รุ่งเช้าของวันถัดมาเย่ชิงชิงล้างหน้าด้วยน้ำจากมิติ ก่อนจะพาเย่จื้อเฟิงออกไปนอกบ้านยามนี้ไร้ซึ่งทรัพย์สินเงินทอง แม้แต่ข้าวเช้าก็ยังไม่มีจะกิน
น้ำค้างในป่าเขายังไม่ระเหยไปกอหญ้านุ่มฟูเหล่านี้ทำให้ปลายเท้าของนางเปียกชื้นไปหมดตอนนี้รู้สึกไม่สบายตัวเอาเสียเลย
รองเท้าฟางเป็แบบนี้เองหรือนี่...เย่ชิงชิงก้มหน้าลงอย่างจนปัญญาทันใดนั้นสายตานางก็เหลือบไปเห็นเห็ดดอกเล็กดอกหนึ่งตั้งตรงอย่างสดใสอยู่กลางพงหญ้า
การเข้าป่าครานี้จุดประสงค์หลักคือหาอาหาร จากที่นางรู้มา มีเห็ดป่าหลายชนิดที่สามารถกินได้!
เย่ชิงชิงที่สะพายตะกร้าไว้หยุดฝีเท้าแม้ว่านางจะไม่เข้าใจวิธีแยกแยะว่าเห็ดชนิดใดกินได้แต่ก็สามารถนำไปถามลุงขาเป๋ที่อยู่ในหมู่บ้านได้
ลุงขาเป๋เป็หนึ่งในชาวบ้านไม่กี่คนที่เคยติดต่อกับเ้าของร่างเดิมเขาเข้าใจเื่สมุนไพรอยู่บ้างในตอนนั้นเมื่อนางป่วยเป็ไข้ทรพิษแล้วถูกทอดทิ้งอย่างไม่ไยดีก็ได้ลุงขาเป๋ผู้ใจดีที่ส่งน้ำมาให้หนึ่งชามมิเช่นนั้นนางคงจะตายเพราะขาดน้ำเสียก่อนที่จะตายเพราะป่วย
หลังจากทนรสขมของผักป่ามานานเย่ชิงชิงพลันมีจิตใจฮึกเหิมมุ่งหน้าไปตามหาเห็ดป่าและแน่นอนว่าผักป่าก็ไม่อาจปล่อยให้รอดสายตาไปได้
ตามพื้นที่ร่มรื่นมีเห็ดเล็กใหญ่ผุดขึ้นเป็จำนวนมากพวกมันเจริญเติบโตพร้อมน้ำค้างที่เกาะพราวบนดอก แถมยังมีผักป่าอีกจำนวนไม่น้อยเพียงไม่นานก็ได้เกือบครึ่งตะกร้า ระหว่างทางนางมองไปรอบด้านไม่ทันรู้ตัวก็เดินมาถึงสถานที่ที่นางวางกับดักไว้เมื่อวานแล้ว
“จี๊ดจี๊ด...”
เอ๊ะ?เย่ชิงชิงเงี่ยหูฟังด้วยความประหลาดใจเหมือนว่านางจะได้ยินเสียงร้องของสัตว์ตัวน้อย
นางค่อยๆเขี่ยพุ่มไม้ให้แยกออกจากกันพลันพบกับสัตว์ตัวเล็กขนปุยตัวหนึ่งหมอบอยู่กลางกับดักมันจ้องมองนางด้วยความระแวดระวัง
นี่มัน...สัตว์ตระกูลหนูไม่ใช่หรือ?
ขนสีขาวเหลืองฟูฟ่องดวงตาสีดำเป็ประกาย น่ารักกว่ากระรอกมาก แต่ไม่รู้ว่าเป็หนูชนิดใด...
“จี๊ดจี๊ด!” มันอ้าปากส่งเสียงร้องเตือนพร้อมกับพยายามดิ้นรนอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่มันดิ้นไปมาเถาวัลย์ที่ขาซ้ายก็ยิ่งรัดแน่นขึ้น มีเืไหลซึมออกมาเย่ชิงชิงจึงพบว่าสัตว์ตัวน้อยตัวนี้าเ็ั้แ่แรกแล้วก้อนเืสีแดงเข้มบนขาซ้ายน่าจะเป็ของเมื่อสองวันก่อน
เย่ชิงชิงจับคอของมันขึ้นมาอย่างไม่ลังเลมันอ้าปากกางเล็บออกแต่ก็ไม่สามารถทำอันตรายใดๆ ได้ โชคดีที่มันาเ็มิเช่นนั้นกับดักหยาบๆ นี้ก็คงจับมันไว้ไม่ได้
“น่าจะขายได้ราคาดีอยู่” เย่ชิงชิงเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ตามแบบฉบับมนุษย์
“โฮ่งๆ!”
เย่จื้อเฟิงเดินเข้ามาใกล้ๆพร้อมกับยิ้มอย่างคนปัญญาอ่อน
“...”เย่ชิงชิงยกมือตีเขาเบาๆ แล้วเอ่ยอย่างจริงจังว่า “คราวหน้าถ้ายังเลียนเสียงหมาอีก ข้าจะตีเ้านะ!”
