พวกอากิระทั้งสี่คนออกมาจากเมืองเพื่อมุ่งไปที่ป่าทางตะวันออกเพื่อจะไปยังเป้าหมายทุ่งสีดำ ระหว่างนั้นพวกเขาก็พูดคุยกันถึงเป้าหมายที่จะต้องหา
“ลิซ่าจ๊ะ ดอกแอนเดรียเนี่ย มันมีหน้าตายังไงเหรอจ๊ะ” ลูน่าถามถึงลักษณะของดอกแอนเดรีย
“ดอกแอนเดรียเป็ดอกไม้ที่มีลักษณะเหมือนกับดอกลิลลี่ แต่จะต่างกันตรงที่มันจะมีสีดำและที่ขอบของกลีบดอกทุกกลีบจะเป็สีม่วงค่ะ นอกจากนี้ตรงเกสรของมันจะมีสีแดงสดค่ะ”ลิซ่าอธิบายลักษณะของดอกแอนเดรียออกมา
หลังสิ้นคำอธิบาย เทมเพสต์ก็ยิ้มกล่าวออกมา
“ลิซ่าเนี่ย มีความรู้เกี่ยวกับดอกไม้ด้วยเหรอ”
“ฉันเคยทำหน้าที่คัดแยกวัตถุดิบสำหรับสร้างไอเทมน่ะค่ะ ก็เลยรู้จักพวกไอเทมวัตถุดิบอยู่หลายชนิด แล้วก็พวกความสามารถของไอเทมหลายๆประเภทน่ะค่ะ” ลิซ่ายิ้มกล่าวออกมา
“ว้าว…มีความรู้เยอะขนาดนี้ คนเป็เ้านายคงทั้งภูมิใจและเอ็นดูเป็อย่างมากเลยสินะ” เทมเพสต์กล่าวออกมาอย่างขบขัน
แต่นั่นก็ทำให้ลิซ่าหน้าแดงทันที ส่วนอากิระนั้นเพียงทำหน้าเหนื่อยใจ แต่พอเห็นลิซ่าที่มองมาด้วยใบหน้าที่ขึ้นสี อากิระจึงยกมือขึ้นลูบหัวของลิซ่า แล้วกล่าวชื่นชม
“เก่งมากเลยล่ะครับ ลิซ่า ขอบใจนะ” คำที่อากิระกล่าวนั้นส่งผลให้ลิซ่ายิ้มออกมาอย่างมีความสุขทันที
เทมเพสต์ กับลูน่าที่มองอยู่ก็ยิ้มออกมา แล้วเทมเพสต์ก็กล่าวออกมา
“ชักเริ่มอิจฉาเ้าอากิระขึ้นมาแล้วสิ”
“นั่นสิคะ ลิซ่านี่น่ารักจริงๆนะ” ลูน่ากล่าวเสริม
“ฮ่าฮ่า นั้นสินะ เธออาจได้พี่สะใภ้แล้วก็ได้นะถึงจะแค่ในเกมส์ก็เถอะ” เทมเพสต์กล่าวออกมาด้วยท่าทีสนุกสนาน
“พูดอะไรบ้าๆนะคะ พี่เทมเพสต์ ลิซ่าเป็ NPC นะคะ” ลูน่าพูดพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
“NPCในเกมนี้เหมือนจริงจะตายไป คนที่มีแฟนเป็NPC ก็มีตั้งเยอะนะ”เทมเพสต์พูดออกมาอีกครั้ง
“……..” ลูน่าไม่กล่าวอะไรออกมาเพียงมองไปทางลิซ่าแล้วได้แต่มองไปทางลิซ่าที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข
แล้วพวกเขาก็เดินทางกันต่อพลางพูดคุยหยอกล้อกันไปเรื่อยๆ ระหว่างทางในป่าพวกเขาก็เจอสัตว์อสูรบ้างและในจำนวนนั้นก็มีระดับหัวหน้าอยู่ด้วยเช่นกัน แต่เพราะในตอนนี้ทีมของเขามีคนมีฝีมืออยู่ถึง 3 คนทำให้สามารถจัดการสัตว์อสูรเ่าั้ได้อย่างง่ายดาย
พวกเขาเดินทางมาได้สักพักก็ตั้งวงทานอาหาร แน่นอนว่าอาหารที่พวกเขาทานก็ต้องเป็อาหารฝีมือของลิซ่า
“โอ้โห อาหารฝีมือลิซ่านี่กินกี่ทีก็อร่อยแฮะ” เทมเพสต์กล่าวออกมาขณะที่กำลังทานอหารกัน
“ย…อย่าแกล้งยอกันสิคะ” ลิซ่าพูดออกมาแบบเขินๆ
