ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 36 ผู้กล้ากับไอ้บ้า

            เมื่อหลินหยางหันหลังกลับมามอง ก็พบว่าภายในโพรงถ้ำขนาดใหญ่นี้กลับมีเจ้านกตัวจ้อยขนสีแดงสดนอนอยู่

            ตอนนี้มันกำลังนอนเคี้ยวหญ้าอยู่บนต้นหญ้าที่เป็นเหมือนที่นอนของมันอยู่แถมมันยังน้ำลายไหลออกมาไม่หยุดอีกด้วย

            สิ่งแรกที่หลินหยางคิดคือ

            เจ้านกนี่ ทำไมพูดภาษามนุษย์ได้เล่า?

            หรือว่ามันคือปีศาจ

            แต่ก็ดูไม่น่าจะใช่นะ...มันมีปีศาจที่ตัวเล็กกระจ้อยร่อยแบบนี้ด้วยหรือ?

            แถมเจ้าตัวเล็กนี่ก็พิการอีก เกิดมามีขาแค่ข้างเดียวดูน่าสงสารมากกว่าอีก...

            แต่ในขณะที่หลินหยางกำลังเดินเข้าไปหาเจ้านกนี่ด้วยความสงสารนั้นความทรงจำส่วนหนึ่งของจักรพรรดิฟ้าก็ไหลเข้าสู่สมองของเขาทำเอาเขายืนอึ้งไปครู่หนึ่งเลยหลังจากนั้นไม่นานก็แย้มยิ้มออกมาด้วยความยินดีสุดขีดโดยไม่ปิดบัง!!

            โอ้โห!!

            เจ้าตัวเล็กนี่คือหนึ่งในสิบสัตว์เทพในตำนาน วิหคเพลิงศักดิ์สิทธิ์- ปี้ฟัง?

            อีกทั้งยังถูกจักรพรรดิฟ้าสะกดพลังเทวะของมันเอาไว้แล้วด้วยกลายเป็นสัตว์เลี้ยงศักดิ์สิทธิ์ของข้าแล้วอย่างนั้นหรือ??

            สัตว์เทพเลยนะ!

            จากที่เห็นในความทรงจำของจักรพรรดิฟ้านั้น เหล่าสัตว์เทพในตำนานนั้นมีพลังมหาศาลในระดับที่สูงเกินกว่ามนุษย์ธรรมดาจะต่อกรได้มีเพียงเหล่าเซียนวิเศษในอดีตเท่านั้นที่สามารถต่อกรกับพวกมันได้

            สัตว์เทพแค่ตัวเดียวก็มีพลังมากพอที่จะทำลายทวีปๆ หนึ่งทิ้งได้แล้วทวีปหวู่ชี่ที่เขาเหยียบอยู่ตอนนี้ไม่มีทางสามารถทนรับเปลวเพลิงอันร้อนแรงของปี้ฟังตัวเต็มวัยได้แน่

            แต่ตัวตนที่ทรงพลังในระดับที่สามารถสั่นคลอนโลกมนุษย์ได้ง่ายๆ อย่างสัตว์เทพนี่กลับกลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงศักดิ์สิทธิ์ของเขาไปเสียอย่างนั้น!!

            นี่มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีจนแทบคลั่งเลยนะ!!

            หลินหยางไม่คิดเลยว่าจักรพรรดิฟ้าหลีหั่วท่านนั้นจะทิ้งของขวัญสุดล้ำค่าเอาไว้ให้เขาก่อนจากไปด้วย ตัวเขาที่ปกติมักทำตัวสุขุมตอนนี้ยังอดไม่ได้ที่จะระเบิดรอยยิ้มแห่งความสุขออกมา

            ถึงแม้ว่าเจ้าปี้ฟังตัวนี้จะถูกผนึกพลังส่วนใหญ่เอาไว้แล้วก็ตามหลินหยางรู้ว่านั่นคือกฎเหล็กสำหรับการจับสัตว์เลี้ยงศักดิ์สิทธิ์ สัตว์เลี้ยงศักดิ์สิทธิ์จะแข็งแกร่งกว่าเจ้าของมากเกินไปไม่ได้มิฉะนั้นพันธสัญญานายทาสที่ถูกสร้างขึ้นเอาไว้ในส่วนลึกสุดของวิญญาณจะถูกทำลายทิ้งได้

            แต่ถ้าเขาพัฒนาระดับฝีมือของตัวเองไปเรื่อยๆ ละก็พลังของปี้ฟังตัวนี้เองก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามไปเรื่อยๆไม่แน่อาจจะแข็งแกร่งจนกลับไปเทียบเท่าเหล่าสัตว์เทพในตำนานตัวอื่นๆ อีกครั้งก็เป็นได้!!

