(มหาลัย)
“ตกลงวันนั้นแกเข้าใจพี่ตงหยางผิด”
ฉันที่ฟังการอัพเดทสถานการณ์ของถิงถิงและรุ่นพี่ตงหยาง ถิงถิงบรรยายภาพการง้อของรุ่นพี่ให้ฉันฟังด้วยหน้าตาระรื่น ทำเอาฉันได้แต่หมั่นไส้แบปากมองบนไปให้กับเพื่อนที่ชอบคิดไปเองเป็ตุเป็ตะ จนร้องไห้ฟูมฟาย
“ดีนะวันนั้นแกห้ามฉันไว้ก่อน ไม่งั้นพี่ตงหยางเจ็บตัวฟรี แล้วฉันก็คงต้องไปนอนโรงพักข้อหาทำร้ายร่างกายแน่นอน”
“(^——^)”
“.................”
“แล้วแกล่ะเป็ไงบ้าง เสาร์อาทิตย์ไม่เห็นหน้าแกเลย โทรไปก็ไม่รับ บ้างก็บอกว่ายุ่ง ทำไมมีแฟนแล้วไม่บอกฉันหรอ”
“บ้า! ไม่ได้มีแฟน ฉันก็แค่..ได้งานสอนภาษาไทยมาเพิ่ม เขาให้ไปสอนวันเสาร์อาทิตย์นะ”
“ต้องไปสอนที่บ้านหรอ ใครอ่ะ ผู้หญิง ผู้ชาย อายุเท่าไหร่…….”
“หยุด ฉันบอกรายละเอียดมากไม่ได้เพราะสัญญากับอาจารย์ไว้ บอกได้แค่เป็หลานชายอาจารย์”
“อ๋อออ ก็น่าจะยังเด็กอยู่”
“.................”
{ไม่ได้มีแค่ฉันที่คิดว่าหลานชายอาจารย์ยังเป็เด็กน้อยอยู่} จริงๆฉันอยากเล่าให้ถิงถิงฟังนะเื่การได้ไปเป็ครูสอนลี่หยาง แต่สัญญาก็ต้องเป็สัญญา อีกอย่างเล่าไปถิงถิงอาจจะไม่เชื่อก็ได้
“ว่าแต่เมื่อไหร่ จะมีคนมาอยู่เนี่ยเตียงนี้”
ถิงถิงพูดไปมองไปยังเตียงที่ยังคงว่างอยู่ ั้แ่พี่เสี่ยวเหมยย้ายออกไปก็ยังไม่มีใครย้ายมาอยู่เลย ฉันจึงต้องอยู่คนเดียวไปก่อน
~ก๊อกๆ ก็อกๆ ~~
~แคร๊ก~
ระหว่างที่ฉันกับถิงถิงกำลังคุยกันอยู่ อยู่ๆก็มีเสียงเคาะประตูและการเปิดประตูเข้ามาของใครบางคน
ผู้หญิงที่ตัดผมสั้นและแต่งชุดวอร์มทั้งชุดเดินถือกระเป๋าเข้ามา
“สวัสดีค่ะ เราชื่อหวังหนานซิง หรือเรียกหนานซิงหรือซิงซิงก็ได้นะ เราเรียนปีหนึ่งสาขาการกีฬา ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”
น้องใหม่ที่เข้ามา แนะนำตัวเอง ผมสั้นสีดำที่มีน้ำหนักทำให้เวลาที่เขาขยับตัวมันเด้งไปมาตามแรงเคลื่อนไหว บวกกับหน้าตาที่ดูน่ารักของน้องใหม่ กลับทำให้ฉันเอ็นดูขึ้นมาั้แ่แรกเห็น
“ยินดีที่ได้รู้จักจ๊ะ พี่ชื่อฟางฟางนะ เป็เ้าของห้อง ส่วนนี่ชื่อถิงถิง เป็เพื่อนพี่เอง พวกเราอยู่ปีสอง เตียงนั้นของเธอนะ”
ฉันพูดเสร็จก็ชี้ไปยังเตียงที่ยังคงว่างอยู่ ซิงซิงเดินลากกระเป๋าเข้าไปก่อนจะเริ่มหยิบนั้นหยิบนี้เพื่อจัดเก็บ
“ว่าแต่เธอเป็นักกีฬาหรอ”
ถิงถิงหันไปถามซิงซิง ที่ยังคงเก็บกระเป๋าอยู่
“ใช่ค่ะ ฉันเป็นักกีฬาว่ายน้ำ แต่ยังต้องฝึกกับรุ่นพี่คนอื่นอีกเยอะค่ะ”
“ว๊าววว เท่มาก แค่ได้เป็นักกีฬาประจำมหาลัยก็ถือว่าเก่งแล้ว ฉันนี้อายุป่านนี้แล้วยังว่ายน้ำไม่เป็เลย”
“แกนะ ไม่ใช่ว่ายน้ำไม่เป็ แต่ไม่พยายามต่างหาก ถ้าตอนนั้นได้ไปเรียนกับฉัน ป่านนี้ว่ายน้ำได้ไปตั้งนานแล้ว”
“..........”
