หลังออกจากห้องทำงานของอวี๋ชิวไป๋ โจวเหวินก็หยิบโทรศัพท์ออกมาลองโทรหาโจวหลิงเฟิงผู้เป็พ่อ เขานึกอย่างละเอียดแล้วว่า ตัวเขาเองไม่มีทางไปล่วงเกินคนอย่างอันเทียนจั่วได้แน่
การที่อันเทียนจั่วรู้จักนักเรียนมัธยมในเมืองเล็ก ๆ อย่างเขา อีกทั้งยังเจาะจงวิจารณ์เขา มองอย่างไรก็ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
ครั้งนี้โทรติดแล้ว เสียงของโจวหลิงเฟิงดังออกจากโทรศัพท์ “ว่าไงลูก ผ่านมาไม่นานเอง ลูกคิดถึงพ่อแล้วเหรอ”
โจวเหวินชินกับนิสัยแบบนี้ของโจวหลิงเฟิงตั้งนานแล้ว เขาจึงพูดไปตรง ๆ โดยที่ไม่รู้สึกอะไร “พ่อรู้จักคนที่ชื่ออันเทียนจั่วไหม”
“เทียนจั่วเหรอ รู้จักสิ” เมื่อพูดถึงตรงนี้ โจวหลิงเฟิงก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงแปลก ๆ “ลูกรู้ได้ยังไงว่าเทียนจั่วเป็พี่ชายของลูก พ่อคงยังไม่ได้แนะนำให้ลูกรู้จักกันสินะ”
“พี่ชายของผมงั้นเหรอ” โจวเหวินเริ่มรู้สึกงงงวย
“ใช่แล้ว เทียนจั่วเป็ลูกชายของเสี่ยวหลาน พ่อกำลังจะแต่งงานกับเสี่ยวหลาน เขาก็ต้องเป็พี่ชายต่างสายเืของลูก จริงด้วย นอกจากนี้ลูกยังมีน้องสาวต่างสายเือีกคนชื่ออันจิ้ง...”
โจวเหวินได้ยินไม่ค่อยชัดว่าโจวหลิงเฟิงพูดอะไรต่อ เพราะตอนนี้เขากำลังอ้าปากค้าง เื่ราวไปไกลกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้มาก คาดไม่ถึงว่าโจวหลิงเฟิงจะกำลังแต่งงานกับผู้หญิงแบบนี้
“พ่อ แล้วความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับอันเทียนจั่วเป็ยังไงบ้าง” โจวเหวินถามหยั่งเชิง
“ดีมากเลย เทียนจั่วกับเสี่ยวจิ้งให้ความเคารพพ่อมาก ความสัมพันธ์ก็ดีมากเลย” โจวหลิงเฟิงตอบโดยไม่ต้องคิด
โจวเหวินรู้จักนิสัยของโจวหลิงเฟิงดี รู้ว่าพ่อไม่ได้พูดโกหก เขาจึงอดสงสัยไม่ได้ว่า “ถ้าอันเทียนจั่วกับอันจิ้งมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อจริง ๆ ทำไมพวกเขาถึงต้องทำแบบนี้กับฉัน หรือว่าพวกเขาไม่ได้เห็นด้วยต่องานแต่งระหว่างพ่อกับโอวหยางหลานจริง ๆ”
โจวเหวินรู้สึกได้ว่าโจวหลิงเฟิงอารมณ์ดีมาก เหมือนว่ามีความสุขกับงานแต่งครั้งนี้อย่างมาก เขาจึงไม่อยากให้เื่ของตัวเองส่งผลกระทบต่องานแต่งของพ่อ และไม่้าทำให้พ่อลำบากใจ
ถ้าอันเทียนจั่วกับอันจิ้งทำแบบนี้กับเขาเพราะไม่อยากให้โจวหลิงเฟิงกับโอวหยางหลานแต่งงานกันจริง ๆ เช่นนั้นเขายิ่งห้ามปล่อยให้เื่นี้ส่งผลกระทบต่องานแต่งของโจวหลิงเฟิง ไม่อย่างนั้นก็จะเข้าทางพวกนั้น
ถึงแม้โจวเหวินยังไม่เคยเจออันเทียนจั่ว และไม่รู้ว่าอันเทียนจั่วทำแบบนี้เพราะมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ แต่ตอนนี้เขามีทัศนคติที่แย่มากต่ออันเทียนจั่วแล้ว
