บทที่ 21 อาหารเช้าแสนเรียบง่ายและอบอุ่น
หญิงสาวตอกไข่ไก่สามฟองลงในถ้วยเล็ก ใส่เกลือเล็กน้อย เติมน้ำสะอาดนิดหน่อย แล้วใช้ตะเกียบไม้คนไข่ให้เข้ากัน โรยต้นหอมซอยบนหน้า จากนั้นก็นำไปนึ่ง
ระหว่างนั้นก็นำหัวไชเท้าที่หมักไว้เมื่อคืนออกมา ล้างน้ำหลาย ๆ รอบเพื่อลดความเค็ม
ก่อนจะหั่นหัวไชเท้าเป็ชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงในจาน เติมซีอิ๊วสองสามหยด น้ำตาลเล็กน้อย ใส่น้ำส้มสายชู สุดท้ายหยิบน้ำมันงาออกมาจากมิติหยดลงไป โรยด้วยกระเทียมสับ แล้วคนให้เข้ากันด้วยตะเกียบ
ฉู่ชิงเฉินอดไม่ไหวต้องชิมดูสักคำ หัวไชเท้ากรอบฉ่ำ รสชาติเปรี้ยวหวานถูกปาก เด็กสองคนนั้นกินเผ็ดไม่ได้ นางจึงไม่ได้ใส่น้ำมันพริก ไม่อย่างนั้นคงจะหอมกว่านี้อีก
"ท่านแม่ หยวนเป่าตื่นแล้ว ท่านไปไหนมาหรือ?!"
หยวนเป่าลืมตาขึ้นมาก็พบว่ามารดาไม่ได้อยู่ข้างกาย จึงะโเสียงดังลั่น
ตอนนี้ถวนเป่าเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เขาะโจากบนเตียงลงมาบนพื้น เมื่อเห็นน้องสาวลืมตาแล้วะโหาท่านแม่ มุมปากของเขาก็กระตุกอย่างอดไม่ได้
"แม่มาแล้ว แม่กำลังทำอาหารอยู่ หยวนเป่าต้องสวมเสื้อผ้าเองให้เรียบร้อย แล้วค่อยกินข้าวนะ"
ฉู่ชิงเฉินได้ยินเสียงลูกสาวเรียกก็รีบไปดูทันที เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติ นางก็ไม่ได้ตามใจจนเกินไป แต่บอกให้ลูกสวมเสื้อผ้าเอง
"โอ้โฮ มีข้าวให้กินแล้ว ดีจังเลย"
เมื่อหยวนเป่าได้ยินว่ามารดากำลังทำอาหาร นางก็รีบแต่งตัวใส่เสื้อผ้าอย่างรวดเร็วที่สุด
เด็กทั้งสองล้างมือแล้วนั่งลงบนที่นั่งพร้อมกันเพื่อรอกินข้าว
ฉู่ชิงเฉินดับไฟ เปิดฝาหม้อ กลิ่นหอมละมุนของไข่ก็โชยมาเตะจมูก ไข่ตุ๋นสีเหลืองทองดูน่ากินมาก
นางใช้ผ้าเช็ดรองที่ขอบชามไข่ตุ๋น แล้วยกตรงไปวางบนโต๊ะ จากนั้นก็กลับไปที่ห้องครัวอีกครั้งเพื่อตักข้าวต้ม ภายใต้ฝาที่ปิดอยู่คือข้าวฟ่างต้มที่เคี่ยวจนเหนียวนุ่ม
หญิงสาวยอมใส่ข้าวอย่างใจกว้าง ข้าวต้มที่นางหุงเกือบจะเทียบเท่ากับข้าวสวยในบ้านคนอื่นแล้ว
นางตักข้าวฟ่างต้มที่หุงเสร็จแล้วใส่ถ้วยข้าว พร้อมกับนำหัวไชเท้าดองที่หั่นเป็เส้นเตรียมไว้มาด้วย
ฉู่ชิงเฉินตักข้าวต้มให้พวกเด็ก ๆ แล้วแจกช้อนให้คนละคันสำหรับตักไข่ตุ๋นกิน
"อร่อยจัง อร่อยจังเลย ท่านแม่ทำอาหารเช้าได้อุดมสมบูรณ์ขนาดนี้ ช่างเก่งจริง ๆ"
หยวนเป่าตักไข่ตุ๋นคำโตเข้าปาก มันละลายในลิ้น ผสมผสานกับความหอมเข้มข้นของไข่ เป็รสชาติของความสุขจริง ๆ ตามด้วยข้าวฟ่างต้มอีกคำ แกล้มกับหัวไชเท้าดองกรุบกรอบ กินเพลินจนหยุดไม่ได้
“ท่านแม่ ข้าไม่เคยกินผักดองที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของงาด้วย ท่านแม่ใส่อะไรลงไปหรือ ถึงได้หอมขนาดนี้?”
