เช้านี้เหยียนเฟยก็ยังคงออกกำลังกายเหมือนเดิม แต่วันนี้พิเศษตรงที่เหยียนเฟยปลุกสามีลุกขึ้นมาพร้อมกัน และยังมีท่านพ่อที่มาร่วมออกกำลังกายด้วย เหยียนเฟยสอนโยคะท่าต่างๆให้ท่านพ่อและสามีทำตาม ทั้งสองคนทำได้ดีจนเหยียนเฟยรู้แปลกใจเลยที่เดียว
“รู้สึกปลอดโปร่งเหมือนที่เ้าว่าจริงๆด้วย” เวยหลงหันไปพูดกับบุตรเขย เมื่อคืนนี้บุตรสาวมาชวนตนให้ลุกขึ้นมาออกกำลังกายด้วยกัน โดยมีบุตรชายบอกว่าเมื่อออกกำลังเสร็จแล้ว จะรู้สึกปลอดโปร่งมาก วันนี้ตนจึงลุกขึ้นแต่เช้าลองมาออกกำลังกายกับบุตรสาวบุตรเขยดู
“ท่านพ่อมาออกกำลังกายกับลูกทุกวันเลยนะเ้าคะ ท่านพ่อจะได้แข็งแรงขึ้น” เหยียนเฟยอยากให้ท่านพ่อสุขภาพแข็งแรง และอยู่กับนางไปนานๆ
“แน่นอนเฟยเออร์ พ่อจะมาออกกำลังกายกับลูกทุกวันเลย” เมื่อทุกคนออกกำลังกายเสร็จเรียบร้อย ก็พากันกลับขึ้นบนบ้าน จากนั่นก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว โดยท่านพ่อเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด เตรียมตัวเข้าไปในตัวเมืองสายรุ้ง ส่วนสามีก็กลับเข้าไปในห้องนอนเพื่อดูบุตรชาย เหยียนเฟยก็เข้าห้องครัวเตรียมอาหารเช้าให้ทุกคนทาน
ระหว่างที่เหยียนเฟยกำลังทำข้าวต้มอยู่นั่น สามีก็อุ้มบุตรชายเดินเข้ามาในห้องครัว
“ท่านพี่เช็ดหน้าให้ลูกหรือยังเ้าค่ะ”
“ยังเลยน้องหญิงพอซีหลินตื่นขึ้นก็เรียกหาน้องหญิงเลย พอพี่พาเดินเข้ามาในห้องครัว ก็หยุดงอแงทันทีอย่างที่เห็นนี่แหล่ะ พี่เลยยังไม่ได้เช็ดหน้าให้” ซินเฉิงพูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ กับอาการติดแม่ของบุตรชาย
“งั้นเดี๋ยวน้องไปเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้ลูกก่อนนะเ้าคะ” อาหารที่ทำไว้เพียงแค่รอสุกเท่านั้น เหยียนเฟยจึงเดินออกห้องครัวไปที่ห้องน้ำ แล้วนำเอาผ้าชุบน้ำกลับเข้ามาในห้องครัว จากนั่นก็เช็ดหน้าให้บุตรชายอย่างแ่เบา ก่อนที่จะนำผ้าไปซักตากไว้
อาหารเสร็จเรียบร้อยซินเฉิงก็เดินไปยกถ้วยข้าวต้ม ออกไปวางที่ห้องโถง ส่วนเหยียนเฟยก็จูงมือบุตรชายเดินตามหลัง เมื่อทุกคนนั่งพร้อมหน้าก็เริ่มลงมือทานอาหาร ไม่นานข้าวต้มก็หมดถ้วย ซินเฉิงและเหยียนเฟยก็ช่วยกันยกถ้วยไปล้างที่ห้องครัว และกลับมานั่งที่ห้องโถงเหมือนเดิม
“เฟยเออร์ลูกอยากได้อะไรอีกไหม นอกจากเมล็ดพันธุ์ผัก บอกพ่อมาเลยเดี๋ยวตอนกลับพ่อจะซื้อมาฝาก”
“ท่านพ่อช่วยซื้อมันหมูกลับมาให้ลูกด้วยหน่อยนะเ้าคะ” อาหารทานอยู่ทุกวันไม่ต้มก็ย่าง เหยียนเฟยอยากทานพวกทอดบ้าง จึงให้ท่านพ่อซื้อมันหมูกลับมา นางจะได้นำมันหมูมาเจียวเอาน้ำมัน
