หากเจ้าพรายไม่พูดอย่างนั้นแล้ว ก็คงจะไม่มีใครสังเกตได้ว่า ทางด้านนั้นได้มีร่างของใครอีกคนหนึ่งยืนอยู่เงียบๆอย่างแทบไม่ไหวติง โดยที่สายตานั้นก็จับจ้องอยู่ที่หญิงสาวประหลาดกับครูสุนทรก่อนที่ทั้งสองจะรู้ตัว
"อาจารย์คง...?!" หญิงสาวประหลาดเรียกชื่อออกมาอย่างแปลกใจ เพราะคนที่มาเงียบๆนั้น ก็คืออาจารย์คงนั่นเอง
แต่แล้วหญิงสาวประหลาดก็ยิ้มขึ้นมาอย่างแสยะ "อ้อ ที่แท้ก็เมฆาสินะ หึหึ คิดจะเล่นอะไรอีกล่ะ เจ้าเองก็คงเห็นแล้วสินะ ว่าสมุดวาดเขียนอยู่ในมือของข้านี่แล้ว"
สายตาของอาจารย์คงกลับยังไม่แสดงความรู้สึกใดๆออกมา "สมุดวาดเขียนเล่มนี้ข้ารู้แล้วว่ามันไม่ใช่ของธรรมดา มันคือมหาคัมภีร์แห่งนรกเล่มหนึ่งที่สามารถจะทำให้ผู้ที่ได้ครอบครองมัน มีอำนาจขึ้นมาอย่างล้นเหลือ "
หญิงสาวประหลาดหันไปสบตากับครูสุนทรวูบหนึ่ง "ถูกต้องแล้ว ก็อย่างที่เจ้าได้รู้นั่นล่ะ เมฆา เจ้าเก่งมากที่สามารถเจาะมิติ'นิรแดน'แห่งนี้เข้ามาได้ ในเมื่อเจ้ารู้อย่างนั้นแล้ว เจ้าก็คงจะเข้าใจจุดประสงค์ของข้าและเจ้านายของข้าแล้วสินะ ว่าพวกเราได้ใช้สมุดเล่มนี้เพื่อสิ่งใด"
"เจ้ายังคงมองข้าเป็นไอ้เมฆาอยู่หรอกรึ?" อาจารย์คงถ่มน้ำลายลงบนพื้นดินอย่างไม่ค่อยพอใจ
หญิงสาวประหลาดหันไปสบตากับครูสุนทรอีกครั้ง "เจ้าคิดว่า ระหว่างข้ากับเมฆา ใครที่จำแลงร่างได้คล้ายกับตัวจริงมากกว่ากัน?"
ครูสุนทรผู้มีสภาพจิตเป็นปิศาจเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ส่ายหน้าช้าๆ "ข้าดูไม่ออกเลย ท่านและเมฆาอาจจะเก่งพอกันนะข้าว่า"
"ฮ่าฮ่าฮ่า...." จู่ๆอาจารย์คงก็แหงนหน้าหัวเราะออกมา "มันเก่งอย่างนี้ หรือว่าข้าจะสู้มันไม่ได้ แต่เอาเถอะ เห็นกับมันที่เคยเป็นศิษย์อาจารย์เดียวกันมาก่อน ข้าจึงยอมร่วมมือกับมันในครั้งนี้..."
สีหน้าหญิงสาวประหลาดกับครูสุนทรแปรเปลี่ยนไปทันที
"หรือ ที่แท้เจ้าจะเป็น อาจารย์คงจริงๆ? " หญิงสาวประหลาดถามด้วยความไม่มั่นใจซะแล้ว "ถ้าใช่ งั้นเจ้าทั้งสองทำอย่างนี้เพื่อสิ่งใดกันรึ?"
"ก็เพื่อที่จะได้เบี่ยงเบนความสนใจของพวกเจ้าไงล่ะ มันตราศิณีย์!"
เสียงนั้นเป็นเสียงของเมฆา และกลับดังมาจากทางทิศที่ครูชัยรัตน์กับเมขลายืนอยู่
หญิงสาวประหลาดกับครูสุนทรรีบหันกลับไปทันที แล้วก็ได้เห็นว่าขณะนี้ เมฆาได้ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างครูชัยรัตน์และเมขลา มือทั้งสองข้างของเขาก็จับมือของทั้งสองไว้คนล่ะด้าน
สิ่งที่เห็นตอนนี้ เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้อย่างหนึ่งว่า อาจารย์คงที่ยืนอยู่อีกทางนั้น ไม่ใช่เมฆาอย่างแน่นอนแล้ว
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า" เสียงหัวเราะอันแปร่งประหลาดของเจ้าพรายดังขึ้นมาอย่างสาใจ นิ้วมืออันเป็นกระดูกไร้เนื้อหนังของมันก็ชี้ไปทางหญิงสาวประหลาดราวกับจะหยามเหยียด "หึหึ เมื่อกี้ข้าบอกเจ้าแล้วนะ..."
