บทที่ 1 : เหตุการณ์อันแปลกประหลาด
ในปี 2040
ได้มีเหตุการณ์เกิดรอยแยกมิติเกิดขึ้น ทุกๆสถานที่บนโลกได้เกิดเหตุการณ์ที่คล้ายๆกันขึ้นเป็จำนวนมาก นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากได้รีบรวมตัวกันและวิเคราะห์ถึงผลความเป็ไปได้ของรอยแยกมิติที่เกิดขึ้น แต่กลับไม่สามารถทำอะไรได้เนื่องจากความก้าวล้ำของรอยแยกที่มีมากเกินไป
แต่ในทางกลับกันนั้น ในประเทศจีนนั้นได้ต่างออกไป ด้วยความที่เป็มหาอำนาจอันดับต้นๆของโลกที่มาพร้อมกับประวัติศาสตร์อันยาวนาน ได้ทำให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีมารวมตัวถกประเด็นกันเื่ศิลาแผ่นหนึ่ง
“เฒ่าเหยียน แกคิดว่าสิ่งที่เขียนไว้บนแผ่นหินนี่จะเป็จริงเหมือนกับเหตุการณ์ตอนนี้หรือเปล่านะ” ชายแก่แซ่หลิงได้ถือชี้ไปที่ตัวอักษรที่ถูกสลักอยู่บนแผ่นศิลาอยู่พร้อมถามออกมา
“ก็ไม่แน่หรอกนะเฒ่าหลิง เราทั้งคู่ได้พบกับแผ่นหินนี้มาก่อนหน้านี้แล้ว และตอนนี้มันก็ได้เกิดขึ้นให้เห็นแล้ว เราควรเตรียมที่จะรับมือมากกว่าที่จะหวาดกลัวไปกับมันนะ” เขาพูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง
“งั้นเราก็ทำได้เพียงแจ้งข่าวเกี่ยวกับเื่นี้ออกไปภายนอกให้คนอื่นได้รับรู้เท่านั้นแหละนะ แม้ว่าเราจะมีข้อมูลก่อนแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรพวกเรามากอยู่ดี” ชายชราแซ่หลิงได้ถอนหายใจพร้อมส่ายหน้า
ชายชราทั้งสองคนนั้นเป็คนที่อยู่ห่างจากโลกภายนอก โดยปกติแล้วจะทำเพียงแค่สัญจรไปมาอย่างโดดเดี่ยว แต่ก็ได้มีนัดพบปะกันบ้าง ทั้งคู่นั้นได้เติบโตมาในโลกแห่งการต่อสู้อย่างเช่น กำลังภายในที่มีเพียงให้เห็นในหนังเท่านั้น มันก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก แต่ถ้าเทียบกับคนทั่วไปนั้นก็เหมือนราวกับเทพเ้าแห่งการต่อสู้เลยก็ว่าได้
ทั้งคู่นั้นมีชื่อว่า เหยียนไท่ฟู คนที่ซึ่งมองดูนั้นเต็มไปด้วยความสุขุมรอบคอมและแผ่คลื่นพลังออกมาคุกคามได้อยู่ตลอดเวลา ส่วนอีกคนนั้นคือ หลินไห่หนิง ที่มีรูปลักษณ์เหมือนกับคนชราทั่วๆไป แต่ท่วงทาการเดิน พูดและเคลื่อนไหวต่างๆนั้นราวกับภูติผีเพราะความรวดเร็วที่ไม่สามารถจับต้องได้ของเขา ทำให้คนที่เคยประลองกับเขาเรียกว่า ‘ภูติปีศาจหลินไห่หนิง’
แม้ว่าทั้งสองนั้นจะไม่ได้เก่งกาจที่สุดในยุธภพแห่งการต่อสู้ในปัจจุบัน แต่ความสามารถเพียงแค่นี้ในโลกก็หาได้ยากมากจนสามารถรับนิ้วมือทั้งสองข้าวได้
ทั้งสองนี้ได้แผ่นจารึกมาเมื่อตอนหลายสิบปีก่อนเมื่อได้ลองไปสำรวจถ้ำแห่งหนึ่งในสถานที่รกร้างห่างไกลผู้คน แต่ก็เต็มไปด้วยอันตรายจำนวนมาก เช่น สัตว์ป่าขนาดใหญ่หลายสิบเมตรที่เกิดมาพร้อมกับพละกำลังมหาศาลเกินกว่าที่มนุษย์จะจินตนาการได้ ทำให้พวกเขาสำรวจสำเร็จเพียงแค่เล็กน้อยและถอนตัวกลับมากันก่อนที่จะไม่มีโอกาศ แต่การสำรวจเพียงเล็กน้อยก็ทำให้เขาได้อะไรบางอย่างติดมือมาบ้างอย่างเช่น แผ่นหินศิลาแผ่นนี้
