บทที่ 11 ถ้าโดนแกล้งจะทำยังไง
กู้อันแอบเหลือบมอง แต่เมื่อโดนจับได้เขาก็ทำหน้าทำตาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เล่นเกมเครื่องตัวเองไป”
กู้อันเบะปาก “ทำอย่างกับว่าเกมตัวเองหายากอย่างนั้นแหละ”
เขานั่งลงบนโซฟาก่อนจะใช้นิ้วเรียวของตนประกอบเลโก้อย่างรวดเร็ว
ทางด้านกู้ิหลี่ เมื่อเพื่อนสนิททั้งสองของเขาเอ่ยถามเกี่ยวกับเื่ของน้องสาวว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ เขากลับเลี่ยงความอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนโดยการบอกให้พวกเขาเล่นเกมไป
ภายในร้านเสริมสวยแห่งนี้ถูกตกแต่งอย่างสบายตาและหรูหราซะจนทำให้หนวนหน่วนรู้สึกว่าตัวเองแปลกแยก ไม่แปลกที่เธอจะประหม่าและรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
แต่คุณหญิงกู้กับอาอี๋ช่วยกันปลอบโยนและให้กำลังใจอยู่ไม่ห่าง หนวนหน่วนจึงพยายามอย่างหนักที่จะไม่ทำให้พวกเขาอับอายขายหน้า
พี่สาวคนสวยประจำร้านเสริมสวยเริ่มล้างหน้าและทาครีมให้อย่างเบามือ อาจเป็เพราะขั้นตอนนี้ทำให้รู้สึกสบายเกินไป หนวนหน่วนจึงรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเรื่อย ๆ และผล็อยหลับไปในที่สุด
“ถึงคุณหนูจะมีผิวแห้งกร้าน แต่เครื่องหน้าก็น่ารักน่ามองเลยนะคะ ถ้ามีน้ำมีนวลกว่านี้สักหน่อยจะดูดีขึ้นมากเลยค่ะ”
ช่างเสริมสวยที่ดูแลผิวให้หนวนหน่วนกล่าวชม “ฉันเห็นเด็กมาหลายคน แต่ยังไม่เคยเห็นเด็กคนไหนมีใบหน้านุ่มนิ่มได้เท่าคุณหนูเลยค่ะ ดูสิคะ ดวงตาก็สดใส ถ้าขาวขึ้น มีน้ำมีนวลขึ้นน่าจะยิ่งดี”
ใครจะไม่ถูกใจที่ลูกตัวเองถูกชม แม้ว่าสิ่งที่พนักงานพูดจะเป็เื่จริงหรือไม่ก็ตาม คุณหญิงกู้ก็ชอบใจอย่างมาก
แต่ครั้งนี้ช่างเสริมสวยไม่ได้พูดเกินจริง เธอเก่งที่สุดในนี้แล้วเื่การวิเคราะห์ใบหน้าผ่านการมองเพียงผิวเผิน เธอพบเห็นใบหน้ามามากมาย แม้แต่ชายอ้วนที่หนักเป็ร้อยกิโลเธอก็สามารถวิเคราะห์ใบหน้าของเขาตอนลดน้ำหนักลงได้อย่างแม่นยำ
หนวนหน่วนน้ำหนักลดลงเพราะทำงานหนัก ผิวแห้งกร้านจากการตากแดดตลอดทั้งปี แต่ใบหน้ายังคงน่ารัก ต่อไปเธอจะเป็นางฟ้าตัวน้อยที่เติบโตไปอย่างดี
ช่างเสริมสวยมองหนวนหน่วนและคุณหญิงกู้อย่างพิจารณา ถึงคุณหญิงกู้จะเป็ลูกค้าประจำของทางร้าน แต่ก็ไม่ได้เปิดเผยเื่ส่วนตัวให้รู้กัน จึงไม่ทราบแน่ชัดว่าคุณหญิงกู้มีลูกกี่คนกันแน่ แต่ก็น่าแปลกที่จู่ ๆ ก็มีลูกสาวมาเพิ่มอีกคน แถมสภาพหน้าตาเช่นนี้คงไม่ใช่เด็กที่โตมาในครอบครัวที่มีฐานะแน่นอน
เธอไม่ได้เอ่ยถามอะไรมากมายแล้วจัดการขัดสีฉวีวรรณตามทำหน้าที่ของตนเองต่อไป