"เจ้ารู้ชื่อของข้าได้อย่างไรกันรึเจ้านักสืบตาตี่?" หญิงสาวประหลาดผู้ถูกเรียกว่า'มัณตราศิณีย์'เอ่ยถามเมฆาด้วยแววตาประหลาด และหางตาข้างหนึ่งของเมฆาก็กระตุกไปเล็กน้อยเพราะคำว่าตาตี่
"ก็อย่าลืม ว่าข้าน่ะไม่ได้เป็นแค่หมอผีธรรมดาๆนะ แต่ว่าข้าน่ะ ยังเป็นยอดนักสืบไสยเวทย์ ที่ผีชนิดไหนๆก็ยังไม่เคยรอดหลุดมือจากข้าไปได้เลย สิบอกให้..." เมฆมาอวดคุณสมบัติของตัวเองอย่างยิ้มๆ
"ถุย...!" อาจารย์คงผู้ยืนอยู่อีกทางถ่มน้ำลายลงพื้นอีกครั้งอย่างหมั่นไส้ "รีบๆเอาไอ้สองคนนั่นไปซะเถอะวะ อย่าให้ข้าต้องหมั่นไส้ไปกว่านี้"
เมฆาหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะหันไปทางหญิงสาวประหลาด
"มัณตราศิณีย์ เรื่องทั้งหมดของเจ้าน่ะ เพื่อนของข้าคนหนึ่งเพิ่งจะส่งข้อมูลมาให้ข้าได้รับรู้จนเกือบจะครบถ้วนแล้ว ชาติตระกูลในอดีตกาลของเจ้าก็มีเกียรติอยู่ไม่ใช่น้อย บิดาของเจ้าอีกล่ะ ที่เป็นถึงข้าราชการชั้นสูงที่ถวายงานใกล้ชิดกับกษัตริย์แห่งนครเชียงรุ้งในอดีต ไม่นึกเลย ว่าเจ้าจะแปรผันไปรับใช้จอมมารอันร้ายกาจแบบนั้นได้..."
หญิงสาวประหลาดผู้ถูกเรียกชื่อว่า'มัณตราศิณีย์'เลิกคิ้วอันเรียวสวยขึ้นสูง "รู้ก็ดีแล้ว แต่ผู้ใดกันรึ ที่เป็นเพื่อนผู้ให้ข้อมูลของเจ้าน่ะ คงมิใช่เป็นคนธรรมดาๆสินะ?"
เมฆากระพริบตาปริบๆอย่างชั่งใจอะไรบางอย่าง
"เพื่อนของข้าผู้นี้ บางทีเจ้าอาจจะรู้จัก หรืออาจจะคุ้นเคยกันมาตั้งแต่ครั้งเก่าก่อนในอดีตกาลด้วยซ้ำ เอ้า บอกให้ก็ได้ ชื่อของเธอคือ 'อคิราห์' ยังไงล่ะ..."
ดวงตาทั้งคู่ของมัณตราศิณีย์เบิกโพลงขึ้นอย่างทันใด
"อคิราห์... หรือเจ้าหมายถึง นังอคิราห์แม่มดนั่น...?!"
เมฆาหัวเราะเบาๆ "เพื่อนของข้าคนนี้ ไม่ใช่แม่มดอย่างแน่นอน แต่นางคือ'จอมเวทศักดิ์สิทธิ์หญิง' เจ้าเองก็น่าจะรู้อยู่แล้ว"
มัณตราศิณีย์กลับหัวเราะออกมาบ้าง "บางทีเจ้าเองก็อาจจะไม่ได้รู้จักกำพืดของนางมาอย่างชัดเจน ความร้ายกาจของสายตระกูลนาง ก็มิใช่ธรรมดาสามัญหรอกนะ"
เมฆาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มีสีสันอันประหลาดเพราะที่นี่เป็นมิตินิรแดนที่แยกออกมาจากโลกมนุษย์ แววตาของเขากลับเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น ในอะไรบางอย่าง
"ข้ารู้จักเพื่อนของข้าคนนี้ดี แม้อาจจะไม่ยาวนานเช่นเจ้ากับนาง อคิราห์เป็นคนดี แม้กำพืดของนางจะเลวร้ายมาก่อนก็เถอะ..."
เมขลากับครูชัยรัตน์ที่ยังคงถูกเมฆากุมมือไว้ หันมามองหน้ากันเองอย่างพิศวงกับเรื่องที่เมฆาโต้ตอบกับหญิงสาวประหลาด ทั้งสองต่างก็คิดอยู่ในใจคล้ายๆกันว่า วันนี้มันวันอะไร ทำไมถึงต้องมาเจอกับเหตุการณ์และเรื่องเล่าอันสุดประหลาดพิสดารถึงขนาดนี้กันนะ?
