บทที่ 10 คนรักของฉัน
“เมื่อครู่เธอบอกว่าฉันมาจากที่ไหนให้กลับไปซ่ะอย่างนั้นเหรอ ดีอย่างนั้นตู่หนานไปเอากระเป๋าลงมาจากรถให้หน่อยฉันจะได้เข้าบ้านของฉัน”
“นี่คุณหาเื่อะไรฉันอีก เราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือไงออกไปจากบ้านของฉันเดี๋ยวนะ" ฟู่เยี่ยนปัดมือไล่เขาออกไปทันทีแต่ทว่าใบหน้าเสี่ยวฮั่วกลับยิ้มออกมาก่อนจะชักสีหน้าตึงใส่ฟู่เยี่ยนพลางเดินไปจับมือทั้งสองข้างของเธอเอาไว้
“จะขับไล่ฉันไปไหนก็ที่นี่คือบ้านของฉัน” ฟู่เยี่ยนชะงักรอบที่สองเธอไม่คิดเลยว่าโลกจะกลมได้ถึงเพียงนี้ทำไมเธอถึงไม่รู้เลยว่าบ้านหลังนี้มีเขาเป็เ้าของ
“เอามือของคุณออกจากแขนของฉันเดี๋ยวนี้ และเื่ที่คุณพูดมาเพราะอยากเอาชนะฉันใช่มั้ย ยังไงฉันก็ไม่เชื่อหรอกว่านี่คือบ้านของคุณ”
“คุณแม่มาแล้วเหรอคะ อ้าวนี่คุณลุงที่เจอตอนเช้านี่น่า ” ไม่ทันที่เสี่ยวฮั่วจะได้ตอบเสียงเล็ก ๆ ะโออกมาจากประตูหน้าบ้านเมื่อได้ยินเสียงของคุณแม่ของเธอโวยวายเสียงดัง ใบหน้าของฟู่เยี่ยนถอดสีทันทีที่ผิงผิงวิ่งออกมา
“โอ๊ะ..หนูน้อยคนเมื่อเช้านี่น่า หัวเข่าของหนูเป็ยังไงบ้างดีขึ้นหรือยัง” เสี่ยวฮั่วยิ้มกว้างปล่อยมือจากฟู่เยี่ยนพุ่งตัวไปหาผิงผิงทันที
“ตอนนี้ดีขึ้นแล้วค่ะคุณลุง คุณแม่คะคุณลุงคนนี้ไงที่ผิงผิงเล่าให้ฟัง เห็นมั้ยพี่เจียวเจียนผิงผิงบอกแล้วว่าคุณลุงรู้จักกับคุณแม่ไม่อย่างนั้นมาที่บ้านเราไม่ถูกหรอก” เด็กน้อยพูดอย่างภูมิใจอธิบายให้แม่กับพี่เจียวเจียนฟัง
“แม่ไม่ได้รู้จักผู้ชายคนนี้ เจียวเจียนรีบพาผิงผิงเข้าบ้าน” ฟู่เยี่ยนพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเธอไม่อยากให้เขาเข้าใกล้ผิงผิงแม้แต่น้อยเดินไปขวางไม่ให้เขาจับตัวผิงผิง
“ได้ค่ะพี่ฟู่เยี่ยน ” เจียวเจียนมองทั้งสองสลับกันไปมาก่อนจะรับพาตัวผิงผิงเข้าบ้าน
เสี่ยวฮั่วหันมาจ้องมองฟู่เยี่ยนก่อนจะถามเธอเกี่ยวกับเด็กหญิงคนนี้
“ดูท่าทางหนูน้อยคนนี้น่าจะอายุสี่ปีเท่ากับระยะเวลาที่เราหย่ากันห้าปีรวมเวลาอุ้มท้องอีกหนึ่งพอดี บอกฉันมาว่าเด็กคนนี้ใช่ลูกสาวของฉันใช่มั้ย”
“เฮอะ! เอาอะไรมามั่นใจว่าเด็กคนนี้จะเป็ลูกสาวของคุณ ผิงผิงเป็ลูกของฉันเพียงคนเดียวอย่าคิดว่าได้นอนกับฉันเพียงแค่ครั้งเดียวจะทำให้ฉันท้องสิ ตอนที่เราหย่ากันคุณคิดว่าฉันไม่มีปัญญาหาสามีใหม่หรือไงกันอย่าคิดว่าเพราะฉันอ้วนจนไม่มีคนมาสนใจสิ เพราะผู้ชายทุกคนไม่เหมือนคุณที่ใจมืดบอดสักหน่อย”
