Chapter 20
เด็กหนีเที่ยว
ไข่หวานเดินทางกลับมายังประเทศไทยนี่ก็ผ่านมาสามวันแล้วนับั้แ่ที่กลับมาไม่รู้ว่าน้องสาวของเธอที่อยู่กับภูติรจะเป็อย่างไรบ้างส่วนโลกันต์ก็ยังยุ่งอยู่กับงานจึงยังไม่ได้จัดการเื่ของขนมให้
“เฮ้อ”
“เป็อะไรไปยัยไข่ดูกลุ้มอกกลุ้มใจแต่เช้าเชียว”
เอมี่เพื่อนรักหน้าเฉิ่มเอ่ยทักทายเมื่อเห็นว่าเพื่อนดูไม่สดชื่นเลยวันนี้
“ก็มีหลายๆเื่ให้คิดนะเอมี่”
“อายุเราก็แค่นี้อย่าเครียดกับชีวิตนักเลยน่า”
เอมี่ตบไหล่ไข่หวานเบาๆเพื่อเป็กำลังใจให้เธอรู้ว่าเพื่อนรักกำลังเผชิญกับปัญหาหลายๆอย่างที่ยากจะได้
“ถ้าเป็ไปได้ก็ไม่อยากเครียดหรอกยัยเอมี่เอ๊ย”
ไข่หวานได้แต่บ่นอุบอิบคิ้วสวยขมวดมุ่นเป็ปม
“งั้นคืนนี้เราไปเที่ยวกันหน่อยมั้ยล่ะใช้ชีวิตวัยรุ่นกันสักหน่อย”
เอมี่เอ่ยออกมาเพราะเห็นว่า่นี้ไข่หวานดูเครียดมากและท่าทางคงจะไม่ได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นให้เต็มที่หลังจากเรียนจบเพราะสถานะทางบ้านที่ไม่เหมือนเดิม
“หืม เที่ยวที่ไหนเหรอ?”
“ร้านเหล้ามั้ยล่ะลองใช้ชีวิตวัยรุ่นกันดูสักหน่อยคงไม่เป็อะไร”
“คิดยังไงชวนไปร้านเหล้าเนี่ย”
ไข่หวานขำนิดๆไม่รู้ว่าเพื่อนรักแสนเฉิ่มตรงหน้ากำลังคิดอะไร
“เห็นว่าพวกเรายังไม่เคยไปเลยไปรอบที่แล้วแกก็ทิ้งฉันนั่งเกร็งกับหนุ่มๆ”
“แหะๆ ก็ตอนนั้นมันมีเหตุฉุกเฉินนี่นา”
เหตุฉุกเฉินที่ว่าก็คือเธอไปแอบทำอะไรลับๆกับโลกันต์อยู่ต่างหาก
“ไม่รู้ล่ะไหนๆก็ไหนๆแล้ว อยากจะลองไปเที่ยวดูสักครั้ง เป็ฟีลเพื่อนสาวนะจ๊ะไม่เอาหนุ่มๆไปด้วยนะ”
“ก็อยากไปอยู่หรอกแต่ไม่รู้พี่กันต์จะว่าอะไรรึเปล่า…”
สถานะตอนนี้เธอก็เป็เหมือนกับเมียเขาแล้วจะไปไหนมาไหนก็ต้องบอกเขาก่อน
“ก็โทรไปบอกเขาสิไปเที่ยวร้านเหล้าแปปเดียวเดี๋ยวก็กลับ”
“แล้วจะบอกที่บ้านแกว่าไงยัยเอมี่แม่แกจะให้ไปเหรอ?”
“เดี๋ยวบอกว่าไปทำงานบ้านเพื่อน”
“แน่ะเดี๋ยวนี้หัดโกหกเหรอ”
“เปล่าสักหน่อย..”