เย่จื้อเฟิงถูกตีโดยไม่ทันตั้งตัวเขายกมือกุมศีรษะพลางมองนางด้วยสีหน้าไร้เดียงสา
เย่ชิงชิงใช้เถาวัลย์มัดเ้าตัวน้อยที่ไม่รู้จักชื่ออย่างระมัดระวังแล้วโยนใส่ตะกร้า
อาศัยผักป่าบังสายตาแล้วนำส้มสองลูกออกจากมิติโยนให้เย่จื้อเฟิงลูกหนึ่ง “นี่คือส้มที่เก็บจากต้นไม้แถวนี้กินเสร็จแล้วไปเก็บฟืนต่อ เข้าใจหรือไม่?”
เด็กอายุราวสิบขวบกำลังเป็่เติบโตเย่จื้อเฟิงคงจะหิวแล้ว เขาได้กลิ่นส้มแล้วกัดกินทันที
“เฮ้ย ต้องปอกเปลือกก่อน” เย่ชิงชิงรีบห้ามแล้วแบ่งส้มออกเป็สองซีกให้เขาเห็นเนื้อสีเหลืองส้มด้านใน
แม้เย่จื้อเฟิงจะสติเลอะเลือนแต่ก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้น ปกติเขาเป็คนเชื่อฟัง ไม่ก่อปัญหาไม่ว่าจะกินอะไรก็กินทั้งเปลือกทั้งเนื้อทันที
ส้มที่ปลูกเองในมิติรสชาติหวานชื่นยิ่งนักยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังไม่ได้กินข้าวเช้า กินไปสองคำก็หมดไปครึ่งลูกแล้ว
“จี๊ด~~”
เสียงร้องแ่เบาดังมาจากตะกร้าเย่ชิงชิงก้มหน้าลงมอง พบเพียงเ้าตัวน้อยกำลังจ้องมองส้มในมือนางด้วยสายตาแน่วแน่
เอ่อ...มันคงจะหิวแล้วใช่ไหม?
เย่ชิงชิงมองขนปุกปุยของมันแล้วแบ่งส้มให้มันหนึ่งกลีบ “ถือว่าเป็การตอบแทนที่เ้ากำลังจะนำความมั่งคั่งมาให้ข้าก็แล้วกัน”
เ้าตัวน้อยที่ยอมก้มหัวให้ส้มหนึ่งกลีบลดความระแวดระวังลงทันที และยอมรับอาหารที่ป้อนให้และนั่นทำให้เย่ชิงชิงถึงกับประหลาดใจ
หลังจากกินส้มเสร็จและนำเปลือกส้มไปฝังเรียบร้อยนางเห็นว่าพระอาทิตย์ขึ้นสูงแล้วทั้งสองคนสะพายตะกร้ากลับมายังบ้านน้อยมีรั้วไม้ไผ่กั้น
เมื่อมองดูพื้นที่เปียกชื้นของสวนผักนางซูคงจะหว่านเมล็ดผักเรียบร้อยแล้ว ที่น่าประหลาดใจคือนางแอบเช็ดน้ำตาอยู่
“ท่านแม่ ดูนี่สิ!” เย่ชิงชิงะโไปตรงหน้านางซูราวกับ้าอวดผลงานพร้อมกับยื่นตะกร้าให้
นางซูไม่คาดคิดว่าเด็กทั้งสองคนจะกลับมาในเวลานี้นางจึงลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางที่ดูเร่งรีบเล็กน้อย
เย่ชิงชิงแสร้งทำเป็มองไม่เห็นหยิบสัตว์ตัวน้อยที่ถูกมัดอย่างแ่าออกมา “มันคืออะไรกันเ้าคะ?”
“นี่คือ...” นางซูขอบตาแดงเล็กน้อยเอ่ยอย่างประหลาดใจว่า “เตียวสู่ [*] ตัวนี้มาจากไหนกัน?”
“เตียวสู่หรือเ้าคะ? เนื้อของมันอร่อยหรือไม่?”เย่ชิงชิงวางเ้าตัวน้อยลงบนมือของนางซู “มันติดกับดักของข้าเ้าค่ะ!”
“ชิงชิงของพวกเราเก่งที่สุดเลย” นางซูลูบศีรษะของบุตรสาวอย่างยินดี“ขนเตียวมีค่ามาก บรรดาฮูหยินคุณหนูชอบเลี้ยงไว้เป็สัตว์เลี้ยง”
นางซูก็เคยเลี้ยงสัตว์เลี้ยงตัวเล็กๆมาก่อน เมื่อครั้งสกุลเย่ร่ำรวย แต่ยามนี้ลูกของนางแม้แต่ข้าวยังไม่มีกิน...โชคชะตาช่างเล่นตลกเสียจริง
เย่ชิงชิงเห็นสีหน้าของมารดาดูเศร้าหมองจึงอดไม่ได้ที่จะคาดเดาว่าเมื่อครู่คงจะเกิดอะไรขึ้น ทันใดนั้น จู่ๆเย่จื้อเฟิงที่อยู่ข้างๆ ก็โผเข้ามาเกาะติดนาง พร้อมกับพูดไม่หยุดว่า“กิน กิน กิน...”
เชิงอรรถ
[*]เตียวสู่ (貂鼠) หมายถึงมิงค์ คือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์เดียวกับเพียงพอน ขนหนานุ่มและเงางาม