ฉันนิ่งกลับพูดอะไรไม่ออกกับสิ่งที่ถิงถิงพูดออกมา เพราะมันคือเื่จริง ฉันมักจะกลัวการว่ายน้ำเพราะตอนเด็กฉันเคยเกือบจมน้ำ จึงพยายามหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ๆน้ำ ถิงถิงชวนฉันไปเรียนทุกครั้งแต่ฉันก็ปฏิเสธไปทุกครั้งเลย เื่เดียวที่ฉันไม่อยากทำมากที่สุดก็คือการว่ายน้ำนี่แหละ
“ฉันสอนให้ได้นะ ถ้าพี่สนใจ”
“เอาไว้ก่อนแล้วกัน……ถ้าวันไหนพี่สนใจเดี๋ยวบอกอีกทีแล้วกันนะ”
ฉันยังคงปฏิเสธเื่นี้เหมือนเดิม ยังไม่รู้เลยว่าชีวิตนี้ฉันจะว่ายน้ำเป็เหมือนกับคนอื่นเขาหรือเปล่า
“วันศุกร์นี้่บ่ายฉันมีเก่ง ไปเชียร์ได้นะ”
“จริงอ่ะ ได้สิ”
ฉันกับถิงถิงตื่นเต้นกันใหญ่กับการได้ไปเชียร์กีฬาว่ายน้ำแบบติดขอบสนาม แล้วยังมีซิงซิงเป็คนแข่งอีกด้วย ั้แ่เข้ามหาลัยมาฉันยังไม่เคยได้ไปแถวสระว่ายน้ำของมหาลับเลยสักครั้ง ทำให้ไม่รู้ว่าสระว่ายน้ำที่จัดการแข่งขันอยู่ตรงไหน ฉันจึงต้องถามกับนักศึกษาที่เดินผ่านไปผ่านมา จนในที่สุดฉันก็มาถึงจนได้ ถิงถิงที่นั่งรอฉันอยู่บนอัศจรรย์กับพี่ตงหยางโบกมือให้ฉันเป็การระบุตำแหน่งให้ฉันเดินมาหา ฉันเดินไปนั่งข้างถิงถิง คนที่มาชมการแข่งขันในวันนี้ค่อนข้างเยอะ มองลงไปด้านล่างสามารถมองเห็นการแข่งขันได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
ซิงซิงเดินเข้ามาในสนามแข่งกับคนอื่นๆอีกสี่คน ก่อนจะวอมร่างกายและขึ้นไปประจำที่ของตัวเอง ซิงซิงโบกมือมาให้เราเป็การทักทาย ฉันกับถิงถิงทั้งโบกมือและส่งเสียงเรียกซิงซิงกลับ หลังจากนั้นเสียงต่างๆรอบตัวก็ค่อยๆเบาลงจนเงียบเพื่อดูการแข่งขันที่กำลังจะเริ่มขึ้น
“ปรี๊ดดดดด”
“กรี๊ดดดด”
“สู้ๆ สู้ๆ”
“เร็ว เร็ววว”
เสียงต่างๆรอบตัวกลับมาส่งเสียงเชียร์อีกครั้ง ฉันที่ส่งเสียงเชียร์สุดเสียง มองดูการว่ายน้ำของซิงซิง ซิงซิงว่ายน้ำได้ไวมาก จนเข้าเตะขอบสระได้เป็คนแรก”
“กรี๊ดดดด”
ฉันกับถิงถิงลุกขึ้นกอดกัน ก่อนจะหันไปยกนิ้วโป้งส่งให้ซิงซิงเป็รางวัล
“เก่งมากเลย ซิงซิงน้องพี่”
ฉันที่เดินเข้าไปแสดงความยินดีแล้วยื่นมือไปเล่นผมของซิงซิงที่ชี้โด้ชี้เด่เพราะเปียกน้ำอย่างเอ็นดู
“ขอบคุณค่ะ”
“ตอนเย็นพวกพี่ว่างไหม พอดีโค้ชเขาจะจัดงานเลี้ยงให้ฉันนะ พวกพี่มาด้วยกันสิ”
