อวิ๋นเสวี่ยเวยไม่คิดว่านางจะมีโชคดีเช่นนี้ เ้าของหอการค้าโยวหลงผู้ลึกลับดุจเทพเซียนซึ่งปกติจะยากจะพบตัว กลับถูกนางพบเข้าโดยบังเอิญ
นางนึกถึงสตรีที่ชื่อจิ่วเยว่ผู้นั้น เพราะมีความสัมพันธ์กับเขาจึงสามารถได้รับเทียบเชิญสีดำทองที่ใครต่อใครต่างอิจฉา ในใจของนางพลันเกิดความตื่นเต้นรีบก้าวตามไปหมายจะสร้างความสัมพันธ์กับเขา
ด้วยฐานะของนาง บุรุษนับไม่ถ้วนในใต้หล้าต่าง้าประจบเอาใจ และบุรุษผู้นี้ก็ย่อมไม่เป็ข้อยกเว้นเช่นกัน ถึงตอนนั้นเทียบเชิญสีดำทองมิใช่ว่าจะได้มาอย่างง่ายดายหรอกหรือ? ไม่แน่ว่าเขาอาจจะนำสิ่งที่ดีที่สุดในโลกทั้งหมดมามอบให้ถึงมือนางเลยก็ได้
พอคิดถึงตรงนี้อารมณ์ของนางก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้น ทว่าทันทีที่ออกจากโรงประมูลนางก็เห็นบุรุษผู้นั้นเดินตรงไปยังสองแม่ลูก แล้วมอบถุงที่บรรจุหินิญญาชั้นยอดให้แก่เด็กชาย ทำให้นางอิจฉาจนตาแดงก่ำ
จากนั้นนางก็ไม่ได้ยินเสียงใด ๆ อีก ราวกับมีใครบางคนพบร่องรอยของนางและตรึงนางไว้ตรงนั้น ทว่าเพียงชั่วอึดใจ บุรุษผู้นั้นก็ลงมืออย่างฉับไวจัดการคนไม่กี่คนจนสิ้น จากนั้นนางจึงกลับมาขยับตัวได้อีกครั้ง มันราวกับว่าบุรุษผู้นั้นกำลังส่งคำเตือนให้นาง หากยังคงลอบเร้นทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ อีกคนต่อไปที่ต้องตายก็คือนาง!
อวิ๋นเสวี่ยเวยใจนเหงื่อไหลโชก รอจนคนเดินลับตาไปจึงกล้าปรากฏตัว นางมองแผ่นหลังที่ดูเหมือนครอบครัวสามคนในระยะไกล พลางขบกรามจนเกิดเสียงดังกรอด
นางพลันนึกออกแล้วว่าบุรุษผู้นี้คือใคร เขาคือผู้เฝ้าสำนักคนสุดท้ายของสำนักกระบี่เก้าดารา เมื่อก่อนนางเคยเห็นบุรุษผู้นี้เพียงแต่ไม่ได้ใส่ใจมากนัก ในสถานศึกษามักมีคนหัวเราะเยาะเขาว่าสำนักที่ผุพังยังมีคนเฝ้าอยู่ไม่ต่างอะไรกับสุนัขเฝ้าบ้าน
แต่ใครจะไปคิดว่าบุรุษผู้นี้กลับเป็เ้าของเื้ัของหอการค้าโยวหลง! เป็บุรุษที่มีทรัพย์สินมากที่สุดในทวีปฉิงอวิ๋น!
มิน่าเล่าสตรีสารเลวผู้นั้นถึงรู้จักเขา กระทั่งยังเคยอาศัยอยู่ร่วมกัน เช่นนี้จะไม่รู้จักกันได้อย่างไรเล่า!
"น่าเจ็บใจนัก! หากข้ารู้ฐานะของเขาให้เร็วกว่านี้ก็คงดี!"
อวิ๋นเสวี่ยเวยเสียใจอย่างยิ่ง หากรู้เร็วกว่านี้นางคงจะไปสร้างความประทับใจต่อหน้าเขา ในยามที่ทุกคนเยาะเย้ยเขาและสำนักกระบี่เก้าดารา หากนางแสดงความปรารถนาดีต่อเขา เขาจะต้องรู้สึกว่านางแตกต่างจากคนอื่นอย่างแน่นอน
น่าเสียดาย ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก! ไม่รู้ว่าเมื่อครู่เขาพบฐานะของนางหรือไม่ หากไม่พบก็ยังพอจะมีโอกาสทำให้เขาเกิดความรู้สึกดีต่อนางอยู่บ้าง
แววตาของนางฉายประกายริษาวูบวาบ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเ้าของหอการค้าโยวหลงผู้ยิ่งใหญ่ถึงไปอยู่ที่สำนักที่ตกต่ำเช่นนั้น และที่สำคัญคือสตรีผู้นั้นก็เข้าสำนักกระบี่เก้าดาราด้วย!
