หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นฉันก็ไม่ได้เจอพี่ดลอีกเลย แต่ก็ดีเหมือนกัน เพราะถ้าเจอกันฉันคงทำตัวไม่ถูกเป็แน่ ไม่เคยเจอพี่ดลในโหมดแบบนี้ และก็ไม่แน่ใจด้วยว่าเื่ที่เกิดขึ้น เขาจริงจังหรือว่าแค่ล้อกันเล่นเท่านั้น
“ลินน์...ลินน์...ยัยยยยยลินน์” เมื่อเรียกเท่าไหร่เพื่อนก็ไม่ตอบสนอง วัชรียาเลยะโเรียก จนลินน์พิตาสะดุ้งแรง
“โอ๊ะ...ว่าอะไรนะยัยพรีม”
“เหม่อถึงใครเนี่ยแก...”
“ไม่ได้เหม่อถึงใคร แค่คิดอะไรเพลิน ๆ น่ะ”
“ฮั่นแน่!! เหม่อคิดถึงท่านประธานอยู่ใช่มั๊ยล่ะ แน่ ๆ เลย” ยัยพรีมหันมายักคิ้วอย่างรู้ทัน
“ไม่ใช่ซะหน่อย แกมั่วแล้วยัยพรีม” บอกไม่เต็มเสียง
“ให้จริงเถอะเพื่อนรัก แต่ถ้าเป็ฉัน ฉันก็คิดถึงนะเอาจริง คนอะไรไม่รู้หล่อทะลุจักรวาล ว่าไปเขาก็ดูเหมาะสมกับแกดีนะ คนหนึ่งก็สวยคนหนึ่งก็หล่อ คู่สร้างคู่สมชัด ๆ เอาเป็ว่าคนนี้ฉันชอบ...เชียร์เต็มที่เลย”
ฉันได้แต่ส่ายหน้าขำ ๆ งานนี้ไม่รู้กองเชียร์จะสมหวังหรือผิดหวัง ต้องติดตามกันต่อไป บอกเลยฉันสู้ไม่ถอยแน่นอน แต่ตอนนี้ขอเวลาเตรียมตัวเตรียมใจก่อนนะ เจอแบบวันนั้นไปลินน์พิตาผู้อ่อนด้อยประสบการณ์จะช็อกตายเอา “ทำเป็เก่งไปงั้น แต่พอเขาสู้กลับก็จ๋อยสนิท” ยังจำคำที่อิพี่ดลพูดได้ขึ้นใจ “ไม่เก่งให้ตลอดล่ะ” รอวันเอาคืนอยู่นะคะพี่ดล “อย่าชะล่าใจไปล่ะ” ลินน์พิตาคนนี้ก็ไม่ธรรมดานะคะ
“เออยัยพรีม...สนใจไปค่ายอาสาด้วยกันมั๊ย” ฉันเอ่ยชวนยัยพรีม
“น่าสนแฮะ”
“ไปดิ” จริง ๆ ฉันอยากไปตั้งนานแล้วแต่ไม่มีโอกาสสักที รอบนี้ประจวบเหมาะกับเรียนจบพอดีก็เลยตัดสินใจไปทันที
“เค ไปก็ได้ ว่าแต่...วันนั้นอ่ะ” ยัยพรีมถามสีหน้าสงสัย
“วันไหน?”
“วันที่ไปหัวหินอ่ะ...ที่แกโดนลากออกไปเกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
“ไม่มีอะไรเลยจริง” ยัยพรีมนี่เนอะคิดว่าเื่อะไร ยังไม่ลืมอีก
“จริง...”ส่งสายตาแบบไม่เชื่อ
“จริง ๆ” เื่อะไรจะบอก
“ไม่มีจริงอ่ะ แบบในละครที่พระเอกชอบลากนางเอกไปแล้วก็....”
“ไม่คุยด้วยแล้ว” ฉันรีบเดินหนียัยพรีมอย่างเร็ว ก็ยัยนั่นพูดไม่หยุดสักที
“เฮ้ย!! รอฉันด้วยสิยัยลินน์” วัชรียาที่วิ่งตามเพื่อนไปติด ๆ แต่ต้องชะงักกลางทาง เพราะอะไรน่ะเหรอ... ก็ชายหนุ่มที่อยู่ในวงสนทนาเมื่อสักครู่นี้น่ะสิ จู่ ๆ ก็มาปรากฏตัวตรงหน้ายัยลินน์เฉยเลย งงมั๊ยล่ะ!!