“ฉันไม่เชื่ออย่างไรฉันก็มั่นใจว่าเด็กคนนี้คือลูกสาวของฉันทั้งใบหน้าแววตาเหมือนฉันทุกอย่าง เธอรู้มั้ยว่าฉันออกตามหาเธอกับลูกมาตั้งนานแทบพลิกแผ่นดิน หลังจากที่ฉันรู้ว่าเธออุ้มท้องลูกของฉัน ทำไมวันนั้นเธอไม่บอกความจริงว่าเธอท้อง หากรู้อย่างนั้นฉันคงไม่มีทางหย่าแน่นอน ”
“มาพูดตอนนี้ให้มันได้อะไร อีกอย่างเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของคุณออกไปได้แล้วและต่อจากนี้อย่ามายุ่งกับเราสองคนแม่ลูกอีก ” ฟู่เยี่ยนเจ็บใจนักที่เขายังพูดถึงเื่เก่า ๆ เขาเป็ผู้ชายที่เห็นแก่ตัวที่สุด แต่ทว่าเสี่ยวฮั่วไม่ยอมในเมื่อเขาได้พบเธอกับลูกเขาจะไม่ยอมจากไปง่าย ๆ จึงจะใช้ความเป็เ้าของบ้านเพื่ออยู่ที่นี่
“ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น บ้านหลังนี้เป็บ้านเกิดของฉันเป็สมบัติชิ้นเดียวที่คุณพ่อทิ้งไว้ให้ วันนี้ฉันจะนอนที่นี่อย่างไรเราก็เคยใช้ชีวิตร่วมกันมาแค่ให้ฉันอาศัยอยู่ด้วยแค่นี้คงไม่เป็อะไรหรอกมั่ง” เขาไม่สนใจคำพูดของเธอด้วยซ้ำกำลังก้าวเท้าเข้าไปในบ้านของฟู่เยี่ยนด้วยความเอาแต่ใจตอนนั้นนั่นเองจางจื่อจือได้เข้ามากระชากแขนของเขาเอาไว้ไม่ให้ชายแปลกหน้าคนนี้เข้าไปด้านในตัวบ้านที่มีแต่ผู้หญิง
“คุณเป็ใครกล้ามาบุกรุกบ้านของคนอื่น ออกไปก่อนที่ผมจะแจ้งทางการ” ฟู่เยี่ยนใบหน้าตื่นตระหนกเมื่อเห็นสีหน้าของเสี่ยวฮั่วที่หันมามองมือของจางจื่อจือก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าของเ้าของมือที่จับตัวเขาเอาไว้ แต่แล้วจู่ ๆ เธอก็คิดหนทางที่จะขับไล่เสี่ยวฮั่วให้กลับไปในวันนี้
“ฉันต้องถามคุณมากกว่ามีสิทธิ์อะไรมาจับมือของฉัน ” สายตาของเสี่ยวฮั่วจ้องมองจางจื่อจือจ้องเขม็งเอ่ยถามน้ำเสียงเข้มขรึม
“ฉันจะบอกเองว่าเขาเป็ใคร เขาคือคนรักของฉันชื่อจางจื่อจือและเป็พ่อของผิงผิง ตอนนี้คุณก็รู้แล้วว่าเด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกของคุณและฉันเองก็มีคนรักแล้ว กลับไปเสียทีอย่าให้ฉันต้องพูดเป็ครั้งที่สอง” ฟู่เยี่ยนเดินไปคล้องแขนของจางจื่อจือพูดออกไปด้วยน้ำเสียงจริงจังทำให้เสี่ยวฮั่วถึงกับชะงักเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ ในลำคอ จะให้เขาเชื่อได้ยังไงว่าชายคนนี้คือพ่อขอวผิงผิงไม่ว่าจะเป็เค้าโครงใบหน้าไม่เหมือนสักนิด
ส่วนจางจื่อจือที่ถูกฟู่เยี่ยนคล้องแขนใจของเขาเต้นแรงตึกตักและก็พอเข้าใจเหตุการณ์ว่าชายตรงหน้านี่คือใครคงเป็พ่อของผิงผิง เขาเห็นว่าฟู่เยี่ยนพูดอย่างนั้นคงเขาเอามาเป็ข้ออ้างให้ชายคนนี้ไม่มายุ่งเกี่ยวอีก แม้ใจจะรู้ว่าถูกเธอหลอกใช้แต่เขาก็เต็มใจหากเธอจะใช้เขาเป็เครื่องมือ
“ฮึ ฮึ ก็ได้หากเธอจะบอกอย่างนั้นฉันจะพยายามเชื่อก็แล้วกัน ฉันชื่อเว่ยเสี่ยวฮั่วยินดีที่ได้รู้จักคนรักใหม่ของฟู่เยี่ยน”