หลังจบการดูแลทั้งหมด หนวนหน่วนลืมตาตื่นขึ้นด้วยความงุนงงอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากตั้งสติได้ เด็กน้อยก็หน้าแดงซ่านไปด้วยความลำบากใจ
“ขอโทษค่ะคุณหญิงกู้ ที่หนู… หลับไป”
ใบหน้าของหนวนหน่วนแดงก่ำ เธอก้มศีรษะลงเล็กน้อย แววตาสั่นระริก กระนั้นก็ยังคงน้ำเสียงนุ่มนวลและอ่อนหวานเอาไว้ ด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงมักลังเลในการต่อว่าเธอเวลาเธอทำผิด แล้วนับประสาอะไรกับตอนนี้ที่เธอไม่ผิดอะไรเลย
ช่างเสริมสวยวางมือบนกลุ่มผมบนหัวน้อย ๆ ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ขอโทษคุณหญิงกู้ทำไมกันจ๊ะ คุณหญิงกู้กับอาอี๋เห็นว่าหนวนหน่วนนอนหลับสบายแบบนี้ ต้องคิดว่าพวกพี่ฝีมือดี ทำให้หนวนหน่วนหลับปุ๋ยต่างหาก”
หนวนหน่วนพยักหน้า มุมปากสีชมพูจาง ๆ ยกขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้ม “ขอบคุณค่ะพี่สาว”
หัวใจของพวกช่างเสริมสวยอ่อนระทวยลงทันที พวกเขาไม่เคยพบเจอเด็กคนไหนที่พูดจาไพเราะและมีน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝันเช่นนี้มาก่อน เธอน่ารักมากเลย
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกนะ มันเป็หน้าที่ของพวกพี่อยู่แล้ว”
หนวนหน่วนััใบหน้าของตนเอง พบว่ามันนุ่มละมุนขึ้น ผิวที่มือก็เช่นกัน ขาวขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
และเมื่อมองเข้าไปในกระจก หนวนหน่วนก็พบว่ารูปลักษณ์ของเธอแปลกตาออกไปจากเดิม
อันที่จริงก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากสักเท่าไหร่ มีเพียงสภาพผิวที่ดีและขาวขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น แต่การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยนี้ก็ทำให้รูปลักษณ์ของเธอดูดีมากขึ้นเป็เท่าตัว
หากเป็เมื่อก่อน หนวนหน่วนอาจไม่ค่อยใส่ใจกับรูปร่างหน้าตาสักเท่าไหร่นัก แต่อย่างไรสาวน้อยก็เป็คนรักสวยรักงามพอตัว เธอจึงมีความสุขที่ได้เห็นตัวเองดูดีมากขึ้น ที่สำคัญหน้าเธอตอนนี้เนียนมาก!
เด็กน้อยไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน หลังจากเดินออกไปจากเก้าอี้เสริมสวย หนวนหน่วนก็ได้แอบััใบหน้าของตนไม่ต่ำกว่าห้าครั้ง เธอแอบทำไม่ให้มีใครจับได้ หารู้ไม่ว่ามีผู้ใหญ่สองคนกำลังจับตามองดูเธอเป็พิเศษ ทั้งสองยกยิ้มก่อนจะแสร้งทำว่าไม่เห็นอะไร
“ออกมากันได้แล้วเหรอ!”
หลังจากรอมาเกือบหลายชั่วโมง หนุ่มน้อยทั้งสองที่ใกล้จะทนไม่ไหวก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันที
“ผู้หญิงนี่ปัญหาเยอะจริง!”
