" พวกเ้าเป็ใคร มาขวางทางพวกเราไว้ทำไม "
ฉีิถามขึ้นเสียงเย็น พร้อมกับเดินมายืนอยู่ข้างหน้าไป๋ชิง
" พวกข้าจะเป็ใครไม่สำคัญ ส่งตัวคนที่อยู่ข้างหลังของเ้ามาซะ " ชายสวมหน้ากากหนึ่งในกลุ่มนั้นพูดขึ้นมา
" พวกเ้า้าตัวข้าไปทำอะไร " ผมที่ยืนฟังร้องถามขึ้น
" นายท่านของพวกข้า้าตัวเ้าไปสอบถามเื่ของเซียนที่อยู่ในป่าเทวะทมิฬ "
" หึ นายท่านของพวกเ้า้าตัวข้า แล้วพวกเ้าคิดว่า พวกเ้าจะเอาตัวข้าไปให้นายเ้าได้งั้นรึ " ผมพูดขึ้น
" หึ เ้าอย่าอวดดีให้มันมากนักเป็แค่คนไร้พลังธาตุ ถ้ายังไม่อยากตายตามพวกข้าไปพบนายท่านของพวกข้าซะ "
" ข้าพวกเ้าคิดว่าพวกเ้ามีฝีมือก็เข้ามา " ฉีิเอ่ยขึ้นพร้อมกับปลดปล่อยพลังระดับเซียนออกมา
" ผู้ฝึกตนระดับเซียน! " ชายสวมหน้ากากกลุ่มนั้นร้องขึ้นพร้อมกันด้วยความใ
" พวกเราอย่าไปกลัวถึงมันจะเป็เพียงผู้ฝึกตนระดับเซียนแต่ก็มีมันแค่คนเดียวจะสู้พวกเราที่มีหลายคนได้ยังไง "หนึ่งในชายสวมหน้ากากพูดขึ้น
ผมที่เห็นดังนั้นจึงได้ถอยหลังออกมา เพื่อที่จะได้ให้ท่านเซียนต่อสู้อย่างสะดวก พร้อมกับร้องะโออกไปว่า
" พวกเ้าจะตีกันก็ตีกันไปเลยนะอย่ามายุ่งกับข้า "
พูดจบก็ยกน่องไก่ขึ้นมากัดทันทีโดยเหตุการณ์ชุลมุนตรงหน้าสักนิด
" งั่มๆๆ อื่มม อร่อย งั่มๆ "
ฉีิที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมาพร้อมกับกลั้นขำก่อนจะะโเข้าไปจัดการกลุ่มชายสวมหน้ากากนั้นทันที
" พวกเราจัดการมัน "ย้ากก
ฟิ้ววง ตู้มมมม อ้ากก ชิ้งงงง ตูมมม
ชิงง ชิงง ตูมม อ้ากก อั่ก
กลุ่มชายที่สวมหน้ากากต่างโดนฉีิจัดการจนหมดไม่มีใครรอดหลังจากที่จัดการเสร็จแล้วจึงได้เดินไปหาร่างบางที่กำลังนั่งไก่อยู่อย่างสบายอารมณ์
" ชิงเอ๋อ? เ้าไม่ได้ใใช่หรือไม่ " ฉีิถามออกไปอย่างเป็ห่วง
" ชิงเอ๋อ! ชิงเอ๋ออะไรของท่านเล่า ขะ ข้าไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นเสียหน่อย " ผมพูดขึ้นด้วยความเขินอายั้แ่เกิดมาไม่มีใครมาพูดกับผมแบบนี้
ฉีิที่เห็นอาการของร่างบางเช่นนั้นก็ได้แต่ยกยิ้มมุมปากก่อนจะถามออกไปว่า
" ชิงเอ๋อข้าขอถามอะไรเ้าได้หรือไม่ "
" ถะ ถามอะไรของท่าน ถ้าข้าตอบได้ข้าจะตอบ" ผมพูดออกไปอย่างตะกุกตะกัก
" เ้าคือท่านเซียนที่อาศัยอยู่ในป่าเทวะทมิฬที่เขาเล่าลือกันใช่หรือไม่ " ฉีิเอ่ยถาม
" ท่านเซียนที่ไหนกันข้าไม่รู้จักมีข่าวลือเช่นนี้ด้วยหรือ " ผมพูดออกไปพร้อมกับทำหน้างงๆ เพราะผมแค่อยู่ในป่าเทวะทมิฬเท่านั้น แต่ไม่ได้รู้จักท่านเซียนอะไรเลย
