บทที่ 30 ตอนพิเศษของโลกที่หนึ่ง(1)
บนยอดเขาที่สูงเหนือทะเลเมฆ พระจันทร์เต็มดวงสว่างไสว มันทอแสงลงมายังวิหารเทพเซียน บนพื้นของวิหารเต็มไปด้วยหิมะสีขาวสะท้อนกับแสงจันทร์ดูงดงาม
ในเวลานี้ ยามลมพัดผ่าน ดอกเหมยที่มีหิมะปกคลุมก็ร่วงหล่นลงมาเต็มพื้น เสียงดังกรอบแกรบ กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกเหมยกระจายไปทั่วสวน
ร่างในชุดขาวเดินผ่านสวนดอกเหมย ผมดำยาวสลวยถูกมัดไว้ด้วยปิ่นปักผมหยก ยามลมพัดชายเสื้อของนางปลิวไสว สายตาของนางมองไปยังศาลาไม้ไผ่ที่อยู่ไม่ไกล เห็นร่างในชุดขาวกำลังนั่งขัดสมาธิ บนตักมีพิณวางไว้ นิ้วมือเรียวยาวที่เหมือนกับหยกดีดพิณไปมาส่งเสียงที่ไพเราะ
แสงจันทร์ส่องสว่าง เสียงพิณไพเราะน่าฟัง
เสียงพิณดังก้องไปทั่ว คล้ายกำลังบอกเล่าเื่ราวของวันเวลาที่สวยงามและความรุ่งโรจน์ คล้ายกำลังบอกเล่าจุดเริ่มต้นของชีวิต คล้ายกำลังบอกเล่าเื่ราวที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย สุดท้ายเกิดการตรัสรู้ ปล่อยวางอารมณ์ทั้งห้า
สุ่ยเซียนกระพริบตา แล้วลุกขึ้นร่ายรำไปตามเสียงพิณ เอวของนางอ่อนช้อยราวกับคนไร้กระดูก ลอยตัวหมุนเป็วงกลมกลางอากาศ มันช่างสงบและงดงามราวกับบุปผาที่เบ่งบานใต้แสงจันทร์
สุ่ยเซียนชอบ่เวลาที่อยู่กับศิษย์พี่สองต่อสองเช่นนี้ มีแค่เขากับนาง ต่อให้ไม่พูดคุยกัน ก็ยังรู้สึกหวานชื่น ช่างเป็ห้วงเวลาที่สงบสุขจริงๆ
ได้ยินมาว่าดอกปี่อั้นบานแล้ว ข้าอยากจะไปดูเ้าค่ะ" สุ่ยเซียนพูดพร้อมกับมองเป่ยิอินผู้ไม่เคยเหนื่อยหน่ายกับการอวดความสง่างามของตน
เป่ยิอินวางมือไว้บนสายพิณ หลับตาลงเหมือนกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง
หลายปีมานี้ศิษย์พี่เอาแต่เงียบขรึมกับนางมุ่งมั่นกับการบ่มเพาะพลัง นานๆทีนางถึงจะเห็นศิษย์พี่นั่งเล่นพิณใต้แสงจันทร์เพื่อผ่อนคลาย
เป่ยิอินตัดสินใจได้ในที่สุด เขาส่ายหน้า"่นี้ข้ากำลังบ่มเพาะพลัง เป็่ที่สำคัญใกล้จะบรรลุแล้ว" เขาพูดพลางลุกขึ้นยืนมองพระจันทร์ที่อยู่บนท้องฟ้า "ถ้าเ้าอยากไป ข้าให้ไป๋เซียวไปกับเ้า"
ไป๋เซียวคือสัตว์เทพที่คอยปกป้องวิหารเทพเซียน เป็กิเลนเืตัวเขียวใช้เวลาเป็พันๆปีถึงจะอยู่ในร่างมนุษย์ได้ คอยรับใช้เป่ยิอิน
อย่างไรก็ตาม มันเป็คนพูดน้อย ไม่ค่อยฉลาด ถึงแม้ว่าจะกลายเป็มนุษย์แล้วแต่ิัของมันก็ยังเป็สีเขียว ทุกครั้งที่สุ่ยเซียนเห็นมันก็จะนึกถึงปีศาจกบจึงไม่ชอบมันและตั้งแง่กับมันเสมอ
หลังจากที่เทพธิดาหนี่วาปิด์ เป่ยิอินก็กลายเป็เทพเซียนอันดับหนึ่งในโลกเซียน การบรรลุของเขาเป็เื่ใหญ่มาก มันเกี่ยวข้องกับชะตากรรมของโลก ดังนั้นสุ่ยเซียนจึงตัดสินใจไปหาสมุนไพรที่โลกมนุษย์เพื่อช่วยให้เป่ยิอินเพิ่มพลังบ่มเพาะ