“แต่ก็อร่อยจริงๆนะจ๊ะลิซ่า” ลูน่ากล่าวเสริมแล้วยิ้มให้กับลิซ่า
“ใช่แล้ว อาหารฝีมือลิซ่ารสชาติดีมากเลยล่ะครับ” อากิระกล่าวเสียงนุ่มนวล
ลิซ่าได้ฟังคำชมของทั้งสามจึงยิ้มออกมาอย่างมีความสุข นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตของเธอที่ได้รับใช้เ้านายที่ดีแบบนี้
‘คิดถูกจริงๆด้วยที่มารับใช่นายท่าน’
ระหว่างที่อากิระทานอาหารก็สัญญาณว่ามีคนติดต่อเข้ามา พออากิระลองเปิดหน้าต่างระบบดูก็พบว่าผู้ที่ติดต่อมาคือ เมเทียร์นั่นเอง อากิระจึงกดรับการติดต่อแล้วก็มีหน้าจอที่มีหน้าของเมเทียร์ปรากฏขึ้นมาทันที
“สวัสดีครับเมเทียร์” อากิระกล่าวทักทายอย่างสุภาพ
“อ..อืม หวัดดีจ้า…” เธอตอบกลับมา “ไม่ใช่สิ อากิระเื่ที่กิลด์ั์สีครามโดนถล่มน่ะเป็ฝีมือนายเหรอ”
“ก็…นะครับ พวกผมก็แค่ทำเพื่อหนีออกมาเท่านั้นเองแหละครับ” อากิระยิ้มตอบ
“หา แค่จะหนีนี่ต้องถึงกับเชือดหัวหน้ากิลด์แล้วทำลายกิลด์ทิ้งเลยเหรอ” เมเทียร์แหวใส่ทันที
“อ๋อ สถานการณ์มันพาไปน่ะครับ”
“สถานการณ์แบบไหนของนายกัน” น้ำเสียงของหญิงสาวที่ออกมาดูอ่อนใจอย่างเห็นได้ชัด แล้วเธอก็กล่าวต่อด้วยใบหน้าที่ดูเหมือนกำลังสำนึกผิด “ขอโทษนะที่นายต้องมามีเื่ เพราะช่วยฉันน่ะ”
“ไม่เห็นจะต้องขอโทษเลยครับ ผมเป็คนเสนอตัวออกไปช่วยเธอเองนี่ครับ” อากิระยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน “เมเทียร์ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ ยังไงผมก็ช่วยด้วยความเต็มใจนะครับ”
“ต…แต่” เมเทียร์ยังทำหน้าสำนึกผิดอากิระที่เห็นก็เข้าใจดี จึงไม่คิดจะพูดต่อเพราะไม่อยากให้เมเทียร์คิดมากเขาเลยเปลี่ยนเื่ที่จะคุย
“ว่าแต่เมเทียร์รู้เื่ได้ยังไงครับเนี่ย เื่พึ่งเกิดเมื่อวานเองนะ”
“อ..อ๋อ นายไม่รู้เลยสินะ ตอนนี้เื่ที่เมืองเทซิสตอนนี้กำลังเป็ข่าวที่ดังมากในบอร์ดข่าวสารเลยล่ะ” เมเทียร์ถูกอากิระเปลี่ยนเื่ถามกะทันหันจึงรีบตอบ
“อย่างนั้นเองเหรอครับ แล้วเมเทียร์ล่ครับหลังจากนั้นเป็ยังไงบ้าง”
“อ๋อ หลังจากที่แยกกับนายแล้วฉันก็ออกจากเมืองนั้นแล้วเดินทางต่อทางตะวันตกน่ะ ตอนนี้ก็อยู่เมืองใกล้ๆนั่นแหละ”เธอตอบออกมา แล้วก็ทำท่าทางเหมือนกับนึกอะไรออกมาได้ “อ่ะ จริงสิ ฉันกำลังคิดว่าจะต้องขอบใจนายอยู่เลย”
“ขอบคุณเื่อะไรเหรอครับ” อากิระกล่าวด้วยความสงสัย
“ก็ขอบใจที่นายช่วยให้ฉันได้ไซเรนมาไง มันช่วยฉันได้เยอะเลยล่ะขอบใจมากนะ” เมเทียร์ยิ้มหวานมาให้
“ไม่เป็ไรครับ” อากิระก็ยิ้มตอบเช่นกัน