“จะดีหรอ พี่เกรงใจนะ…..”////(^—^)
“นั้นไม่ไป”
ถิงถิงหันมาพูดกับฉันด้วยสีหน้าที่รู้จักฉันดีว่าฉันคิดอะไร
“ไปสิ เดี๋ยวน้องเสียใจ วันดีๆแบบนี้จะพลาดได้ไง”
ถิงถิงได้แต่สายหน้าให้กับความเอื่อมระอาของเพื่อนตัวเอง ส่วนฉันได้แต่ยิ้มร่าส่งให้ซิงซิงเป็การตอบตกลงคำชวน
ฉันนั่งแท็กซี่กับถิงถิงและรุ่นพี่ตงหยางมาที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งในตัวเมืองตามที่ซิงซิงส่งโลเคชั่นมาให้ เราสามคนเดินเข้าไป ด้านในจะเป็โต๊ะๆ มีลูกค้าเพียงไม่กี่โต๊ะที่กำลังนั่งทานอาหารตรงหน้ากันอยู่ และหนึ่งในโต๊ะนั้นก็มีซิงซิงนั่งอยู่พร้อมกับผู้ชายผู้หญิงอีกมากมายกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน ซิงซิงเห็นฉันก็โบกไม้โบกมือมาให้ เราสามคนรีบเดินเข้าไปนั่งโต๊ะซิงซิงที่มีอาหารอยู่บนโต๊ะมากมายซึ่งไม่เคยกินมาก่อน
“กินเต็มที่เลยนะ ร้านนี้ลูกค้าส่วนใหญ่เป็ลูกค้าวีไอพี เลยไม่ค่อยมีคนมาก แต่อาหารอร่อยนะ ลองชิมๆ”
ฉันที่ไม่รู้หิวมาจากไหน หยิบนู้นชิมนี้อยู่หลายอย่าง ด้วยความอร่อยก็กินไปเรื่อยๆ
“นี่แกกินปลิงเป็ด้วยหรอ”
“บ้า! อันไหนปลิง ไม่มีนะ”
ฉันที่มองไปทั่วทุกจานที่กิน รสชาติอร่อยปกติไม่มีอันไหนที่แปลกประหลาดไป
“ก็ที่แกพึ่งกินไปเมื่อกี้นะ ปลิงนะ”
ဝ__ဝ!!
“ใช่หรอ”
ฉันหันไปถามซิงซิงด้วยสีหน้าใสุดขีด ซิงซิงพยักหน้าให้ฉัน
“แต่มันเหมือนหอยมากเลยนะ!”
“ไม่เป็ไรหรอก กินไปแล้ว อีกอย่างคนอื่นก็กินกัน”
ฉันได้แต่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ซิงซิงเลยยกอาหารจานนี้ออกไปห่างๆฉันแทน (ซึ่งฉันกินไปค่อยข้างเยอะแล้ว)
~กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง~~~~
เสียงเปิดประตูเข้ามาของลูกค้าโต๊ะอื่น ฉันที่นั่งหันหน้าไปทางประตู ก็สังเกตุเห็นผู้ชายสูงใส่แมสที่คุ้นเคยเดินประกบเข้ามากับผู้หญิงที่รูปร่างเซ็กซี่คนหนึ่งซึ่งฉันจำได้โดยไม่ต้องคิด สัญชาตญาณของฉันสั่งให้ฉันหลบโดยอัตโนมัต ลี่หยางกับพี่ลีน่าเดินเข้าไปนั่งโต๊ะอีกฝั่งของร้านที่มีคนจำนวนหนึ่งนั่งอยู่ก่อน
“เป็ไรของแกว่ะ”
ถิงถิงเห็นฉันที่อยู่ๆทำตัวแปลกๆขึ้นมา
“เปล่าๆ เออ…พอดีฉันคันข้อเท้านะ ไม่มีอะไรเพื่อน กินต่อเลย….”