            กำไรบานแน่คราวนี้

            เส้นทางล้างแค้นของหลินหยางตอนนี้มีกำลังรบสุดแกร่งเพิ่มมาอีกหนึ่งแล้ว

            เขายิ้มพลางเดินเข้าไปหาเจ้านกน้อยที่นอนอยู่ แล้วค่อยๆ อุ้มตัวตนสุดล้ำค่านี่ขึ้นมาเบาๆแต่ถึงจะพยายามใช้แรงให้น้อยที่สุดแล้วก็ตามแต่สุดท้ายมันก็ตกใจจนตื่นขึ้นมาอยู่ดี

            ตื่นซะแล้ว

            หลินหยางอยู่ๆ ก็รู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมา

            นี่มันสัตว์เทพเลยนะ!!

            ตัวตนที่สามารถสั่นสะเทือนไปถึงสวรรค์เลยนะ!!

            เจ้านกน้อยขนสีแดงยกปีกของมันขึ้นมาขยี้ตาปากก็บ่นพึมพำพึมพำออกมา “แม่มันเถอะใครหน้าไหนมันบังอาจมารบกวนตอนข้ากำลังกินหม้อไฟมังกรกันเมนูที่อร่อยที่สุดอย่างตับมังกรพึ่งจะถูกเสิร์ฟขึ้นโต๊ะเองแท้ๆ...”

            เอ่ออ...

            แววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังของหลินหยางหม่นลงไปเล็กน้อย

            สัตว์เทพตัวนี้ทำไมมันดูไม่ค่อยเต็มเต็งซักเท่าไรเลย...

            และในจังหวะที่เจ้านกน้อยตื่นขึ้นมาอย่างเต็มตาแล้วหันมาเจอหน้าของหลินหยางนั้นมันก็ตื่นตัวขึ้นมาในพริบตา มันรีบบินฟิ้วไปก้มลงกราบอยู่บนมือทั้งสองข้างของหลินหยางอย่างรวดเร็ว

            “ท่านผู้กล้า!!”

            “ขอบพระคุณท่านที่ไว้ชีวิตข้า ข้ามีนามว่า หั่วเอ๋อร์ท่านจะเรียกข้าว่าเสี่ยวหั่วก็ได้ นับจากนี้ไปข้าคือคนของท่านแล้วท่านสั่งให้ข้าไปซ้าย หั่วเอ๋อร์ไม่มีทางหันหัวไปขวาเด็ดขาดหรือถ้าท่านสั่งให้ข้าไปย่างน่องไก่ หั่วเอ๋อร์ไม่มีทางแอบไปย่างไตแพะแทนแน่...”

            “ท่านผู้กล้า ท่านผู้มีอิทธิฤทธิ์เทียมฟ้า หั่วเอ๋อร์ขอติดตามท่านไปตลอดชีวิตเลย...เอ๋? ไอ้หยา ท่านผู้กล้า ท่านจะสะกดพลังของข้าไว้ทำไมเล่า!! อย่างนี้หั่วเอ๋อร์ก็ย่างน่องแพะให้ท่านกินไม่ได้น่ะสิ!!!!”

            แววตาของหลินหยางเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง...

            ไอ้บ้าแบบนี้นี่นะสัตว์เทพ!!!!

            เขามองดูเจ้าสัตว์เทพที่วาจาหยาบคายตัวนี้อย่างอ่อนเพลีย ไม่รู้ว่ามันไปเอาคำพูดพวกนี้มาจากไหน

            แต่หลินหยางก็พลันสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง

            วิหคเทพอัคคี...

            รู้แล้วว่าจะเอาไฟวิญญาณมาจากไหน!!

            ..................................