กู้อันพึมพำออกมาเบา ๆ ก่อนจะโดนคุณหญิงกู้ออกแรงบิดเข้าที่หูอย่างจัง
“เมื่อกี้พูดว่ายังไงนะฟังไม่ชัด แน่จริงพูดอีกรอบสิ”
คุณหญิงกู้พูดขู่พร้อมรอยยิ้ม
“ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย!!!”
กู้อันพูดแก้ตัวเสียงดัง
หนวนหน่วนที่เพิ่งเดินออกมาถูกหยิกแก้มนุ่มอย่างเอ็นดู ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร
กู้ิหลี่บีบแก้มก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย “จริงด้วย ผิวขาวขึ้นแล้วนี่ ดูดีขึ้นแล้วด้วย”
เพียงเสี้ยววินาที มือของกู้ิหลี่ก็ถูกปัดออกไป เขาเงยหน้าขึ้น เห็นคุณหญิงกู้มองมาด้วยสายตาพิฆาต “อย่าหยิกแก้มหนวนหน่วนนานนักสิ”
“น้องสาวผม ทำไมผมจะทำไม่ได้”
กู้ิหลี่ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะหรี่ตามองหนวนหน่วน
หนวนหน่วนยกมือขึ้นปิดแก้ม ดวงตากลมโตขยับไหวไปมา เธอถอยหลังไปสองก้าว ก่อนจะพยักหน้าอนุญาตอย่างเชื่อฟัง
กู้ิหลี่ครุ่นคิดว่าน้องสาวคนนี้ใจดีเกินไปแล้ว เขาจึงยกมือขึ้นลูบหัวของเธอ
“จิตใจดีจังเลยนะ ถ้าคนอื่นรังแกเธอจะทำยังไง?”
หนวนหน่วนเอียงศีรษะครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง น้ำเสียงของเธอดูไม่ค่อยมั่นใจนัก “กัด… กัดตอบไป”
กู้ิหลี่หัวเราะออกมาทันทีก่อนจะยื่นมือของตนออกมา “ลองกัดสักครั้งไหม”
หนวนหน่วน “QAQ”
เธอไม่เคยกัดใครมาก่อน
และสุดท้ายเธอก็ไม่ได้กัดกู้ิหลี่จนกระทั่งได้เวลาออกจากร้าน
กู้อันฮัมเพลงเสียงดังราวกับกลัวทุกคนมองข้ามตนเอง
เขากอดอกมองหนวนหน่วนด้วยความเกลียดชัง “ทำไมขี้ขลาดจัง ถ้าเขาอยากให้กัดก็กัดเขาแรง ๆ สิ ถ้าเขากล้าทำเธอกลับ อาอี๋ต้องไม่พอใจแน่”
หนวนหน่วนพองแก้มก่อนจะปรายตามองพี่สี่อย่างตั้งใจ
กู้ิหลี่มองกู้อันด้วยแววตาอาฆาต “กู้อัน นายไม่ได้แค้นเองหรอกใช้ไหม?”
กู้อันแทรกขึ้น “ก็พี่พูดเองไม่ใช่เหรอ?”
หลังจากพูดจบเขาก็กลอกตา จากนั้นก็ยื่นมือไปตรงหน้าหนวนหน่วน “กัดฉันสิ เป็กระต่ายก็ต้องรีบกัด ไม่สิเธอมันไม่เก่งเท่ากระต่ายหรอก ยิ่งออกไปเจอคนก็จะยิ่งถูกเขารังแก ถึงฉันจะเป็พี่ชายเธอแต่ยังไงฉันก็จะรวมหัวกับคนอื่นแกล้งเธออยู่ดี แต่ไม่มีใครแกล้งเธอก็ดี เพราะฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีน้องสาวเด็กเป็ดขี้เหร่…. อ๊าก!”
หนวนหน่วนอ้าปากกว้าง กัดเข้าที่มือของคนตรงหน้าก่อนจะจ้องมองตาเขม็ง