เอมี่ยิ้มขำๆ บางทีการออกนอกกรอบบ้างมันก็สนุกดี
“อื้ม! ไปก็ไป! เดี๋ยวยังไงก็ต้องกลับบ้านไปเปลี่ยนชุดก่อนใช่มั้ย”
“ไม่ได้สิแกขืนกลับไปเปลี่ยนชุดแม่ฉันก็รู้กันพอดี”
“อ้าวงั้นเราจะใส่ชุดนักศึกษาเข้าร้านเหล้ารึไง ตลกแย่เลย”
การ์ดหน้าร้านคงจะไม่ให้พวกเธอเข้าเป็แน่
“ไปซื้อเสื้อผ้าใหม่เลยดีกว่าจะต้องวนกลับไปเปลี่ยนชุดที่บ้าน”
เอมี่เสนอ
“เอางั้นเลยเหรอ?”
“เอางั้นเลยแหละ”
เอมี่เสนอออกมาแบบนั้น ไข่หวานเองก็ไม่อยากจะปฏิเสธเพราะนานๆทีเพื่อนจะเสนอแบบนี้ออกมา
“เอาก็เอางั้นเดี๋ยวเลิกเรียนขอโทรบอกพี่กันต์ก่อนนะ”
“โอเค”
สองสาวตกลงกันเสร็จสรรพ
หลังจากเลิกเรียนไข่หวานก็เดินเลี่ยงออกไปเพื่อจะโทรหาโลกันต์
แต่โทรไปแล้วหลายสายก็ยังไร้ซึ่งการตอบรับไม่รู้ว่าโลกันต์มัวแต่ทำอะไรอยู่
“พี่กันต์ไม่รับโทรศัพท์เลยอะเอมี่”
“เขาคงยุ่งๆล่ะมั้งเราไปเดินห้างรอฆ่าเวลาก่อนก็ได้ จะได้ไปดูชุดด้วย พอเริ่มมืดๆค่อยไปร้านเหล้า”
เอมี่เสนอออกมาแบบนั้นไข่หวานพยักหน้างึกงักเห็นด้วย
สองสาวพากันเดินเที่ยวห้างจนเริ่มค่ำแต่โลกันต์ก็ยังไม่โทรกลับมาสักที
“แปลกจริงไม่เห็นโทรกลับมาหาเลย มัวแต่ยุ่งอยู่รึเปล่านะ”
ไข่หวานบ่นอุบเมื่อยังไม่มีสายโทรศัพท์เข้ามาหาเลยสักสาย
“คงจะยุ่งๆอยู่กับการทำงานนั่นแหละ”
เอมี่เองก็ไม่รู้จะตอบว่าอะไรมาเฟียอย่างโลกันต์ก็คงจะยุ่งอยู่กับงานบ่อน พนัน ไม่ก็ยาเสพติดต่างๆนั่นแหละแต่ไม่อยากพูดออกไปให้เพื่อนรู้สึกเสียใจ
แม้จะไม่อยากให้เพื่อนต้องตกไปอยู่กับมาเฟียร้ายนั่นแต่ก็ไม่อาจห้ามได้เพื่อนรักของเธอมีใจให้เขา และที่สำคัญไข่หวานในตอนนี้ก็ไม่มีที่พึ่งอื่น
เวลา 21.00 นาฬิกา
สองสาวเปลี่ยนชุดเสื้อผ้าและแต่งหน้าจนสวยเสร็จเรียบร้อย
ทั้งสองพากันเข้ามาภายในร้านเหล้าสุดหรูเป็ร้านเหล้ากึ่งผับ
“คนเยอะมากจริงๆ”
เอมี่บ่นเมื่อคนเยอะเบียดเสียดไปมาแต่ผับนี้วัยรุ่นเยอะใช้ได้ มันไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยของพวกเธอมากนัก ร้านเหล้าแห่งนี้จึงเต็มไปด้วยเหล่าบรรดานักศึกษาและวัยรุ่น
“อืม นั่นสิคนเยอะเกินไปรึเปล่าเนี่ย”
ทั้งสองได้โต๊ะกลางๆไม่ใกล้ไม่ไกลเวทีจนเกินไป
“เอ๋พาน้องๆขึ้นไปรับรองลูกค้าที่ชั้นวีไอพีได้เลย”
“เอาเด็กกี่คนคะพี่โต้ง”
“สักสองคนพอเอายัยฝนกับยัยฟ้าไป วันนี้คุณโลกันต์มากับคุณโยคิน”
“ได้ค่ะ”
คำว่าคุณโลกันต์นั้นชัดแจ้งอยู่ในหูของไข่หวานเขามาทำอะไรที่นี่? แถมยังจะเอาเด็กอีกโทรหาก็ไม่รับ
“เป็อะไรไปยัยไข่ทำหน้าตึงเชียว”
เอมี่หันมาหาเพื่อนที่นั่งทำสีหน้าไม่ดีนัก
“ได้ยินพนักงานบอกว่าจะเอาผู้หญิงขึ้นไปรับรองลูกค้าวีไอพีชั้นบน”
“หืม แล้วทำไมล่ะ?”