“มันหมูคนไม่ทานกันนะลูก มีแต่นำไปทิ้งเท่านั่น” ตัวของเวยหลงก็เคยทานมันหมู แต่เมื่อทานเข้าไปมันกลับไม่อร่อยเลยสักนิด คนเลยไม่นิยมนำมาทานมีแต่นำไปฝังทิ้งเท่านั่น
“ลูกไม่ได้นำมาทานตรงๆเ้าค่ะท่านพ่อ ลูกจะนำมันมาเป็เครื่องปรุง ที่สามารถทำอาหารได้ออกมาอร่อยมากๆ” คนที่นี่ไม่เคยทานพวกของทอด เหยียนเฟยคิดว่าถ้าทุกคนได้ทานรับรองต้องติดอกติดใจอย่างแน่นอน
“ได้เลยลูกพ่อจะนำกลับมาให้ลูกเยอะๆเลย” ปกติพ่อค้าที่ขายหมูต้องจ้างเด็กๆ นำเอาพวกมันหมูไปฝังอยู่แล้ว ถ้าเขาไปขอรับพ่อค้าขายหมูต้องรีบยกให้อย่างแน่นอน
“แล้วเ้าล่ะซินเฉิงอยากได้อะไรไหม ถ้าอยากได้บอกพ่อมาได้เลยเดี๋ยวพ่อซื้อกลับมาให้” เวยหลงหันไปถามบุตรเขย ที่กำลังนั่งเล่นกับหลานชายอยู่
“ข้ายังไม่มีอะไรที่อยากได้ขอรับท่านพ่อ” ครั้งที่แล้วที่เขาไปส่งท่านหมอ เขาได้แวะซื้อของที่อยากได้กลับมาเรียบร้อยแล้ว และตอนนี้ยังไม่มีอะไรที่อยากได้เป็พิเศษ หรือถ้ามีคงจะเข้าไปเลือกซื้อเองมากกว่า
“ถ้าอย่างนั่นพ่อไปก่อนนะ แล้วพ่อจะรีบกลับมา”
“เดินทางปลอดภัยนะเ้าคะท่านพ่อ” เวยหลงเอ่ยลาทุกเรียบร้อย ก็เดินลงบ้านไปที่โรงม้าก่อนที่ จากนั่นก็ขี่รถม้าออกไปจากบ้านไป
เมื่อท่านพ่อขี่รถม้าออกไปจากบ้านแล้ว เหยียนเฟยก็ชวนสามีเดินลงบ้าน ไปนั่งที่แคร่ไม้ใต้ต้นไม้
“ท่านพี่เ้าคะถ้าอยากได้ไม้ไผ่ต้องไปตัดที่ไหนเหรอเ้าคะ” เหยียนเฟยมองหาต้นไผ่รอบๆบ้านแล้วแต่ไม่พบ จึงได้เอ่ยถามสามีขึ้น
“ต้องไปตัดที่ป่าไผ่หลังหมู่บ้านน่ะน้องหญิง ว่าแต่น้องหญิงถามถึงไม้ไผ่ทำไมเหรอ” หลังหมู่บ้านมีป่าไผ่ขนาดใหญ่ ที่ชาวบ้านมักขึ้นไปตัดเอามาทำตะกร้าหรือพวกอุปกรณ์ต่าง หรือแม้กระทั้งใช้ทำบ้านก็มี
“น้องอยากได้มาทำกระถางปลูกผักในฤดูหนาวเ้าค่ะท่านพี่” เหยียนเฟยจะนำไม้ไผ่มาผ่าครึ่ง แล้วเจาะรูเล็กๆไว้ข้างใต้ แล้วใส่ดินเข้าไป ทำหลายชั้นๆแล้วปลูกผัก วิธีนี้นอกจากสามารถเคลื่อนย้ายได้แล้วยังประหยัดพื้นที่ได้อีกด้วย เหมาะสำหรับปลูกผักในฤดูหนาวเป็อย่างยิ่ง
“งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะไปตัดมาไว้ให้”
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านพี่” เหยียนเฟยก้มลงไปหอมแก้มของสามีเบาๆ ทำให้หน้าของซินเฉิงแดงราวกับมะเขือเทศ จนซินเฉิงต้องยกมือขึ้นมาปิดไว้ เหยียนเฟยหัวเราะเบาๆกับการกระทำของสามี
“เดี๋ยวเถอะน้องหญิง” เมื่อตนเองถูกภรรยาล้อเลียน ซินเฉิงจึงข่มความอายแล้วจับภรรยานั่งตักก่อนที่หอมแก้มคืน เมื่อเห็นว่าภรรยามีอาการเหมือนตนเองก็หัวเราะออกมาเสียงดัง