“ต่อให้ตระกูลอันมีอำนาจขนาดไหนก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน ฉันเองก็ไม่คิดจะหวังผลประโยชน์จากตระกูลอัน พวกแกอย่ารังแกกันมากเกินไปนัก” ถึงแม้ตอนนี้โจวเหวินเข้าใจที่มาที่ไปของเื่นี้แล้ว แต่ก็ยังคงทำอะไรไม่ได้
เขาบอกให้คนอื่นรู้ไม่ได้ว่า เพราะพ่อของเขาจะแต่งงานกับแม่ของอันเทียนจั่ว จึงทำให้อันเทียนจั่วไม่พอใจ และพาลไม่ชอบใจเขาไปด้วย
อย่าว่าแต่บอกคนอื่นไม่ได้เลย ต่อให้เล่าออกไป ก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรต่อสถานการณ์ของเขาในตอนนี้
“การที่อันจิ้งเอาชนะฉันได้ด้วยกระบวนท่าเดียว ส่วนอันเทียนจั่วพูดแค่ประโยคเดียวก็เกือบทำให้ฉันไม่มีสิทธิ์สอบเข้ามหาวิทยาลัย สุดท้ายก็เป็เพราะฉันยังอ่อนแอเกินไป เมื่อไม่มีพลังก็จะถูกคนรังแกแบบนี้ ถ้าฉันเป็ผู้แข็งแกร่งระดับมหากาพย์ คิดเหรอว่าพวกเขาจะทำอะไรฉันได้” โจวเหวินไม่ใช่คนที่มัวโทษโชคชะตา เขาปล่อยวางเื่นี้ลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ปริศนาออกมาแล้วเริ่มตั้งใจฟาร์ม
อดีตครูใหญ่ของโรงเรียนมัธยมกุยเต๋อเคยให้ความเห็นเกี่ยวกับโจวเหวินว่า เขาไม่เคยเห็นใครที่มีสมาธิจดจ่อเท่าโจวเหวินมาก่อน
คำว่ามีสมาธิจดจ่ออาจฟังดูเหมือนเป็แค่คำวิจารณ์ธรรมดา แต่การจะทำให้มีสมาธิจดจ่ออย่างแท้จริงนั้น กลับเป็เื่ที่ยากมาก
มนุษย์ไม่ใช่ผู้วิเศษ ย่อมมีอารมณ์ความรู้สึก ล้วนต้องเผชิญกับสิ่งเร้าทั้งจากปัจจัยภายนอกและจิตใจของตัวเอง ต่อให้เป็เทพเซียนบน์ยังอาจมีใจหวั่นไหว แม้แต่พุทธองค์ยังเคยถูกมารทดสอบจิตใจ นับประสาอะไรกับมนุษย์ธรรมดา
ผู้คนต่างบอกว่าการเรียนเป็เื่ยากมาก แต่เป็เพราะพวกเขาไม่สามารถทุ่มเทสมาธิทั้งหมดให้กับมัน ไม่สามารถจดจ่อกับการเรียน ยิ่งไม่สามารถรักษาภาวะจดจ่อสมาธิไว้ตลอดเวลา
แต่โจวเหวินกลับแตกต่างออกไป ไม่ว่าเขาจะทำอะไร หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหน เขาก็เข้าสู่สภาวะจดจ่อได้อย่างง่ายดายและเต็มที่ แทบไม่ได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอก นี่จึงเป็สาเหตุที่อดีตครูใหญ่กล่าวชมเขาให้อวี๋ชิวไป๋ฟัง
ภายในเกม โจวเหวินเรียกสัตว์เลี้ยงคู่หูมดแกร่งกลายพันธุ์ออกมา ถึงแม้ค่าร่างกายจะเก้าแต้มเท่านั้น แต่ด้วยเปลือกที่แข็งแกร่งของมัน จึงมีพลังป้องกันเหนือกว่าโจวเหวินมาก
ตัวละครสีเืขี่มดแกร่งกลายพันธุ์บุกสังหารอยู่ในรังมด ต่อให้ถูกฝูงมดแกร่งห้อมล้อมก็ไม่ต้องกังวลใจ
มดแกร่งกลายพันธุ์ใช้ขาคู่หน้าโจมตีอย่างรุนแรง มดแกร่งธรรมดาถูกมันกระแทกตายในครั้งเดียว ด้วยเปลือกที่แข็งแกร่งของมัน ทำให้กวาดล้างฝูงมดแกร่งได้อย่างไร้เทียมทาน
