พิกุลมองดูหลานสาวที่ตั้งใจอยากจะฟังเื่ราวของพ่อกับแม่ พิกุลก็คิดอยู่ครู่หนึ่งว่าเธอควรจะเล่าให้พิลาไลยฟังดีหรือไม่ แต่ท่าทางของหลานสาวเธอกลับดูตั้งใจที่อยากจะฟังเป็อย่างมาก ทำให้พิกุลไม่อาจจะเลี่ยงที่จะไม่เล่าเื่นั้นให้หลานฟังได้ และหลานสาวของเธอก็มีอายุพอที่จะรับรู้ได้แล้ว
พิกุลใช้เวลาในการเดินไปที่สวนผักของเธอ เล่าเื่ของพ่อกับแม่ของพิลาไลย ให้กับเ้าตัวได้ฟังอย่างละเอียดที่สุดเท่าที่เธอจะเล่าให้หลานฟังได้
“พิลาหลานสาวของยายน่ะ เป็เด็กน่ารักนะ เงียบๆ ไม่ค่อยพูดจา วันแรกที่มาหายายนะ ถักเปียมาสองข้างติดโบว์สีชมพูมาด้วยนะ น่ารักมากๆเลย ตอนนั้นพิลาของยายอายุ 6 ขวบพอดี พ่อกับแม่ของหลานบอกกับยายว่า พาหลานมาเที่ยวหา่ปิดเทอม ยายก็ดีใจมากเลยนะที่แม่ของพิลาพาพิลามาหายาย วันนั้นพวกเขาก็ปกติกันนะ แต่พอเช้าอีกวัน ยายตื่นเช้ามาทำกับข้าว เห็นว่าสายแล้วยังไม่มีใครตื่น ยายก็จะเดินไปปลุกให้ออกจากกินข้าวกินปลากัน พอยายเปิดประตูห้องไปพ่อกับแม่ของพิลาก็หายไปเลย เหลือเพียงแต่หลานสาวตัวเล็กๆของยาย นอนอยู่ในห้องคนเดียว ยายโทรไปหาพ่อกับแม่ของพิลาตั้งหลายสายนะก็ไม่มีคนรับสาย"
พิกุลมองไปที่หลานเห็นหลานเดินก้มหน้า เธอก็รีบหยุดเล่าเื่พ่อกับแม่ของหลาน ก่อนที่พิกุลจะจับไหล่ของพิลาไลยและเอ่ยถาม “ไหนบอกจะไม่คิดมากไงลูก แบบนี้ยายไม่เล่าต่อแล้วนะ”
พิลาไลยรีบเงยหน้าขึ้นมามองที่ยายของเธอพร้อมกับยิ้มให้ยายก่อนที่จะเอ่ยบอกกลับไปทันทีว่า “เล่าต่อเลยจ๊ะยาย หนูไม่ได้คิดมาก หนูตั้งใจฟังยายจ๋าเล่าต่างหาก”
“แน่ใจนะ? ยายจะเล่าให้ฟังต่อแล้วนะ” พิกุลเอ่ยถามหลานสาวก่อนที่เธอจะเล่าต่อให้จบ
"ั้แ่นั้นมา ยายก็นับวันรอให้พวกเขามาพาพิลากลับไปอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตากัน เพราะยายกลัวว่าจะเปิดเทอมแล้วพิลาจะไม่ได้เรียนหนังสือแบบเพื่อนๆ แต่ผ่านไปสิบวัน แม่ของหลานก็โทรกลับมาหายายบอกว่าได้หย่ากับพ่อของหลานแล้ว ต่างคนต่างมีครอบครัวใหม่กันแล้ว ยายเลยคิดแค่ว่า ในเมื่อพ่อกับแม่ของหลานแยกทางกัน หลานสาวคนสวยของยายคนนี้ยายเลี้ยงเองได้ ยายก็พาพิลาไปสมัครเรียนที่โรงเรียนในหมู่บ้าน จากนั้นยายก็เลี้ยงหลานมาจนถึงทุกวันนี้เลย”
พิลาไลยได้ยินเื่ราวที่ยายของเธอเล่าให้ฟัง เธอกลับไม่เสียใจเลยสักนิด พร้อมกับเอ่ยถามไปว่า “พ่อกับแม่ตั้งใจที่จะทิ้งหนูไว้กับยายจ๋า พวกเขาคิดกันมาแล้วล่ะจ๊ะ”
“ทำไมพูดแบบนั้น พ่อกับแม่รักพิลามากนะลูก แต่พวกเขาคงจำเป็ที่ต้องพาหลานมาอยู่กับยายไง” พิกุลบอกกับหลานสาว
“จำเป็ยังไงหรอจ๊ะยายจ๋า พวกเขาถึงต้องทิ้งหนูไว้ให้เป็ภาระของยายจ๋า" พิลาไลยเอ่ยถามยายของเธอ
“เอานะๆ เื่มันก็ผ่านมานานแล้ว เราอย่าไปรื้อฟื้นมันเลยนะลูก เอาเป็ว่ายายรักพิลา ยายตั้งใจที่จะให้พิลาอยู่กับยาย” พิกุลรีบบอกกับหลานสาวหลังจบประโยคที่หลานสาวของเธอเอ่ยถามขึ้น
"ก็จริงจ้ะ เื่มันก็ผ่านมาตั้งหลายสิบปีแล้ว เอาเป็ว่าหนูรักยายจ๋ามากกว่านะ ขอบคุณยายจ๋าที่เลี้ยงหนูมา หนูสัญญาด้วยเกียรติของลูกเสือว่าหนูจะทำให้ยายมีความสุขและสบายแน่นอน” พิลาไลยเอ่ยคำมั่นสัญญากับยายของเธอ พร้อมกับชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้วขึ้นมาอีกครั้ง
พิกุลได้ยินที่หลานสาวเอ่ยบอกกับเธอ เธอถึงกับยิ้มไม่หุบเพราะคำว่ารักของหลานสาวที่มีเอ่ยบอกกับเธอ เพราะปกติพิลาไลยคนเดิมจะไม่ค่อยบอกรักยายของเธอสักเท่าไหร่
ไม่นานทั้งคู่ก็ถึงสวนผักเล็กๆของยาย มีพื้นที่ในการปลูกผักไม่มากนัก ทำให้ยายของพิลาไลยปลูกผักติดๆกัน พิลาไลยเริ่มความคิดของเธอว่าก่อนที่เธอจะกลับมาอยู่ในร่างนี้ ยายของเธอคนก่อนได้ให้สร้อยข้อมือกับเธอมา โดยสั่งไว้ว่าห้ามถอดมันเด็ดขาด ทำให้เธออยากรู้มากๆ ว่ากำไลนั้นมีดีอะไรทำไมยายของเธอไม่ให้เธอถอดออก
พิลาไลยเริ่มยกข้อมือของเธอขึ้นมาดูว่ามีสร้อยข้อมือเหมือนที่เธอรู้สึกตัวก่อนกลับมาจริงหรือไม่ พบว่าที่แขนของพิลาไลยในวัย 18 ปีมีสร้อยข้อมือมุขสีขาวนวลจริงๆ เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่คิดในใจว่า “สร้อยข้อมือเส้นนี้ มีอะไรดีนะ ทำไมยายถึงไม่ให้ฉันถอดมันออก”
…………………………………………………………………….……………………………………………..………………..
ตอนต่อไปขออนุญาตเริ่มติดเหรียญนะคะ