            ตอนนี้ พรรคพวกของหลินหยางก็มี “หั่วเอ๋อร์” ปี้ฟังที่ดูภายนอกไม่ต่างอะไรกับนกสีแดงธรรมดาๆตัวหนึ่งเลย เพิ่มขึ้นมาหนึ่งตัว

            หลังจากที่ทั้งสองได้รู้จักกันแล้วเป็นระยะเวลาสั้นๆทั้งสองต่างก็มีความคิดว่าอีกฝ่ายนั้นดูพึ่งพาไม่ค่อยได้เหมือนกัน

            พลังของหลินหยางอยู่ๆ ก็ลดลง อดีตสัตว์เทพรู้สึกสิ้นหวัง

            ลักษณนิสัยบ้าๆ บอๆ ของหั่วเอ๋อร์เองก็ทำเอาหลินหยางเคยคิดอยากจะถอนขนของมันออกมาทั้งตัว

            แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พันธสัญญาอสูรศักดิ์สิทธิ์ระหว่างหลินหยางและหั่วเอ๋อร์ก็ไม่สามารถยกเลิกได้แล้วหนึ่งคนกับหนึ่งตัวต้องเริ่มฝึกฝนและเอาชีวิตรอดในเทือกเขาเมฆมรกตภายใต้บรรยากาศที่แต่ละฝ่ายต่างก็ไม่สบอารมณ์อีกฝ่ายเหมือนกันแบบนี้

            ..................................

            ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง ณ เมืองอวิ๋นเฉิงหลังจากที่เหตุการณ์สังหารหมู่นั่นเกิดขึ้น ความขัดแย้งระหว่างตระกูลเวินและตระกูลเฉินก็มาถึงจุดที่ไม่อาจกลับไปแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว

            ในวันที่สองหลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นเวินติ่งเทียนก็ได้รวบรวมคนของตระกูลเวินนับร้อยคนมา แต่ละคนล้วนสวมเสื้อสีขาวบนหัวคาดเอาไว้ด้วยผ้าสีเลือด พวกเขาพากันมาเรียกร้องความยุติธรรมกันถึงหน้าประตูของคฤหาสน์ตระกูลเฉิน

            ชีวิตไถ่ชีวิต เลือดต้องล้างด้วยเลือด!!

            ตัวอักษรคำว่าโลหิตที่ถูกเขียนขึ้นด้วยเลือดสดๆ ถูกเชิดขึ้นบนธงที่กำลังโบกสะบัดอยู่ที่หน้าประตูของคฤหาสน์ตระกูลเฉินเวินติ่งเทียนและแม่ทัพตู้หมิงแห่งกองกำลังพิทักษ์เมืองอวิ๋นเฉิงร่วมมือกันมาเพื่อถามหาความยุติธรรมให้กับทั้งหกสิบแปดชีวิตของตระกูลเวินที่ถูกฆ่าตายไป

            แต่เรื่องที่ทำให้คนของตระกูลเวินและแม่ทัพตู้หมิงไม่อยากจะเชื่อเลยก็คือการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมในครั้งนี้กลับถูกพวกข้าราชการของอาณาจักรชูอวิ๋นขัดขวางด้วยวิธีการที่น่าเกลียดและไร้ยางอายที่สุด

            หัวหน้าผู้ดูแลภายในของราชสำนัก หวังหมิงชงได้รวบรวมกำลังทหารของราชวงศ์กว่าสองพันคนมาล้อมรอบกลุ่มคนของเวินติ่งเทียนเอาไว้พร้อมกับบังคับให้สลายตัวภายในสิบนาที ส่วนเหตุผลน่ะหรือ

            สร้างความวุ่นวายในที่สาธารณะ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของสังคม

            เวินติ่งเทียนโมโหจนแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว

            มารดามันเถอะ!! อีกฝ่ายสังหารคนของตระกูลเวินเราไปหกสิบกว่าชีวิตนั่นไม่ส่งผลต่อความมั่นคงบ้างเลยหรือ?

            แต่ถึงจะโมโหอย่างไรก็ทำอะไรไม่ได้จริงๆ

            การฆ่าคนนอกเมืองอวิ๋นเฉิงนั้นไม่ได้อยู่ในความดูแลของราชการแต่ภายในเมืองนั้นไม่อนุญาตให้ใครก็ตามสร้างความวุ่นวายโดยเด็ดขาดเพราะมันจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของจักรพรรดิ

            ลำเอียงกันชัดๆ

            เป็นกฎที่เอาไว้ปกป้องพวกตระกูลเฉินชัดๆ

            แต่ตระกูลเวินเองก็ไม่มีวิธีอื่นแล้ว....

