถังขึ้นบ่าร่วมกับถังน้ำมันดีเซลถังเหล็กสำรองขนาดหนึ่งร้อยลิตรที่บรรจุน้ำมันเต็มถังน้ำหนักรวมกันกว่าร้อยกิโลกรัม เดินก้าวออกมายกโยนขึ้นท้ายรถกระบะสีบรอนซ์ทองได้อย่างคล่องแคล่วราวกับเป็นของเล่นชิ้นเล็กๆ โดยไร้อาการหอบเหนื่อยหรือกล้ามเนื้อตึงร้าวใดๆ

    กิ๊ฟเก็บกวาดตุนเสบียง อาหารกระป๋อง ปลากระป๋อง นมกล่อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ข้าวสาร และขวดน้ำ โยนพูนท้ายกระบะจนแน่นขนัด พลางหัวเราะหยอกเย้าพูดคุยล้อเลียนปนความสุขในหัวผ่านสายใยจิตสัมผัสที่เชื่อมต่อจิตวิญญาณ

    *"ไอ้นนท์ มึงยกของหนักแบบนั้นหลังไม่เดาะใช่ไหมวะ พ่อแรงช้างสารของกู"* กิ๊ฟส่งความคิดเย้าแหย่เล่นดวงตาระยิบระยับแก้มแดงระเรื่อจางๆ ในสมองชานนท์

    นนท์โยนของชิ้นสุดท้ายขึ้นท้ายรถเสร็จ ส่งกระแสความคิดตอบกลับอย่างกวนประสาท: *"ห่วงหลังกูเหรอ เมื่อคืนกูกระแทกสะโพกขนาดนั้นมึงก็น่าจะรู้ว่าหลังกูแข็งแกร่งขนาดไหนนะกิ๊ฟ ไม่ต้องกังวลหรอก คืนนี้กูยกมึงขย่มอีกรอบยังสบาย"*

    "ไอ้บ้าชานนท์! ปากเสียชะมัด!" กิ๊ฟส่งเสียงพูดจริงเตะขาเบาๆ แก้เขินจนนนท์หัวเราะลั่นอย่างอารมณ์ดีช่วยทลายความเครียดจากความล่มสลายของโลกวิบัติได้เป็นอย่างดีก่อนที่จะต้องรับศึกหนัก

    ...

    หลังจากกักตุนเสบียงและพลังงานจนล้นท้ายรถกระบะดีเซล นนท์สตาร์ทเครื่องกระชับพวงมาลัยเหยียบคันเร่งพาอ้อมหัวโค้งใหญ่เข้าสู่ทางเชื่อมเขตสถานีอนามัยตำบลจุดหมายช่วยเหลือหมอแพร

    ทันทีที่เลี้ยวโค้งใหญ่มาถึงจุดหมาย นนท์พลันเหยียบเบรกจนล้อล็อกส่งเสียงดังสนั่น *เอี๊ยดดดด!!!* ตัวรถปัดสไลด์ฝุ่นตลบจนตัวโยนไปข้างหน้าด้วยความตกตะลึงกับภาพความโกลาหลตรงหน้า

    ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำเอาพวกเขาสองคนต้องตัวเกร็งสั่นระริกขนหัวลุกชันทันทีด้วยความอึ้ง

    ที่ประตูรั้วเหล็กดัดด้านหน้าและสนามหญ้ากว้างขวางของสถานีอนามัยตำบล มีฝูงซอมบี้กลายพันธุ์จำนวนเกือบหนึ่งร้อยตัวยืนออกันล้อมรอบประตูรั้วเหล็กดัดและทางเข้าออกของตึกอนามัยปูนสีขาวสองชั้นอย่างหนาแน่นและยั้วเยี้ยเนื่องจากความปั่นป่วนแตกตื่นของคนในสี่แยกใหญ่ใกล้เคียง เสียงร้องขู่คำรามก้องข่มขวัญประสาทและกิริยาเบียดเสียดไปมาจนเกิดกลิ่นเน่าเหม็นซากศพโชยพัดโชยมาตามลมดังกังวานชวนให้ขนหัวลุกเกรียวไปทั่วบริเวณ ยิ่งเมื่อพวกลองเพ่งสายตามองขึ้นไปบนกระจกหน้าต่างชั้นสองของตึกแล้วเห็นเงาร่างของหมอแพรสาวแว่นและชาวบ้านอีกสองสามคนแอบชะโงกหน้ามองลอดกระจกออกมาด้วยความตื่นกลัวและสิ้นหวังสุดขีด ศึกครั้งนี้ก็ดูใหญ่หลวงและอันตรายเกินกว่าที่สองหนุ่มสาวจะบุกตะลุยฝ่าเข้าไปตรงๆ ได้โดยง่าย ทั้งสองคนได้แต่กระชับอาวุธในมือแน่นหนาและลุ้นระทึกจนหัวใจเต้นระรัวปานจะหลุดออกมานอกอก!