หยวนเป่าเป็เด็กลิ้นไว รสััดี จึงรู้ซึ้งถึงความพิเศษของผักดองนี้ได้อย่างรวดเร็ว
“เป็สูตรลับที่แม่ใช้ มีที่นี่ที่เดียวเท่านั้น”
ใบหน้าของฉู่ชิงเฉินเต็มไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ลูกสาวคนนี้มักจะเยินยอฝีมือการทำอาหารของนางเสมอ นางเหลือบมองลูกชายที่ยังคงก้มหน้าก้มตาซดข้าวต้มเงียบ ๆ ดูเหมือนคำพูดทั้งหมดจะถูกน้องสาวแย่งพูดไปหมดแล้ว แทบจะพูดแทนพี่ชายไปเสียทุกอย่าง
ต้องบอกไว้ก่อนว่า ในแคว้นต้าเฉิง ยุคสมัยนี้ยังไม่มีน้ำมันงาใช้กัน ดังนั้น เมื่อหยวนเป่าได้กลิ่นและรสชาติของน้ำมันงา จึงแสดงสีหน้าประหลาดใจอย่างมาก ราวกับได้ค้นพบโลกใบใหม่
อาหารมื้อเรียบง่าย แต่แม่ลูกทั้งสามกินกันอย่างมีความสุขและอิ่มเอม หลังจากกินเสร็จ เ้าหนูผู้น่ารักทั้งสองก็แย่งกันเก็บถ้วยชามไปล้าง
“น้องสาว ตื่นหรือยัง?”
เสียงพี่สะใภ้จางะโเรียกอยู่ที่ลานหน้าบ้าน
“ตื่นนานแล้ว เพิ่งกินข้าวเสร็จพอดี”
ฉู่ชิงเฉินได้ยินคนเรียกก็รีบออกไปขานรับ ก่อนจะเห็นพี่สะใภ้จางถือแม่ไก่แก่มาตัวหนึ่ง ใบหน้าแดงระเรื่อเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มจ้องมองมาที่นาง
“น้องสาว พี่สะใภ้ไม่มีอะไรจะขอบใจเ้า เลยเอาแม่ไก่ตัวนี้มาให้ เลี้ยงไว้ออกไข่ให้เด็ก ๆ กินนะ”
“ไม่ได้หรอกพี่สะใภ้จาง รีบเอากลับไปเถอะ เมื่อวานก็ให้ไข่ไก่มาแล้ว ไก่ตัวนี้ยังไงข้าก็รับไว้ไม่ได้”
ฉู่ชิงเฉินปฏิเสธ สำหรับนางแล้ว นี่เป็เพียงเื่เล็กน้อยที่ยื่นมือเข้าไปช่วย
“น้องสาว พูดแบบนี้ก็คนอื่นคนไกลกันเกินไป พี่หลี่ของเ้าร่างกายแข็งแรงขึ้นแล้ว กินข้าวเช้าเสร็จก็รีบเข้าเมืองไปรับจ้างทำงาน ได้เงินตั้งวันละสิบอีแปะแน่ะ”
พี่สะใภ้จางมีสีหน้าดีใจ สามีของนางเป็ช่างฝีมือ มีวิชาช่างไม้ แต่เพราะ่สองปีมานี้สุขภาพไม่ดีจึงออกไปทำงานไม่ได้
คราวนี้ได้รับความช่วยเหลือจากน้องสาว ร่างกายจึงฟื้นตัวและเต็มไปด้วยกำลังใจ
ใบหน้าของพี่สะใภ้จางเต็มไปด้วยความหวังต่ออนาคต จึงรีบจับไก่มาขอบคุณผู้มีพระคุณั้แ่เช้าตรู่
ฉู่ชิงเฉินเห็นพี่สะใภ้จางยืนกรานจะให้ไก่ให้ได้ หากนางปฏิเสธต่อ พี่สะใภ้คงจะไม่สบายใจ การรับไก่ไว้กลับจะทำให้พี่สะใภ้จางสบายใจกว่า
“งั้นไก่ตัวนี้ข้ารับไว้แล้ว แต่เงินยี่สิบอีแปะที่ติดค้างท่านไว้ ข้าขอคืนให้นะ ยืมมาเป็เดือนแล้ว รวมดอกเบี้ยไปด้วยให้เป็เลขกลม ๆ สามสิบอีแปะ พี่สะใภ้จางรับเงินนี้ไว้นะ”
ฉู่ชิงเฉินหยิบเงินสามสิบอีแปะออกจากแขนเสื้อ แล้วยัดใส่มืออีกฝ่ายทันที
“น้องสาว เงินนี่ข้ารับไว้ไม่ได้หรอก สามีข้าสุขภาพดีขึ้นได้ก็เพราะเ้า เ้าคือผู้มีพระคุณของบ้านเรา ถ้าข้ารับเงินนี้อีก ข้าจะเป็คนยังไงกัน”
เมื่อก่อน พี่สะใภ้จางอยากให้นางคืนเงินใจจะขาด แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่า เงินในมือนั้นร้อนผ่าว และรู้สึกละอายใจอย่างบอกไม่ถูก