            แม้แต่แม่ทัพตู้หมิงแห่งกองกำลังพิทักษ์เมืองอวิ๋นเฉิงก็ไม่มีสิทธิเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการตัดสินใจของพวกฝ่ายดูแลกิจการภายในทำได้แค่กัดฟันเกลี้ยกล่อมให้เวินติ่งเทียนยอมถอยออกมาก่อน เขาจะช่วยนำเรื่องนี้ไปรายงานฝ่ายกองทัพเพื่อขอร้องให้แม่ทัพหู้กั๋วช่วยล้างแค้นให้ตระกูลเวิน

            เวินติ่งเทียนโมโหจนหัวแทบจะลุกเป็นไฟ

            คนของตระกูลเวินเองก็รู้สึกไม่สบอารมณ์จนอยากจะเอาหัวโขกกำแพงตายไปให้รู้แล้วรู้รอด

            และที่ยิ่งทำให้โมโหมากกว่าเดิมก็คือ ในขณะที่คนของตระกูลเวินกำลังจะถอยกลับไปแล้วนั้นประตูของคฤหาสน์ตระกูลเฉินที่ปิดแน่นมาตลอดก็เปิดออกมา

            เฉินเย่เซิงเดินออกมาพร้อมกับหัวเราะฮ่าฮ่าใส่เวินติ่งเทียนที่กำลังโกรธจนตัวสั่น

            “พี่น้องเวินเอ๋ย ทำไมต้องโมโหขนาดนั้นด้วยเล่า?ไอ้พวกที่ตายมันก็แค่พวกคนรับใช้ระดับล่างเองทำอย่างกับคนที่ตายคือพ่อแท้ๆ ไปได้...ถ้าเจ้าเสียใจขนาดนั้นจริงๆ ละก็เดี๋ยวข้ามอบคนใช้หกสิบกว่าคนให้ก็ได้ ดีไหม!!”

            ไอ้ชาติชั่ว!!!!

            ข้าขอสาปแช่งคนทั้งโคตรของตระกูลแก ไอเฉิ้นเย่เซิง!!!!

            เวินติ่งเทียนระเบิดความพิโรธทั้งหมดออกมาทันทีเขาระเบิดพลังออกมาอย่างรุนแรงเตรียมจะเข้าไปแลกชีวิตกับเฉินเย่เซิงแล้ว

            เหล่านักรบทั้งหกสิบกว่าคนนั่นล้วนเป็นมือดีที่เขาชุบเลี้ยงขึ้นมาด้วยตัวเองถังหงและหลิ่วชิงเองก็เป็นเพื่อนตายของเขา ถูกคนอย่างมันสังหารอย่างโหดเหี้ยมอำมหิตมาตอนนี้ยังต้องถูกไอ้ชาติหมาเฉินเย่เซิงเหยียดหยามอีก

            รังแกกันเกินไปแล้ว!!

            สวรรค์ไม่เห็นจะยุติธรรมเลย!!!!

            ทันใดนั้นเหล่าทหารของราชวงศ์นับร้อยคนก็เข้ามายืนคุ้มกันอยู่ตรงด้านหน้าของเฉินเย่เซิงราวกับกำแพงมนุษย์ขวางกั้นตระกูลเวินที่กำลังบันดาลโทสะอย่างเกรี้ยวกราด

            “อย่าผลีผลามนะ!! พี่น้องเวิน!!”

            ตู้หมิงพยายามฉุดรั้งเวินติ่งเทียนเอาไว้สุดชีวิต

            ถ้าหากเวินติ่งเทียนลงมือตอนนี้ละก็เท่ากับว่าเขาคิดจะต่อต้านผู้ดูแลภายใน ต่อต้านราชสำนักของอาณาจักรชูอวิ๋นความผิดครั้งนี้ร้ายแรงพอที่จะจับกุมคนของทั้งตระกูลเวินได้เลย!!!!

            เวินติ่งเทียนกัดฟันแน่นด้วยความโมโหจนมีเลือดไหลออกมา

            ทั้งเวินเทา เวินชิงชิง สองยอดฝีมือระดับเซียนเทียน และเหล่านักการช่างอันดับหนึ่งของเลี่ยนเทียนเฮ่าต่างก็โมโหจนแทบคลั่งเช่นกัน

            แม่มันเถอะ ไอ้พวกผู้ดูแลภายในนี่มันบ้าไปแล้วรึไง?