" ก็เขาลือกันว่าท่านเซียนที่อยู่ในป่าเทวะทมิฬได้ช่วยเหลือคุณชาย 3 ตระกูลจาง ให้รอดพ้นจากการตามล่าของพวกนักฆ่า แล้วก็ยังช่วยปลุกพลังธาตุให้กับคุณชาย 3 คนนั้นด้วย " ฉีิกล่าวอธิบายให้ร่างบางเข้าใจ
เมื่อผมได้ยินอย่างนั้นก็ถึงบางอ้อทันที
" อ๋อหรือว่าจะเป็คนชายหน้าหวานคนนั้นกัน " ผมอุทานขึ้นหลังนึกได้
" เ้าเป็คนช่วยเขาไว้จริงๆ รึ ชิงเอ๋อ " ฉีิถามย้ำด้วยความตกตะลึง
" ใช่ข้าเป็คนช่วยเขาไว้เอง ทำไมหรอ" ผมถามออกมาด้วยท่าทางซื่อๆ
" ก็ตอนนี้คนทั้งแคว้นฉู่ ต่างก็เล่าลือว่าเ้าคือเซียนที่อยู่ในป่าเทวะทมิฬน่ะสิ " ฉีิตอบ
" ห๊ะ ข้าแค่ช่วยคนกลับมีคนคิดว่าข้าป็นเซียนงั้นหรอ "ผมพูดออกไปด้วยความแปลกใจ
" แต่การช่วยของเ้าเป็การช่วยที่เกินกว่าที่คนธรรมดาจะทำได้ไปมาก เ้าช่วยให้คุณชาย 3 ตระกูลจางที่ทุกคนต่างก็รู้ว่าเขาเป็ขยะไม่สามารถฝึกฝนได้เพราะเขาไม่สามารถปลุกพลังธาตุได้ เช่นนี้เ้าเลยถูกเรียกว่าเซียน และเ้ายังช่วยให้เขารอดพ้นจากน้ำมือของนักฆ่าได้ ป่านนี้ตระกูลจางคงจะหล่อรูปเ้าขึ้นมาสักการะบูชาแล้วกระมัง ชิงเอ๋อ "
ฉีิ พูดออกมาอย่างยืดยาวแกมหยอกล้อ เขาไม่รู้ว่าร่างบางสามารถทำได้ยังไงแต่เขาก็ไม่คิดที่จะถาม หากลูกน้องคนสนิททั้งสองครอบครัวของร่างสูงได้มาได้ยินเช่นนี้คงต้องใจนทำอะไรไม่ถูกเป็แน่แน่เพราะ ฉีิ เป็คนพูดน้อยคนร่างบางเป็คนแรกที่ทำให้เขาได้พูดมากขึ้น
" ว้าวว นี้ข้าได้เป็เซียนแล้วสินะ ฮ่าๆ "
ผมพูดขึ้นมาพร้อมหัวเราะพร้อมกับทำท่ายืดอก ทำให้ฉีิที่มองอยู่ส่ายหน้าพร้อมกับอมยิ้มในการกระทำของร่างบาง
ก็เ้าเป็เซียนจริงๆ นี่
ฉีิคิดในใจ
" ในเมื่อไม่มีอะไร ชิงเอ๋อ เ้าอยากไปเดินตลาดหรือไม่ "
ฉีิเอ่ยถามคนร่างบางขึ้นมา
" ท่านจะพาข้าไปหรือ " ผมถามออกไปอย่างกระตือรือร้น
" หากชิงเอ๋ออยากไปข้าจะพาไป ข้ารู้จักสถานที่ที่งดงามอยู่หลายที่ " ฉีิรีบบอกเมื่อเห็นท่าทีของร่างบางตรงหน้า
" งั้นไปกันท่านอ๋อง" ผมร้องขึ้นด้วยความดีใจ แต่นั่นกลับสร้างความใให้กับฉีิเป็อย่างมาก
" ชะชิงเอ๋อ เ้ารู้ด้วยรึว่าข้าเป็ใคร " เขาถามออกไปด้วยความกลัว กลัวว่าคนตัวเล็กตรงหน้าจะโกรธเขา โกรธที่เขาปิดบังไม่บอกตัวตนที่แท้จริงไป
" รู้สิ พึ่งรู้เมื่อตอนที่ท่านเข้ามาทักข้าเมื่อเช้าอะ ส่วนเมื่อวานข้าไม่ทันได้สังเกตุ " ผมตอบออกไป
" ข้าขอโทษชิงเอ๋อที่ข้าไม่ได้บอกความจริงกับเ้า " ฉีิพูดขึ้นด้วยความรู้สึกผิด