“ถ้ามีหอกยาวสักเล่มก็ดีสิ” โจวเหวินสังเกตเห็นว่าเมื่อตัวละครสีเืขี่หลังมดแกร่งกลายพันธุ์ เนื่องจากติดปัญหาเื่ระยะการโจมตี ทำให้ยากต่อการฟาดฟันมดแกร่งที่อยู่โดยรอบ จึงต้องะโลงจากหลังมดแกร่งกลายพันธุ์ แล้วต่อสู้เคียงข้างกับมัน
ั้แ่ได้รับโทรศัพท์ปริศนามา โจวเหวินก็ไม่เคยฟาร์มได้อย่างสะใจขนาดนี้มาก่อน คนหนึ่งคน มดหนึ่งตัว จับคู่กันสังหารทุกสิ่งที่ขวางหน้า บุกสังหารตลอดทาง ต่อให้เจอกับมดแกร่งกลายพันธุ์ ก็ร่วมมือกันสังหารได้อย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้านี้โจวเหวินทำได้แค่ฟาร์มอยู่ตรงพื้นที่ด้านหน้า และถูกล้อมสังหารก่อนจะไปถึงส่วนด้านหลัง แต่ตอนนี้เขาบุกสังหารอย่างดุเดือด จนทะลวงผ่านพื้นที่ที่เขายังเข้าไม่ถึงอย่างรวดเร็ว
หลังจากสังหารมดแกร่งไปจำนวนมาก ถึงแม้จะมีผลึกสองชิ้นเกิดขึ้น แต่ล้วนเป็ผลึกที่ระดับต่ำมาก หลังจากโจวเหวินเก็บกลับมาก็ใช้มันเพื่อฟื้นฟูพลังงานเท่านั้น
ติ๊ง !
หลังจากสังหารมดแกร่งกลายพันธุ์ได้อีกตัว โจวเหวินก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยอีกครั้ง เมื่อเขาดูอย่างละเอียดก็ดีใจทันที เพราะผลึกที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็ผลึกมดแกร่งระดับเก้า
โจวเหวินควบคุมตัวละครสีเืไปเก็บผลึกมดแกร่ง ทันใดนั้นก็รู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้าสู่ตัวเขา และหมุนเวียนอยู่ในร่างกายอย่างรุนแรง
หมัดเฮอร์คิวลิสที่แต่เดิมแค่ระดับเจ็ด ก็เลื่อนขั้นเป็ระดับเก้าในชั่วพริบตา
เมื่อเลื่อนขั้นเป็ระดับเก้า อานุภาพของหมัดเฮอร์คิวลิสก็ยกระดับขึ้นอีกครั้ง แต่ก็ต้องใช้ลมปราณมากขึ้นเช่นเดียวกัน โดยการใช้งานแต่ละครั้งจะเสียลมปราณห้าแต้ม ตอนนี้โจวเหวินมีลมปราณแค่เก้าแต้มเท่านั้น จึงไม่สามารถใช้หมัดเฮอร์คิวลิสสองครั้งได้ภายในเวลาสั้น ๆ
หลังจากได้รับผลตอบแทน โจวเหวินก็ยิ่งดำดิ่งสู่โลกแห่งการฟาร์มอย่างถอนตัวออกไม่ได้ หนึ่งคนหนึ่งมดบุกสังหารอยู่ในรังมดอย่างบ้าคลั่ง และมุ่งสู่ส่วนลึกของรังมดอย่างต่อเนื่อง
รังมดเหมือนกับเขาวงกตใต้ดินขนาดมหึมา โจวเหวินบุกสังหารมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นจุดสิ้นสุด เส้นทางข้างหน้ากลับกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จนอุโมงค์มีขนาดกว้างเหมือนกับโกดังขนาดใหญ่
ขณะที่โจวเหวินกำลังตะลุยฝูงมดอย่างดุเดือด จู่ ๆ ก็มีแสงสีเงินวาบผ่านกลางอากาศ เขาเห็นมดโบราณที่มีปีกสีเงินตัวหนึ่งพุ่งผ่านเหนือศีรษะของตัวละครสีเื ชั่วพริบตาต่อมา ศีรษะของตัวละครสีเืก็หลุดลอยขึ้นกลางอากาศ จากนั้นหน้าจอเกมก็มืดดับลง