เอมี่ไม่เข้าใจนักเพราะร้านเหล้าร้านนี้เป็คนละร้านกับที่เคยไปพบโลกันต์เมื่อครั้งก่อน
“ก็เขาบอกว่ามีแขกที่ชื่อโลกันต์อยู่้า”
ไข่หวานบอกตามตรงว่าไม่พอใจเป็อย่างมากแม้จะรู้ว่าตัวเองอยู่กับเขาในสถานะนางบำเรอ ไม่ควรจะก้าวก่ายและทำให้เขารำคาญใจ
“อาจจะคนละโลกันต์กันก็ได้นะ”
เอมี่พยายามปลอบใจกลัวว่าเพื่อนรักจะคิดมาก
“คนชื่อแบบนี้มันคงมีอยู่คนเดียวเท่านั้นแหละเอมี่”
ไม่น่าจะมีใครสรรหาตั้งชื่อลูกแบบนี้มากนักหรอกไข่หวานคิดในใจ
“แล้วจะทำยังไงล่ะจะไปมีสิทธิ์เรียกร้องอะไรจากเขาได้”
เอมี่เอ่ยออกมาตามความจริงใครๆก็รู้ว่าโลกันต์ นฤบรินทราชเป็คนยังไง
“เอมี่ฉันอยากขึ้นไปชั้นบน”
“ไข่หวาน…เราไม่ใช่ลูกค้าวีไอพีนะ”
“ในเมื่อเราไม่ใช่เราก็แค่แอบขึ้นไป..”
“แต่…”
“แกรออยู่นี่ก็ได้เอมี่ฉันอยากขึ้นไปดูข้างบนจริงๆ”
“เฮ้อ เอาก็เอา!ไป! เดี๋ยวฉันจะไปเป็เพื่อนแกเอง!”
เอมี่ฮึดใจสู้ไม่อยากปล่อยเพื่อนให้เสี่ยงอันตรายขึ้นไปคนเดียวขืนพนักงานรู้จะได้จับสองสาวเหวี่ยงโยนออกไปนอกร้านที่สำคัญหากโลกันต์รู้ว่าไข่หวานจุ้นจ้านแบบนี้อาจจะไล่ออกจากบ้านเลยก็ได้
นี่คือสิ่งที่เอมี่กังวลเธอกลัวว่าไข่หวานจะตกที่นั่งลำบากซะเองแต่ในเมื่อเพื่อนยืนยันอยากจะขึ้นไปชั้นสองให้เห็นกับตาเธอก็จะยอมไปเป็เพื่อน
เป็ไงก็เป็กัน ให้เห็นชัดๆคาตาไปเลยไข่หวานอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด! ไข่หวานคิดฮึดสู้ในใจเงียบๆคนเดียว