            ไม่คิดว่ามันจะไม่สนความผิดถูกถึงขนาดนี้!!!!

            มีเพียงแค่เฉินเย่เซิงเท่านั้นที่ยังคงพูดพล่ามอย่างได้ใจออกมาไม่หยุด“พี่น้องเวินเอ๋ยครั้งต่อไปถ้าจะมาหาเรื่องข้า รบกวนท่านช่วยเตรียมหลักฐานมาด้วยนะรวมคนออกมาเยอะขนาดนี้ แต่ก็กลับไปแบบมือเปล่าเสียอย่างนั้นตระกูลเวินนี่ดูท่าทางจะว่างมากจนมีเวลามาทำเรื่องไร้สาระแบบนี้เชียว!!”

            ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!

            คราวนี้แม้แต่ทหารของราชสำนักบางคนก็ยังทนแทบไม่ไหวแล้ว ไอ้เฉินเย่เซิงนี่ชั่วช้าเกินไปแล้วมันคิดจะทำให้คนคลั่งตายชัดๆ

            เวินติ่งเทียนทำได้แค่ชกหมัดใส่รูปปั้นราชสีห์ตรงหน้าประตูคฤหาสน์เฉินจนพังไปตัวหนึ่งจากนั้นก็กัดฟันพาพรรคพวกถอยกลับคฤหาสน์ตัวเองไป

            เรื่องราวในครั้งนี้เวินติ่งเทียนถูกอำนาจของพวกผู้ดูแลภายในกดดันอย่างหนักทำให้ชื่อเสียงของตระกูลเวินที่มีประวัติยาวนานนับร้อยปีต้องถูกดูหมิ่นอย่างรุนแรงที่สุดแต่สิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดมากที่สุดคือ...

            นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของยุคมืดของตระกูลเวินเท่านั้น

            หนึ่งสัปดาห์ต่อมา คดีสังหารโหดที่เทือกเขาเมฆมรกตนั้นถูกสรุปว่าเป็นการกระทำโดยพลการของเหล่าผู้อาวุโสระดับเซียนเทียนของตระกูลเฉินเท่านั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเฉินเย่เซิงและตระกูลเลย ราชสำนักจึงออกคำสั่งว่าห้ามตระกูลเวินทำพฤติกรรมที่เป็นการล้างแค้นกับตระกูลเฉินโดยเด็ดขาด

            และช่วงเวลาหลายเดือนนับจากนั้นตระกูลเฉินก็ร่วมมือกับตระกูลโอวหยาง โจมตีกิจการของตระกูลเวินพร้อมกัน

            เริ่มที่ตระกูลโอวหยางโดยพวกมันได้ติดต่อกับพวกผู้ผลิตวัตถุดิบประเภทหินแร่ อัญมณีโดยเสนอราคาที่สูงกว่าหนึ่งเท่าเพื่อให้พวกเขายุติการผลิตวัตถุดิบให้กับตระกูลเวิน

            ถึงแม้ตระกูลเวินจะดำเนินกิจการในอาณาจักรชูอวิ๋นมานานหลายปีเวินติ่งเทียนเองก็เป็นคนที่จิตใจดีและปากหวานคนหนึ่งแต่เหล่าพ่อค้าก็มักจะพ่ายแพ้ให้กับกำไรและความโลภกันมากกว่า ในระยะเวลาสั้นๆ แค่สามเดือนก็มีผู้ผลิตรายใหญ่ประมาณสี่ห้ารายที่ลดปริมาณวัตถุดิบที่จะส่งให้กับตระกูลเวิน

            ต่อมาก็ถึงที่ของตระกูลเฉินออกโรง

            เป้าหมายของพวกมันก็คือเหล่าร้านค้าปลีกของตระกูลเวิน

            ตลาดงานช่างของทั้งอาณาจักรชูอวิ๋นนั้น มีมากถึงหกสิบเปอร์จากร้อยส่วนที่ขายสินค้าของตระกูลเวินเฉินเย่เซิงนั้นก็ใช้เวลาสั้นๆ ไม่กี่เดือนใช้ความสามารถด้านการช่างสุดลึกลับและแข็งแกร่งของซ่างกวันเฟยในการผลิตสินค้าคุณภาพดีแต่ราคาถูกออกมาจำนวนมหาศาล