หลังจากที่สืบมาสักพัก นางก็ได้ยินมาว่ามีผลไม้ชนิดหนึ่งที่เติบโตอยู่ในป่าปีศาจ ซึ่งเป็จุดที่โลกปีศาจกับโลกเซียนกัน
ผลไม้นี้มีสีดำครึ่งหนึ่งสีแดงครึ่งหนึ่งออกดอกร้อยปี ออกผลร้อยปี กินเข้าไปแล้วจะเพิ่มพลังบ่มเพาะได้ถึงสิบขั้น ทว่าป่าปีศาจอันตรายมาก ถึงแม้ว่านางจะเป็เทพเซียนก็ไม่กล้าไปที่นั่นเพียงลำพัง
สุ่ยเซียนจึงไปปรึกษากับไป๋เซียว ในฐานะสาวกอันดับหนึ่งของเป่ยิอิน เขายอมทำทุกอย่างเพื่อเ้านายของตน แค่ไปหาผลไม้ที่ป่าปีศาจเพื่อเพิ่มพลังบ่มเพาะให้เ้านาย ไม่เห็นเป็เื่ใหญ่อันใด
ทั้งสองคนจึงตกลงกัน แล้วลอบไปยังป่าปีศาจ ตอนที่เป่ยิอินกำลังบำเพ็ญเพียร
อย่างไรก็ตาม พอเท้าแตะพื้น สุ่ยเซียนก็รู้สึกหนาวสั่นไปทั้งกาย ภายในป่ามีหมอกดำและเถาวัลย์ปีศาจมากมายบดบังเส้นทางข้างหน้า มีลมเย็นพัดมาจากข้างหลัง แต่พอหันกลับไปมองก็ไม่เห็นอะไร นอกจากนี้ยังได้ยินเสียงแปลกๆแว่วมาจากระยะไกล คล้ายเสียงของปีศาจมากมายที่ถูกขังไว้ในนรก
ไป๋เซียวเดินนำหน้าเปิดทางให้สุ่ยเซียน มันถือดาบปราบปีศาจที่เป่ยิอินหลอมขึ้นสะบัดไปมา หมอกดำที่อยู่ตรงหน้าก็สลายไปเผยให้เห็นเส้นทาง
ไป๋เซียวพาสุ่ยเซียนเดินมาตลอดทาง เจอกับหมาป่าปีศาจที่มีดวงตาแดงก่ำอยู่หลายครั้ง ทั้งสองคนใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อที่จะกำจัดพวกมัน จนในที่สุดก็มาถึงริมทะเลสาบสีฟ้าใส บนผิวน้ำมีใบบัวสีเขียวกลมๆลอยอยู่มากมาย กลางทะเลสาบมีต้นไม้โบราณที่มีกิ่งก้านสาขานับไม่ถ้วน สุ่ยเซียนพึ่งจะเคยเห็นต้นไม้ที่เติบโตในน้ำแบบนี้เป็ครั้งแรก บนต้นไม้มีผลไม้มากมาย ผลไม้พวกนี้มีสีดำครึ่งหนึ่งสีแดงครึ่งหนึ่ง ราวกับโบกมือให้พวกนางจากระยะไกล
ไป๋เซียวตาเป็ประกาย ไม่พูดพร่ำทำเพลง เหยียบใบบัวแล้วก็ทะยานไปยังต้นไม้ใหญ่ แต่พึ่งจะบินไปได้ครึ่งทาง มันก็ชนเข้ากับกำแพงใส ตามร่างกายคล้ายถูกกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน ลอยค้างอยู่บนกำแพงพักหนึ่งก็ร่วงลงมาอย่างหมดแรง
ไป๋เซียวที่เหมือนกับสุนัขตายที่กำลังจะตกลงไปในทะเลสาบ สุ่ยเซียนจึงรีบบินไปรับมันขึ้นมาบนฝั่ง
ไป๋เซียวลูบใบหน้าของตัวเอง ใบหน้าของมันตอนนี้บวมขึ้นด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า สภาพนี้ประกอบกับิัเขียวยิ่งทำให้ยิ่งดูน่าเกลียดในสายตาสุ่ยเซียน
ทั้งคู่ลอยวนรอบทะเลสาบ ถึงค่อยเห็นว่ามีค่ายกลอยู่บนผิวน้ำ
ถึงแม้ว่าสุ่ยเซียนจะอยู่กับเป่ยิอินมาแค่สองร้อยปี แต่ระหว่างนั้นนางได้เรียนรู้วิธีทำลายค่ายกลมาไม่น้อย ถึงต้องใช้ความพยายามอยู่บ้าง แต่ก็ทำลายค่ายกลที่ขวางทางได้ในที่สุด
ทั้งสองคนลอยลงจากกลางอากาศ ไปยืนอยู่บนต้นไม้ที่มีผลไม้วิเศษ สุ่ยเซียนยื่นมือไปเด็ดผลไม้ มุมปากของนางยกยิ้มขึ้นอย่างดีใจ แต่ยังไม่ทันที่รอยยิ้มจะปรากฏขึ้นบนใบหน้า ก็เกิดเื่ไม่คาดฝันขึ้นเสียก่อน...