{ฉันจะหลบทำไมเนี่ย เราไม่ได้ทำผิดอะไรนี่}
ฉันจึงค่อยๆกลับมานั่งปกติตามเดิม
“สวัสดีครับ ผมชื่อเซียวจ้าน เป็รุ่นพี่ปีสามของซิงซิง ผมขอชนแก้วหน่อยได้ไหมครับ”
รุ่นพี่คนนี้เดินตรงมาหาฉัน โดยไม่ได้สนใจถิงถิงกับรุ่นพี่ตงหยางที่นั่งอยู่ก่อนเลยเดินเลยจนมาถึงฉัน ฉันหันหน้าไปมองซิงซิงเป็ถามว่าสิ่งที่เขาพึ่งพูดไปจริงแท้แค่ไหน ซิงซิงได้แต่พยักหน้าให้ฉันเป็คำตอบ ฉันเลยยกแก้วที่มีเหล้าจีนขึ้นมาชน (เพราะคนจีนต้องดื่มเหล้าเพื่อเป็การให้เกียรติอีกฝ่าย)
“สวัสดีค่ะรุ่นพี่เซียวจ้าน ฉันชื่อฟางฟาง ยินดีที่ได้รู้จัก {เซียวจ้านที่ไม่คล้ายเลยสักนิด)”
“เป็เพื่อนซิงซิงหรอ ทำไมพี่ไม่เคยเห็นหน้าเลย”
รุ่นพี่ที่เริ่มมีอาการมึนเมา คุยกับฉันไปด้วยลากเก้าของโต๊ะอื่นมานั่งแทรกกลางระหว่างฉันกับถิงถิงโดยไม่ขออนุญาติจากพวกเราสักคำ
“อ๋อ….ใช่ค่ะ ฉันเป็รูมเมทของซิงซิงค่ะ”
“รุ่นพี่เซียวจ้าน เป็คนเ้าชู้และนิสัยไม่ดีที่สุดของรุ่นเลยค่ะ ระวังไว้หน่อยนะคะ”
ซิงซิงเข้ามากระซิบเตือนฉัน ที่ตอนนี้นั่งเกร็งและพยายามบังคับหน้าให้ยังคงส่งยิ้มให้รุ่นพี่เซียวจ้านได้อยู่
อยู่ๆ รุ่นพี่เซียวจ้าน ขยับเก้าอี้ของตัวเองเข้ามาใกล้ก่อนจะเอามือขึ้นมาจับผนักผิงเก้าอี้ของฉัน ทำให้ตอนนี้ฉันกับรุ่นพี่อยู่ใกล้กันมากขึ้น
“แล้วน้องฟางฟาง มีแฟนหรือยังครับ พอดีพี่ว่าพี่สนใจ……”
ฉันเห็นว่าถิงถิงสกิดให้รุ่นพี่ตงหยางลุกขึ้นมาช่วยฉัน แต่ยังไม่ทันที่รุ่นพี่ตงหยางจะลุกขึ้น
“ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับ พอดีผมมีธุระจะคุยกับฟางฟาง ต้องขอตัวฟางฟางไปก่อนนะครับ”
ลี่หยางที่ไม่รู้ว่านั่งดูสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของฉันอยู่นานแค่ไหน เข้ามายกมือรุ่นพี่ที่กำลังวางอยู่บนเก้าอี้ของฉันออก ก่อนจะดึงมือฉันให้ลุกขึ้น แล้วเดินพาออกมาจากนอกร้านทันที
ฉันรีบหยิบกระเป๋าของตัวเองและหันไปบอกกับถิงถิงขณะที่ยังคงถูกคนข้างหน้าลากมืออยู่
“เดี่ยวมาเล่าให้ฟังวันหลังนะ”
ถิงถิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ ถึงแม้ว่าตอนนี้ในใจถิงถิงคงมีคำถามมากมายที่อยากจะถามฉันตอนนี้เลยก็ตาม
“เห้ยย! แกเป็ใครว่ะ จะเอาน้องฟางฟางของฉานไปไหน….”