            โดยเฉินเย่เซิงเริ่มจากปล่อยให้สินค้าพวกนี้ไหลเข้าสู่ตลาดมืดก่อนเพื่อให้ราคาในตลาดปั่นป่วน ตามด้วยแอบส่งคนออกไปติดต่อกับพวกร้านค้าปลีกอย่างลับๆโดยเสนอสินค้าที่ราคาถูกกว่าตระกูลเวินถึงสองเท่า เมื่อเจอแบบนี้เข้าไปทั้งตลาดงานช่างเกิดการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในทันที

            สงครามการค้าในเมืองอวิ๋นเฉิงครั้งนี้ดุเดือดเป็นอย่างมาก

            แต่เดิมนั้นเรื่องราวเล็กใหญ่ทั้งหมดในเมืองนั้นจะมีฝ่ายดูแลภายในเป็นผู้ดูแลจัดการแม้แต่กิจการของทั้งสามตระกูลใหญ่เองก็มีการทำสัญญากันไว้แล้วเช่นกันแต่เฉินเย่เซิงในตอนนี้ไม่สนใจสัญญาพวกนั้นอีกต่อไปมันเปิดฉากโจมตีกิจการของตระกูลเวินอย่างไม่ปิดบัง สิ่งเดียวที่มันยังไม่ได้ทำก็คือการสร้างโรงการช่างของตัวเองขึ้นมาเท่านั้น

            และขั้นตอนนั้น ถ้าผ่านงานเทศกาลขุมทรัพย์สมบัติวิญญาณไปแล้วและได้รับอนุญาตจากฝ่ายดูแลภายในเรียบร้อยแล้วละก็พวกเขาจะดำเนินการสร้างโรงการช่างขึ้นอย่างไม่เกรงใจในทันที

            เวินติ่งเทียนที่ต้องรับการโจมตีของสองตระกูลใหญ่พร้อมกันแบบนี้นับเป็นช่วงเวลาที่มืดมนและตกต่ำที่สุดในชีวิตของเขาแล้วจริงๆ

            แต่ละวันนั้นมีข่าวร้ายส่งมาไม่หยุดราวกับเกล็ดหิมะที่พัดลอยมาจากทุกสารทิศทำเอาเขาหัวหมุนไปหมด เพียงแต่ยังโชคดีที่ว่าตระกูลเวินยังมีผลิตภัณฑ์ใหม่สองชิ้นที่หลินหยางเหลือทิ้งไว้ให้- ยาหลอมฟ้าและโล่เหล็กอักขระเมฆ

            ด้วยความสามารถล้ำสมัยของมันถึงแม้ว่าตระกูลเวินจะกำลังตกที่นั่งลำบากแต่ก็ยังสามารถได้กำไรจากมันในปริมาณที่มหาศาลซึ่งมันทำให้พวกเขายังคงสามารถทนรับการโจมตีทางการค้าจากสองตระกูลนั่นได้นานถึงสามเดือน

            พอผ่านไปสามเดือนแล้ว ทั้งสอองตระกูลถึงพบว่าถึงตระกูลเวินจะถูกบีบจนตกอยู่ในที่นั่งลำบากแล้วก็ตามแต่พวกมันก็ยังสามารถยืนหยัดอยู่ได้ ทำให้เฉินเย่เซิงรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก

            ไอ้งูพิษตัวนี้กำลังจะใช้วิธีที่ชั่วช้ายิ่งกว่าเดิมแล้ว

            เขาเริ่มเสนอค่าจ้างที่สูงกว่าให้เหล่านักการช่างของตระกูลเวินโดยเสนอให้มากกว่าของตระกูลเวินสองถึงสามเท่า

            ด้วยค่าจ้างที่สูงขนาดนี้ทำให้เหล่านักการช่างระดับล่างของตระกูลเวินเลือกที่จะลาออกแต่เหล่านักการช่างระดับสูงนั้นไม่มีใครคิดเปลี่ยนใจแม้แต่คนเดียว

            แต่เรื่องที่ชั่วช้าไร้ยางอายยิ่งกว่าก็เกิดขึ้น

    คล้ายกับเรื่องราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 3422
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948