“งั้นแค่นี้ก่อนนะ ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็ติดต่อมานะ” เมเทียร์กล่าวออกมา แล้วพออากิระตอบรับเธอก็ตัดสายไป และแน่นอนว่ามีสายตาสามคู่ท่จ้องมองการสนทนาระหว่างทั้งคู่อยู่ตาไม่กระพริบ
แล้วหนึ่งในสามก็กล่าวขึ้น “เห…ที่แท้เหตุผลที่แกมีเื่กับกิลด์ั์สีครามก็เพื่อคนสวยเมื่อกี้นี่เองสินะ”
“ก็แค่ส่วนหนึ่งล่ะนะ”อากิระตอบออกมา
“จะจริงเร้อ…แหมคนเมื่อกี้นี้ทั้งสวย แถมหุ่นก็ดี คนระดับท่านอากิระก็คงทนปล่อยไว้ให้ลำบากไม่ได้สินะ ฮ่าๆๆๆๆ” เทมเพสต์หัวเราะออกมา
ส่วนอากิระก็ทำเพียงแค่นเสียงออกมา แล้วทำหน้าหงุดหงิดเท่านั้น ทางด้านลูน่าเองก็ทำหน้าไม่ถูกเหมือนกันเธอไม่นึกว่าพี่ชายของตนจะมีผู้หญิงเข้ามาติดพันเร็วขนาดนี้ ทางด้านลิซ่าเองก็มีสีหน้าเศร้าเล็กน้อย
จากนั้นทั้งสี่ก็ทานอาหารกันต่อและพูดคุยเรื่อยเปื่อยทำให้บรรยากาศกลับมาคึกคักอีกครั้ง ไม่นานนักพวกเขาก็ทานอาหารกันเสร็จ แล้วออกเดินทางกันต่ออีกครั้งพวกอากิระก็ผ่านป่าตะวันออกมาได้และเริ่มเห็นทิวทัศน์ที่เป็ทุ่งกว้าง มีต้นไม้อยู่ประปราย ทว่าต่างกับทุ่งกว้างธรรมดาตรงที่หญ้าและต้นไม้ทุกต้นเป็สีดำ
“หวา สมชื่อเลยแฮะ ทุ่งสีดำเนี่ย” เทมเพสต์พูดออกมา
“ว่าแต่ไม่เห็นมีสัตว์อสูรเลยนะ” อากิระมองไปรอบๆแล้วกล่าวออกมาบ้าง
“แต่เท่าที่หนูได้ยินมาที่นี่มีสัตว์อสูรชุกชุมมากเลยนะคะ” ลูน่าขมวดคิ้วกล่าวออกมา
“แต่ที่เห็นนี่มันมีแต่ทุ่งโล่งๆนะ แบบนี้รีบไปหาดอกแอนเดรียแล้วรีบกลับดีกว่า” เทมเพสต์กล่าวออกมาพลางก้าวเดินไปยังทุ่งสีดำ แต่ว่าถูกลูน่ากล่าวห้ามไว้ก่อน
“ก่อนอื่นฟังก่อนสิคะว่าดอกแอนเดรียมันขึ้นบริเวณไหนจะได้ไม่ต้องเสียเวลาหานานนัก”
“งั้นฝากด้วยนะครับ ลิซ่า” อากิระหันมากล่าวกับลิซ่าอย่างนุ่มนวล
“ค่ะ เอ่อ…ดอกแอนเดรียเป็ดอกไม้ที่จะขึ้นอยู่บริเวณใกล้ๆกับโคนต้นไม้ค่ะ แต่ว่าในแต่ละพื้นที่จะมีดอกแอนเดรียขึ้นอยู่น้อยมาก และมันจะมีดอกใหม่เกิดขึ้นมาเพียงเดือนละครั้งค่ะ”
หลังจากลิซ่าอธิบายเสร็จเทมเพสต์ก็มุ่งหน้าเข้าสู่ทุ่งสีดำอย่างรวดเร็ว ทำให้ทั้งอากิระและลูน่าต่างก็ทำหน้าเหนื่อยใจกับนิสัยใจร้อนของเพื่อนทันที
และทันทีที่เท้าของเทมเพสต์ถึงพื้นก็มีเสียงรายงานจากระบบออกมาทันที
‘ผู้เล่นถูก อสูรเงาทมิฬ สัตว์อสูรชั้นทหาร ระดับ 80 จำนวน 20 ตัวโจมตีค่ะ’
สิ้นเสียงจากระบบรอบกายของเทมเพสต์ก็ปรากฏเงาสีดำที่ค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากพื้นแล้วค่อยๆก่อตัวเป็สัตว์อสูรที่มีลักษณะเป็คล้ายมนุษย์หมาป่าร่างกายของพวกมันมีสีดำทมิฬ และที่มือก็ปรากฏกรงเล็บขนาดใหญ่ถึงขนาดที่สามารถฉีกร่างคนได้สบายๆ ขึ้นมา และสัตว์อสูรเ่าั้ก็พุ่งเข้าโจมตีเทมเพสต์ทันที