ฉันยังคงได้ยินเสียงของรุ่นพี่เซียวจ้านไล่ตามหลังมาอยู่เลย จนลี่หยางพาขึ้นมานั่งบนรถของเขา ก่อนจะขับออกไปโดยไม่พูดอะไรกับฉันเลยสักคำ
“........................”
“เออ…คือว่า….นายมีธุระอะไรจะคุยกับฉันหรอ”
“.......................”
ลี่หยางยังคงไม่ตอบคำถามของฉัน ยังคงทำหน้านิ่งแล้วขับรถต่อไป ฉันจึงทำได้แค่นั่งเงียบๆ
“เออ…ว่าแต่เราจะไปไหนกันหรอ”
“คอนโดฉัน”
ลี่หยางพูดออกมาหน้านิ่งเฉย โดยไม่หันมามองหน้าฉัน
“จะไปคอนโดนายทำไมอ่ะ มีสอนนายพรุ่งนี้นิ”
“......................”
อยู่ๆฝนที่ไม่มีทีท่าว่าจะตก ก็ตกลงมาอย่างหนัก ลี่หยางขับรถไปจอดข้างทางอย่างรวดเร็ว ฉันใเล็กน้อย หันไปมองลี่หยางที่ตอนนี้กำลังก้มหน้าอยู่ที่พวงมาลัยรถ
“นายเป็อะไรหรือเปล่า”
ฉันค่อยๆยื่นมือไปจับแขนลี่หยาง ตัวเขาที่กำลังสั่นอยู่นั้นก็รู้สึกใเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา เหงื่อที่ออกเต็มหน้าและสีหน้าที่ดูไม่ดีของเขาทำให้ฉันรู้สึกเริ่มเป็ห่วง
“นายเป็ไรอ่ะ ไม่สบายตรงไหน”
ฉันยกมือไปจับที่หน้าผากของลี่หยาง โดยที่คนตรงหน้าได้แต่นั่งนิ่งมองหน้าฉันที่กำลังใจนทำตัวไม่ถูก
“ทำไมอยู่ๆถึงตัวร้อนขึ้นมา เมื่อกี้นายยังดีๆอยู่….”
ยังไม่ทันพูดจบลี่หยางก็ดึงฉันเข้าไปกอดจนแน่น
“ฉันขออยู่แบบนี้ก่อนนะ…..”
“................”
ฉันได้แต่อยู่นิ่งๆปล่อยให้ลี่หยางกอดฉันไว้ ฉันเอื้อมมือไปแตะที่หลังของเขาและตีเบาๆเพื่อเป็การปลอบให้เขารู้สึกดีขึ้น
เราสองคนนั่งอยู่อย่างนี้ไม่รู้นานแค่ไหน ฝนที่กำลังตกหนักลงมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนค่อยๆเบาลงจนหยุด ลี่หยางจึงปล่อยฉันออก
“เออคือ…ขอโทษทีนะ ฉัน……”
“ไม่เป็ไร นายโอเคขึ้นยัง”
“อืม….”