" ท่านเป็อะไรไป ใครบอกว่าข้าโกรธท่านกัน ท่านไม่ได้โกหกข้าสักหน่อยแต่ท่านไม่ได้บอกทั้งหมดแค่นั้นเิง อีกอย่างเราเองก็พึ่งได้เจอกัน ไม่มีใครบอกเื่ของตนเองทั้งหมดให้แก่คนที่พึ่งรู้จักหรอกนะ "
ผมพูดออกไปเพื่อให้คนร่างสูงสบายใจขึ้น ซึ่งผมก็คิดเช่นนั้นจริงๆแต่ก่อนที่ฉีิจะได้พูดอะไรกับคนร่างบางอีกไปมากกว่านี้ก็มีเสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นมาก่อน
" เ้าเด็กขยะ!เ้าขอทาน! เ้ากล้าดียังไงมายืนขวางหน้าร้านข้า ไสหัวออกไปเลย ออกไป๊ "
เป็เสียงของหญิงร่างอ้วนวัยกลางคนที่มีไฝอยู่บนใบหน้าซึ่งน่าจะเป็เ้าของร้านขายบะหมี่กำลังชี้มือชี้ไม้พร้อมตวาดไล่เด็กน้อย 2 คนที่มีสภาพเนื้อตัวมอมแมมเสื้อผ้าขาดวิ้น รูปร่างผอมโซเหมือนไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน ด้วยคำหยาบคาย
" พวกข้าสองคนไม่ได้มายืนขวางหน้าร้านท่านแต่พวกเรามาขอค่าจ้างที่ท่านจ้างให้พวกข้าขนของไปทิ้ง ต่างหากขอรับท่านยังไม่ได้จ่ายเงินให้พวกข้าเลย " เด็กชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
" ค่าจ้างอะไรข้าไม่รู้เื่ กะอีแค่เอาของไปทิ้งมันจะมาเรียกร้องเอาค่าจ้างจากข้า ไปไป๊ ใส่หัวไปให้พ้น " เ้าของร้านบะหมี่พูดเสียงดังลั่น
" แต่ท่านจ้างพวกข้า สองคนแล้วก็ควรจ่ายค่าจ้างให้พวกข้าพวกข้าขอร้องล่ะขอรับพวกข้า้าเงินไปซื้อยามารักษาท่านแม่ของพวกข้า "
เด็กชายทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกับคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงอ้วนคนนั้น
" นั่นมันเื่ของพวกเ้าแม่พวกเ้าไม่ใช่แม่ข้า ไปให้พ้นร้านข้าประเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นข้าจะให้คนมาทุบตีพวกเ้าแล้วลากพวกเ้าออกไป "
เ้าของร้านบะหมี่พูดขึ้นด้วยสีหน้าเหยียดหยามและดูถูก
ผมที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่นานรู้สึกทนไม่ได้จึงได้เดินเข้าไปหาเด็กทั้งสองคนนั้นแล้วพูดขึ้น ด้วยอารมณ์ ว่า
" ในเมื่อเขาไล่เ้าขนาดนี้แล้วเหตุใดพวกเ้าถึงยังต้องคุกเข่าให้กับหญิงอ้วนปากวิปลาสคนนี้ด้วย "
" เ้าว่าใครเป็หญิงอ้วนปากวิปลาส "
สาวร่างท้วมเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ
" ข้าก็ว่าเ้าไงจะไปว่าใครล่ะ "
ผมพูดกลับด้วยความโมโห
" หนอยเ้ากล้าว่าข้าหรอ วาจาอวดดีนัก เด็กๆ จัดการมันหักแขนมันให้ข้า "
เสียงแผดร้องของสตรีร่างท้วมดังขึ้นมา ก่อนที่จะมีกลุ่มคนเดินเข้ามาจัดการตามที่หญิงอ้วนคนนั้นร้องบอก ก็ได้มีบุรุษคนหนึ่งเดินมาขวางหน้าผม 3 คนไว้นั่นก็คือ