“เอ่อ...พี่ดลมาทำอะไรเหรอคะ” ลินน์พิตาถามด้วยความสงสัย
“อ๋อ...มาทำธุระนิดหน่อยครับ”
“งั้นลินน์ขอตัวนะคะ” อยู่ทำไมล่ะคะ เผ่นสิ!!
“เดี๋ยวสิครับ...” เดินเข้ามาดักหน้าเธออย่างรู้ทัน
“คะ...” ยัง...ยังไม่ไปอีก อิพี่ดลนี่
“ไปกินข้าวเป็เพื่อนพี่หน่อยสิครับ” เอ่ยชวนเสียงอ้อน
“เอ่อ...” ฉันหันไปมองยัยพรีม ยัยนั่นรีบโบกไม้โบกมือ และเดินหนีไปเฉย
“ไปครับ” ยังไม่ทันตอบตกลงพี่ดลก็ดึงมือเธอให้เดินตามไป เดี๋ยวนี้มือไวใจเร็วเหลือเกินนะอิพี่ดลเนี่ย
ระหว่างนั่งกินข้าวกันสองคนฉันพยายามทำตัวให้ปกติที่สุด ไม่อยากให้เขาได้ใจที่สามารถทำให้ฉันหวั่นไหวจนไม่เป็ตัวของตัวเอง
“เรียนจบแล้วทำงานเลยมั๊ย” ณดลถามเธอ
“ตอนแรกก็กะว่าจะแอบหนีไปเที่ยวซักปี แต่พี่คินน์ไม่ยอม”อย่าว่าแต่ไอ้คินน์ไม่ยอมเลย เขาก็ไม่ยอมเช่นกัน
“มาทำกับบริษัทพี่หรือเปล่า”
“ทำสิคะ ยื่นใบสมัครไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ”
“แล้วสนใจมาเป็เลขาให้พี่มั๊ย คุณปุ๊กกี้เค้าจะลาออกไปแต่งงานพอดี”ชายหนุ่มเอ่ยถึงเลขาที่มีแพลนจะแต่งงานในอีกไม่กี่เดือน
“แค่ก!! แค่ก!!” ถึงกับสำลัก อิพี่ดลก็เร็วเหลือเกินรีบเดินมาลูบหลังฉันอย่างไว จนฉันต้องรีบยกมือบอก “ไม่เป็ไรค่ะ” ถึงแม้ข้อเสนอของพี่ดลจะน่าสนใจเพราะมันทำให้ฉันได้ใกล้ชิดเขามากขึ้น แต่...ฉันก็ไม่อยากให้โดนครหาว่าเป็เด็กเส้น ถ้าความสามารถถึงจังหวะได้ฉันก็ไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว
“ว่าไง...”
“เอ่อ...ลินน์ขอทำในส่วนที่ลินน์ถนัดดีกว่าค่ะ” ฉันตัดสินใจปฏิเสธไป
“ไม่เป็ไรครับ” แกล้งถามไปงั้นแหละรู้อยู่แล้วว่าคำตอบที่ได้จะเป็อย่างไร
ณดลขับรถมาส่งเธอที่บ้าน ระหว่างทางก็พูดคุยกันปกติ เธอรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีแบบในวันนั้น
“ขอบคุณที่มาส่งนะคะพี่ดล” เธอกำลังจะเปิดประตูรถลง
“เดี๋ยวก่อน...”
“คะ...” ทันทีที่หันกลับมาตามเสียงทุ้มก็ต้องเผชิญหน้ากับเขาในระยะประชิด เธอผงะใจนถอยแทบไม่ทัน
“ลืมกระเป๋าน่ะ” เขาเอื้อมไปหยิบกระเป๋าด้านหลังส่งให้เธอ
“อ๋อ...ขอบคุณค่ะ” กำลังจะรับกระเป๋าจากมือชายหนุ่ม แต่เขาชักมือกลับไม่ยอมส่งให้ เธอส่งสายตาแทนคำพูด “เอ๋...อะไรของเขาอีกเนี่ย”
“ไม่มีอะไรครับ แค่...จุ๊บ” ริมฝีปากหนาก้มมาััปากบางอย่างรวดเร็ว
“.......................” อึ้งสิคะ
“แล้วเจอกันครับ” ฉันเดินลงจากรถด้วยความมึนงงปนสับสน “เื่จริงใช่มั๊ยเนี่ย” โอย!! จะบ้าตาย เสียท่าอิพี่ดลอีกแล้ว อยากหยุมหัวตัวเอง