เทมเพสต์ที่ไม่ทันนึกว่าจะเจอสัตว์อสูรจำนวนมากจึงตื่นตระหนกขึ้นมา เขารีบเบี่ยงตัวหลบการโจมตีของสัตว์อสูรสามตัวแรกที่โจมตีเข้ามาได้ แต่ก่อนที่จะทันได้ตั้งตัวเขาก็ถูกตัวอสูรเงาตัวถัดมาฟาดกรงเล็บใส่เทมเพสต์รีบยกแขนขึ้นป้องกันแต่แรงกระแทกจากการโจมตีก็ทำให้เขากระเด็นออกไป
แน่นอนว่าพวกอสูรเงาไม่ใจดีขนาดปล่อยให้เขาตั้งหลัก ก่อนที่เท้าของเทมเพสต์จะถึงพื้นเขาก็ถูกอสูรเงาอีกตัวตามเข้ามาฟาดกรงเล็บใส่อย่างแรง เทมเพสต์จึงรีบกัดฟันแล้วง้างหมัดออกมา จากนั้นก็มีออร่าสีฟ้าวนรอบๆหมัดของเขา จากนั้นก็โจมตีสวนกลับไป
หมัดพายุอัดกระแทก
สัตว์อสูรที่กำลังพุ่งเข้ามาถูแรงอัดกระแทกจากหมัดของเทมเพสต์ตายทันที ส่วนสัตว์อสูรตนอื่นๆที่ตามเข้ามาก็ถูกแรงกระแทกส่งให้กระเด็นออกไป และบางตัวก็ถึงตายทันที
แต่ถึงแม้เทมเพสต์จะโจมตีกลับได้แต่ก็ถูกแรงกระแทกกระเด็นออกไปไกล และทันทีที่เทมเพสต์ลุกขึ้นมาและตั้งหลักได้ก็มีเสียงรายงานอีกครั้ง
‘ผู้เล่นถูก อสูรเงาทมิฬ สัตว์อสูรชั้นทหาร ระดับ 80 จำนวน 46 ตัวโจมตีค่ะ’
“นี่มันบ้าอะไรเนี่ย”เทมเพสต์สบถออกมาอย่างหัวเสีย
ทว่าก่อนที่เหล่าอสูรเงาจะพุ่งเข้าโจมตีเขานั้นเองก็มีเวทย์มนต์สองสายยิงเข้าใส่เหล่าอสูรเงา
มนตราระดับ 2 เวทย์สายฟ้า – หอกอสนีบาต
มนตราระดับ 3 เวทย์น้ำแข็ง – ลมหายใจน้ำแข็ง
เป็อากิระ ลูน่า และลิซ่า ที่เดินเข้ามา แน่นอนว่าผู้ที่ช่วยยิงเวทมนต์ช่วยเหลือเทมเพสต์ไว้เมื่อครู่ก็คืออากิระ และลูน่า
จิตสังหารผสานมนตรา – เหมันต์แห่งหายนะ
พวกอสูรเงาโดยรอบก็เคลื่อนไหวช้าลงอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังมีน้ำแข็งเกาะขึ้นมาบนตัวของพวกมันอีกด้วย
“จริงๆเลยค่ะ เพราะรีบเข้ามาโดยที่ไม่ฟังคนอื่นแล้วสุดท้ายก็ต้องมีสภาพแบบนี้ มันน่าสมเพชนะคะพี่เทมเพสต์” ลูน่ากล่าวพลางถอนหายใจ
“แกประมาทเกินไปแล้วนะเทมเพสต์” อากิระกล่าวซ้ำด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“เดี๋ยวฉันจะรีบฟื้นพลังให้นะคะ” ลิซ่าพูดขึ้นมาก จากนั้นเธอก็เปิดหน้าต่างที่พวกอากิระไม่เคยเห็นขึ้นมาแล้วก็ทำการกดอะไรบางอย่าง
เพียงไม่กี่วินาทีเทมเพสต์ก็รู้สึกได้ว่าพลังชีวิตของตนกำลังเพิ่มกลับมา าแที่มีก็กำลังสมานกันอย่างรวดเร็ว เทมเพสต์ กับลูน่าแสดงท่าทีประหลาดใจอออกมาอย่างเห็นได้ชัด ส่วนอากิระนั้นกลับไม่แสดงท่าทีอะไรออกมาเพราะเขารู้ข้อมูลทั้งหมดของลิซ่าอยู่แล้ว
