6:00 น.
วันนี้พนักงานทุกคนมารออีตาคุณชายนั่นกันั้แ่เจ็ดโมงครึ่ง แต่ฉันมาเจ็ดโมงสี่สิบ ทุกคนมองฉันเป็สายตาเดียวกัน อ้าว! ฉันไม่ผิดนะ ก็คุณชายยังไม่มานิ กว่าเขาจะมาปาไปแปดโมงแล้ว ฉันเลยเดินหนีมานั่งรอที่บริเวณโซฟาห้องรับแขก โซฟาเขานั่งแล้วสบายตูดมากก เปิดดูโทรศัพท์ซะหน่อยดีกว่า
(ไลน์)
Prum: สวัสดีค่ะ คุณชื่อ ศรัญญา ตระกูลเจริญ ใช่ไหน
(เอ๊ะ! ไลน์ใครอ่ะ )
Mesol: ใช่ค่ะ คุณเป็ใครคะ
Prum: ฉันชื่อพรัม เป็เลขาของคุณชาย ทำงานในส่วนของโรงแรม ฉันเป็หัวหน้างานคอยดูแล เธอและบอดี้การ์ดส่วนตัวของคุณชายค่ะ
(พิมพ์ซะยาวเลย )
Mesol: ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
ฉันตอบไปแค่นั้นแล้วเก็บโทรศัพท์ใส่ในกระเป๋าสะพายข้างเข้าอย่างเดิม
โอ๊ะ! คุณชายมาแล้ว
ฉันรีบวิ่งจู๊ดไปประจำการหน้าโต๊ะกินข้าวทันที
ทุกคน: สวัสดีครับ /ค่ะ
ภูเมฆ: เช้านี้ผมมีประชุมงานที่โรงแรมต่อ ผมขอบอดี้การ์ดหนึ่งคนไปกับผมนะ
บอดี้การ์ด เบิ้ล : ครับผม
ภูเมฆ: มีซอล เธอต้องไปด้วย ไปจดรายงานประชุมให้ผมที เอาไปไอแพคพร้อมคีย์บอร์ดของคุณ
มีซอล: ค่ะ
ภูเมฆ: ไอแพคเครื่องนี้เธอใช้ได้ตามสบายเลยนะ แต่ห้ามหายเด็ดขาด
มีซอล: ค่าาา
ปันปัน: รถพร้อมแล้วครับ
ภูเมฆ : งาน่บ่ายคงไม่มีอะไรแล้ว ทุกคนพักผ่อนตามอัธยาศัยได้เลยนะครับ
ทุกคน: ครับ/ ค่ะ
---
ภูเมฆ
่นี้ผมจะงานยุ่งเป็พิเศษ เพราะพ่อของผมติดธุระที่ต่างประเทศจึงไม่สามารถกลับมาทำงานโรงแรมต่อที่ประเทศไทยได้ จึงผมเป็หน้าที่ของผมที่ต้องมาบริหารงานต่อจากพ่อ ส่วนแม่ผม ก็เดินทางไปกับพ่อด้วยเช่นกัน
ณ. โรงแรมเมฆราลัย
เฮ้ออ... ฉันถอนหายใจอย่างแรง ต้องมาขึ้นลิฟต์อีกแล้ว ทำยังไงดีล่ะ ปันปันเขาเดินไปทำงานตามที่คุณชายสั่งงานแล้ว เหลือฉันกับเขาสองคน บอดี้การ์ดเอารถขึ้นไปจอดแทนปันปัน ฉันไม่อยากทำงานนี้แล้ว
ระหว่างรอลิฟต์ ฉันยืนตัวสั่นไปหมด มือทั้งสองข้างของฉันจับเสื้อไว้บริเวณข้างลำตัว ครั้งนี้ฉันไม่กล้าขอจับมือ จับแขน คุณชายเพราะกลัวว่าเขาจะรำคานฉัน
ฉันเดินเข้ามาในลิฟต์แล้ว แถมยืนตรงกลางอีกต่างหาก มือไม้ฉันสั่นไปหมดแล้ว กึก กึก เหงื่อก็ออกท่วมตัว เหมือนฉันไปอาบน้ำมาใหม่ ทำยังไงดีล่ะ คราวนี้ไปชั้น 30 เลยนะทุกคน แถมยิ่งขึ้นลิฟต์สูงคนยิ่งเข้ามากันเยอะ ตอนนี้แทบจะสั่นไปทั้งตัวแล้ว ฉันไม่เคยชินกับการขึ้นลิฟต์ซะที