ทั้งสามคนนั่งเล่นที่แคร่ไม้จนถึงยามอู่ก็พากันกลับขึ้นบ้าน เหยียนเฟยเดินเข้าไปทำอาหารกลางวันให้สามีกับบุตรชายทาน เมื่อทานเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหยียนเฟยก็พาบุตรชายไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่ หลังจากนั่นเหยียนเฟยก็กล่อมบุตรชายให้นอน เมื่อเห็นว่าบุตรชายหลับสนิทแล้ว เหยียนเฟยก็ค่อยๆเดินออกมานอกห้องนอน
“ท่านพี่กำลังทำอะไรอยู่หรือเ้าคะ” เมื่อออกมาจากห้องนอนเหยียนเฟยก็เห็นสามี กำลังทำอะไรสักอย่างอยู่
“พี่กำลังทำของเล่นให้ลูกอยู่น่ะ” ซินเฉิงกำลังแกะสลักไม้ให้เป็รูปสัตว์ต่างๆ ไว้รอให้บุตรชายได้เล่น
เหยียนเฟยรู้สึกว่าตัวเองว่างมาก จึงเดินลงบ้านเพื่อสำรวจรอบๆ เดินมาสักพักเหยียนเฟยก็เห็นลำธารเล็กๆที่มีน้ำอยู่ไม่มาก และเมื่อมองลงไปในลำธารเหยียนเฟยก็เห็นปลาที่แหวกว่ายอยู่ เป็จำนวนมากมีทั้งตัวใหญ่ตัวเล็กปะปนกันเต็มไปหมด เหยียนเฟยตาโตขึ้นทันที จากนั้นก็รีบเดินกลับบ้านพร้อมกับะโเรียกสามีให้ลงมาจากบนบ้าน
“มีอะไรเหรอน้องหญิง” ซินเฉิงที่ได้ยินภรรยาะโเรียกก็ใเป็อย่างมาก รีบวิ่งลงมาหาอย่างรวดเร็ว
“ปลาเ้าค่ะท่านพี่ มีปลาเยอะมากเลยเรารีบไปจับกันเถอะเ้าค่ะ” เหยียนเฟยถือหม้อดินพร้อมกับเอ่ยเร่งสามีให้เดินตาม
“ช้าๆก็ได้น้องหญิง แล้วก็ส่งหม้อมาเดี๋ยวพี่ถือเอง” ซินเฉิงแย่งหม้อจากมือของภรรยามาถือไว้เอง จากนั่นทั้งสองคนก็เดินไปที่ลำธารที่มีปลาอยู่
ซินเฉิงกับเหยียนเฟยเดินลงไปในลำธาร พร้อมกับทำคั่นดินกั้นจากนั่นทั้งสองคนก็ช่วยกันวิดน้ำออก ด้วยน้ำในลำธารไม่มากวิดน้ำสักพักเดียวน้ำก็หมดลง จากนั่นทั้งสองคนก็ช่วยกันเก็บปลาใส่หม้อจนเต็ม ปลาที่ทั้งสองคนจับได้มากกว่าร้อยตัว ถูกขนไปที่บ้าน
“ท่านแม่ ท่านพ่อ” เมื่อทั้งสองขนปลามาถึงบ้านก็ได้ยินเสียงของบุตรชายดังขึ้น เหยียนเฟยจึงรีบล้างไม้ล้างมือแล้วเดินขึ้นไปบนบ้านหาบุตรชายทันที
“แม่อยู่นี่แล้วอาหลิน ไม่ร้องนะลูก” เหยียนเฟยเดินเข้าไปกอดปลอบให้บุตรชายหยุดร้องไห้ เมื่อเห็นว่าบุตรชายเลิกร้องไห้แล้ว เหยียนเฟยจึงจูงมือบุตรชายไปที่ห้องน้ำ ก่อนที่จะนำผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้บุตรชาย จากนั่นก็พาบุตรชายเดินลงไปหาสามีที่ใต้ถุนบ้าน
“ตื่นแล้วเหรอลูก” ซินเฉิงเอ่ยถามบุตรชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน จากนั่นก็ลงมือทำงานต่อ
เหยียนเฟยปล่อยให้บุตรชายเดินเล่นอยู่ใกล้ๆ จากนั่นก็เข้าไปช่วยสามีที่กำลังขุดดินให้เป็หลุมกว้าง เพื่อที่ใส่น้ำแล้วนำปลาปล่อยไว้