"ข้าจะต้องแย่งบุรุษผู้นี้มาให้ได้!"
เมื่อเทียบกับเขาแล้ว ชีหยวนจงแทบจะเทียบไม่ได้แม้แต่เส้นผมเส้นเดียว
นางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เมื่อหันกลับไป ก็เห็นจีอู๋เนี่ยนเดินออกมาจากโรงน้ำชาข้าง ๆ ดวงตาของอวิ๋นเสวี่ยเวยเป็ประกายรีบเดินเข้าไปหาทันที
"รัชทายาทอู๋เนี่ยน ท่านยังรอแม่นางจิ่วเยว่อยู่หรือเพคะ? นางกลับสำนักกระบี่เก้าดารากับบุรุษผู้หนึ่งไปแล้ว หากท่านมีธุระด่วนตอนนี้ตามไปน่าจะยังทันเพคะ จะให้ข้าไปเป็เพื่อนท่านดีหรือไม่เพคะ?"
"ไม่ต้อง!" จีอู๋เนี่ยนปฏิเสธโดยสัญชาตญาณ เขาไม่อยากมีความเกี่ยวข้องกับสตรีผู้นี้แม้แต่น้อย "เดี๋ยวก่อน เ้าบอกว่านางอยู่กับบุรุษ? เป็บุรุษแบบไหน?"
อวิ๋นเสวี่ยเวยกำหมัดแน่น พลางยิ้มกล่าวว่า "เป็บุรุษหนุ่มเพคะ ดูมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนางมาก ดูท่าทางน่าจะเป็บิดาของเด็กกระมังเพคะ"
"อย่างนั้นหรือ?" จีอู๋เนี่ยนไม่เชื่อคำพูดของอวิ๋นเสวี่ยเวย แววตาของเขาฉายความเ้าเล่ห์ประหนึ่งพ่อค้า ช่างเป็สตรีที่มีจุดมุ่งหมายแอบแฝงอย่างชัดเจน
"หึ ๆ ข้าเพียงแค่คาดเดาเพคะ หากรัชทายาทไม่ไป จะให้ข้าพาเดินเที่ยวเมืองชื่ออวิ๋นยามค่ำคืนดีหรือไม่เ้าคะ? เมืองชื่ออวิ๋นถูกเรียกว่าเมืองไม่หลับใหล ทิวทัศน์ยามค่ำคืนงดงามกว่ายามกลางวันมากเ้าค่ะ"
อวิ๋นเสวี่ยเวยไม่อยากปล่อยให้บุรุษคุณภาพดีเช่นนี้หลุดมือไป การแต่งงานกับจีอู๋เนี่ยนสามารถนำเกียรติยศทางฐานะมาให้นางได้ ส่วนการแต่งงานกับเ้าของหอการค้าโยวหลงสามารถนำทรัพย์สินมหาศาลมาให้นางได้ นาง้าให้คนเหล่านี้กลายเป็ทาสใต้กระโปรงของนางให้หมด
"ขอบใจในความหวังดี แต่ข้ายังมีธุระ" จีอู๋เนี่ยนปฏิเสธอีกครั้ง จากนั้นจึงนำผู้ติดตามหันหลังเดินจากไป
อวิ๋นเสวี่ยเวยกัดริมฝีปากล่างแน่น สักวันหนึ่งนางจะทำให้บุรุษที่ดูถูกนางต้องคลั่งไคล้นางให้ได้!
นางหยิบหยกสื่อสารออกมาแล้วระบายโทสะ "ชีหยวนจง ท่านหายหัวไปอยู่ที่ใด ข้าตามหาท่านตั้งนานแล้วแต่ไม่เจอตัวเสียที!"
...
"อรุณสวัสดิ์ขอรับ ท่านอาหลาน!"
เช้าวันต่อมา หลานโจวเพิ่งตื่นจากการนั่งสมาธิตลอดทั้งคืนก็ได้กลิ่นหอมของอาหารโชยมาเตะจมูก เขาเดินตามกลิ่นไปจนถึงห้องครัว และเห็นเสี่ยวอี้กำลังนึ่งซาลาเปาหม้อใหญ่
"เสี่ยวอี้เหตุใดเ้าถึงขยันเช่นนี้ ซาลาเปานี่ต้องใช้เวลาทำนานมาก เ้าตื่นขึ้นมาั้แ่ฟ้ายังไม่สว่างเลยใช่หรือไม่? อาจะบอกเ้าว่าเ้าอยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโตจะนอนไม่พอไม่ได้นะ" หลานโจวกล่าวกับเสี่ยวอี้ด้วยความห่วงใย
เขาคิดว่าหากเสี่ยวอี้เป็บุตรของนายท่านจริง ๆ เมื่อรับตัวกลับไปยังแคว้นจิ่วโยว ทุกคนคงต้องปรนนิบัติเขาดุจบรรพบุรุษตัวน้อย จะปล่อยให้เขาทำอาหารทุกวันได้อย่างไร
แม่นางจิ่วเยว่ก็นะ เด็กตัวเล็กเพียงนี้ยังต้องต่อเก้าอี้เพื่อผัดอาหารทำกับข้าว แบบนี้มันเป็การทารุณเด็กเกินไปหรือไม่?