ปี๊ง! ชั้น 30 เชิญออกค่ะ
ขอบคุณพี่ผู้ชายข้างๆที่ให้ฉันยืนพิงกำแพงข้างลิฟต์ ไม่งั้นฉันตายแน่ๆ
ภูเมฆ: ป่ะ เราเข้าห้องประชุมกัน
มีซอล : ค่ะ
(ห้องประชุมแอร์หนาวมาก... วันนี้ฉันไม่ได้เอาเสื้อแขนยาวมาด้วยสิ)
ภูเมฆ: เธอนั่งข้างฉันแล้วกัน
มีซอล : ค่ะ
วันนี้มีประชุมนานกว่าเมื่อวานอีก ฉันกับเขาออกมาจากห้องประชุมก็เกือบจะเที่ยงแล้ว ดีนะก่อนประชุมเขามีขนมปังกับกาแฟแจก ไม่งั้นฉันต้องหิวจนตาลายแน่ๆ
ภูเมฆ : จับมือฉันสิ
(ที่ตอนขึ้นล่ะไม่ให้จับมือ)
มีซอล: ขอบคุณค่ะ
ภูเมฆ : ขอโทษทีนะ ที่ตอนขึ้นลิฟต์ฉันลืมถามเธอว่ายังกลัวลิฟต์อยู่ไหม
มีซอล: ไม่เป็ไรค่ะ มันเป็ปัญหาของตัวฉันเองค่ะ
ภูเมฆ : งานเสร็จแล้ว วันนี้เธอได้พักผ่อนยาวไปถึงพรุ่งนี้นะครับ
มีซอล : ค่ะ
30 นาทีผ่าน
ณ. คฤหาสน์
ฉันกลับเข้าในห้องพัก ทำทุกอย่างเดิมๆ คืออาบน้ำ สระผม ให้เรียบร้อย แล้วลงไปนอนเล่นมือถือ
Toon: เพื่อนรัก เธอทำอะไรอยู่จ๊ะ
Mesol: ตอนนี้อยู่ในห้องพักแล้ว
Toon: นี่ฉันมีอะไรเธอดู
Mesol: อะไรล่ะ
Toon: ข้อสอบครู ฉันจะส่งไฟล์ PDF ไปให้นะ เผื่อเธอเปลี่ยนใจ
Mesol: ส่งมาก่อนแล้วกัน ฉันจะลองไปอ่านๆดู
Toon: วันเสาร์ เธอกลับบ้านไหม
Mesol: น่าจะกลับนะ เพราะต้องไปเอาของอีกหลายอย่างที่บ้าน
Toon: งั้นเจอกันวันเสาร์นะ
Mesol: ได้เลย แล้วหน่องอ่ะ มันเป็ครูที่โรงเรียนไหน
Toon: รายนั้นเป็ครู ตามสถานบันติวเตอร์น่ะ
Mesol: ฉันไปก่อนนะ มีคนมาเรียก
----
ใครกันเนี่ยมาเคาะประตูห้อง เดี๋ยวด่าเลยนิ
อ้าว! คุณชายนี่เอง
มีซอล: มีอะไรให้รับใช้คะ คุณภูเมฆ
ภูเมฆ : ขึ้นไปช่วยผมจัดเอกสารที่ห้องหน่อยครับ
มีซอล: โอเคค่ะ
ฉันเดินตามเขามาที่ฉันห้องนอนของเขา เดินเข้าห้องไปเห็นเอกสารจัดเรียงไว้เต็มไปหมด
ภูเมฆ: เดี๋ยวช่วยกันเรียงใส่ในตู้เก็บเอกสารนะ ตู้ฝั่งซ้ายมือ ตู้ที่สาม
มีซอล: ค่ะ เรียงตามลำดับตัวเลขที่เขียนไว้ใช่ไหมคะ
ภูเมฆ: ถูกต้องครับ
มีซอล : เสร็จเรียบร้อยแล้ว
ภูเมฆ: ขอบคุณครับ เธอไปพักผ่อนต่อได้
มีซอล : ค่า
นอนดีกว่า พรุ่งนี้จะได้ไปโรงแรมอีกไหมน๊า ฉันไม่อยากไปแล้ว ในหัวของฉันตอนนี้อยากลาออกแล้วอ่ะ มันเหนื่อยมากเลยกับอาการกลัวลิฟต์ ฉันยังคงเป็แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่หาย ฮือออ
