“มีเื่กังวลอะไรอีกพี่ถึงยังไม่นอน”
“หลายวันนี้นอนมากเกินไปน่ะสิยังหัววันกว่าจะรีบเข้านอนและข้าคงยังไม่ชินด้วย”
คำบอกของนางช่างตรงกับความรู้สึกเขาเพราะยังไม่ชิน หลังท่านปู่ท่านย่าเข้านอนแล้ว เขาจึงมักลุกออกมาเดินรอบบ้าน แต่ไหนแต่ไรการเข้านอนตอนหัวค่ำสำหรับเขานั้นเป็เื่น่าเสียดายยิ่ง
เขาเสียดายเวลาจะได้อยู่กับตัวเองและได้ทำงานที่เขารักงานที่ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับคนอื่น
พวกเขาคุยเื่คนในหมู่บ้านเื่ชีวิตหลายวันที่ผ่านมาก่อนวกมาเื่สุขภาพของอีกฝ่าย ซึ่งต่างก็ดีขึ้นมากไร้อาการตื่นใหรือฝันร้ายจากเหตุการณ์เรือล่มแล้ว
“รำคาญแมลงพวกนี้เมื่อคืนข้าถูกตัวอะไรไม่รู้กัดตั้งหลายที ดีนะว่ายุงไม่ค่อยชุม”
สือจิ่วปัดผ้าเช็ดหน้าไปมามีแมลงบินวนอยู่บนโต๊ะที่ตั้งตะเกียง และเสียงหึ่งๆ ก็แว่วเข้าหูบ่อยๆ ไท่โหยวรายล้อมด้วยป่าเขาบ้านของเธอกับอาเจ๋อก็แยกห่างออกมาจากตัวหมู่บ้าน ที่น่ารำคาญกว่ายุงก็คือพวกแมลงมันเข้าไปกวนใจเธอถึงบนเตียง อาจเป็เพราะบ้านไม่มีคนอยู่มานานความชื้นบวกกลิ่นอับทำให้นอนไม่ค่อยสบายตัวนัก
“คงต้องหาพวกสมุนไพรมาทำถุงไล่แมลงข้าจะแขวนให้รอบบ้านเลย ถ้ารมควันพวกมันได้ก็จะทำ” อดีตสือจวี๋แขวนถุงหอมไว้บ้างประปรายแต่เธอจะแขวนให้มากกว่า
ถานเจ๋อหัวเราะกับคำพูดของหญิงสาว“ไว้ข้าจะหาสมุนไพรพวกนั้นมาให้ พี่อยากได้อะไรบ้างล่ะ”
ในห้องนอนเขาก็มีถุงหอมไล่แมลงที่ท่านย่าทำให้หากนางอยากได้อะไรนอกจากนี้ เขาจะหามาเพิ่ม
“ขอคิดก่อนแล้วกันต้องรบกวนเ้าอีกแล้ว”
เธอหยิบใช้เครื่องมือข้าวของในบ้านด้วยความคุ้นชินจากกิจวัตรเดิมของสือจวี๋การใช้ชีวิตดำเนินไปอย่างราบรื่นเหมือนเื่เหล่านี้ตัวเธอเคยผ่านมาหมดแล้ว
“ไก่บ้านเ้าแบ่งขายให้ข้าสักคู่ได้หรือไม่ไว้ข้าจะจ่ายเงินคืนทีหลัง ปิ่นหยกที่ติดตัวข้ามาคงขายได้ราคาอยู่ล่ะมังก่อนปลูกผักดินต้องดีก่อน บ้านเหลียงเลี้ยงวัว หากข้าไปขอซื้อขี้วัวมาหมักดิน เ้าว่าเขาจะขายให้ไหม”เพราะชื่อเสียงสือจวี๋ถูกทำลายเสียป่นปี้แล้วน่ะสิ วันก่อนเธอเอาปิ่นอันนั้นให้อาเจ๋อดูตอนนี้ปักแค่ปิ่นไม้ไผ่ก็พอ เขาบอกจะนำไปขายที่ตลาดหน้าวัดอิ่นเหมินให้
นับว่าดีที่สือจวี๋ปักปิ่นแน่นจึงไม่หล่นหายตอนจมน้ำปิ่นหยกชิ้นนี้เฉิงหยางปิงให้นาง มันเป็สมบัติชิ้นเดียวที่ลอบนำติดตัวมาได้ส่วนสินออกเรือนเฉิงฟูเหรินยึดไว้ทั้งหมด เพราะสือจวี๋ไม่เป็ที่ปรารถนาของสามีและครอบครัวสามีนางถูกตราหน้าเป็หญิงชั่วกระทำผิดร้ายแรงจากบันทึกสอนสตรี
ชอบฟังสิ่งชั่วมัวมองสิ่งทราม ปรามแล้วไม่ฟัง มิยั้งอยู่เรือน ชอบปล่อยเนื้อตัว ส่อกิริยายั่วยวน...แต่ละข้อกล่าวหา สือจวี๋ชี้แจงไปคนในบ้านสามีก็หาได้รับฟัง
แิในบันทึกสอนสตรีแทบไม่ต่างจากปรัชญาขงจื่อสมัยเธอยังเรียนหนังสือ
หนึ่ง บุรุษย่อมดีกว่าสตรีในทุกด้าน... อะไรจะหลงตัวเองขนาดนั้น อยู่ที่ว่าใครเป็คนเขียนประวัติศาสตร์เสียมากกว่าส่วนใหญ่ชายได้เล่าเรียน ได้ออกจากบ้านจึงมักยกตนข่มสตรีถือว่าตัวรู้เห็นมามาก
