“นี่ๆ นิรา เธอรู้สึกเหมือนฉันไหม?? เหมือนมีคนกำลังตามพวกเราอยู่อ่ะ”
พวงกนกหันมาพูดกระซิบกระซาบกับวิราศนิรา ขณะที่หญิงสาวทั้งสองกำลังเดินออกจากร้านอาหาร ซึ่งวันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่ง ที่หญิงสาวทั้งสองเกิดการเบื่อหน่ายอาหาร ที่โรงอาหารของบริษัท พวกเธอจึงออกมาทานอาหารกลางวันที่นอกบริษัท
“ไม่หรอกมั้ง!!...... ใครจะมาตามพวกเรา เราไม่ใช่ดารานักร้องดัง หรือใส่ทองเหลืองอร่ามเต็มคอเต็มมือสักหน่อย จะมีก็แต่แหวนหมั้นวงเดียวเท่านั้นเอง แต่แหวนนี่ก็ไม่ได้ใหญ่ขนาดที่เป็นจุดเด่นสักหน่อย”
วิราศนิราได้ยินพวงกนกว่ามาอย่างนั้น ก็หันซ้ายแลขวา แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีใครผิดสังเกต ตามที่พวงกนกพูดมาสักคน และก็ไม่เห็นว่าจะมีใครหันมามองแล้วมองอีกที่พวกเธอสักคน มีแต่มองเลยผ่าน เดินผ่านไปผ่านมาบ้าง และบางคนก็เดินไปด้วยเล่นโทรศัพท์มือถือไปด้วยก็มี
“แต่ฉันรู้สึกได้จริงๆ นะ ฉันสังเกตเห็นผู้ชายเดินตามเรามาตั้งแต่เราออกจากบริษัทแล้ว และพอออกจากร้านนี่มา ฉันก็เห็นผู้ชายคนนั้นอีก แต่ว่าตอนนี้ไม่เห็นแล้วอ่ะ!!”
พวงกนกยังยืนยันว่าสังเกตเห็นสิ่งผิดปกตินั้นจริงๆ และทั้งอยากจะให้เพื่อนระวังตัวด้วย เนื่องจากรู้สึกถึงภัยเงียบ ที่แอบหลบซ้อนอยู่ในมุมมืด แต่ก็ไม่รู้ว่าผู้ชายคนดังกล่าว ที่พวงกนกสังเกตเห็นไปอยู่ที่ไหนแล้วในตอนนี้
“ถ้าอย่างนั้นเราก็รีบๆ กลับบริษัทกันเถอะ เรียกรถเลยแล้วกันนะ”
“อืม!!!!”
วิราศนิราเห็นพวงกนกยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะอย่างนั้น ก็ให้รู้สึกหวาดระแวงขึ้นมา จึงตัดสินใจเรียกรถแท็กซี่ให้ไปส่งที่บริษัท แทนการเดินกลับบริษัท ซึ่งเธอคิดว่านั่งแท็กซี่กลับน่าจะปลอดภัยมากกว่า และพวงกนกก็พยักหน้าเห็นด้วยตามนั้น วิราศนิราจึงไม่รอช้า กวักมือเรียวเล็กเรียกรถแท็กซี่ในทันที
พอรถแท็กซี่มาจอดส่งหญิงสาวทั้งสอง ที่บริษัทเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวทั้งสองก็กลับขึ้นไปทำงานกันตามปกติ จนเวลาล่วงเลยมาจนถึงห้าโมงเย็น ซึ่งเป็นเวลาเลิกงาน นิราศนิราและพวงกนก ปิดคอมพิวเตอร์ และเก็บอุปกรณ์สำนักงานเข้าที่เข้าทางเสร็จเรียบร้อย ก็พากันลงจากชั้นที่ทำงานมายังชั้นล่าง
ซึ่งวันนี้เควินเซนท์บอกว่าจะมารับวิราศนิรา ให้วิราศนิรารอก่อน เพราะเขาอาจจะมาช้าหน่อย ส่วนพวงกนกวันนี้แฟนมารับ ที่แฟนของพวงกนกมารับได้ ก็เพราะวันนี้แฟนพวงกนกออกไปทำงานนอกบริษัท พองานเสร็จเร็วแฟนของพวงกนกจึงสามารถมารับพวงกนกที่บริษัทได้
“เดินไปซื้อขนมก่อนดีกว่า”
วิราศนิรารู้สึกอยากทานขนมครกที่เคยซื้อขึ้นมา เธอจึงลุกเดินออกไปจากตึก ไปยังร้านขายขนกครก ที่อยู่ไม่ไกลจากตึกทำงานมากนัก เดินตามฟุตบาทไปไม่ถึงร้อยเมตรเอง ซึ่งในตอนนี้เธอลืมเรื่องเมื่อตอนกลางวันไปสนิทเลย จึงไม่ได้คิดว่าตัวเองจะไม่ปลอดภัยแต่อย่างใด
“ถ้าไม่อยากตายตอนนี้ ห้ามส่งเสียงร้อง เดินไปดีๆ”
แต่จังหวะที่วิราศนิราเดินออกไปได้เพียงครึ่งทาง ซึ่งตรงนั้นเป็นทางหลบมุม ที่มีผู้คนเดินไม่ค่อยพลุกพล่านสักเท่าไร พอวิราศนิราเดินเลยมุมไปนิดหนึ่ง ก็มีผู้ชายร่างสูงผอม เดิเข้ามาประชิดตัว และเธอรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างจี้ที่สีข้าง
“แก แกต้องการอะไร ถ้าอยากได้เงินก็เอาไปเลย”
วิราศนิราเบิกตากว้าง อย่างตกใจและกลัวเอามากๆ จนร่างบางสั่นเทา ก็ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยถูกจี้อย่างนี้มาก่อน แล้วจะไม่ให้เธอกลัวได้ยังไงกัน แต่กระนั้นก็ยังทำใจดีสู้เสือ เพราะคิดว่าผู้ชายที่มาจี้เธอนี้คงจะหวังเพียงแค่ทรัพย์สินเงินทอง
“อย่าพูดมากเดินไปตามที่ฉันสั่ง อย่าขัดขืนล่ะ ไม่งั้นมีดที่จ่ออยู่นี้ แทงไม่ยั้งแน่”
ชายร่างสูงผอมตวาดเสียงกร้าวให้วิราศนิราหยุดพูด แล้วเดินไปตามที่สั่งแต่โดยดี ซึ่งพอวิราศนิรารู้ว่ามีมีดจ่อที่สีข้างของตัวเอง ก็ยิ่งทำให้หวาดกลัวมากยิ่งขึ้น และไม่กล้าขัดขืนด้วย เพราะกลัวจะถูกแทงไม่ยั้งตามคำขู่ จึงยอมเดินไปตามคำสั่งของชายร่างสูงผอม
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@