"พล่ามอะไรกันเยอะแยะ..." อาจารย์คงพูดขึ้นอีกครั้ง "ใครจะเป็นอะไรมายังไงไม่ได้สำคัญกับข้า สิ่งที่ทำให้ข้าต้องมาอยู่ตรงนี้ในตอนนี้ เจ้าก็เข้าใจดีแล้วไม่ใช่หรือเมฆา?"
มันตราศิณีย์เหลือบตามองไปทางอาจารย์คง "ที่แท้ เจ้าก็คือ อาจารย์คงจริงๆ แถมเจ้าสองคนยังมีอาจารย์คนเดียวกันซะอีกอย่างนั้นรึ?" นางถามพลางก็กางสมุดวาดเขียนอาถรรพ์ขึ้นมาดู
อาจารย์คงกอดอกแล้วแหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าอันเต็มไปด้วยแสงสีแห่งสนธยาอันแปลกประหลาดราวกับจะเลียนแบบเมฆา
"บางที ข้าไม่ควรจะนับได้ว่าเป็นศิษย์ เพราะข้ามันเป็นคนแหกคอก ร่ำเรียนไม่ทันจบ เรียนรู้การเป็นคนดีๆไม่ค่อยได้ ข้าก็จากท่านไปเสียก่อน..."
พลันสายตาของเขาก็ตวัดกลับไปที่มัณตราศิณีย์
"นั่นเจ้ากำลังทำอะไร?!"
หญิงสาวประหลาดยิ้มขึ้นที่มุมปาก มองเผินๆเหมือนนางไม่ได้ทำอะไร นางแค่กางสมุดออกมาในตอนนี้ แล้วนางกางขึ้นมาทำไมกันล่ะ?
"เจ้าจะมัวเฉยอยู่ทำไมกัน?" นางเหลือบตาถามครูสุนทร "รีบไปจัดการกับไอ้นักสืบกำมะลอที่ชอบอวดอ้างตัวเอง ทั้งที่มันพลาดบ่อยๆนั่นซะสิ ส่วนไอ้คงคนนี้...."
ความอำมหิตฉายฉานขึ้นมาในดวงตาของนางอย่างฉับพลัน "ข้าจัดการเอง...!"
สิ้นเสียงนั้น พื้นดินรอบๆตัวของอาจารย์คงก็สั่นสะเทือนราวแผ่นดินไหว จากนั้นก็ยุบตัวเป็นวงกลมรอบๆตัว ก่อนที่ร่างของเขาจะจมหายลงไปกับดินนั้น อย่างที่ไม่ทันจะทำอะไร...!!
สีหน้าเมฆาแปรเปลี่ยนไปอย่างทันที "ฉิบ... หาย....! นึกว่าศิษย์พี่เราจะไวกว่านี้?"
ส่วนสีหน้าของครูชัยรัตน์ผู้ถูกเมฆากุมมืออยู่ทางด้านซ้าย ก็แปรเปลี่ยนไปด้วยความตระหนก "ก.... เกิดอะไรขึ้นกันล่ะนี่คุณเมฆา....?!"
เมขลาผู้ถูกกุมมืออยู่ทางขวาก็หน้าแปรเปลี่ยนไปไม่น้อยเช่นกัน "นั่น ราวกับ... ถูกธรณีสูบเลยนะคะ เธอ... เธอทำอย่างนั้นได้ยังไงกันคะนี่?"
"สมุดวาดเขียนนั่นไง..." เมฆาตอบทันที "นางใช้อาถรรพ์ของสมุดเล่มนั้นนั่นล่ะ สมุดเล่มนั้นไม่จำเป็นต้องเขียนหรือวาดด้วยมือ นางก็สามารถจะใช้จิตของตัวเองวาดภาพอาถรรพ์ลงไปบนนั้นได้!"
"ห๊าาาา....!!" เสียงอุทานของทั้งสองดังขึ้นพร้อมๆกัน ก่อนที่จะรู้สึกว่าที่พื้นดินด้านล่างของพวกเขากลับมีการเคลื่อนไหวของอะไรบางอย่าง?
จู่ๆสิ่งหนึ่งก็โผล่พรวดขึ้นมาจากใต้ดิน และมันก็คือมือที่เน่าเฟะสองคู่ ที่พุ่งเข้าคว้าจับไปที่ขาท่อนล่างของเมขลาคู่หนึ่ง และคว้าจับไปที่ขาท่อนล่างของครูชัยรัตน์อีกคู่หนึ่ง!
"กรี๊ดดูดดด...!!"
"เหวอออ....!!"
เสียงร้องของทั้งคู่กรีดขึ้นอย่างตระหนกสุดขีด แต่ก่อนที่เมฆาจะทำอะไรทัน เขาก็เหลือบขึ้นไปเห็นการโจมตีจากอะไรบางอย่าง ที่พุ่งลงมาจากทางด้านบนอย่างเร็วแรง....?!!