“พี่สะใภ้จาง เื่บุญคุณก็เื่หนึ่ง หนี้สินก็เื่หนึ่ง ติดหนี้ก็ต้องใช้เป็ธรรมดา ท่านต้องรับเงินนี้ไว้นะ ไม่อย่างนั้นข้าเองที่จะไม่สบายใจ”
ฉู่ชิงเฉินไม่เคยมีนิสัยชอบติดค้างเงินใครอยู่แล้ว และเมื่อเห็นนางหนักแน่นเช่นนั้น พี่สะใภ้จางจึงจำต้องรับไว้ แต่รับเพียงยี่สิบอีแปะที่เป็เงินต้นเท่านั้น ส่วนดอกเบี้ยอีกสิบอีแปะ ยังไงก็ไม่ยอมรับเด็ดขาด
หลังจากส่งพี่สะใภ้จางกลับไปแล้ว ฉู่ชิงเฉินหันกลับมาก็เห็นเ้าตัวเล็กทั้งสองยืนจ้องนางด้วยดวงตากลมโต
“ท่านแม่เก่งที่สุดเลย คืนเงินท่านแม่ของพ่างหู่แล้ว ต่อไปพวกเราก็ไม่ต้องรู้สึกต่ำต้อยต่อหน้าพ่างหู่อีกแล้ว”
หยวนเป่าพูดพร้อมกับชูนิ้วโป้งให้
นางกับพี่ชายไม่มีเพื่อนในหมู่บ้านมากนัก พ่างหู่ก็นับเป็เพื่อนคนหนึ่ง แต่เขามักพูดถึงเื่ที่ท่านแม่ยืมเงินยี่สิบอีแปะแล้วไม่คืนอยู่บ่อย ๆ ทำให้นางกับพี่ชายเสียหน้ามาก แต่เพราะเป็ฝ่ายผิดจึงพูดอะไรไม่ได้ คราวนี้ท่านแม่คืนเงินท่านแม่ของพ่างหู่แล้ว คอยดูเถอะ พ่างหู่จะกล้าพูดอะไรอีกไหม
เด็กทั้งสองรู้สึกเหมือนได้กู้หน้าคืนมา จนแผ่นหลังยืดตรงอย่างภาคภูมิใจ
“เดี๋ยวแม่จะเข้าเมืองไปซื้อของใช้ในบ้าน และจะตัดเสื้อผ้าใหม่ให้พวกเ้าคนละสองสามชุดด้วย พวกเ้าอยากเข้าเมืองไปเที่ยวกับแม่ไหม แม่จะซื้อของอร่อย ๆ ให้กิน”
ฉู่ชิงเฉินมองเสื้อผ้าเก่าขาดบนตัวลูกทั้งสอง วันนี้นางตัดสินใจไม่ขึ้นเขา แต่จะพาเด็ก ๆ เข้าเมืองไปเที่ยวเล่นสักหน่อย
“ท่านแม่จะพาพวกเราเข้าเมืองหรือ? ดีจังเลย มีของอร่อยและของเล่นด้วย!”
หยวนเป่าะโโลดเต้นด้วยความดีใจ
ั้แ่เกิดมา นางกับพี่ชายเคยเข้าเมืองนับครั้งได้ แม้แต่ตอนที่ท่านพ่อยังไม่หมดสติ ก็ไม่ค่อยได้พาพวกเขาเข้าเมือง ปีหนึ่งจะได้ไปเพียงแค่สองครั้งเท่านั้น
ทว่า ถวนเป่าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลับขมวดคิ้ว ่หลายวันนี้ แม่เลี้ยงไม่ตีพวกเขา แถมยังทำของอร่อยให้กิน เปลี่ยนไปมากจนน่าสงสัย หรือว่าวันนี้ที่หลอกพวกเราเข้าเมือง เพราะ้าจะเอาพวกเขาไปขายแลกเงินกันแน่
“น้องสาว ไปไม่ได้นะ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ ใครจะไปรู้ว่านางวางแผนอะไรอยู่”
ถวนเป่าดึงน้องสาวไปกระซิบเตือนที่มุมห้อง เขาพูดเสียงเบามาก แต่ก็ไม่พ้นหูที่ไวของฉู่ชิงเฉิน นางได้ยินชัดเจนทุกคำ
หญิงสาวถึงกับพูดไม่ออก เด็กคนนี้คงกลัวว่านางจะขายพวกเขาไปแลกเงินจริง ๆ สินะ
นั่นเป็เพราะเขายังไม่เชื่อใจนางอย่างเต็มร้อย เ้าของร่างเดิมทำกับพวกเขาไว้แย่มาก จึงไม่แปลกที่ถวนเป่าจะคิดเช่นนั้น
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉู่ชิงเฉินก็ปล่อยวาง
“แม่จะไปแล้วนะ สรุปพวกเ้าจะไปหรือไม่ไป?”
ฉู่ชิงเฉินะโถาม พร้อมกับแกล้งทำเงินก้อนร่วงออกจากแขนเสื้อ
เสียงเงินกระทบพื้นดังกริ๊งก้องกังวาน