“นั้นเรากลับกันเถอะ”
เขาพยักหน้าตอบรับฉัน แล้วเริ่มขับรถไปต่อ ฉันไม่ได้พูดอะไรหลังจากนั้น ได้แต่หันไม่มองลี่หยางที่ขับรถอยู่เรื่อยๆ เพื่อเช็คอาการว่าเขาดีขึ้นแล้วจริงๆ จนมาถึงคอนโดของเขาอย่างปลอดภัย
“เธอนอนที่เตียงของฉันแล้วกัน”
“แล้วนายล่ะ”
“ฉันจะไปนอนที่โซฟาด้านนอก มีอะไรก็เรียกแล้วกัน”
ลี่หยางเดินไปหยิบหมอนและผ้าห่มที่อยู่ในตู้ ก่อนจะเดินออกไป หลังจากลี่หยางออกไป ฉันก็เริ่มการสำรวจโดยมองสิ่งของภายในห้องไปรอบๆ ครั้งก่อนที่เดินเข้ามายังไม่ได้มีเวลาเดินดูภายในห้องสักเท่าไหร่ ฉันเลยใช้เวลาในการเดินดูรูปนั้นรูปนี้ของลี่หยางที่ถ่ายติดบนผนังไปเรื่อยๆ ก่อนจะมาเจอรูปครอบครัวที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงนอน ลี่หยางเป็ลูกคนเดียว พ่อกับแม่ก็ยังสวยและหล่ออยู่เลย รู้ได้เลยว่าลี่หยางได้ตาสวยมาจากคุณแม่ และได้ความหล่อเข้มมาจากคุณพ่อ หลังจากสำรวจมาสักพักฉันก็เอนตัวนอนลงในผ้าห่ม ก่อนจะปิดไฟ ฉันดึงผ้าห่มขึ้นมาดม กลิ่นหอมละมุนอ่อนๆจากผ้าห่ม ทำให้ฉันรู้สึกหัวใจเต้นแรงได้แต่กลิ้งไปกลิ้งมา
“ไม่คิดไม่ฝันว่าวันหนึ่งจะได้มีโอกาสมานอนในห้องลี่หยาง อึ้ยยย”
ฉันพึมพำเบาๆแล้วก็ยังคงกลิ้งไปกลิ้งมาต่อไป แต่แล้วไม่รู้กลิ้งไปนานแค่ไหน อารมณ์ที่เขาบอกว่าตื่นเต้นจนนอนไม่หลับดันเกิดขึ้น ฉันลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินออกมาข้างนอกห้องเพื่อดื่มน้ำสักแก้วให้ตัวเองนอนหลับง่ายขึ้น ฉันค่อยๆย้ำเท้าแล้วเปิดประตูออกมาให้เบาที่สุด ไฟที่เปิดสลัวไว้ที่ห้องครัว ทำให้มองเห็นลี่หยางที่คงนอนตัวตรงอยู่ที่โซฟาได้ชัด เขานอนกอดอกโดยที่ผ้าห่มดันหล่นอยู่ที่พื้น ฉันจึงเดินเขย่งๆเข้าไปเพื่อจะเป็ผู้หวังดีห่มผ้าห่มให้เขา ฉันใช้ความเบามือค่อยๆหยิบผ้าห่มขึ้นก่อนจะค่อยๆห่มให้เขา แต่อดไม่ได้ที่จะดูท่าทางน่าเอ็นดูในการนอนของลี่หยาง แฟนคลับคนไหนจะมีโอกาสใกล้ชิดเขาได้ขนาดนี้ ฉันนั่งยองๆตรงหน้าเขา ก่อนจะยื่นหน้าของตัวเองเข้าไปใกล้เพื่อดูขนตาที่ยาวยิ่งกว่าผู้หญิง จมูกที่โด่งเป็สัน ไฝใต้ตาที่มีเสนห์ อีกทั้งปากสีแดงระเรื่อ นัยตาโตสีน้ำตาล หล่อแบบกรี๊ดสลบ
ဝ__ဝ!!{นัยตาสีน้ำตาล}
ฉันที่กำลังชื่นชมความงามของรูปลักษณ์คนตรงหน้า โดยไม่ทันสังเกตว่าลี่หยางลืมตามองฉันอยู่นานแค่ไหน
“ว๊ายย…”
ฉันที่นั่งยองๆใกับสายตาลี่หยาง เสียหลักหงายหลังลงไปกับพื้น ลี่หยางรีบคว้ามือของฉันไว้ แต่แรงที่เขากำลังนอนอยู่ไม่มากพอ จนทำให้เขาเสียหลักล้มลงมาทับฉันไว้อีกที โดยมีมือข้างหนึ่งของเขามารองที่ท้ายทอยของฉันไว้ั้แ่ตอนไหนไม่รู้ ฉันใลืมตาขึ้นมาช้าๆ กลับพบว่าหน้าของลี่หยางอยู่ใกล้กับฉันเพียงไม่กี่เซน ลมหายใจที่รดลงบนหน้าของฉัน ทำให้หัวใจฉันเริ่มเต้นแรงเหมือนจะทะลุออกมา คนที่นอนทับฉันอยู่อาจจะรับรู้ถึงจังหวะหัวใจของฉันได้แน่ๆ ดวงตาสีน้ำตาลนั้นยังคงมองมาที่ฉันอย่างไม่ละสายตา ฉันได้แต่นอนแข็งทื่ออยู่ที่พื้น ไม่กล้าขยับตัว
“เมื่อกี้เธอจะทำอะไรฉันหรอ”
“ออ..อ๋อ.คือ..ฉันแค่จะดูว่านายหายใจไหมนะ”
“แล้วเป็ไง”
“ก็ยังหายใจปกติ”
“ฉันก็นึกว่าเธอจะ…….”