สอง สตรีต้องอยู่แต่ในเคหสถาน... อุดอู้อยู่เฉย สักวันผู้ชายขับจากเรือนแล้วจะเอาอะไรกินออกนอกบ้านใช่เพียงแค่ไปหาสิ่งบันเทิงเริงใจ
สาม สตรีต้องเป็ผู้เชื่อฟังแต่เยาว์เชื่อฟังบิดา ออกเรือนเชื่อฟังสามี ครั้นแก่ชราสามีตายให้เชื่อฟังบุตรชาย...ฟังบิดาน่ะได้ หากเขาสอนสิ่งดีถูกต้องตามครรลองให้ฟังสามีแบบไม่หือไม่อือ เขาบอกนกก็ต้องนก บอกไม้ก็ต้องไม้ อยู่เป็สัตว์เชื่องๆแล้วภรรยาจะต่างอะไรกับสัตว์เลี้ยง ส่วนให้เชื่อฟังลูกชาย มารดาเลี้ยงดูอบรมบ่มนิสัยเขามากับมือถ้าเหตุผลไม่ดีมากพอ ทำไมต้องเชื่อฟัง
สี่ สตรีต้องใช้ชีวิตเพื่อบุรุษต้องปรนนิบัติทั้งยามหลับยามตื่น... เขาพิกลพิการหรือไรถึงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
เกิดเป็หญิงยุคโบราณช่างถูกลดทอนคุณค่าเสียนี่กระไร
“อ้อ...วันก่อนข้าเห็นเสี่ยวซู่มาหาเ้าที่บ้าน”คิดเื่อดีตของสือจวี๋ก็ปวดหัวเปล่าๆ สือจิ่วจึงเปลี่ยนเื่
ตามความคิดของสือจวี๋ดูเหมือนว่าเสี่ยวซู่ชอบถานเจ๋อท่านย่าหลินกระซิบว่านางมาเยี่ยมอาการของอาเจ๋อสองครั้งแล้ว
“ช่างนางเถอะ” เหมือนจู่ๆเสี่ยวซู่ก็โผล่เข้ามาในชีวิตเขา เห็นหน้านางครั้งแรกยังต้องใช้ความคิดอยู่นานว่านางคือใครเท่าที่จำได้ก็ไม่เคยใส่รายละเอียดให้นางเลยด้วยซ้ำ แล้วเขาต้องจัดนางไว้หมวดหมู่ไหนล่ะ
เพื่อนร่วมหมู่บ้านคนที่จะเอื้อประโยชน์ในภายหน้า หรือว่าตัวประกอบที่ผ่านเข้ามาแล้วผ่านเลยไป
ก็ถานเจ๋อน่ะแอบมีใจให้สือจวี๋ซึ่งกว่าหญิงสาวจะรู้ความลับนี้ก็คงอีกนาน
“พี่ไม่ต้องกังวลอะไรนะข้าสัญญาจะช่วยเหลือพี่ทุกอย่าง รวมถึงเื่ขายปิ่น ซื้อขี้วัวซื้อเมล็ดพันธุ์ผัก พี่อยากจะได้อะไรบอกข้าได้ทุกเมื่อ ทุกคนบ้านข้าจะอยู่เคียงข้างพี่เองรับรองว่าเด็กในท้องจะต้องเติบโตอย่างปลอดภัยและมีความสุขที่สุด อันตรายใดๆข้าจะไม่ให้เข้าใกล้เด็กคนนี้แม้แต่ปลายนิ้ว”
“น้ำใจเ้าช่างประเสริฐชีวิตคนเราไม่แน่ไม่นอน เหตุการณ์เปลี่ยนชีวิตแบบพลิกฝ่ามือบทจะมามันก็มาถึงตอนนี้ข้ายังไม่อยากเชื่อเลยว่ามันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ”
“ข้าก็คิดเหมือนพี่และอยากรู้จริงๆ นะว่าเื่วุ่นวายพวกนี้เป็ฝีมือใครกันแน่” ถานเจ๋อทอดสายตามองท้องฟ้ากว้างใหญ่ไพศาล“เทพลิขิตชะตามีอยู่จริงสินะ หรือว่ามันเป็อะไรที่มหัศจรรย์กว่านั้น”
“ชีวิตจะสูงหรือต่ำใช่ว่าคนเรากำหนดเองได้ทั้งหมดวาสนา กรรมลิขิต ์สร้าง ฟ้าประทาน บุพเพสันนิวาส ด้ายแดงเฒ่าจันทราจะเรียกคำไหนดีล่ะ จู่ๆ คนไม่เคยรู้จักก็ถูกจับโยงผูกมัดให้ต้องมาใช้ชีวิตเกี่ยวข้องกัน”
และบางคนก็ถึงขั้นใช้ชีวิตแทนกันอย่างเช่นเธอในตอนนี้
ถานเจ๋อเหม่อมองไปเบื้องหน้าแค่นยิ้มกับตัวเองสำหรับเขาคงเรียกว่าเวรกรรมตามทันล่ะมัง สร้างทุกข์เข็ญให้ตัวละคร ทุกข์นั้นเลยย้อนถึงตัวเคยชี้เป็ตายพวกเขา ทุกเื่ราวโลดแล่นตามใจด้วยนิ้วมือที่กดตัวอักษรบนแป้นพิมพ์
จากนักเขียนชื่อกำลังดังแห่งวงการนิยายออนไลน์จนได้รวมเล่มขายกลับต้องมาสวมชีวิตในร่างตัวประกอบของนิยายที่ตัวเองเขียน
พิลึกพิลั่นดีไหมล่ะ!