ฉีิ นั้นเอง เขาเดินเขามาพร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันระดับเซียนออกไป จนทำให้คนที่กำลังเดินเข้ามานั้นถึงกับนั่งทรุดลงทันที
" พวกเ้ากล้าหรอ" ฉีิพูดขึ้นมาเสียงเย็น
" ไม่กล้าไม่กล้าไม่กล้าแล้วเ้าค่ะข้ากลัวแล้วปล่อยข้าไปเถอะท่านเซียน "
สตรีใหญ่ร่างอ้วนกรีดร้องด้วยความใ
" พาพวกข้าไปหาแม่ของเ้า" ผมพูดกับเด็กทั้งสองคน
" ขะขอรับ " เด็กชายคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างตะกุกตะกักก่อนที่จะเดินนำพวกเราสองคนไปยังที่พักทันที
เมื่อไปถึงทางเข้าที่พักจึงได้ร้องะโเข้าไปด้านในว่า
" ท่านแม่ขอรับพวกเราสองคนกลับมาแล้วขอรับ "
" หลงเอ๋อ เทียนเอ๋อ พวกเ้ากลับมาแล้วใช่หรือไม่ "
น้ำเสียงแหบแห้งพูดดังออกมาจากด้านใน
" ใช่ขอรับท่านแม่พวกข้ากลับมาแล้วแถมยังพาท่านเซียนมารักษาท่านแม่ด้วยขอรับ"
" ท่านเซียนที่ใดกัน "
ผู้เป็มารดากล่าวกับบุตรชายทั้งสองก่อนที่จะหันไปเจอบุรุษ 2 คนที่ยืนอยู่ด้านหลังลูกชายของตนจึงได้เอ่ยถามออกไปด้วยความใว่า
" ขออภัยด้วยเ้าค่ะนายท่านทั้งสองไม่ทราบว่าบุตรของข้าไปสร้างความลำบากใจอันใดให้นายท่านทั้งสองหรือเ้าคะ"
นางพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นกลัวกลัวว่าบุตรชายของนางจะไปทำอันใดให้ท่านทั้งสองคนนี้ขุ่นเคืองใจจนต้องตามกลับมาถึงบ้าน
" ไม่มีอันใดขอรับท่านน้าอย่าได้วิตกกังวลเกินไปเลยขอรับพวกข้าแค่มาดูอาการท่านเท่านั้น " ผมตอบออกไป
" ท่านเป็หมอหรือเ้าคะ " นางถามขึ้นอีก
" ข้าไม่ได้เป็หมอแต่ข้าเป็เซียนหึหึหึ " ผมพูดขึ้นอย่างนึกสนุกจนร่างสูงที่อยู่ข้างๆ ผมได้เอ่ยเตือนเสียงเข้มว่า
" ชิงเอ๋ออย่าซน "
" หึ ข้าไม่เล่นก็ได้ เเบร่ "
ผมหันไปแลบลิ้นใส่คนหน้าเข้ม ก่อนที่จะหันมาดูอาการของทั้งสามแม่ลูกตรงหน้า ก่อนจะได้เรียกใช้ทักษะตรวจสอบทันที
" เหตุร่างกายของพวกท่านถึงได้มีแต่พิษกัน "
ผมถามขึ้นหลังจากใช้พลังตรวจสอบแล้ว
" และดูเหมือนท่านเองก็เป็ผู้ฝึกตนเช่นกันใช่หรือไม่ท่านน้า " ผมถามออกไปอีก
" ท่านรู้ได้ยังไงเ้าคะ "
นางถามขึ้นด้วยความใและมองพวกผมสองคนอย่างระเเวดระวังพร้อมกับเอื้อมมือไปดึงบุตรชายทั้งสองเข้าไปกอดไว้แน่น
" ท่านไม่ต้องกลัวพวกข้าไม่ทำร้ายท่านหรอก และข้าจะช่วยรักษาให้ท่านด้วย " ผมพูดขึ้นเมื่อเห็นท่าทีของสตรีตรงหน้า
" ท่านสามารถช่วยพวกเราได้จริงๆ รึเ้าค่ะ "
นางถามขึ้นอย่างมีความหวังและคลายความระแวงลงไปบ้าง
" เ้าสามารถรักษาพวกเขาได้รึ ชิงเอ๋อ " ฉีิเอ่ยถามร่างบาง