ปรากฏเมฆหมอกสีดำลอยมาจากด้านหลัง หมอกดำค่อยๆรวมตัวกันเป็รูปมือ บีบเข้าที่คอของสุ่ยเซียน ผลไม้ที่นางถืออยู่ในมือก็ค่อยๆ หายไปด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
"ระวัง!" ไป๋เซียวตื่นตระหนก รีบพุ่งเข้าไปโจมตีหมอกดำ มันเป็สัตว์เทพอยู่กับเป่ยิอินมานาน ปีศาจทั่วไปไม่สามารถต่อกรได้
มันรีบแปลงร่างเป็กิเลนสีเขียวมรกต สูงสองเมตรกว่ายาวห้าเมตร มีส่วนผสมของทั้ง เสือ สิงโต และั อ้าปากโผเข้าขย้ำมือที่เกิดจากหมอกดำ
มือหมอกดำสั่นเทาอยู่ครู่หนึ่งก็สลายรูปร่างในที่สุด ไป๋เซียวอ้าปากกว้าง กลืนหมอกดำเ่าั้เข้าไปในท้อง
สุ่ยเซียนที่รอดพ้นจากอันตรายก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เดินไปที่ข้างๆไป๋เซียวลูบหัวของมัน "ขอบคุณเ้ามาก"
ไป๋เซียวเงยหน้าขึ้น ดวงตาของมันเป็ประกายสีแดงดุจเื ทำให้สุ่ยเซียนใ ตัวสั่นด้วยความกลัว ่เวลาต่อมา ปรากฏไอมารสีดำพุ่งออกมาจากหัวของไป๋เซียว ร่างกายของไป๋เซียวราวกับถูกดูดเืเนื้อไปจนเหลือแต่กระดูก
"กรี๊ดดดด!" สุ่ยเซียนกรีดร้องด้วยความ ใ ยังไม่ทันที่นางจะได้ตั้งตัว ก็ถูกหมอกดำปกคลุมร่างไว้แล้วก็หมดสติไป...
พอสุ่ยเซียนรู้สึกตัว ก็พบว่าตัวเองกลับมาที่วิหารเทพเซียนแล้ว กลิ่นยาหอมอ่อนๆลอยไปทั่ว ในตอนนั้นเอง ก็มีคนเปิดประตูเข้ามา
เป่ยิอินเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับความหนาวเย็นจากข้างนอก มือของเขาถือยาชามหนึ่งที่มีควันลอยกรุ่นอยู่
สุ่ยเซียนเห็นเป่ยิอินก็น้ำตาคลอเบ้า นางเหมือนกับเด็กที่ถูกรังแก มองเขาอย่างไม่ละสายตา "ศิษย์พี่ ท่านรู้เื่ทั้งหมดแล้วหรือเ้าคะ ขออภัยเ้าค่ะเป็เพราะข้าไป๋เซียวถึงได้ตาย... "
พอนึกถึงการตายของไป๋เซียว หัวใจของนางก็เ็ป นั่นคือสัตว์เทพของศิษย์พี่ มันอยู่เคียงข้างศิษย์พี่เหมือนกับญาติมาเป็หมื่นๆปี แต่ลับต้องมาตายเพราะนางศิษย์พี่คงจะเสียใจมาก
"เ้าโดนพิษจากป่าปีศาจ ตอนนี้ข้าทำได้แค่ระงับพิษในร่างกายของเ้าไม่ให้กำเริบส่วนเื่ของไป๋เซียว เ้าอย่าเศร้าไปเลย…"
ศิษย์พี่ไม่ใช่คนที่ชอบปลอบใจคนอื่น เมื่อเขาบอกว่าไม่โทษนางก็คือไม่โทษจริงๆ เขาเป็ถึงเทพเซียนที่สูงส่ง มองความเป็ความตายเป็เื่ธรรมดา แต่สุ่ยเซียนยังคงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดในใจ