หลังจบการทดลอง สืออวี่ก็ตกอยู่ในสภาวะหมดสภาพของจริง ทั้งหิว ทั้งเหนื่อย แถมยังง่วงจนตาจะปิดอยู่รอมร่อ
ตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะทำความสะอาดลานบ้านก่อน แต่ดูสภาพสังขารตัวเองตอนนี้แล้ว... เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน วันนี้ขอนอนก่อนดีกว่า
“ดึกแล้ว เดี๋ยวฉันไปเตรียมมื้อเย็นก่อนนะ” สืออวี่หันไปบอก
“เ้าสิบเอ็ด นายพักผ่อนไปก่อน เดี๋ยวเสร็จแล้วจะเรียก”
อสูรกินเหล็กที่แอบมองอยู่หลังต้นไม้: |д•´)!!
พักเหรอ?
มันสะบัดหน้าหนีทันที จะให้พักได้ยังไงกัน!
อุตส่าห์ได้สกิลกายาเหล็กมาครองทั้งที จะให้นอนเฉยๆ ได้ยังไง! มันตามหลังพวกอสูรกินเหล็กรุ่นเดียวกันมานานเกินไปแล้ว ต้องเร่งฝึกฝนให้หนักกว่านี้สิ
ถ้ายังฝึกไม่ครบสองชั่วโมง มื้อเย็นวันนี้… มันกินไม่ลงหรอกนะ!
สืออวี่ (ผู้มีสื่อจิต): ???
สืออวี่ถึงกับอึ้ง เป็อย่างที่หลินซิวจู๋พูดไว้ไม่มีผิด เ้านี่มันไม่ปกติจริงๆ
ทั้งที่ตะกละอยากกินของอร่อยแทบตาย แต่ดันมีคติประจำใจว่าถ้าไม่ฝึกก่อนก็ไม่สมควรได้กิน? วินัยนี่มันจะตึงเกินเบอร์ไปแล้วมั้ง
“ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ วันนี้ถือเป็กรณีพิเศษ พักบ้างไม่เป็ไรหรอกน่า” สืออวี่พยายามเกลี้ยกล่อม แต่อสูรกินเหล็กยังคงส่ายหน้า
“เฮ้อ... ช่างเถอะ งั้นนายไปทำความคุ้นเคยกับสกิลกายาเหล็กที่ลานบ้านรอไปก่อนแล้วกัน” สืออวี่จำต้องตัดบท
“โฮก—”
สิบเอ็ดพยักหน้าหงึกหงัก ลืมเื่ที่สืออวี่จะแย่งหน่อไม้ไปกินอย่างสนิทใจ สีหน้าของมันค่อยๆ เคร่งขรึมขึ้น ขณะที่หันไปมองกำแพงรอบลานบ้าน สายตามุ่งมั่นนั้นเล่นเอาสืออวี่สะดุ้งโหยง
“เดี๋ยวก่อน! ฝึกเื่ระยะเวลาการคงสภาพ กับการเรียกใช้ก่อน! ต้องทำให้เปิดใช้สกิลกายาเหล็กเฉพาะส่วนได้อย่างรวดเร็ว เื่อื่นเอาไว้ทีหลัง”สืออวี่รีบะโห้าม
การฝึกสกิลกายาเหล็กจริงๆ แล้วไม่ซับซ้อน สกิลระดับต่ำส่วนใหญ่มักมีแพตเทิร์นการฝึกตายตัว
หนังสือคู่มือที่หลินซิวจู๋ให้มาระบุไว้ชัดเจนว่า ‘ค่าความชำนาญ’ ของสกิลกายาเหล็ก แบ่งออกเป็ 4 ด้านหลักๆ คือ ระยะเวลาคงสภาพ ส่วนที่ครอบคลุม ความเร็วในการเรียกใช้ และความแข็งแกร่ง
จากสายตาเมื่อกี้ เห็นได้ชัดเลยว่าเ้าสิบเอ็ดตั้งใจจะฝึกความแข็งแกร่งเป็อย่างแรก
ซึ่งวิธีฝึกด้านนี้ เ้าสิบเอ็ดรู้ดีมาั้แ่ตอนอยู่ศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์อสูรแล้ว นั่นคือทำให้ร่างกายที่ใช้กายาเหล็กแข็งแกร่งขึ้นดุจเหล็กกล้าที่ผ่านการทุบตีนับพันครั้ง พูดง่ายๆ ก็คือ… ถ้าไม่โดนอัด ก็ต้องใช้ร่างตัวเองไปไล่ทุบของแข็ง
ก่อนหน้านี้ตอนยังใช้กายาเหล็กไม่เป็ก็แล้วไป แต่ตอนนี้ถ้าปล่อยให้ฝึกแบบนั้นจริงๆ บ้านเขาคงไม่เหลือซาก สืออวี่เลยรีบเบรกตัวโก่ง และสั่งให้มันไปฝึกด้านอื่นก่อน
“การฝึกความแข็งแกร่ง เอาไว้ทีหลัง เข้าใจไหม”
สิบเอ็ดเกาแก้มแก้เขิน แล้วพยักหน้ารับอย่างไม่เต็มใจนัก
สืออวี่ถอนหายใจโล่งอก แปลกดีแฮะ… ทั้งที่สัตว์อสูรมีวินัยถือเป็เื่ดีแท้ๆ แต่ทำไมเขากลับรู้สึกเหนื่อยใจแบบบอกไม่ถูก
“เฮ้อ…”
หลังจัดการเื่วุ่นวายของอสูรกินเหล็กเรียบร้อย สืออวี่ก็หันมาสนใจหนอนไหมเขียวที่นอนนอนแน่นิ่งอยู่มุมห้อง เขารื้อขดลวดในบ้านมาดัดเป็กรงง่ายๆ เพื่อเลี้ยงมันไว้
หลังจากใช้หนอนไหมเขียวในการทดลอง และเห็นค่าความชำนาญของสกิลพ่นใยเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สืออวี่ก็ปิ๊งไอเดียหาเงินขึ้นมาทันที
เส้นไหมของหนอนไหมเขียวมีประโยชน์หลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็อุตสาหกรรมเสื้อผ้า การแพทย์ หรือภาคอุตสาหกรรมหนัก ล้วนเป็ที่้าทั้งสิ้น
ทั้งในเมืองผิงเฉิงและเมืองปิงหยวน ต่างก็มีศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์อสูรที่เลี้ยงหนอนไหมเขียวเพื่อผลิตเส้นไหมโดยเฉพาะ
แต่เส้นไหมจากสายพานการผลิตทั่วไป แม้คุณภาพจะไม่แย่ แต่ก็ไปไม่ถึงระดับท็อป เส้นไหมคุณภาพสูงจริงๆ มักมาจากสัตว์อสูรของผู้ฝึกอสูรที่ได้รับการดูแลอย่างดีโดยตรง ตลาดรับซื้อมีรองรับอยู่เพียบ และยิ่งคุณภาพเส้นไหมสูง ราคาก็ยิ่งแพง
เื่นี้ถือเป็เื่ปกติของโลกใบนี้ ไม่ใช่แค่เส้นไหมเท่านั้น ผลผลิตจากสัตว์อสูรจำนวนมากล้วนมีมูลค่า
ผู้ฝึกอสูรที่ใช้สัตว์อสูรธาตุไม้เร่งการเติบโตของพืชิญญา หรือผู้ฝึกอสูรสายรักษาที่ช่วยเยียวยาผู้ป่วย ล้วนใช้ความสามารถเหล่านี้เป็ช่องทางกอบโกยรายได้เสริมกันทั้งนั้น
สืออวี่เลยคิดว่า ในเมื่อการปั๊มค่าความชำนาญให้หนอนไหมเขียวไม่ใช่เื่ยากสำหรับเขา และธุรกิจรับซื้อเส้นไหมก็มีตลาดรองรับชัดเจน เขาก็แค่ต้องคว้าโอกาสนี้ไว้
เลี้ยงอสูรกินเหล็กไป ก็เลี้ยงหนอนไหมเขียวไปพร้อมกัน ยังไงตอนนี้มันก็กินแค่ใบไม้ธรรมดา ของแบบนั้นหาได้ทั่วไปแทบไม่ต้องลงทุน
รอให้ปั๊มค่าความชำนาญของสกิลพ่นใยไปถึงขั้นสมบูรณ์แบบ คุณภาพเส้นไหมที่ได้… ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน
ถึงตอนนั้น แค่ขายเส้นไหมสักมัด ปัญหาถังแตกก็คงจะคลี่คลายได้ในพริบตา
“จี๊—” หนอนไหมเขียวล้มตัวลงนอนในกรงอย่างหดหู่ เหมือนรู้ชะตากรรม
สืออวี่มองแล้วหัวเราะร่า โทษทีนะเ้าหนอน แต่เพื่อปากท้องของพวกเราจริงๆ
เสียดายที่สติปัญญาของหนอนไหมเขียวไม่สูง ไม่อย่างนั้นถ้าเป็สัตว์อสูรตัวอื่นที่รู้ความหน่อย เจอโอกาสเพิ่มค่าความชำนาญไวปานจรวดขนาดนี้ คงแห่กันมาขอให้เขาเลี้ยงแล้ว
ตกกลางคืน
หลังมื้อค่ำ ทั้งสืออวี่และอสูรกินเหล็กต่างก็หมดสภาพ การเปิดใช้งานสกิลกายาเหล็กอย่างต่อเนื่องระหว่างฝึก ทำให้เ้าสิบเอ็ดผลาญพละกำลังไปมหาศาล
พอกินอิ่ม มันก็ล้มตัวลงนอนทันที ร่างกลมป้อมขดเป็ก้อนเดียว แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย แต่มันกลับหลับสนิท แถมยังอมยิ้มตอนหลับอีกด้วย
สืออวี่มองภาพนั้นแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้ นิสัยขยันขันแข็งแบบนี้… นอกจากเป็พร์ติดตัวแล้ว ประสบการณ์เลวร้ายในชีวิตที่ผ่านมาก็คงมีส่วนไม่น้อย
ทั้งที่ชอบกินขนาดนั้น แต่กลับยอมหักห้ามใจไม่กินถ้ายังฝึกไม่เสร็จ
เป็เพราะกลัวสินะ… กลัวว่าถ้าไม่ขยันพอ จะถูกทิ้งอีกครั้งหรือเปล่า?
ในฐานะผู้ฝึกอสูรของมัน สืออวี่พอจะััความคิดเ่าั้ได้ลางๆ
ในสายตาของเ้าสิบเอ็ด สาเหตุที่ไม่เคยมีใครเลือกมัน ก็เพราะมันทำผลงานได้แย่เกินไป
‘วางใจเถอะ ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่ทิ้งนายหรอก’
การที่ผู้ฝึกอสูรเปลี่ยนสัตว์อสูรเป็เื่ปกติ โดยเฉพาะเมื่อตัวเองแข็งแกร่งขึ้น ก็มักจะเลือกตัวที่มีระดับเผ่าพันธุ์สูงกว่ามาแทนที่ของเดิม
สืออวี่ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปได้ไกลแค่ไหนในเส้นทางนี้ แต่เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ทอดทิ้งสัตว์อสูรที่ทำพันธสัญญาด้วย
ต่อให้เป็เผ่าพันธุ์ระดับต่ำก็ไม่เป็ไร อย่างมากเขาก็แค่ยอมเสี่ยงตายไปคัดลอกสกิลระดับเทพมาสอนให้พวกมันสักสองสามสกิลก็จบ
จะว่าไป… อสูรกินเหล็กมีเส้นทางวิวัฒนาการหรือเปล่านะ? เื่นี้สืออวี่ยังไม่รู้ข้อมูลเลยจริงๆ
หลังจากนั่งคิดอะไรเพลินๆ เขาก็เก็บเ้าสิบเอ็ดเข้าไปในห้วงมิติอสูร การพักผ่อนในนั้นช่วยฟื้นฟูร่างกายได้ดีกว่า แถมยังหลับสบายกว่าข้างนอกเยอะ
สุดท้าย สืออวี่เองก็ทิ้งตัวลงนอน ปล่อยความคิดล่องลอยไปเรื่อยๆ ก่อนจะเผลอหลับไปพร้อมความเสียดายเล็กๆ
‘รู้งี้… ไม่รีบเรียกกลับเข้าไปก็ดี ยังไม่ทันได้ลองเอาหมีแพนด้ามาหนุนเป็หมอนเลย…’