ในใจของเขาเริ่มมีความคิดไม่เห็นด้วยกับอวิ๋นหรั่นเยว่เล็กน้อย คนเป็แม่จะใช้ลูกชายเป็พ่อครัวได้อย่างไรกัน?
"ข้าก็เพิ่งตื่นเหมือนกันขอรับ ซาลาเปาวันนี้ข้าไม่ได้เป็คนทำ แต่รสชาติที่เสี่ยวจินเสาทำก็ไม่แพ้ข้าเลยนะ ท่านอาหลานรีบชิมดูขอรับ!" เสี่ยวอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม พลางยื่นซาลาเปาแป้งบางไส้แน่นลูกหนึ่งให้หลานโจว
หลานโจวรับมาโดยสัญชาตญาณ เดี๋ยวก่อนนะ เสี่ยวจินเสาคืออะไร? ที่นี่มีคนที่สามด้วยหรือ แต่เขาไม่เห็นคนอื่นเลยนี่นา!
"เสี่ยวจินเสาของข้าขี้อายเล็กน้อยขอรับ" เสี่ยวอี้หัวเราะอย่างเขิน ๆ จากนั้นจึงพูดกับทางเตาไฟว่า "เสี่ยวจินเสา เ้าออกมาเถอะ ต่อไปเ้าต้องทำอาหารให้ท่านแม่บ่อย ๆ ต้องออกมาให้คนอื่นเห็นหน้าก่อน มิเช่นนั้นถ้าทำให้คนอื่นใจะทำอย่างไร?"
หลานโจวใช้จิตหยั่งรู้กวาดมองไปแต่ไม่พบสิ่งใดเลย ขณะที่เขากำลังจะพูด ก็เห็นร่างั์สีทองอร่ามปรากฏขึ้นกลางอากาศ เขาเบิกตากว้าง เงยหน้าขึ้น และสบตากับดวงตาสีทองคู่ใหญ่ที่ดูดุร้ายยิ่งนัก
"เ้าเรียกสิ่งนี้ว่าเสี่ยวจินเสาหรือ?" หลานโจวมองสัตว์ั์สีทองที่แทบจะทำให้ห้องครัวะเิ พลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่
พริบตาต่อมานายท่านก็ปรากฏตัวขึ้นข้างกายเขา
"สัตว์เทพกิเลน" หลงเยี่ยเยี่ยนหรี่ตาลง มองไปยังเสี่ยวอี้ "นี่คือสัตว์เทพนิมิตของเ้าหรือ?"
นี่คือกิเลนหรือ? หลานโจวใจนถอยหลังไปหลายก้าว เขาดูออกว่าสัตว์ตัวนี้ไม่ธรรมดาแต่ดูไม่ออกว่าเหตุใดนี่คือกิเลนในตำนาน!
เสี่ยวอี้พยักหน้า "ขอรับ มันชื่อว่า ‘เสี่ยวจินเสา’ มีพร์ในการทำอาหารเป็พิเศษ มันขี้อายมาก ทุกท่านวางใจได้ ปกติมันจะไม่รบกวนพวกท่านขอรับ"
หลานโจวแทบจะสิ้นสติ สัตว์เทพผู้ยิ่งใหญ่ แต่เ้ากลับพัฒนาพร์ด้านการทำอาหารให้มัน นี่มันเป็การใช้ของล้ำค่าผิดประเภทชัด ๆ ! นั่นคือสัตว์เทพเชียวนะ! สัตว์เทพที่สามารถบรรลุเป็เซียนได้!
ทว่าสายตาที่หลงเยี่ยเยี่ยนมองเสี่ยวอี้กลับเต็มไปด้วยความสงสัย คนธรรมดาไม่มีโอกาสที่จะให้ไข่สัตว์เทพกำเนิดขึ้นในห้วงนิมิตได้ เช่นนั้นฐานะของเขาอาจจะเกี่ยวข้องกับพี่ใหญ่จริง ๆ
สีหน้าของเขาเคร่งขรึมลงเล็กน้อย เพราะในใจเขากลับไม่อยากให้สองแม่ลูกนี้มีความเกี่ยวข้องกับพี่ใหญ่ เขาจึงถามขึ้นทันทีว่า "เสี่ยวอี้ บิดาของเ้าชื่อว่าอะไร?"