ลิซ่าที่ถูกจ้องมองจากทั้งสามก็แสดงท่าทีลนลาน “อ…เอ่อ ฉันทำอะไรผิดรึเปล่าคะ ทำไมทุกคนถึง…”
“นี่ลิซ่าเมื่อกี้มันอะไรอ่ะ ทำไมอยู่ดีๆพลังชีวิตของฉันถึงฟื้นขึ้นมาได้ล่ะ”เทมเพสต์กล่าวถามออกมาด้วยสีหน้าประหลาดใจ ส่วนลูน่าแม้ไม่ถามแต่ก็มีสีหน้าแบบเดียวกัน จะมีก็แต่อากิระที่ยังคงทำหน้านิ่งเฉย
“คือนี่เป็ความสามารถพิเศษของฉันน่ะค่ะ เป็ความสามารถที่ทำให้สามารถใช้ไอเทมของเ้านายได้ และยังสามารถใช้งานไอเทมสนับสนุนกับผู้เล่นในทีมได้โดยไม่ต้องััตัวผู้เล่นเลยน่ะค่ะ” ลิซ่าตอบออกมาด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆ
“งั้นหมายความว่าต่อให้อยู่ไกลๆเธอก็สามารถใช้ไอเทมสนับสนุนเราได้ใช่มั้ยจ๊ะ” ลูน่ากล่าวถาม
“ค่ะ” เธอตอบออกมาแล้วมองหน้าทุกคนอย่างเกรงใจแพราะเธอกลัวว่าตัวเองจะทำอะไรเกินหน้าพวกเ้านายโดยที่ไม่ได้รับคำสั่ง
“สุดยอดเลย!!! ลิซ่าสุดยอดมากๆเลยล่ะ”เทมเพสต์ะโออกมาอย่างด้วยใบหน้ายินดี
“พึ่งเคยเห็นNPC ที่มีความสามารถพิเศษแบบนี้นะเนี่ย สุดยอดจริงนะจ๊ะลิซ่า” ลูน่ากล่าวชมซ้ำ
ลิซ่าที่เจอปฏิกิริยาของเทมเพสต์ และลูน่าก็ทำอะไรไม่ถูก จากนั้นเธอก็รู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างมาััศีรษะเธออย่างแ่เบา เธอจึงหันไปมอง
“เก่งมากครับ ลิซ่า” อากิระกล่าวออกมาแล้วใช้มือลูบศีรษะลิซ่าอย่างแ่เบา
“ข..ขอบคุณค่ะ” ลิซ่าก้มหน้าลง ใบหน้าขึ้นสีเล็กน้อย ริมฝีปากเธอก็ปรากฏรอยยิ้มอย่างมีความสุข
“เอาล่ะงั้นมาจัดการกันต่อเถอะ” อากิระเอ่ยขึ้นมาเสียงเย็น และพริบตานั้นลูกแก้วเวทมนต์จำนวนมากที่อากิระร่ายเวทย์แล้วหน่วงเอาไว้ระหว่างคุยกันก็หมุนรอบตัวพวกเขาแล้วกลายเป็ศรเวทมนต์จำนวนมากพุ่งเข้าใส่ศัตรูโดยรอบ ส่งผลให้อสูรเงาที่เหลือกลายเป็แสงไปจนหมด
‘ผู้เล่นอากิระสังหาร อสูรเงาทมิฬ สัตว์อสูรชั้นทหาร ระดับ 80 จำนวน 33 ตัว ได้รับค่าประสบการณ์…ค่ะ’
‘ผู้เล่นอากิระเลื่อนระดับเป็ 40 ค่ะ’
‘ผู้เล่นอากิระได้รับเงินจำนวน 66,000 คริสตัล ค่ะ’
แล้วทั้งสามก็เดินหาดอกแอนเดรียต่อโดยที่ระหว่างทางก็ปรากฏ อสูรเงาทมิฬ ขึ้นมาโจมตีพวกเขาเรื่อย แต่เพราะรอบนี้พวกเขาไม่ได้ประมาทจึงสามารถจัดการได้อย่างไม่ยากเย็น พวกเขาเดินค้นหาราวๆ 1 ชั่วโมงก็พบดอกแอนเดรียกอหนึ่ง มีดอกขึ้นอยู่จำนวน 4 ดอก อากิระจึงเก็บขึ้นมาทั้งหมดแล้วใส่ไว้ในช่องเก็บของของตน
แล้วทั้งสี่คนก็เดินทางเพื่อจะกลับไปยังเมืองเซลเรนทันที