" ได้สิ " พูดจบผมก็เรียกใช่ทักษะิญญายุทธ ทันที
" 9 สมบัติกระจายแก้ว หอแก้ว9สมบัติ 1 เรียกรักษา 2 เรียกฟื้นฟู 3เรียกเพิ่มพูน "
เมื่อผมพูดจบก็เกิดเป็แสง9สีปรากฎออกมาในรูปหอแก้ว9สมบัติลอยอยู่ เหนือหัวของทั้งสามคน ก่อนที่จะทำการรักษา ทำให้ร่างกายของทั้งสามคน ขับเมือกพิษสีดำออกมาจากร่างกาย จากนั้นก็ได้รักษาร่างกายของทั้งสามจนหายสนิทและยังได้เพิ่มระดับการฝึกฝนให้กับทั้งสามอีกด้วย จนเวลาผ่านไป1ชั่วยาม จึงแล้วเสร็จ
การรักษาของผมทำให้ ร่างกายของทั้งสามคนกลับมาแข็งแรงตามปรกติและยังเพิ่มระดับการฝึกฝนให้ทั้งสามคนเพิ่มขึ้นถึงคนละ5ระดับ นั้นทำให้ระดับพลังของมารดาของเด็กทั้งสองนั้น ซึ่งแต่เดิมมีระดับการฝึกฝนที่ระดับจักพรรดิขั้น9 เพิ่มขึ้นจนถึงระดับเทวะขั้น4เป็ที่เรียบร้อย และยังทำให้พลังธาตุของนางพัฒนาขึ้นอย่างมากเช่นกัน ส่วนเด็กชายทั้งสองนอกจากระดับพลังเพิ่มขึ้น พลังธาตุก็ถูกปลุกขึ้นมาเช่นเดียวกัน พลังธาตุที่ทั้งคู่ได้คือ พลังธาตุหยิน และพลังธาตุหยาง ซึ่งเป็พลังธาตหายาก
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความใให้ทั้งสามคนเป็อย่างมากร่วมไปถึง ฉีิ ที่ยื่นอยู่ข้างก็เช่นกัน
" ขอบคุณท่านเซียนที่ช่วยเหลือเ้าค่ะ พวกเ้าคุกเข่าคำนับท่านเซียน " มารดาของเด็กทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกับคุกเข่าคำนับ
" ขอบคุณท่านเซียนที่ช่วยเหลือขอรับ" เด็กชายทั้งสองคุกเข่าลงเเละพูดขึ้นพร้อมกัน
การกระทำของทั้งสามคนทำเอาไป๋ชิงถึงกับทำตัวไม่ถูก จึงได้รีบพูดขึ้นว่า
" ท่านน้า ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ข้าแค่ช่วยเพราะว่าข้าสามารถช่วยท่านได้ ไม่ถือเป็พระคุณอันใด ท่านน้าลุกขึ้นเถอะ "
ผมพูดขึ้นด้วยสีหน้าเหร๋อหราทำตัวไม่ถูก ทำให้ตอนนี้หน้าของไป๋ชิงเหมือนกระต่ายที่กำลังใเป็อย่างมาก
" ไม่ได้เ้าค่ะ หากท่านไม่รับการคำนับจากพวกข้าพวกข้าก็จะไม่เลิกคุกเข่า " มารดาของเด็กชายทั้งสองพูดขึ้น
เมื่อเห็นว่าทั้งสามคนจะไม่ยอมลุกขึ้นผมจึงพูดไปว่า
" ข้ารับการคำนับจากพวกท่านแล้ว โปรดลุกขึ้นเถอะท่านน้า "
" เ้าค่ะ / ขอรับ " ทั้งสามพูดขึ้นพร้อมกันก่อนจะลุกขึ้น
" ข้าขอถามชื่อท่านกับลูกท่านได้หรือไม่ " ผมถามขึ้นมา
" ข้าชื่อ สุ่ยหนิงเซียนเ้าค่ะ เป็ลูกสาวคนรองของตระกูลสุ่ย ส่วนบุตรชายทั้งสองของข้า ชื่อ หนิงหลง แล้วก็ หนิงเทียน เ้าค่ะ พวกเราสามคนแม่ลูกไม่ใช่คนแคว้นฉู่เ้าค่ะ เพียงแต่หลบหนีมา "