“ผมจางจื่อจือ ผมไม่รู้ว่าคุณ้าอะไรแต่ตอนนี้คุณได้ยินแล้วว่าฟู่เยี่ยน้าอะไร ตอนนี้ก็ค่ำมากแล้วอย่ามาทำให้วุ่นวายเกิดเื่ใหญ่เลยนะครับ ” เสี่ยวฮั่วเจ็บใจนักที่เห็นฟู่เยี่ยนใกล้ชิดชายอื่น ทั้งที่เมื่อก่อนเธอคอยตามเฝ้าขอความรักและทำทุกอย่างให้เขา แต่ทว่าตอนนี้เธอกลับกอดแขนของชายคนนี้ทำให้เขาไม่พอใจและหงุดหงิดหัวใจที่สุดแต่จะทำอะไรคงไม่ได้จึงจะยอมเลิกต่อล้อต่อเถียงแต่ทว่าเื่ของผิงผิงเขาไม่มีทางเชื่อว่าเป็ลูกของชายคนนี้แน่นอน เขาจะเอาคืนทุกอย่างไม่ว่าจะเป็ผิงผิงและฟู่เยี่ยน
“อย่างนั้นฉันไม่รบกวน ตู่หนานกลับ” เสี่ยวฮั่วบอกกับตู่หนานก่อนจะเดินไปที่รถที่จอดอยู่หน้าบ้าน ฟู่เยี่ยนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อจ้องมองรถยนต์ที่ขับเคลื่อนออกไปจนพ้นลูกหูลูกตา
“เฮ้อ !!..” เธอค่อย ๆ ปล่อยมือออกจากแขนของจางจื่อจือและนึกขึ้นได้ว่าสิ่งที่เธอทำไปเมื่อครู่จะทำให้เขาเดือดร้อน
“อุ้ย !ฉันต้องขอโทษด้วยนะที่เอาคุณเข้ามาเกี่ยวข้อง ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ เมื่อครู่ฉันไม่ค่อยมีสติ”
“ไม่เป็อะไรไม่ต้องคิดมาก คนเมื่อครู่คงเป็พ่อของผิงผิงใช่มั้ย”
“ใช่.. นั่นคือนายพลเว่ยเสี่ยวฮั่วพ่อของผิงผิง แต่ฉันไม่อยากให้เขารู้ว่าผิงผิงเป็ลูกสาวของเขา ตอนที่เราหย่ากันเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันท้องอยู่และเป็ฉันเองที่ตั้งใจไม่บอก เขาไม่สมควรเป็พ่อของใคร เพราะเขาไม่เคยสนใจใครนอกจากตัวเองของเขาเอง”
“ฉันไม่คิดมากอะไรเลย ถ้าเขาเข้ามาวุ่นวายอีกเธอจะเอาชื่อฉันมาใช้ฉันยินดีเสมอ ”
“คุณคงไม่คิดว่าฉันจะใช้คุณเป็เครื่องมือขับไล่สามีเก่าหรอกใช่มั้ย อีกอย่างฉันไม่อยากให้คุณเสียชื่อเสียง”
“ไม่เห็นจะเสียชื่อเสียงอะไรเลยฉันดีใจเสียอีกที่ได้ขึ้นชื่อเป็คนรักของเธอพร้อมกับได้เป็พ่อของผิงผิง” สายตาที่เขาจ้องมองเธอและคำพูดอ่อนหวานทำให้เธอรู้ทันทีว่าเขาคิดยังไง แต่ทว่าตอนนี้เธอไม่คิดมีความรักและไม่อยากจะเสียเพื่อนอย่างเขาไป จึงขีดเส้นเอาไว้อย่างชัดเจน
“หากเขาไม่มาอีกก็คงจะดี ถึงแม้ว่าคุณไม่คิดมากแต่ฉันเองที่คิดมากขอบคุณความห่วงใยนะ ว่าแต่มาที่นี่มีอะไรหรือเปล่า”
“วันนี้เป็วันดีของเธอ ฉันเลยซื้อของมาฉลองเปิดร้านใหม่ของเธอนะสิ ่เช้าฉันต้องรีบกลับไปทำงานยังไม่ได้ร่วมดื่มฉลองเลย จริงสิฉันซื้อขนมที่ผิงผิงชอบมาด้วยเราเข้าบ้านไปหาผิงผิงกันเถอะ” ฟู่เยี่ยนยิ้มกริ่มออกมาไม่ว่าจะกี่ปีชายคนนี้ยังคงเหมือนเดิม ไม่เคยรังเกียจและดูแลผิงผิงเป็อย่างดี