กิจวัตรเดิม หกโมงเช้าต้องไปรอคุณชายที่หน้าโต๊ะกินข้าว เื่นั้นไม่สำคัญ แต่นี่สิ ป่วยจนได้ จากการขึ้นลิฟต์ติดต่อกันมาสองวัน ฮัดซิ่ว ! จนได้เห็นไหม ฉันเลยไลน์ไปบอกสุดหล่อ หรือพ่อบ้านหรือเขามีว่าชื่อว่า ปันปัน
Mesol: ปัน วันนี้ฉันไม่สบาย ขอลาหยุดงานหนึ่งวันค่ะ
PunPun: ครับ ผมจะบอกคุณชายให้ครับ
Mesol: ขอบคุณนะ
หลังจากพวกเขาสลายตัวกันไปแล้ว ฉันเดินออกมาจากห้องไปยังห้องครัว เผื่อว่าแม่บ้านอยู่ฉันจะได้ขอยาลดไข้มากินซะหน่อย หนาวมากเลยตอนนี้
พวกป้าๆไปไหนกันนะ งั้นนั่งรอที่โต๊ะอาหารก่อนแล้ว
ด้วยความที่ฉันมีไข้สูง (ฉันมีเครื่องวัดไข้น่ะ) อยากนอน เลยก้มหน้าลงไปแล้วเอามือหนุนที่โต๊ะไว้ ถ้าได้ยินเสียงแม่บ้าน ฉันจะรีบลุกไปถามทันที
พอเวลาผ่านไป ฉันได้ยินเสียงคนเดินออกมา เลยรีบเงยหน้าขึ้นมา ป้า.... อ้าวคุณนี่เอง
มีซอล: ฉันเลยรีบหันตัวเพื่อจะเดินกลับเข้าห้องพัก
ภูเมฆ: เธอมานั่งรอใครหรือเปล่า
มีซอล: คือว่า ฉันจะกลับห้องแล้วค่ะ
แม่บ้าน : คุณซอล อยากได้อะไรคะ
มีซอล: ฉันเหลือบไปมองคุณชาย เขายังมองมาที่ฉัน เหมือนจะจับผิดฉันอ่ะ ช่างเถอะพูดไปเลยแล้วกัน
มีซอล: ป้ามียาลดไข้ซะ สองเม็ดไหมคะ
แม่บ้าน : ไม่มีเลยจ้า หนูไม่สบายเหรอ
มีซอล: นิดหน่อยค่ะป้า
แม่บ้าน : งั้นเดี๋ยวป้าขับรถมอเตอร์ไซค์ ออกไปซื้อให้นะ
มีซอล: ป้าคะ ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวหนูไปนอนพักดีกว่าค่ะ
แม่บ้าน: งั้นป้าขอตัวก่อนนะคะ
ฉันเดินกลับมาที่ห้อง ลองกลับมารื้อกระเป๋าดูว่าฉันได้เอายาลดไข้มาด้วยหรือเปล่า หาจนทั่วก็ไม่มี ทำไงดีล่ะ งั้นนอนกว่าดี การนอนช่วยได้ เชื่อฉันสิ
18:00น
ฉันพยายามจะลุกไปกินข้าวเย็นที่แม่บ้านเตรียมจัดทำไว้ให้ ด้วยพิษไข้ที่สูงขึ้น จนฉันต้องลงไปนอนต่อ ฉันลุกไปอาบน้ำมาแล้วตอนสี่โมง อาการดีขึ้นมาหน่อย แล้วก็กลับมามีไข้อีกแล้ว เพราะลิฟต์แท้เลย อย่างที่บอกฉันเป็แบบนี้ไปเรื่อยๆ อย่าเพิ่งเบื่อกันน๊า
ฉันนอนต่อจนหกโมงเช้า อาการดีขึ้น เลยจัดแจงลุกไปอาบน้ำ เขาไปรอเขาที่หน้าโต๊ะอาหาร วันนี้ป้าทำโจ๊กหมู กลิ่นหอมน่ากินมาก
9:00 น
ภูเมฆ: ปันปันเตรียมรถแล้วใช้ไหม
ปันปัน: ผมพร้อมแล้วครับ
ภูเมฆ: มีซอลไปขึ้นรถ วันนี้ผมมีประชุมโรงแรมอีกวันนึง
มีซอล: ค่ะ
ฉันคิดแล้วต้องได้ไปโรงแรม ฉันเลยคลุมเสื้อแขนยาวมาไว้ก่อน อาการไข้ฉันกลับมาอีกครั้งหลังไปขึ้นลิฟต์ .....