ในตอนแรกพวกเขานั้นคิดว่านี่คือแผ่นหินศิลาบักทึกธรรมดา เนื่องจากภาษาที่ถูกสลักนั้นเป็ภาษาโบราณ ซึ่งพวกเขาต้องแกะคำพูดจากหนังสือไปด้วยถึงจะถอดความหมายออกมาได้ว่า
‘โลก..จักพินาศ…์มอบโอกาส…มนุษย์จักสูญสิ้น...มีเพียงผู้แข็งแกร่ง...จักอยู่รอดต่อได้’
นี่คือข้อความที่เขาสามารถถอดออกมาได้ แต่ก็ไม่สามารถคิดอะไรได้ใน่เวลานั้น
แต่กลับกันในเวลานี้ โลกที่กำลังเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติจำนวนมาก กลับทำให้จารึกนี้ส่องแสงออกมาได้ ทำให้พวกเขาใเป็อย่างมาก และเชื่อว่าเหตุการณ์ที่ถูกเล่าออกมาจากแผ่นศิลาแผ่นนี้นั้นต้องเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้อย่างแน่นอน
เมื่อชายชราทั้งสองได้ตัดสินใจที่จะถ่ายทอดบทความนี้ออกไป พวกเขาก็ได้ไปที่สถานีสำนักข่าวในเมืองหลวงทันทีและมอบบทความที่ถูกถอดออกมาให้แก่พวกนักข่าวกระจายออกไปทันที
สำนักข่าว CJTV
“สวัสดีครับ ตอนนี้มีข่าวด่วนรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งนี้ ใน่เวลา 10 นาทีก่อนหน้านี้ได้มีชายชรา 2 คนมาอธิบายถึงเหตุการณ์ในตอนนี้ว่า พวกเขาได้รับแผ่นศิลาทำนายมาก่อนหน้านี้ 10 ปีที่แล้วโดยถอดความได้ว่า…”
สำนักข่าว KTV
“สวัสดีค่ะ ผู้ฟังทุกท่าน ตอนนี้มีข่าวที่กำลังร้อนแรงกำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ ได้มีชายชราสองคนจากประเทศจีนได้ติดต่อแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับแผ่นศิลาที่พวกเขาค้นพบเมื่อสิบปีก่อนว่า....”
สำนักข่าว…
ข้อมูลจากชายชราทั้งสองได้ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็วโดยสำนักข่าวมากมายราวกับไวรัสได้ถูกระบาดออกไปสู่ประชาชนทั่วโลกไม่เว้นแม้กระทั่งสำนักงานรายงานข่าวต่างประเทศก็ตาม
แต่กลับมีสถานที่ที่หนึ่งที่เหมือนกับไม่มีความหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ครั้งนี้
ภายในเมืองหลวงแห่งประเทศจีน
ได้มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินเตร็ดเตร่อยู่บนถนนที่ทอดยาวอยู่อย่างไร้ซึ่งผู้คน
ั้แ่รัฐบาลได้ประกาศข่าวออกไปนั้น ผู้คนทั่วโลกได้รีบวิ่งไปรวมตัวกันตามสถานที่โบราณต่างๆจำนวนมาก เพื่อที่จะขอความคุ้มครองกับเหล่าทวงเทพเ้า
แต่เด็กหนุ่มคนนี้กลับเดินไปมาบนถนนอย่างไม่สะทกสะท้านกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“เห้อ แม้ว่าฉันจะรู้อยู่แล้วว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น แต่อนาคตจะเป็ยังไงกันนะ”
ชายหนุ่มได้พูดขึ้นและเดินต่อไปบนถนนทอดยาวอันไร้ที่สิ้นสุด
เส้นทางของเขาจะเป็อย่างไร เชิญติดตามอ่านได้เลยครับ