ตอนที่ 12 : กลิ่นอายโลหิตที่ปลายดาบกับปริศนาใต้พสุธา
ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมพงไพรเื้ัเมืองเมฆาคล้อยกลิ่นคาวเืคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นดินชื้นยามค่ำคืนอวิ๋นเซียวทรุดกายลงพิงโคนต้นไม้ใหญ่ที่รากเหง้าแผ่ขยายดุจกรงเล็บปีศาจร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม าแจากรอยกระบี่ที่ไหล่ซ้ายและแรงสะท้อนกลับจากวิชาฝ่ามือสยบฟ้ากำลังแผดเผาเส้นชีพจรของเขาประหนึ่งถูกเปลวเพลิงเคี่ยวกรำ
"เ้าช่างโง่เขลานักอวิ๋นเซียวการสังหารศิษย์ตระกูลหลักในป่าชั้นนอกเช่นนี้ไม่ต่างจากการจุดคบเพลิงท่ามกลางพายุฝน...เ้ากำลังเรียกหาความตายมาสู่ตนเองโดยแท้" เสียงเล็กแหลมดังขึ้นในห้วงความคิดทว่าในครั้งนี้มีความกังวลแฝงอยู่เบาบาง 'หลิงทง' ัจิ๋วที่ซ่อนกายอยู่ในเจดีย์หมื่นวิถีขยับปีกสีครามส่งไอเย็นแผ่ออกมาบรรเทาความร้อนแรงในตันเถียนของเขา
อวิ๋นเซียวแค่นหัวเราะในลำคอเืสีแดงฉานไหลซึมจากมุมปาก เขาใช้หลังมือปาดมันออกอย่างไม่แยแส"หากข้าไม่ลงมือ ความตายก็จะมาเยือนข้าอยู่ดีหลิงทง เ้าก็รู้...ในตระกูลอวิ๋น ไร้ความสามารถคือบาปหนัก แต่หากมีแสงสว่างในตัวมากเกินไปบาปนั้นจะกลายเป็ความตาย"
เขาหลับตาลงโคจรปราณหลอมภพวนเวียนรอบตันเถียนที่บัดนี้ขยายตัวขึ้นเล็กน้อยจากการดูดกลืนหินิญญาสามก้อนนั้นพลังที่ไหลเวียนเริ่มมีความหนาแน่นและซับซ้อนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแต่นั่นยังไม่เพียงพอต่อการเผชิญหน้ากับเหล่าศิษย์ในสำนักที่แข็งแกร่งกว่านี้
สถานะปัจจุบัน: าเ็ระดับปานกลาง, ปราณหลอมภพอยู่ในขั้นรวบรวมปราณระดับกลาง,เป้าหมายเร่งด่วนคือการหลบซ่อนตัวและฟื้นฟูสภาพร่างกายก่อนรุ่งสาง
อวิ๋นเซียวลืมตาขึ้นอีกครั้งประกายตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความเยือกเย็นเขาหยิบถุงมิติน้อยของศิษย์ตระกูลหลักผู้นั้นขึ้นมาตรวจสอบภายในไม่ได้มีเพียงหินิญญาอีกเล็กน้อย แต่กลับมี 'ป้ายตราสีดำ'ที่สลักลวดลายประหลาดคล้ายเงาดาราที่กำลังถูกฉีกกระชาก
"นิกายเงากลืนดารา..."อวิ๋นเซียวพึมพำ ชื่อนี้หวนเข้าสู่ความทรงจำที่ตกทอดมาจากเจดีย์หมื่นวิถีแม้เขาจะเป็เพียงศิษย์นอกสำนักแต่เขารู้ดีว่านิกายนี้คือเงามืดที่ครอบงำแคว้นชายขอบมาเนิ่นนานการที่คนของตระกูลอวิ๋นพกตราสัญลักษณ์นี้ไว้ ย่อมหมายความว่าการตายของศิษย์ผู้นี้จะนำพาปัญหาใหญ่หลวงมาสู่ตัวเขาเกินกว่าที่คาดคิด
เขารีบเก็บป้ายนั้นลงในมิติเจดีย์ทันทีทันใดนั้น ความรู้สึกสั่นไหวจากใต้ฝ่าเท้าก็เกิดขึ้น มันไม่ใช่แผ่นดินไหวปกติแต่เป็แรงสั่นะเืที่มีจังหวะจะโคนราวกับหัวใจที่กำลังเต้นอยู่ใต้พสุธา
"เ้าััได้หรือไม่?" อวิ๋นเซียวถามพลางยันกายลุกขึ้น แม้ความเ็ปจะยังคงอยู่แต่มันกลับถูกกลบด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่ลุกโชนในใจ
"อืม... กลิ่นอายของ 'รากปราณปฐี' ในตำนาน"หลิงทงตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "หากสถานที่นี้มีของสิ่งนั้นอยู่จริงการที่หินิญญาระดับต่ำรวมตัวกันที่นี่ก็ไม่ใช่เื่บังเอิญ"