“จะอะไร”
“ก็แบบ……”
คนตรงหน้าค่อยๆก้มหน้าลงมาใกล้จนปากของเราใกล้จะถึงกัน ฉันได้แต่หลับตาปี๋โดยอัตโนมัติ แต่ทว่า…
“หลับตาทำไม”
ลี่หยางพูดเสร็จก็ค่อยๆดันตัวเองลุกออกจากฉัน ปล่อยให้ฉันยังคงนอนหลับตาอยู่ที่พื้น ฉันค่อยๆลุกขึ้นนั่งอย่างเขินอาย
“เปล่าสักหน่อย…เมื่อกี้ที่ฉันหลับตาเพราะว่าเหมือนมีอะไรเข้าตาฉันพอดีเถอะ ไม่ได้ตั้งใจหลับตา ไม่ได้คิดอะไรเลยนะ จริงๆ”
“อืม….”
ฉันได้แต่มองไปรอบๆเพื่อปกปิดสีหน้าแววตาของตัวเอง และพยายามหายใจเข้าออกเพื่อควบคุมเสียงหัวใจให้กลับมาเต้นปกติ
“ว่าแต่…นายดีขึ้นยัง ตอนเย็นที่ขับรถกลับมา นาย…ดูท่าทางไม่ค่อยดีเลย นายเป็คนป่วยง่ายหรอ ฉันเห็นเมื่ออาทิตย์ก่อนนายก็ไม่สบาย เมื่อวานอยู่ๆนายก็ไม่สบาย ไม่หาหมอบ้างยัง”
“ไม่เป็ไรมากหรอก…”
ฉันถามออกไปเป็ชุดเพราะความสงสัย ลี่หยางกลับตอบฉันเพียงแค่ประโยคสั้นๆ แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง ฉันได้แต่นั่งมองผู้ชายคนนี้ตรงหน้าอย่างเงียบๆโดยไม่ได้พูดอะไรต่อ ั์ตาที่มีความเศร้าปนอยู่นั้น ทั้งที่เขาไม่ได้พูดออกมาแต่ฉันก็สามารถรับรู้ได้ ฉันค่อยๆนอนลงดูวิวภายนอกหน้าต่างที่พื้น
“เห้อ…วิวห้องนายสวยมากเลย รถที่กำลังวิ่งไปรอบๆพร้อมกับตึกสวยๆในยามค่ำคืนเนี่ย ถึงแม้จะดูเหงาไปบ้าง แต่อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกใบนี้ ยังมีคนที่ตอนนี้ยังคงทำงาน ยังคงพยายามอย่างหนักเพื่อทำให้ตัวเองมีชีวิตที่ดีขึ้นในทุกวันอยู่เลย”
ฉันพูดจบค่อยๆ หันไปมองลี่หยาง ลี่หยางที่มองมาที่ฉันอยู่ก่อนแล้ว ค่อยๆยิ้มขึ้นมาพยักหน้าให้ฉัน ฉันตีพื้นเพื่อส่งสัญญาณให้เขามานอนข้างๆฉันเพื่อนอนดูวิวด้วยกัน ลี่หยางค่อยๆนอนลงอย่างว่าง่าย เราสองคนใช้เวลาในการดื่มด่ำกับวิวนอกหน้าต่างอย่างเงียบๆ…