อวิ๋นเซียวตัดสินใจทิ้งร่องรอยการต่อสู้ไว้เพียงเล็กน้อยเพื่อลวงตาผู้ที่อาจตามมาก่อนจะเบนเข็มมุ่งหน้าลึกลงไปในพงไพรตามััที่ได้รับ ยิ่งเดินเข้าไปลึกเท่าใดอากาศรอบกายก็ยิ่งหนาวเหน็บและหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆต้นไม้ใหญ่เริ่มแปลเปลี่ยนเป็ซากไม้ที่กลายเป็หินแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาถูกดูดกลืนหายไปกับความมืดมิดเบื้องหน้า
เบื้องหน้าของเขาคือหน้าผาหินที่พังทลายลงเผยให้เห็นโพรงถ้ำขนาดมหึมาที่ถูกปกคลุมด้วยม่านพลังสีเทาจางๆรัศมีปราณที่พุ่งออกมาจากถ้ำนั้นรุนแรงจนแม้แต่การหายใจเข้าก็ยังรู้สึกได้ถึงความเ็ป
"หยุดก้าวเท้าเสีย!" หลิงทงร้องเตือน "พลังงานในนั้นไม่ธรรมดาหากเ้าสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปร่างกายที่าเ็ของเ้าจะถูกพลังธาตุดินกระแทกจนเส้นชีพจรขาดสะบั้นทันที"
อวิ๋นเซียวหยุดยืนนิ่งที่ปากถ้ำเขาไม่ได้หวาดกลัว แต่เขากำลังประเมินสถานการณ์ ดวงตาของเขากวาดมองไปทั่วบริเวณเห็นคราบเืที่ยังไม่แห้งสนิทบนก้อนหินที่ปากทางเข้าปรากฏรอยเท้าที่ดูแปลกประหลาด—ไม่ใช่รอยเท้าคนแต่มันเป็รอยเล็บที่ลึกและกว้างจนน่าสะพรึงกลัว
"มีบางอย่างเข้ามาก่อนหน้าเรา"อวิ๋นเซียววิเคราะห์ด้วยความใจเย็น"และมันอาจจะเป็สาเหตุที่ทำให้ศิษย์ตระกูลหลักคนนั้นเร่งรีบตามล่าข้าเพื่อหาช่องทางขยายอำนาจ"
เขาตัดสินใจนั่งลงขัดสมาธิที่ปากถ้ำใช้พลังจากเจดีย์หมื่นวิถีสร้างเกราะปราณจางๆ ป้องกันตนเองจากไอสังหารที่แผ่ออกมาก่อนจะเริ่มโคจรปราณเพื่อรักษาอาการาเ็ในขณะเดียวกันก็ใช้จิตรับััหยั่งรากลึกลงไปในโพรงถ้ำนั้น
เวลาผ่านไปชั่วยามดูเหมือนความอดทนของเขาจะสัมฤทธิ์ผล เมื่อปราณหลอมภพที่เขาส่งเข้าไปััได้ถึง 'อะไรบางอย่าง' ที่มีชีวิต... มันไม่ใช่สัตว์อสูรแต่มันคือจิติญญาของยอดฝีมือที่หลงเหลืออยู่ในอาวุธระดับตำนานที่ถูกฝังอยู่ใต้ปฐี
ในขณะที่เขากำลังจะเข้าถึงแก่นแท้ของสถานที่แห่งนั้นเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบและไร้ระเบียบก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของป่าอวิ๋นเซียวลืมตาขึ้นในทันที ดวงตาของเขาฉายแววฆ่าฟัน...ดูเหมือนความสงบในค่ำคืนนี้กำลังจะสิ้นสุดลงเร็วกว่าที่เขาคาดคิดไว้
"พวกสุนัขรับใช้ของตระกูลอวิ๋น...ตามมาเร็วเสียจริง" อวิ๋นเซียวลุกขึ้นยืน สะบัดมือหนึ่งครั้งกระบี่เหล็กธรรมดาในมือของเขาดูราวกับจะสั่นไหวด้วยความหิวกระหายเื
"หลิงทง เตรียมตัวให้พร้อม ครั้งนี้เราจะไม่ได้แค่สู้เพื่อเอาชีวิตรอดแต่เราจะเปลี่ยนสนามรบนี้ ให้กลายเป็สุสานของพวกมัน!"
อวิ๋นเซียวหมุนตัวกลับเผชิญหน้ากับเงาร่างนับสิบที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดมิดแสงจากคบไฟของพวกมันสาดส่องกระทบใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหี้ยมโหดทว่าสิ่งที่พวกมันไม่รู้ คือเื้ัของศิษย์นอกสำนักผู้นี้คือพลังมหาศาลที่กำลังหลับใหลอยู่ใต้ฝ่าเท้าของพวกมันเอง...และความแค้นที่อวิ๋นเซียวสั่งสมมานานนับปีกำลังจะถูกปลดปล่อยออกมาราวกับเขื่อนที่พังทลายลงในค่ำคืนนี้